เครื่องบินรถกระป๋องของงูดิน
ผมขอเล่าประสบการณ์ในการทดลองทำเครื่องบินรถกระป๋องมาเพื่อผู้ที่สนใจอาจใช้เป็นแนวทางในการทำเล่นครับ เครื่องบินรถกระป๋อง บินได้อย่างไร ห้องแสดงภาพเครื่องบินรถกระป๋องขณะบิน (23/11/45) คลิกที่นี่ เพื่อไปดูเครื่องบินรุ่นที่ห้า คลิกที่นี่ เพื่อไปดูวิธีทำเฟือง และรุ่นที่หกครับ คลิกที่นี่ เพื่อไปดูวิธีการสร้างรุ่นที่ห้าแบบ step by step เลยครับ คลิกที่นี่ เพื่อดูเครื่องบินรุ่นที่หกขณะบินบนฟ้า และรุ่นที่เจ็ดครับ คลิกที่นี่ เพื่อดูเครื่องบินรุ่นที่เจ็ดขณะบินบนฟ้าและวิธีการถอดวงจรรถกระป๋องมาทำเครื่องบินครับ คลิกที่นี่ เพื่อดูเครื่องบินรุ่นที่เจ็ด รุ่น "คอมแพค"(25/10/45) คลิกที่นี่ เพื่อดูเครื่องบินรุ่น "คอมแพคII"(23/11/45) คลิกที่นี่ เพื่อดูเครื่องบินรุ่นที่แปด push E-cat ฉบับกระป๋อง คลิกที่นี่ เพื่อดูเครื่องบินรุ่นที่แปด Minor Change (มอเตอร์ศึกษาภัณฑ์)(23/09/45) คลิกที่นี่ เพื่อดูเครื่องบินรุ่นที่เก้าครับ เป็นเครื่องบินรบเชียวนา P-40 ของ สหรัฐอเมริกาฉบับกระป๋อง(23/09/45) คลิกที่นี่ เพื่อดูเครื่องบินรุ่นที่สิบครับ Zero Fighter ออกแบบให้ใช้ระบบขับเคลื่อนหลากหลาย(16/10/45) คลิกที่นี่ เพื่อดูเครื่องบินรุ่นที่สิบเอ็ด Split 180 (23/11/45) คลิกที่นี่ เพื่อดูเครื่องบินรุ่นที่สิบสอง BLT380 (17/03/46) คลิกที่นี่ เพื่อดูเครื่องบินรุ่นที่สิบสอง BLT380 รุ่นปรับปรุงใหม่ ครั้งที่สอง (23/06/46) คลิกที่นี่ เพื่อดูเครื่องบินรุ่นที่สิบสาม KrapongMugi (17/03/46) คลิกที่นี่ เพื่อดูเครื่องบินรุ่นที่สิบสี่ Push-E RE (09/05/46) คลิกที่นี่ เพื่อดูเครื่องบินรุ่นที่สิบห้า Micro Piper (09/05/46) คลิกที่นี่ เพื่อดูเครื่องบินรุ่นที่สิบหก Krapong Bi-Plane (11/06/46) คลิกที่นี่ เพื่อดูเครื่องบินรุ่นที่สิบเจ็ด KrapongSlowfly (16/07/46) คลิกที่นี่ เพื่อดูเครื่องบินรุ่นที่สิบแปด KrapongGyro (25/09/46) คลิกที่นี่ เพื่อดูเครื่องบินรุ่นที่สิบเก้า Easy Flyer (27/10/46) คลิกที่นี่ เพื่อดูเครื่องบินรุ่นที่ยี่สิบ Micro Extra (2/03/47) คลิกที่นี่ เพื่อดูเครื่องบินรุ่นที่ยี่สิบเอ็ด KrpongMicron (16/05/47) เครื่องบินไฟฟ้าของงูดิน รุ่นที่ 1 (16/07/46) เครื่องบินไฟฟ้าของงูดิน รุ่นที่ 2 (25/09/46) เครื่องบินไฟฟ้าของงูดิน รุ่นที่ 3 (26/01/47) เครื่องบินไฟฟ้าของงูดิน รุ่นที่ 4 (17/03/47) เครื่องบินไฟฟ้าของงูดิน รุ่นที่ 5 (3/06/47) เครื่องบินไฟฟ้าของงูดิน รุ่นที่ 6 (28/02/48) เฮลิคอปเตอร์ไฟฟ้า walkera 4 แชนแนล (29/06/49) เฮลิคอปเตอร์ไฟฟ้า walkera No.35 6 แชนแนล(07/05/49) ทดลองสร้าง Electronic speed control (16/06/46) การใช้ FET แทนรีเลย์ และการทดลองใช้มอเตอร์ฟอลคอน(25/10/45) สร้างเครื่องชาร์จลิเธียมจากถ่านลิเธียม(08/06/47) ทดลองชาร์จถ่าน Nicd จากที่จุดบุหรี่รถยนต์(24/08/47) ยานโฮเวอร์คราฟต์ฉบับกระป๋องของงูดิน (1/10/45) คลิกที่นี่ เพื่อไปดูวิธีทำใบพัดด้วยไม้ฉลุ วิธีคำนวณ pitch และการแกะสลักใบพัดแบบ Helical Prop
คลิกที่นี่ เพื่อดูแปลนเครื่องบิน AndNow ที่ผมใช้เป็นแบบครับ(pdf format)
คลิกที่นี่ เพื่อดูแปลนเครื่องบินรุ่นที่เจ็ด
Video การบินของเครื่องบินรุ่นที่เจ็ด 60 วินาที wmv format
Video การบินของเครื่องบินรุ่นที่เจ็ด 30 วินาที wmv format
แปลนเครื่องบินกระป๋องของต่างประเทศ สร้างจากกล่องโฟมใส่อาหาร มีหลายแบบ(pdf format) ตัวอย่างแนวทางการสร้างเครื่องบินแบบลำตัวแท่งไม้ของบริษัท greatplanes(pdf format)รุ่นแรก

