การใช้ถ่านอัลคาไลน์ แทนถ่านชาร์จ

สำหรับทางเลือกในการใช้ถ่านอัลคาไลน์แทนถ่านชาร์จ สำหรับผู้ที่ต้องการทดลองอย่างประหยัด ไม่ต้องลงทุนซื้อถ่านชาร์จ 3.6 โวลต์ ของโทรศัพท์ ชุดละ 100 กว่าบาท ซึ่งต้องใช้สองชุด เป็นเงินประมาณ 300 บาท บวกกับค่าอแดปเตอร์แปลงไฟแบบปรับแรงดันไฟได้ขนาด 1 แอมป์ ราคา 200 กว่าบาท รวมราคาเกิน 500 บาทเข้าไปแล้ว อาจจะใช้ถ่านอัลคาไลน์แบบก้อนจิ๋ว AAA สี่ก้อนราคาแค่ 80 บาท มาเป็นแหล่งจ่ายไฟแทนได้ แต่ต้องแลกกับน้ำหนักที่หนักขึ้น ซึ่งเมื่อผมทดลองใช้กับมอเตอร์ HyperDash2 ก็ยังบินได้แต่บินไต่ระดับไม่ค่อยขึ้น ถ้าเปลี่ยนไปใช้มอเตอร์ที่กินกระแสสูงกว่านี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหา สรุปคือ ประหยัดค่าถ่าน แต่ต้องลงทุนกับมอเตอร์เพิ่มขึ้นครับ

 

การทำระบบเฟืองทดรอบเองโดยไม่ต้องใช้เสื้อเครื่อง ประหยัด และน้ำหนักเบาลงอีกมาก

ระบบเฟืองทดของรถกระป๋องเดิมผมใช้เสื้อเครื่องของ ICE ราคา 40 บาท บวกกับลูกปืน แกนเฟือง รวมแล้วประมาณ 100 บาท ประกอบเป็นชุดเฟืองได้ง่ายและใช้บินได้ดี แต่ต่อมาได้แนวความคิดจากคุณ eModeler ในเวปบอร์ดของ Weekendhobby ในการทำระบบเฟืองเอง ผมก็เลยลองทำดู ได้ผลดีมากครับ คือประหยัดราคาเสื้อเครื่องไป 40 บาท แถมน้ำหนักเบาลงมากครับ

 

เตรียมอุปกรณ์เฟืองทด ประกอบด้วยเฟืองขับ เฟืองตามพร้อมแกน ขนาดทดรอบตามต้องการครับ ลูกปืนหัวท้าย 2 ตัว บุชล้อ 1 อัน แหวน 1 อัน แผ่นโฟมอัดชิ้นเล็ก ๆ และที่สำคัญคือ เบียร์ตราสิงห์ 1 กระป๋องครับ

วิธีทำคือ ก่อนอื่นต้องดื่มเบียร์ให้หมดกระป๋องก่อน แล้วเอากรรไกรตัดกระป๋องซึ่งเป็นอลูมิเนียมบางให้เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็ก ๆ กว้างขนาดความยาวมอเตอร์ และยาวพอจะม้วนเป็นวงรอบลูกปืนได้ จากนั้นเอากาวตราช้างติดลูกปืนที่ขอบของแผ่นอลูมิเนียมหัวท้ายแล้วม้วนให้เป็นทรงกระบอกติดกาวช้างให้แน่น จะได้เป็นท่ออลูมิเนียมยาวเท่าความยาวมอเตอร์โดยมีลูกปืนอยู่ที่หัวท้าย เพื่อใช้เป็นเสื้อหุ้มแกนเฟืองตามรูปครับ

