เครื่องบินไฟฟ้าของงูดิน รุ่นที่ 1
ผมซื้อวิทยุบังคับของ Futaba รุ่น Skysport 4 มาทดลองทำเครื่องบินไฟฟ้าครับ ซื้อมาได้ครึ่งปีแล้ว แต่ยังไม่มีเวลาทดลองเท่าไรเพราะมัวแต่ทำเครื่องบินกระป๋อง
ตอนซื้อมานั้น ซื้อจากร้าน ฟูตาบ้า ตรงข้ามพันธุ์ทิพย์ ราคา 5000 บาท มีเซอร์โว s3003 ให้ 3 ตัว
และผมยังซื้อมอเตอร์มาบูชิ RS-380 PH มาด้วย ราคาตั้ง 800 บาท ใบพัด Master Airscrew 6x4 นิ้ว ขับตรง ซื้อต่อมาจากคุณ eModeler กับซื้อ speed control ของ Maxx ขนาด 15 A อีก 1 ตัว ถ่าน พานาโซนิค NiCd ขนาด 700 mAH 8 ก้อน เป็นอันว่าครบเครื่องใน สามารถทำเครื่องบินไฟฟ้าได้แล้ว
ผมใช้โฟมอัดขนาด 5 มิล ทำลำตัวและแพนหางทั้งหมด ส่วนปีก ใช้ปีกของเครื่องบินกระป๋องรุ่นที่ 12 มาต่อชายหลังปีกอีก 1 นิ้ว ได้ขนาด ยาว 36 นิ้ว กว้าง 7 นิ้วครับ
น้ำหนักพร้อมบิน 550 กรัม

แพนหางและหางเสือ เดิมทำไว้ขนาดเล็กเกินไป ขี้เกียจทำใหม่ จึงเอาแผ่นโฟมมาต่อขยายออกไปให้กว้างขึ้น

ชุดขับเคลื่อนครับ มอเตอร์ 380 และใบพัด 6x4 ยึดกับหัวเครื่องด้วยหนังสติ๊ก

กลไกควบคุมแพนหางระดับ ใช้ลวดต่อกับแท่งไม้บัลซ่า พันด้วยเส้นด้ายให้ติดกันแล้วหยอดกาวช้างครับ

ถ่านชาร์จ 8 ก้อน ติดไว้กลางลำตัวครับ เซอร์โวสองตัวอยู่ค่อนไปทางท้าย

ลำตัวที่ติดตั้งอุปกรณ์เสร็จแล้ว ก่อนติดตั้งปีกครับ

พร้อมที่จะออกบินแล้วครับ
ภาพการบินของเครื่องบินไฟฟ้าของงูดินรุ่นที่ 1
เช้าวันที่ 25 พฤษภาคม 2546 ผมทดลองเอาเครื่องบินไฟฟ้ารุ่นที่ 1 ออกบินครับ ลมค่อนข้างแรง แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค มอเตอร์ 380 PH ขับตรง ให้แรงขับสูงมากทีเดียวครับ เครื่องพุ่งออกจากมือแล้วไต่ระดับได้อย่างรวดเร็วมีพลัง แม้จะใช้เซอร์โวขนาดมาตรฐานซึ่งมีน้ำหนักมากไปนิด แต่ก็บินได้สบาย ๆ ครับ

เครื่องไต่ระดับได้สูงมากครับ ไม่ต้องกลัวหลุดระยะวิทยุแบบเครื่องบินกระป๋อง เพราะใช้ Skysport4

บินได้ประมาณ 6 นาที speed control ก็ตัดการทำงานของมอเตอร์ ผมค่อย ๆ บังคับเครื่องให้ร่อนลงครับ แต่เพราะยังไม่ชินกับการบังคับเท่าไร ก็เลยร่อนลงบนยอดไม้เตี้ย ๆ ครับ ก็เลยต้องมีการเขย่าต้นไม้กันเล็กน้อย แล้วใช้มือรับ