อุปกรณ์
ใช้มอเตอร์ 1 ตัว ขนาด 3 โวลต์ 2 แอมป์ รอบสูง 22,000 รอบ ต่อผ่านเฟืองทด 4 ต่อ 1 และผ่านรีเลย์
ใบพัดใช้ไม้บัลซ่าเหลาเอง ให้ได้ขนาด 7x3 นิ้ว ยึดกับแกนมอเตอร์ด้วยไส้ในปากกา ต่อมาเปลี่ยนเป็นติดแผ่นเฟืองกับแกนมอเตอร์แล้วใช้หนังสติ๊กรัดใบพัดให้ติดกับแผ่นเฟือง

ใช้ถ่านชาร์จ 3.6 โวลต์ แบบที่ใช้กับโทรศัพท์ไร้สาย ราคา 220 บาท (ซื้อแพงไปหน่อย ตอนหลังผมไปเห็นราคาถ่านที่ร้าน อมร ในพันธุ์ทิพย์พลาซ่า แพคละ 100-150 บาท เอง)
หางเสือใช้มอเตอร์จิ๋ว ดึงแพนหางด้วยเส้นด้าย มอเตอร์จิ๋วซื้อที่สะพานเหล็ก ราคา 120 บาท

สำหรับท่านที่หามอเตอร์จิ๋วไม่ได้ หรือต้องการประหยัด ให้ทำ BIRD (built in rudder control) เองครับ โดยเอาเส้นลวดจากตัวบังคับเลี้ยวของรถกระป๋องมาพันรอบแกนกระดาษกลวง ๆ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร ให้ได้ 100 ถึง 200 รอบ หรือความต้านทานประมาณ 16 โอห์ม เอาไปติดเข้ากับแพนหางดิ่ง แล้วใช้แม่เหล็กเล็กกลมแบน(ซื้อที่ศึกษาภัณฑ์ อันละ 2.50 บาท) มาติดกาวช้างเข้ากับเข็มหมุดหรือลวดเล็ก ๆ แล้วไปต่อกับหางเสือ จากนั้นก็ติดหางเสือกับแพนหางดิ่งโดยใช้สกอตเทปเป็นบานพับให้ขยับซ้ายขวาได้ โดยสอดแม่เหล็กกลมแบนเข้าไปข้างในใจกลางขดลวด ต่อสายไฟจากขดลวดเข้าวงจรภาครับตรงส่วนที่บังคับเลี้ยวซ้ายขวานั่นแหละ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าเข้าขดลวดจะเกิดแรงแม่เหล็กผลักให้แม่เหล็กกลมขยับได้ทำให้หางเสือขยับตามไปด้วยครับ แต่วิธีนี้จะแรงน้อยกว่ามอเตอร์จิ๋วครับ