จากนั้นก็ใส่เฟืองขับ ที่แกนมอเตอร์ ใส่เฟืองตามที่แกนเฟือง แล้วสอดแกนเฟืองอีกด้านนึงเข้าไปในกระบอกอลูมิเนียม ร้อยท้ายแกนเฟืองด้วยบุชล้อ ปิดท้ายด้วยแหวนซึ่งติดกาวตราช้างเข้ากับแกนเฟือง เพื่อกันไม่ให้แกนเฟืองหลุดออกจากท่ออลูมิเนียม จากนั้นนำท่ออลูมิเนียมที่มีเฟืองประกอบอยู่ไปติดตั้งเหนือมอเตอร์ โดยรองระหว่างมอเตอร์กับท่อด้วยแผ่นโฟมและต้องจัดระยะให้เฟืองขับขบกับเฟืองตามให้พอดีด้วยนะครับ ติดกาวตราช้างที่มอเตอร์ โฟม และ ท่อ แล้วเอาสก๊อตเทปพันอีกรอบนึงเพื่อความแข็งแรงขึ้น

ถ้าต้องการให้แข็งแรงถาวร ก็ตัดกระป๋องเบียร์เอาแถบอลูมิเนียมมาทาก้าวตราช้างปิดทับคร่อมลงไปอีกชั้นนึงก็ยังได้ครับ (แต่ผมไม่ได้ลองทำนะครับ เพราะอยากจะลองถอด ๆ เปลี่ยน ๆ มอเตอร์ และเฟืองหลาย ๆ แบบ)

เครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่ห้า มอเตอร์ HyperDash2 กับระบบเฟืองแบบใหม่ อัตราทดเฟืองขับ 9 ฟัน เฟืองตาม 38 ฟัน จ่ายไฟด้วยถ่านอัลคาไลน์ ราคาถูก บินได้นาน ไม่ต้องชาร์จไฟ เหมาะแก่การนำไปเล่นนอกสถานที่ แต่บินอืดเพราะความหนักของถ่าน จึงพยายามลดน้ำหนักเต็มที่ แม้แต่หัวโฟมก็ถอดออก ในแผ่นวงจรก็ดูดตะกั่วที่หนา ๆ ออก ใช้ปีกขนาดยาว 30 นิ้ว กว้าง 8 นิ้ว เพื่อเพิ่มแรงยกให้มากขึ้น ใบพัดไม้ฉลุเส้นผ่าศูนย์กลาง 6.5 นิ้ว ถ้าใช้ใบพัดไม้บัลซ่า จะเบากว่านี้อีก

ความจริงยังสามารถลดน้ำหนักในแผ่นวงจรได้อีก โดยถอดอุปกรณ์ในวงจรควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนถอยหลังออกไปเพราะไม่ได้ใช้ ประกอบด้วยทรานซิสเตอร์และรีซิสเตอร์ อีกสี่ห้าตัว แต่ขี้เกียจทำครับ

 

 

เครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่หก

ตอนนี้กำลังพัฒนารุ่นที่หกครับ โดยทำลำตัวที่ทำด้วยโฟมแบบนึง กับลำตัวที่ทำด้วยไม้เสียบลูกชิ้น ไม้เสียบหมูสะเต๊ะ กับเศษไม้บัลซ่าปนกัน อีกแบบนึงครับ ที่ทำสองแบบเพราะต้องการลองดูว่าอะไรหนักกว่า อะไรทนกว่า อะไรสวยกว่า อะไรทำนองเนี้ย

ความยาวลำตัว 24 นิ้ว ความยาวปีกกะไว้ 36 นิ้ว ความกว้างปีกกะไว้ 6 ถึง 8 นิ้ว

ลำตัวทำจากโฟมอัดต่อเป็นกล่องแบบง่าย ๆ กว้างสองนิ้วสูงสองนิ้ว สอบไปทางหัวนิ้วครึ่ง สำหรับส่วนท้ายไปถึงแพนหางทำด้วยแท่งไม้บัลซ่าสี่เหลี่ยมแปะไว้ใต้ลำตัวอีกที แล้วใส่แกนไม้เสียบลูกชิ้นไว้ใช้หนังสติ๊กยึดปีก เสริมความแข็งแรงด้วยแผ่นไม้บัลซ่า