ก็สนุกดีครับสำหรับเครื่องบินไฟฟ้าลำแรก แต่ตอนบังคับรู้สึกตื่นเต้นมากเพราะหากเครื่องตกหรือบินหายไปละก็ หมายถึงเงินที่หายไปเกือบครึ่งหมื่น ไม่เหมือนเล่นเครื่องบินกระป๋องที่ลงทุนไม่เท่าไร พังหรือหายไปก็ไม่เสียดายมาก
ขอให้สนุกครับ
26 พฤษภาคม 2546
ngoodinja@hotmail.comลดน้ำหนักเครื่องบินไฟฟ้ารุ่นที่ 1 โดยใช้เซอร์โวกระสือ
เครื่องบินไฟฟ้ารุ่นที่ 1 ใช้เซอร์โว S3003 ซึ่งมีน้ำหนักตัวละถึงเกือบ 40 กรัม ความจริงเครื่องบินไฟฟ้าควรใช้ไมโครเซอร์โว ซึ่งมีน้ำหนักตัวละ 10 ถึง 15 กรัม จะทำให้บินได้ดียิ่งขึ้นเพราะ wing loading ต่ำลงและแรงขับต่อน้ำหนักมีสูงขึ้น แต่ราคาไมโครเซอร์โวขณะนี้ผมเห็นว่ายังแพงเกินสมควรอยู่ คือตัวละ 850 บาท (ของฟูตาบ้า หรือไฮเทค) หรืออย่างถูกหน่อยก็ตัวละ 650 บาท (ของ GWS) จึงยังไม่อยากซื้อมาใช้ ผมเคยอ่านการทดลองเซอร์โวกระสือของคุณจ้อนที่ทำการทดลองไว้ โดยใช้ไอซีสร้างวงจรขับเซอร์โวขึ้นมาและใช้เซอร์โวมอเตอร์ตัวเล็กมาประกอบ แต่ไอซีขับเซอร์โวก็ยังหาซื้อยาก คุณจ้อนก็เลยแนะนำว่าให้ใช้วงจรขับเซอร์โวของ s3003 เดิมมาต่อกับเซอร์โวมอเตอร์แทน ก็จะได้มินิเซอร์โวราคามิตรภาพขึ้น ผมก็ทดลองตามที่คุณจ้อนแนะนำ จึงได้เซอร์โวน้ำหนักประมาณ 20 กรัม มาติดตั้งแทนเซอร์โวเดิมครับ
การดัดแปลง s3003 นั้นผมก็ทำโดยถอดสกรู 4 ตัว ที่ยึดตัวถังเซอร์โวออกแล้วเอาไส้ในออกมา ใช้กรรไกรตัดเล็บตัดขา POT ทั้งสามขาออก แล้วใช้ที่ดูดตะกั่วดูดตะกั่วที่ขามอเตอร์ยึดกับวงจรเพื่อถอดมอเตอร์ออกมา ผมก็จะได้แผงวงจรเปลือย ๆ จากนั้นก็เอาเซอร์โวมอเตอร์มาทากาว epoxy แห้งเร็ว ยึดติดกับแผงวงจร แล้วต่อสายไฟเล็ก ๆ ไปเข้าขั้วมอเตอร์และขา POT ของเซอร์โวมอเตอร์
ส่วนขาคันชักก็ใช้ใบพัดของ falcon ที่หักแล้วมาตัดแต่งเจาะรูแล้วติดกับแกนของเซอร์โวมอเตอร์