ภาพ BIRD ก่อนจะติดหางเสือเข้ากับแพนหางดิ่ง
ปีกใช้โฟมอัด ขนาดหนา 3 mm ขึ้นรูปโค้งตาม rib ปีก เสริมใต้ปีกด้วยแท่งไม้เสียบลูกชิ้น กางปีก 40 นิ้ว ปีกกว้าง 8 นิ้ว ทำมุมยกปีกขึ้นข้างละ 3 นิ้ว

แพนหางใช้โฟมอัด ตรึงแพนหางระดับคงที่ แพนหางดิ่งควบคุมด้วยมอเตอร์จิ๋วเป็นหางเสือ
ลำตัวใช้แท่งไม้บัลซ่าสี่เหลี่ยมขนาด 5 mm ยาว 18 นิ้ว
ขาล้อใช้ลวดร้อยมาลัยมาดัดให้ได้รูป ล้อใช้ไม้บัลซ่าตัดเป็นวงกลม
วิทยุภาครับ ตัดเสาอากาศเดิมออก แล้วใช้ลวดทองแดงเส้นบาง ๆ ที่ใช้พันมอเตอร์มาต่อแทนให้ยาวประมาณ 1 เมตร

วิทยุภาคส่ง ทำรังถ่านขนาด 4 ก้อน แล้วต่อสายมาเชื่อมกับขั้วถ่านเดิม ทำให้ได้ไฟแรงประมาณ 4.8 โวลต์ (ใช่ถ่านชาร์จ ขนาด AA) เพื่อเพิ่มกำลังส่ง