ส่วนลำตัวโครงไม้ ทำจากไม้ชิ้นเล็ก ๆ มาต่อกันเป็นโครง โดยเริ่มจากโครงลำตัวตรงกลางทำเป็นรูปกล่องสี่เหลี่ยม ส่วนหางเป็นโครงสามเหลี่ยม ส่วนหัวทำโครงยื่นออกไปเพื่อติดตั้งมอเตอร์ เท่าที่ดู น้ำหนักจะมากกว่าลำตัวโฟมเล็กน้อย แต่ผมชอบโครงไม้นะครับ มันดูคลาสสิคดี และที่สำคัญ คือแข็งแรงมากครับ บางทีอาจจะใส่ปีกและอุปกรณ์บินโดยไม่ต้องหุ้มลำตัวก็น่าจะสวยแปลกดีครับ

9 พฤษภาคม 2545

วงจรรถกระป๋องในรุ่นที่หก

ผมวางแผนจะเพิ่มช่องการควบคุมให้เป็น 3 channel โดยเพิ่มปุ่ม turbo ลงไปในวงจรเครื่องส่ง และเพิ่มวงจร turbo ภาครับ โดยเอาไปใช้ควบคุมรีเลย์เพื่อควบคุมการเปิดปิดมอเตอร์ใบพัด ส่วนวงจรควบคุมมอเตอร์เดินหน้าถอยหลังจะเอาไปต่อมอเตอร์จิ๋วเพื่อควบคุมแพนหางระดับ elevator สำหรับวงจรเลี้ยวซ้ายขวาจะเอาไปต่อ actuator หรือมอเตอร์จิ๋วเพื่อควบคุมหางเสือ เมื่อทำสำเร็จแล้วจะใช้บังคับเครื่องบินได้เหมือนเครื่องบินบังคับทั่วไปเลยครับ คือเปิดปิดเครื่องยนต์ด้วยปุ่ม turbo บินเชิดหัวขึ้นหรือบินดำดิ่งด้วยปุ่มเดินหน้าถอยหลัง และเลี้ยวซ้ายขวาด้วยปุ่มซ้ายขวาครับ ซึ่งได้ไอเดียนี้จากคุณ eModeler อีกตามเคย โดยคุณ eModeler ให้ความเห็นว่า การควบคุมแพนหางขึ้นลงมีความสำคัญกว่าการควบคุมเครื่องยนต์ ซึ่งผมก็ค่อนข้างเห็นด้วยครับ แต่จะไม่ควบคุมเครื่องยนต์เสียเลย ก็ไม่ค่อยมั่นใจ กลัวว่ามันจะบินไปไกลจนเลยระยะควบคุมของวิทยุแบบเครื่องบินของคุณ sri ต้องตามเก็บกันจนเมื่อย พอดีได้ลองศึกษาการเพิ่มปุ่ม turbo ในเวปแต่งรถกระป๋อง เห็นว่าพอจะเพิ่มช่องสัญญาณควบคุมเครื่องยนต์ได้ด้วย ก็เลยเอามาลองใช้ดูครับ

การต่อวงจร turbo ของภาคส่ง จะเห็น ic tx-2 ที่ขา 6 เป็นช่องต่อภาคส่ง turbo ส่วนที่ ic rx-2 ขา 12 เป็นช่องภาครับ turbo

การดัดแปลงเครื่องส่ง ต้องใช้ ไดโอด 2 ตัว และ สวิตช์กดติดปล่อยตัด 1 ตัว แค่นั้นเอง

ดูจากวงจรภาคส่งซึ่งเขียนโดย webnaster@thaiwebhunter.com นะครับ จะเห็นว่าขา 6 ของ ic tx-2 นั้น ถูกปล่อยลอยไว้เฉย ๆ เราก็เพิ่มไดโอด และสวิตช์ เข้าไปที่ขา 6 ของ ic tx-2 โดยต่อวงจรเช่นเดียวกับวงจรสวิตช์เดินหน้าถอยหลังและเลี้ยวซ้ายขวาในขา 1,4,5,14 นั่นเอง ง่ายมาก แล้วเจาะรูที่กล่องเครื่องส่งเพื่อติดตั้งสวิตช์ในจุดที่กดได้ ของผมติดสวิตช์ไว้ตอนบนไกล้ ๆ เสาอากาศครับ