ตัวเซอร์โวมอเตอร์ผมซื้อจากร้านบนบ้านหม้อพลาซ่า ราคาบอกตัวละ 90 บาท ต่อรองเหลือ 2 ตัว 170 บาท แต่เพื่อน ๆ บางคนบอกว่าเคยซื้อได้ในราคาตัวละ 65 บาท เท่านั้น
เมื่อดัดแปลงเสร็จแล้ว ลองทดสอบดูแรก ๆ เซอร์โวกระสือยังหมุนไม่ค่อยเนียนเท่าไร คุณจ้อนเคยแนะนำว่าอาจเป็นเพราะ POT สกปรก ผมก็ลองฉีดล้างดูปรากฏว่าได้ผลครับ เซอร์โวกระสือหมุนได้เนียนมากไม่ต่างจากของเดิม
นอกจากดัดแปลงเซอร์โวแล้ว ผมยังลดน้ำหนักลำตัวเครื่องบินโดยเปลี่ยนการยึดมอเตอร์ใบพัดจากเดิมใช้แกนไม้ยึดด้วยหนังสติ๊ก มาเป็นใช้โฟมบล็อกประกบแล้วใช้ OPP เทปคาดทับ ทำให้ลดน้ำหนักที่เกิดจากหนังสติ๊กและแกนไม้ลงไปอีก นอกจากนี้ยังแกะ OPP เทป และ แผ่นฟิวเจอร์บอร์ดที่คาดลำตัวออกบางส่วน

ผลการลดน้ำหนักครั้งนี้ ทำให้เครื่องบินไฟฟ้ารุ่นที่ 1 มีน้ำหนักพร้อมบินเหลือ 470 กรัม ลดจากเดิมถึง 80 กรัม และหากเปลี่ยนไปใช้ถ่านขนาด AAA 7 ก้อน จะมีน้ำหนักพร้อมบินเหลือเพียง 390 กรัม เท่านั้น ครับ อย่างไรก็ดี ผมชอบใช้ถ่าน AA 8 ก้อน มากกว่า แม้จะน้ำหนักมากกว่าแต่ก็ขับมอเตอร์ได้แรงกว่า และ Speed Control ก็ตัดการทำงานได้ถูกต้อง ไม่เหมือนกับใช้ถ่าน AAA 7 ก้อน ซึ่งมักจะตัดเร็วเกินไปครับ
ผมลองเอา spec ของเครื่องบินไฟฟ้ารุ่นที่ 1 ไปเทียบป้อนเข้า Motocalc ได้ผลดังนี้ครับ
MotOpinion - E1
Sea Level, 20
ฐCMotor:
Mabuchi RS-380SH-4045; 2305rpm/V; 0.341 Ohms; 0.5A idle.Battery:
Sanyo 700AAE; 8 cells; 700mAh @ 1.2V; 0.0125 Ohms/cell.Speed Control:
Castle Creations Pixie Lite; 0.0045 Ohms; High rate.Drive System:
6x4 Propeller; 6x4 (Pconst=1.31; Tconst=0.95) direct drive.Airframe:
E1; 245sq.in; 17oz; 10oz/sq.ft; Cd=0.048; Cl=0.32; Clopt=0.58; Clmax=0.98.Stats:
69 W/lb in; 37 W/lb out; 17mph stall; 22mph opt @ 55% (21:15); 29mph level @ 71% (12:26); 430ft/min @ 13.1ฐ; -217ft/min @ -6.6ฐ.Power System Notes:
Aerodynamic Notes:
General Notes:
สรุปได้ว่าเป็นเครื่องบินที่เหมาะกับการฝึกบินเป็นอย่างดีครับ บินง่าย อัตราเร่งดี และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพครับ
ขอให้สนุกครับ
5 มิถุนายน 2546
ngoodinja@hotmail.comทดสอบบินกับเซอร์โวกระสือ และลดถ่านลงเหลือ 7 ก้อน บินได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอีก
เช้าวันที่ 11 มิถุนายน 2546 เวลา 6 นาฬิกา ผมเอาเครื่อง E1 ไปทดสอบบิน ในการบินครั้งนี้ ผมใช้เซอร์โวกระสือแทนเซอร์โวเดิม และใช้ถ่าน AA โดยลดถ่านลงเหลือ 7 ก้อน ที่ลดถ่านลงเนื่องจากผมลองป้อนข้อมูลเข้า Motocalc โดยใช้ถ่าน 7 ก้อน ก็ได้ผลออกมาว่าแม้จะลดถ่านลง แต่เครื่องบินก็ยังมีประสิทธิภาพสูงเพราะน้ำหนักก็ลดลงไปด้วย และผมชอบเครื่องบินเบา ๆ มากกว่าหนัก จึงทดสอบบินโดยลดถ่านเหลือ 7 ก้อน ทำให้น้ำหนักโดยรวมพร้อมบินเหลือเพียง 450 กรัม Wing loading 9.5 ออนซ์ ต่อตารางฟุต ครับ