ผลการบิน
ใบพัดเหลาเองทำให้ไม่ค่อยได้สมดุล และไม่คงทน มักจะหักง่าย ทำให้ต้องทำใบพัดเตรียมไว้เยอะ เสียเวลาทำและทำให้ดีได้ยาก
ถ่านขนาด 3.6 โวลต์แม้จะต่อผ่านรีเลย์ก็ดูเหมือนจะแรงไม่พอ ทำให้บินไม่ค่อยขึ้น
มอเตอร์กินไฟมากทำให้ถ่านหมดเร็ว
ขาล้อที่ทำจากลวดร้อยมาลัยอ่อนเกินไป แต่ยังหาลวดที่ดีกว่านี้ไม่ได้
ทางแก้
เพื่อให้หาใบพัดได้ง่าย จึงคิดวิธีการต่อมอเตอร์กับใบพัดโดยตรง โดยใช้ใบพัดพลาสติกแบบสามใบ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.5 นิ้ว ที่มีขายทั่วไป (ซื้อที่ศึกษาภัณฑ์ราคา 2.50 บาท) แต่กลัวว่าจะให้แรงขับไม่พอ จึงคิดใช้มอเตอร์สองตัวขับใบพัดสองชุดซ้ายขวา แล้วตัดมอเตอร์จิ๋วที่บังคับเลี้ยวออก แต่ใช้วิธีบังคับเลี้ยวโดยควบคุมมอเตอร์ทีละตัวสลับกัน
รุ่นที่สอง (ไม่มีภาพ เนื่องจากรุ่นนี้อายุสั้นมาก)
ดัดแปลงจากรุ่นแรกดังนี้
ใช้มอเตอร์สองตัว ขับใบพัดพลาสติกสองชุด แต่เนื่องจากใบพัดเป็นแบบเป่าออก จึงต้องหันท้ายมอเตอร์ไปหน้าเครื่องบินและหันใบพัดเข้าหาปีกเครื่องบิน และทำคานไม้บัลซ่าขวางไว้ที่หัวเครื่องบินให้เป็นรูปตัว T เพื่อใช้ยึดมอเตอร์ทั้งสองด้านของปลายตัว T ใช้ยางหนังสติ๊กยึดมอเตอร์เข้ากับคานขวางนั้น
มอเตอร์ทั้งสองตัวต่อตรงเข้าวิทยุภาครับโดยไม่ผ่านรีเลย์ โดยตัดมอเตอร์จิ๋วที่คุมหางเสือออก
ผลการบิน
มอเตอร์กับใบพัดสองชุดให้กำลังพอเพียงที่จะบิน แต่การบังคับเลี้ยวโดยเปิดมอเตอร์สลับทีละตัวนั้นบังคับยากและไม่ได้ดังใจ เนื่องจากตอนเลี้ยวจะมีมอเตอร์ทำงานตัวเดียวทำให้กำลังไม่พอ เครื่องบินจึงดิ่งหัวลง
ทางแก้
เพื่มถ่านชาร์จอีก 1 ชุด เพื่อให้ได้แรงไฟรวม 7.2 โวลต์ จะทำให้มอเตอร์หมุนแรงขึ้น
ผลปรากฏว่า เมื่อเพิ่มถ่านอีกชุดหนึ่งแล้วเปิดให้มอเตอร์ทำงานไปได้สักพัก ทรานซิสเตอร์ของภาครับทนแรงดันไม่ไหว จึงไหม้ควันขึ้น เสียไปหนึ่งตัว (Q6) ต้องซื้อมาเปลี่ยนใหม่
ทางแก้
แบ่งแหล่งจ่ายไฟเป็นสองชุด ชุดแรก 3.6 โวลต์ สำหรับวงจรภาครับ และ 7.2 โวลต์สำหรับมอเตอร์ และต้องต่อผ่านรีเลย์ ส่วนการควบคุมเลี้ยวนั้น กลับไปใช้มอเตอร์จิ๋วคุมหางเสือจะเลี้ยวได้ดีกว่า
รุ่นที่สาม

แบ่งแหล่งจ่ายไฟสองชุด

เปลี่ยนมอเตอร์ใหม่ เป็นรุ่น hyper dash 2 ของ TAMIYA ซึ่งเป็นขนาด 3 โวลต์ 1.6 แอมป์ รอบสูง 19,000 รอบ ราคา 170 บาท เพื่อให้กินไฟน้อยลง
ใช้มอเตอร์ตัวเดียวต่อผ่านรีเลย์ขับใบพัดชุดเดียวโดยต่อตรงไม่ผ่านเฟือง เพราะเห็นว่าเมื่อเพิ่มไฟเป็น 7.2 โวลต์แล้วมี ลมแรงพอ

ใบพัดขนาด 3.5 นิ้ว มีใบปัดลม 3 ใบ ราคา 2.50 บาท

เนื่องจากใบพัดเป็นแบบเป่าออก จึงต้องดัดแปลงหัวเครื่องบินใหม่ โดยตัดแผ่นไม้บัลซ่าขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งสูงขึ้นจากหัวเครื่องบินประมาณ 3 นิ้ว เพื่อยึดมอเตอร์โดยหันท้ายมอเตอร์ออกด้านหน้า หันใบพัดเข้า ใบพัดจะอยู่เหนือปีก

ทำปีกใหม่ เพราะปีกเดิมเก่าแล้วสภาพค่อนข้างเยิน


ปีกใหม่นี้ลดความกว้างของปีกลงเพื่อให้ปีกดูยาวขึ้นจะทรงตัวดีขึ้นและบินตัดลมได้ดีขึ้น ใช้โฟมอัดทำปีกได้ขนาด กว้าง 7 นิ้ว กางปีก 36 นิ้ว rib ปีก 4 อัน ไม่ได้เสริมใต้ปีก ทำมุมยกปีกโดยใช้เส้นด้ายขึงปลายปีกทั้งสองข้างให้งอนโค้งขึ้น ตรงกลางเส้นด้ายดึงลงมาใช้สก๊อตเทปแปะที่กลางปีก ใช้กระดาษทรายขัดชายหน้าและชายหลังปีกให้โค้งมนเพื่อลดแรงต้านอากาศ
หางเสือกลับไปใช้มอเตอร์จิ๋วควบคุม