สำหรับการเพิ่มช่อง turbo ที่ภาครับขอให้ดูวงจรภาครับเดิม ๆ ก่อนครับ

ภาครับนี้เขียนโดย webmaster@thaiwebhunter.com เช่นกันครับ จะเห็นว่าที่ขา 12 ของ ic rx-2 ถูกปล่อยลอยไว้เฉย ๆ เราก็เตรียมอุปกรณ์ขยายสัญญาณภาครับ turbo สำหรับ รีเลย์มอเตอร์ใบพัด ดังนี้ครับ คือ รีเลย์ 1 ตัว ทรานซิสเตอร์ เบอร์ 2sc8050 หรือเบอร์อื่นที่เทียบเท่า 1 ตัว รีซิสเตอร์ 1k โอห์ม 1 ตัว ไดโอด 1 ตัว แค่นี้เองครับ โดยต่อวงจรจากขา 12 ดังนี้ครับ

แค่นี้ก็จะได้วงจรควบคุมมอเตอร์เพิ่มอีก channel หนึ่งแล้วครับ ส่วนช่องเดินหน้าถอยหลังและเลี้ยวซ้ายขวาเดิมก็เอาไปต่อควบคุมแพนหางระดับและหางเสือได้เต็มที่ครับ

15 พฤษภาคม 2545

เครื่องบินรถกระป๋องของงูดิน รุ่นที่หก

ลักษณะลำตัวทำด้วยโฟมอัดกับแกนไม้บัลซ่าขนาด 8x8mm ความยาวลำตัว 22 นิ้ว

ปีกกว้าง 8 นิ้ว ยาว 30 นิ้ว ควบคุมด้วยวิทยุรถกระป๋อง 3 channel โดยวงจร turbo ควบคุมมอเตอร์ใบพัด วงจรเดินหน้าถอยหลังควบคุมแพนหางกระดกขึ้นลง วงจรซ้ายขวาควบคุมหางเสือ

หางเสือควบคุมด้วย BIRD (Built In Rudder Control) ที่ทำจากลวดทองแดงของ actuator ในรถกระป๋องมาพันใหม่แล้วใช้แม่เหล็กกลมแบนติดเข็มหมุดแปะไว้กับหางเสือ ส่วนแพนหางระดับใช้มอเตอร์จิ๋ว ดึงเส้นด้าย บานพับแพนหางระดับใช้หนังสติ๊กตัดเป็นท่อนแปะกาวไว้ทั้งด้านบนและด้านล่าง เพื่อให้แพนหางกลับมาอยู่ในแนวตรงโดยอัตโนมัติด้วยแรงดึงของหนังสติ๊ก

มอเตอร์ใบพัด HyperDash2 ทดเฟือง 38 ต่อ 9 ขับใบพัดไม้ฉลุขนาด 6.5x4 นิ้ว ยึดติดกับหัวเครื่องบินด้วยเทปกาวสองหน้า

การวางอุปกรณ์ภายในลำตัว พยายามเฉลี่ยน้ำหนักให้กระจายทั่ว เพื่อการทรงตัวที่ดี เริ่มจากหัวเครื่องบิน คือ มอเตอร์ใบพัด รีเลย์ วงจรภาครับ สวิตช์ และถ่านชาร์จ 6 ก้อน บริเวณที่วางถ่านมีช่องว่างมากพอที่จะเลื่อนถ่านไปมาเพื่อปรับจุด CG ได้