ผลการบินดีกว่าที่คาดหมายไว้มากครับ เดิมผมคิดว่าคงบินได้พอ ๆ กับการใช้ถ่าน 8 ก้อน หรืออืดกว่านิดหน่อย แต่พอบินจริง ๆ ปรากฏว่าเครื่องบินมีความคล่องตัวสูงมากกว่าเดิมครับ สามารถไต่ระดับได้เร็วกว่าเก่าและควบคุมได้ง่ายขึ้นอีก คงเป็นเพราะน้ำหนักลดลงกว่าเดิมร่วม 100 กรัม นั่นเองครับ ผม take off โดยพุ่งปล่อยเพียงเบา ๆ เครื่องก็ไต่ระดับขึ้นสูงกว่าหลังคาบ้าน 2 ชั้นในระยะทางเพียง 10 เมตร และบินสูงขึ้นเรื่อย ๆ

ผมทดลองดับเครื่องแล้วปล่อยให้ร่อน ก็สามารถร่อนได้ดีกว่าเดิมครับ สามารถบังคับควบคุมได้อย่างใจทีเดียว

นอกจากนี้อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมเลือกลดถ่านลง เพราะจากการคำนวณ การลดถ่านลงจะทำให้มอเตอร์กินกระแสลดลงจาก 8 แอมป์ เหลือ 7 แอมป์ ซึ่งจะทำให้บินได้นานขึ้นอีก ซึ่งเมื่อทดสอบบินก็ได้ผลตามที่ต้องการครับ คือบินได้นานขึ้นจากเดิมที่บินได้ 6 นาที เป็น 10 นาที

ภาพนี้ผมบินร่อนลงมาต่ำ ๆ ให้ตากล้องจับภาพคู่กับเครื่องบินไอพ่น 747 ของจริง ที่บินผ่านมาพอดีครับ
การบังคับควบคุมเพื่อลงจอดก็ทำได้ง่ายขึ้นกว่าเก่า ลงจอดคราวนี้ไม่ลงบนยอดไม้แล้วครับ แต่ร่อนลงบนกอหญ้าอย่างสวยงาม แต่ฝีมือผมยังไม่ค่อยดีเท่าไร จึงร่อนลงไกลกว่าจุดที่ตั้งใจไปประมาณ 5 เมตร
เครื่องบิน E1 ที่ปรับปรุงใหม่นี้ บินได้ง่าย และมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมอีก ในขณะที่ใช้พลังงานได้ประหยัดขึ้นด้วย ทำให้บินได้นานขึ้นตามที่ต้องการครับ การปรับปรุงต่อไปผมคงจะทำปีกขึ้นใหม่สำหรับเครื่อง E1 โดยเฉพาะ เพราะปีกเดิมเอามาจากเครื่องบินกระป๋องรุ่น 12 BLT 380 เอามาปะติดปะต่อขยายความกว้างปีกออกไป ทำให้แอร์ฟอยล์ไม่ค่อยดีเท่าไรครับ คิดว่าถ้าทำปีกใหม่แบบโฟมพับ ClarkY ให้หนาสัก 10 เปอร์เซ็นต์ คงจะบินได้ดีขึ้นอีกอักโขครับผม
ขอให้สนุกครับ
12 มิถุนายน 2546
ngoodinja@hotmail.comทำปีกใหม่ เปลี่ยนใบพัด จัดวางเครื่องในใหม่ บินได้นิ่งและนานขึ้น
ผมสร้างปีกอันใหม่ให้ E1 ครับ ทำด้วยโฟมพับขนาด 5 มิลลิเมตร และ 3 มิลลิเมตร ประกอบกัน โดยแผ่นด้านล่างใต้ปีกทำด้วยโฟมอัดขนาด 5 มิลลิเมตร ด้านบนที่เป็นส่วนโค้งทำด้วยโฟมอัดขนาด 3 มิลลิเมตร ไส้ในเป็นแกนโฟมอัดขนาด 5 มิลลิเมตร ซ้อนกัน 3 ชั้น เป็นปีกขนาดยาว 36 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว และมีแผ่นชายหลังปีกทำเป็นปีกเล็กแก้เอียงยื่นออกไปอีก 2 นิ้ว แต่ปีกเล็กแก้เอียงนี้ผมติดตายด้วยเทปไว้ก่อน เอาไว้ชำนาญแล้วค่อยติดเซอร์โว สรุปแล้วเมื่อรวมปีกเล็กแก้เอียงจึงเป็นปีกขนาดยาว 36 นิ้ว กว้าง 8 นิ้ว พื้นที่ปีกประมาณ 288 ตารางนิ้ว ครับ