ผลการบิน
มอเตอร์แรงดีมาก เครื่องไต่ระดับได้อย่างรวดเร็ว และกินไฟน้อยทำให้เล่นได้นานขึ้น แต่คาดว่าอายุการใช้งานของมอเตอร์จะสั้นลงเพราะใช้ไฟถึง 7.2 โวลต์ เกินกว่าใน spec ของมอเตอร์ที่เป็นแบบ 3 โวลต์ หางเสือบังคับเลี้ยวได้ดี
ไม่ต้องกังวลเรื่องใบพัดหักอีกต่อไป เพราะใบพัดหันไปด้านหลัง และทำด้วยพลาสติก หรือถึงจะหักก็ซื้อใหม่ได้ราคาถูกและหาง่ายมาก
6 เมย 45
รุ่นที่สี่

รุ่นที่สามใช้มอเตอร์ราคาค่อนข้างสูง และมีข้อเสียคือเวลาลงจอดแรง ๆ น้ำหนักของมอเตอร์ที่ติดตั้งไว้บนแผ่นไม้สูงกว่าลำตัว จะถ่วงลงมาด้านหน้า ในขณะเดียวกันน้ำหนักของแผงวงจรและแบตเตอรี่จะถ่วงไปด้านหลังทำให้มีแรงเค้นสูงจนแผ่นไม้หลุดออก หรือทำให้ก้านลำตัวหักได้ จึงพัฒนาเป็นรุ่นที่สี่ โดยใช้มอเตอร์เดิม ๆ ที่ติดรถมา แต่ใช้เฟืองทดรอบขับตรงขนาด 4 ต่อ 1
อุปกรณ์ที่ปรับเปลี่ยนจากรุ่นที่สาม
ใช้มอเตอร์ที่ติดมากับรถกระป๋อง
เสื้อเครื่องของ ice ลาย W
เฟืองขับ 8 ฟัน เฟืองตาม 32 ฟัน พร้อมแกน และลูกปืนหัวท้าย
ถ่านชาร์จขนาด 3.6 โวลต์ 2 ชุด ต่ออนุกรมกันให้ได้แรงดัน 7.2 โวลต์
รีเลย์ 1 ตัว
โฟมหนาขนาด 1 นิ้ว ใช้กันกระแทก
เฟืองตาม 40 ฟัน เอาไว้ทำแผ่นยึดใบพัด
ปีกโฟม ทำใหม่อีกอันหนึ่ง ให้มีขนาดกว้าง 8 นิ้ว ยาว 38 นิ้ว ใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นที่สามจะได้มีแรงยกมากขึ้น เพราะกลัวว่ามอเตอร์ติดรถจะให้แรงขับไม่พอ

ส่วนใบพัดเดิมใช้ไม้บัลซ่าเหลาให้ได้ ขนาด 7x4 นิ้ว ต่อมาไปพบใบพัดจากเครื่องบินพลังหนังยาง ซึ่งมีขายที่ห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ราคาลำละ 65 บาท เป็นใบพัดพลาสติกขนาด 7x3 นิ้ว จึงลองซื้อมาถอดใบพัดดัดแปลงใช้ ก็บินได้ดี และไม่มีปัญหาเรื่องใบพัดหัก การติดใบพัดกับแกนมอเตอร์ ใช้วิธีเอาจานเฟืองขนาด 40 ฟัน มาสวม แล้วบากเป็นร่องที่ขอบสองด้านเพื่อสวมหนังยาง คว้านรูใบพัดให้ใหญ่ขึ้นพอที่แกนมอเตอร์จะสวมได้ แล้วสวมเข้าไป ใช้หนังยังรัดใบพัดให้ติดกับแผ่นเฟือง วิธีนี้จะช่วยไม่ให้ใบพัดหักหรือมอเตอร์หลุดเวลากระแทกพื้น เพราะหนังยางจะหลุดออกก่อน