ภาพขยายของวงจรภาครับและรีเลย์ จะเห็นว่าวงจรค่อนข้างเยิน เพราะมีการซ่อมเปลี่ยนทรานซิสเตอร์ที่เสียหายจากการทดลองครั้งก่อน ๆ และเพิ่มวงจรภาครับ Turbo (ทรานซิสเตอร์สีดำตัวบนสุด) เพื่อเพิ่มช่องควบคุมเป็น 3 ช่อง

มีการเพิ่มวงจรและปุ่ม turbo ในเครื่องส่งโดยเจาะรูติดสวิตช์เพิ่มเพื่อใช้ควบคุมมอเตอร์ใบพัด

ภาพแสดงการชาร์จไฟก่อนที่จะเริ่มบินทดสอบครั้งแรก

ผลการบิน

เครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่หกนี้ บินได้ดีกว่าที่คาดไว้มาก เพราะเดิมคิดว่าลำตัวโฟมจะทำให้เกิดแรงต้านมากจนบินไม่ดี แต่จากการทดสอบสามารถบินได้อย่างนิ่มนวลกว่าลำตัวแท่งไม้ในรุ่นที่ห้า เข้าใจว่าเพราะลำตัวมีความหนาและเรียบทำให้อากาศไหลผ่านได้สม่ำเสมอดีกว่า ความเร็วในการบินน้อยกว่ารุ่นที่ห้าเล็กน้อย จากพื้นที่ปีกที่ใหญ่ขึ้น แต่สามารถควบคุมได้ง่ายกว่าและมีเสถียรภาพดีมาก เรียกว่าบินได้อย่างสง่างาม โดยมีความเร็วขนาดคนวิ่งเหยาะ ๆ ก็ตามทัน

ลำตัวกล่องโฟมมีความแข็งแรงมากและสามารถรับแรงกระแทกได้ดี คือสามารถกระจายแรงกระแทกจาก hard landing ไปได้ทั่วลำตัว จนไม่เกิดความเสียหายเลย ต่างจากลำตัวแท่งไม้ที่แรงกระแทกมักจะตกที่จุดใดจุดหนึ่งจนเกิดแรงเค้นให้ลำตัวหัก ซึ่งลำตัวแท่งไม้ในรุ่นที่หนึ่งถึงรุ่นที่ห้าของผมนั้นหักเป็นหลาย ๆ ท่อนจนต้องเอาไม้ดามไปทั่วลำตัวแล้ว

สรุปแล้วส่วนโครงสร้างลำตัวโฟมนี้สอบผ่านด้วยคะแนนสูงมากครับ

ปัญหาอยู่ที่วงจรควบคุม

จากแนวคิดตอนแรกที่จะเพิ่มช่องควบคุม turbo มาใช้ควบคุมมอเตอร์ใบพัด โดยตั้งใจให้เป็น 3 channel อย่างสมบูรณ์นั้น เป็นความเข้าใจที่ผิดพลาด!!!!

เพราะจากการทดลองพบว่า ช่อง turbo สามารถใช้ควบคุมรีเลย์และมอเตอร์ใบพัดได้ก็จริง แต่เมื่อกดปุ่ม turbo พร้อม ๆ กับปุ่มเลี้ยวซ้ายขวาเพื่อบังคับทิศทางหางเสือนั้น ปรากฎว่าวงจร turbo จะถูกตัดการทำงานทันทีส่งผลให้มอเตอร์ใบพัดเครื่องยนต์ดับตอนเลี้ยวทุกครั้ง เมื่อปล่อยปุ่มเลี้ยวมอเตอร์ใบพัดจึงจะทำงานต่อได้ ทั้งนี้เพราะ IC RX-2 จะให้ความสำคัญแก่ปุ่มเลี้ยวซ้ายขวามากกว่า นอกจากนี้หากใช้งานปุ่ม turbo อยู่จะไม่สามารถใช้งานปุ่มถอยหลังเพื่อกระดกแพนหางไปพร้อมกันได้