นอกจากนี้ผมยังจัดลำดับอุปกรณ์ภายในใหม่ จากเดิมที่เรียงลำดับจากมอเตอร์ สปีดคอนโทรล ภาครับ ถ่าน และเซอร์โว เปลี่ยนเป็น มอเตอร์ สปีดคอนโทรล ถ่าน ภาครับ และเซอร์โว เพื่อป้องกันไม่ให้ภาครับเสียหายเพราะถ่านเลื่อนมากระแทกหากเครื่องบินตก

สำหรับใบพัด ผมลองเปลี่ยนเป็นใบพัดขนาด 6x3 นิ้ว ของ APC ครับ ซึ่งจะทำให้เครื่องบินมีแรงขับสูงขึ้น แต่ความเร็วลดลง กินไฟลดลงด้วย ทำให้สามารถบังคับควบคุมได้ง่ายขึ้น และบินได้นานขึ้นอีก

ใบพัดนี้เก่ามากแล้วครับ ผ่านการทดลองมาหลายสนามทั้งตอนสร้างเครื่อง Zero Fighter และ BLT380 หัวทิ่มใบพัดฟันพื้นหลายครั้งหลายหน ทำให้ปลายใบบิ่นไปต้องเฉือนออกไปบ้างเพื่อให้สมดุลจนเหลือขนาดประมาณ 5.5 นิ้ว แต่ก็ยังทำหน้าที่ได้ดีครับ
สำหรับถ่านชาร์จเดิมผมใช้ Panasonic P70AA 7 ก้อน ซึ่งจ่ายกระแสได้สูงมอเตอร์แรงดีน่าประทับใจมาก ราคาที่ร้านอมร ก้อนละ 35 บาท 7 ก้อน ก็ประมาณ 255 บาท พอดีเมื่อสัปดาห์ก่อนไปเดินบ้านหม้อพลาซ่า เจอถ่าน NiMH ของไม่มียี่ห้อ ขนาด AA ก้อนสีเขียว ๆ คนขายบอกว่าเป็นแบตใหม่แกะออกมาจากแบตมือถือตกรุ่น ขนาด 1300 mAH แพคสี่ก้อน 39 บาท 3 แพค 100 บาท ได้ 12 ก้อน ผมเห็นว่าถูกดีมาก ก็เลยลองซื้อมาใช้ 3 แพค แล้วจัดการนำมาแพคเป็นถ่าน 7 ก้อน เพื่อทดลองใช้กับ E1 รวมราคา 7 ก้อน ประมาณ 70 บาท เท่านั้นเอง