เครื่องบินหนังยางที่ซื้อมาเปลี่ยนใบพัด ใบพัดพลาสติกจะหนักกว่าใบพัดไม้บัลซ่า แต่ทนทานกว่ามาก

เนื่องจากใบพัดหนักขึ้น จึงถอดขาล้อออกเพื่อลดน้ำหนัก เวลาลงจอดต้องหาหญ้านิ่ม ๆ หน่อย
ปรับปรุงการวางอุปกรณ์ใหม่ ให้น้ำหนักอยู่ทางด้านหน้าให้มากขึ้น อุปกรณ์ทั้งหมดจะติดตั้งที่หัวเครื่องบิน โดยติดแผ่นไม้บัลซ่าตั้งขึ้นเพื่อวางแผงวงจรภาครับ เสริมหัวด้วยก้อนโฟมเพื่อรับแรงกระแทกตอนลงแรง ๆ สำหรับแบตเตอรี่ติดเอาไว้ประมาณกลางลำตัวเพื่อเลื่อนไปมาได้เวลากำหนดจุด CG (จุด CG จะอยู่ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ จากชายหน้าปีก)
เพื่อให้บินได้มีเสถียรภาพขึ้น จึงยกชายหน้าปีกขึ้นเพื่อเพิ่มมุมปะทะอีกประมาณ 5 องศา โดยเสริมแผ่นโฟมเล็ก ๆ ซ้อนกันสองชั้น ตรงจุดรับปีกด้านหน้า
นอกจากนี้ การต่อวงจรไฟฟ้าแบบรุ่นที่สาม ยังมีปัญหาไฟไปเลี้ยงรีเลย์ไม่พอ เพราะมอเตอร์ดึงกระแสไปมาก จึงต่อไฟเลี้ยง 7.2 โวลต์เข้าวงจรภาครับโดยไม่แยกแหล่งจ่าย ตอนแรกกลัวว่าภาครับจะรับแรงดันไฟฟ้าไม่ไหว แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนมอเตอร์ก็ใช้ไฟ 7.2 โวลต์ ต่อผ่านรีเลย์ตามปกติ
ผลการบิน
ใบพัดขนาดใหญ่ทำให้บินได้ง่ายขึ้น ปีกมีแรงยกสูงและบินช้าลงเนื่องจากเพิ่มมุมปะทะปีกมากกว่ารุ่นเดิม แต่ควบคุมได้ง่ายมากขึ้น รุ่นนี้ประหยัดมากเพราะใช้มอเตอร์ที่ติดรถ ไม่ต้องซื้อมอเตอร์แพง ๆ มาใช้ และกินไฟน้อยทำให้เล่นได้นานขึ้นอีก แต่ต้องหาซื้อเครื่องบินยางเพื่อเอาใบพัดพลาสติกมาใช้ คิดว่านอกจากที่ฟิวเจอร์ปาร์คแล้วที่อื่นก็น่าจะมีขาย (ร้านที่ขายเป็นร้านรถเข็นเล็ก ๆ ที่ขายของเล่นเด็ก ถามคนขายบอกว่ารับมาจากที่อื่นอีกต่อหนึ่ง) ถ้าหาไม่ได้ก็ต้องเหลาใบพัดเองจากไม้บัลซ่า
การพัฒนาต่อไป
ขณะนี้กำลังทดลองพัฒนารุ่นที่ห้า โดยดัดแปลงเป็นเครื่องบินแบบปีกสูงแบบเครื่อง trainer โดยยกที่ติดตั้งปีกให้สูงขึ้นมาประมาณสองนิ้ว ทดลองบินไปบ้างแล้ว ปรากฏว่าบินได้ดีกว่ารุ่นเดิมอย่างมากทีเดียว แต่คงต้องทำลำตัวใหม่เพราะของเดิมไม่แข็งแรงพอจะรับน้ำหนักปีกได้