ตอนแรกผมก็งงอยู่นานว่าทำไมเป็นเช่นนี้ แต่เมื่อลองวัดแรงดันไฟที่ขาต่าง ๆ ของ IC RX-2 เมื่อปุ่มต่าง ๆ สั่งงานแล้วจึงเห็นได้ว่า IC RX-2 ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเป็น 3 channel โดยแท้ นั่นเอง เพราะปุ่ม turbo ที่มีให้นั้น มีความมุ่งหมายเพื่อเร่งความเร็วของรถกระป๋องในทางตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว จึงไม่สามารถใช้ปุ่มถอยหลังไปพร้อมกันได้ และเมื่อรถกระป๋องใช้ turbo เร่งเครื่องมาถึงทางโค้งจนต้องเลี้ยวซ้ายหรือขวา turbo จะถูกตัดการทำงานเพื่อไม่ให้รถกระป๋องความเร็วสูงมากจนหลุดออกนอกโค้งนั่นเอง นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การนำวงจร turbo มาควบคุมมอเตอร์ใบพัดจึงไม่ work เพราะวงจร turbo ไม่ได้เป็น channel ที่แยกต่างหากจากกันเหมือนวงจรเดินหน้าถอยหลังและเลี้ยวซ้ายขวา

สรุปแล้วแนวคิดการดัดแปลงเพิ่มช่องควบคุมจึงใช้ในทางปฏิบัติจริงไม่ได้ เพราะข้อจำกัดของวงจรรถกระป๋องนั่นเอง นี่คือเหตุผลว่าทำไมเครื่องบินจีนแดงพวก falcon , j bird ที่ใช้วงจรรถกระป๋องเหมือนกันจึงมีแค่ 2 channel เช่นกัน

การพัฒนาต่อไป

คงต้องยอมรับการใช้งานวิทยุเพียง 2 channel ด้วยข้อจำกัดดังกล่าว แต่ผมจะลองทำตามคำแนะนำของคุณ eModeler ที่จะใช้แต่ละ channel ในการควบคุมแพนหางระดับและหางเสือ เป็นหลัก เพราะมีความสำคัญในการบินสูงกว่า ส่วนมอเตอร์ใบพัดจะต่อตรงกับถ่านโดยผ่านสวิตช์ปิดเปิดธรรมดา ซึ่งจะมีข้อดีคือสามารถควบคุมการบินได้เหมือนเครื่องบินบังคับทั่วไป และน้ำหนักลดลงเพราะไม่ต้องใช้วงจรรีเลย์อีก คือสามารถใช้วงจรรถกระป๋องดั้งเดิมโดยไม่ต้องดัดแปลงอะไรทั้งสิ้น ทั้งมอเตอร์จะหมุนได้แรงขึ้นเพราะกระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้เต็ม ๆ ด้วย แต่จะต้องมาออกแบบระบบเฟืองของมอเตอร์ใบพัดให้เฟืองตามสามารถแยกตัวจากเฟืองขับเมื่อใบพัดกระทบพื้นดิน (เวลาเครื่องลงจอดหรือเครื่องตก) เพื่อไม่ให้ใบพัดหักเสียหาย และมอเตอร์ไหม้ ซึ่งก็ทำได้ไม่ยากเลย เพียงแต่เลื่อนเฟืองขับที่สวมแกนมอเตอร์ออกมาด้านหน้าอีกนิดหน่อย เมื่อเฟืองตามถูกใบพัดดันให้ถอยหลังเพราะกระแทกพื้น เฟืองตามก็จะตกหลุดออกจากร่องเฟืองขับไปอยู่ที่แกนมอเตอร์ ทำให้มอเตอร์หมุนฟรี

สำหรับเวลาบินก็ไม่ต้องกลัวว่าเฟืองจะหลุดออกจากกัน เพราะแรงดึงของใบพัดที่หมุนจะดึงเฟืองตามให้ไปข้างหน้าเกาะติดอยู่กับเฟืองขับตลอดเวลา

ผลการปรับปรุงจะเป็นอย่างไรจะเขียนมาเล่าให้ฟังอีกครับ

18 พฤษภาคม 2545

ngoodinja@hotmail.com