ถ้าอยากให้บินดีขึ้นอีก
1. เปลี่ยนมอเตอร์แรง ๆ (และแพง ๆ )ใช้ แนะนำ hyperdash2 ของทามีย่า และน่าลอง plasma dash ด้วย (แต่ราคาสูงเกินไปสำหรับผม ตัวละตั้ง 370 บาท)

มอเตอร์แบบต่าง ๆ ที่ทดลองนำมาใช้ มีทั้งของแท้ ของเทียมและของพันเอง สรุปว่า ใช้ของแท้ยี่ห้อทามีย่า แรงพอเพียง และประหยัดไฟ ดีที่สุด สำหรับมอเตอร์ตัวขวาสุดเป็นขนาด 280 ใช้ไฟ 6 โวลท์ ซื้อจากศึกษาภัณฑ์ราคาแค่ 33 บาท ผมกะว่าจะเอาไว้ลองทำเครื่องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและใช้มอเตอร์ตัวนี้ขับใบพัด
2. ลดน้ำหนักลง ใบพัดไม้บัลซ่าน้ำหนักเบาดี แต่ไม่ทน อาจแก้ไขโดยใช้สก๊อตเทปพันรอบ ๆ เพื่อให้ทนทานขึ้น
3. เพิ่มขนาดใบพัดให้ใหญ่ขึ้น แต่ต้องเซตเฟืองให้ขับใบพัดไหว
4. เพิ่มแพนหาง elevetor (แพนหางระดับ) เนื่องจากช่วงที่เลี้ยวนั้น ความเร็วจะลดลง ทำให้เครื่องลดระดับลงมา หากลองทำแพนหางระดับให้กระดกขึ้นได้ และโยงเส้นด้ายจากมอเตอร์จิ๋วหรือจากหางเสือไปยังแพนหางระดับ เมื่อหางเสือทำงานให้เส้นด้ายไปดึงแพนหางให้กระดกขึ้น ก็น่าจะช่วยให้หัวเครื่องบินเงยขึ้นเวลาเลี้ยว จะได้ไม่ลดระดับลงเร็วเกินไป

ใบพัดและเฟืองที่ทดลองใช้ ทั้งซื้อ ทั้งเหลาเองจากไม้บัลซ่า

รถกระป๋องรุ่นที่ลองนำมาถอดอุปกรณ์เพื่อทำเครื่องบิน คือรถเบนซ์สปอร์ตสีบรอนซ์ตราเพชร ส่วนบีเอ็มสีดำซื้อมาเผื่อไว้อาจจะลองทำอีกลำหนึ่ง
เคล็ดลับของเครื่องบินรถกระป๋อง จะบินขึ้นหรือไม่ขึ้นอยู่ที่
ปีกสำคัญที่สุด ต้องมีขนาดใหญ่ เบา มีมุมยกปลายปีก และมีมุมเงยด้านหน้าปีก เพื่อให้ทรงตัวดี เวลาเลี้ยวหัวไม่ปัก เทคนิคการติดปีกโฟมกับ rib โฟมให้โค้งเป็น airfoil คือเมื่อตัดปีกโฟมได้ขนาดตามต้องการแล้ว ก่อนจะติด rib ด้านใต้ปีก ให้เอาปีกไปถูกับขอบโต๊ะที่โค้งมน ตามความยาวของปีก ถูขึ้นถูลงสักพักหนึ่ง ปีกโฟมจะโค้งได้เล็กน้อย จากนั้นจึงค่อยติด rib จะทำให้ติดได้ง่ายขึ้น
ถ่าน ต้องเบา และต้องมีกำลังพอ ขนาด 7.2 โวลท์ ทำจากถ่านชาร์จโทรศัพท์ ใช้ได้ดีมาก แต่ถ้าจะให้ดีขึ้นอีก น่าลองเปลี่ยนไปใช้ถ่านลิเธียม แบบที่ใช้กับโทรศัพท์มือถือ หรือถ่านที่ใช้ใส่กล้องถ่ายรูป (CR2 ขนาด 3 โวลต์ สองก้อน) จะมีน้ำหนักเบาลงไปอีกมาก
ใบพัด ถ้ามีขนาดใหญ่ ต่อผ่านเฟือง ก็สามารถใช้มอเตอร์ติดรถได้เลยโดยไม่ต้องซื้อมอเตอร์แพง ๆ ถ้าใช้ใบพัดเล็ก ต่อตรงกับมอเตอร์ ก็ต้องใช้มอเตอร์แรง ๆ แพง ๆ แต่ใบพัดใหญ่ จะยิ่งบินได้ดี และควบคุมง่าย
ลำตัว ต้องทำให้เบาที่สุด ขาล้อ ถ้าไม่จำเป็นมากก็ถอดออกเสีย
CG ต้องถูกต้อง อย่าให้หัวเบาเกินไป มิฉะนั้น เครื่องจะแหงนหน้าแล้วหัวปักลงมาพัง ตอนเริ่มแรกควรให้หัวหนักไว้ก่อน แล้วค่อย ๆ เลื่อน CG ถอยหลังออกไปจนบินได้ดี
วิธีปล่อยเครื่องบิน หันหน้าเข้าหาลม ใช้มือซ้ายกดปุ่มเครื่องส่งเร่งเครื่องให้แรงสุด ๆ มือขวาถือด้านใต้ท้องเครื่องบินในแนวสูงกว่าหัวไหล่ให้ตัวเครื่องขนานกับพื้น แล้วดันไปข้างหน้าเบา ๆ จนสุดแขนพร้อมกับปล่อยมือ ใบพัดจะดึงเครื่องบินไปข้างหน้าเอง แล้วค่อย ๆ ไต่ระดับ (ห้ามพุ่ง เพราะหากพุ่งแรงไปเครื่องจะเสียการทรงตัวและตกลงมาพัง) ถ้าเครื่องค่อย ๆ ร่อนลง แสดงว่าหัวหนัก ให้เลื่อน CG ถอยหลังทีละนิดจนเครื่องสามารถไต่ระดับขึ้นได้ด้วยมุมประมาณ 10 องศา ก็ใช้ได้ ถ้าเครื่องแหงนขึ้นมาก แล้วปักหัวลง แสดงว่าหัวเบา ให้เลื่อน CG ไปข้างหน้า
เวลาเลี้ยว ให้ค่อย ๆ เลี้ยว โดยกดปุ่มเลี้ยวแล้วปล่อย สลับกันหลาย ๆ ครับ อย่ากดแช่ มิฉะนั้นเครื่องจะลดระดับลงมากเกินไป
หากมีลมแรงๆ มาปะทะขณะบิน จนเครื่องเสียการทรงตัว ให้ดับเครื่องและปล่อยการควบคุมทุกอย่าง ถ้าเครื่องบินอยู่สูงพอ เครื่องบินจะสามารถใช้ลมที่ปะทะนั้นปรับมุมปีกร่อนลงมาเองได้อย่างปลอดภัย แต่หากเครื่องอยู่ใกล้พื้นมากก็เตรียมกาวตราช้างไว้ซ่อมได้ครับ เครื่องของผมนั้น ตกเป็นร้อย ๆ ครั้งครับ เปลี่ยนปีกไปสามอัน เปลี่ยนหางไปสี่ชุด เปลี่ยนลำตัวไปสามชุด ใบพัดไม้บัลซ่าอีก 6 อัน
ขอให้สนุกกับการสร้างและการเล่นครับ สำหรับผมก็หมดเงินกับการลองผิดลองถูกไปเยอะ ส่วนใหญ่เป็นค่ามอเตอร์ ถ่านชาร์จ เพราะซื้อมาลองหลายรุ่นหลายแบบ ส่วนค่าโฟม ค่าไม้บัลซ่านั้นไม่เท่าไหร่หรอกครับ แต่ก็สนุกดี และได้ความรู้ด้วย
ngoodinja@hotmail.com
16 เมย 45
__________________________________