จากการทดลองบินด้วยถ่านชุดนี้ปรากฏว่าจ่ายกระแสได้น้อยกว่า P70AA อย่างรู้สึกได้ แต่ก็สามารถพาเจ้า E1 บินขึ้นไปได้สูงมากเช่นเดียวกัน ส่วนระยะเวลาในการบินก็บินได้ประมาณ 10-12 นาที นานกว่า P70AA เล็กน้อย แสดงว่าความจุคงไม่ถึง 1300 mAH ความจุจริง ๆน่าจะประมาณ 800-900 mAH เท่านั้น แต่เมื่อเทียบราคากับความคุ้มค่าแล้ว นับว่าถ่านชุดนี้คุ้มค่ามากจริง ๆ ครับ เหมาะกับคนที่เพิ่งฝึกบินและทุนน้อยอย่างผม ไปบ้านหม้อคราวหน้าคงต้องเอามาเยอะ ๆ หน่อยแล้ว เพราะถ่านแบบนี้สามารถนำไปใส่ในวิทยุ SS4 ได้ด้วย โดยใช้ 8 ก้อน

หลังจากปรับปรุงหลาย ๆ ด้าน ปรากฏว่า เครื่อง E1 บินได้นิ่มนวล นิ่ง และนานขึ้นอีกครับ

ฟ้าใส ใส อากาศดี ลมโชยเย็นสบายยามเช้า ทำให้ผมบิน E1 ได้อย่างเพลิดเพลินครับ

ขอให้สนุกครับ
22 มิถุนายน 2546
ngoodinja@hotmail.comเครื่อง E1 ตก!!!
เช้าวันที่ 27 มิถุนายน 2546 เวลา 6.30 นาฬิกา ผมเอาเครื่อง E1 ไปบินที่สนามหน้าหมู่บ้าน วันนี้ลมสงบมาก ผมพุ่งเครื่อง E1 ไปข้างหน้าและรู้สึกว่า หัวจะหนักเกินไปหน่อย เพราะต้องดึงคันบังคับแพนระดับให้ยกขึ้นตลอดเวลา ผมปรับ trim จนสุดแล้ว อาการหัวหนักก็ยังไม่หาย ความจริงเครื่อง E1 นี้ เดิมผมก็เซตให้หัวหนักอยู่แล้วเพราะการบินที่ผ่านมาลมบนค่อนข้างแรง จึงให้หัวหนักไว้หน่อยจะได้บังคับง่าย แต่วันนี้ไม่มีลมเลย ทำให้รู้สึกว่าหัวที่เซตไว้จะหนักเกินไปแล้ว เครื่อง E1 บินสูงขึ้นไปประมาณ 20 เมตร ผมพยายามประคองให้บินในแนวระดับแต่ก็ยังบังคับยากเพราะเครื่องคอยจะทิ่มหัวลงอยู่เรื่อยครับ นอกจากนี้การที่หัวหนักทำให้เลี้ยวยากกว่าปกติมาก เครื่องคอยแต่จะพุ่งไปข้างหน้า ผมพยายามบินวนอยู่ได้ประมาณ 5 รอบสนามฟุตบอล ในรอบสุดท้ายเครื่องบินตรงไปทางคลองที่อยู่ข้างถนนริมสนามแล้วดิ่งหัวลงอีก ผมพยายามประคองให้เครื่องเลี้ยวกลับมาแต่รู้สึกว่าวงเลี้ยวจะกว้างเกินไปและจะพุ่งไปทางคลองผมจึงตัดสินใจเอาเครื่องลงฉุกเฉินเพราะคิดว่าเครื่องตกดินจะดีกว่าเครื่องตกน้ำครับ ผมปิดมอเตอร์ใบพัดดับเครื่องและกดแพนระดับลงทันที เครื่องจึงปักหัวลงสู่พื้นดินในระยะความสูง 20 เมตร ลงซวบไปในกอกล้วย ผมรีบวิ่งไปดู ในใจคิดว่าคงจะกระจายเป็นชิ้น ๆ เพราะน้ำหนักเครื่องบวกกับความสูงและอาการที่ปักหัวทิ้งดิ่งอย่างนั้น

ที่ไหนได้ พอไปดูปรากฏว่าปีกและตัวลำยังอยู่รวมกันเป็นชิ้นเดียว ไม่มีส่วนใดแยกกระจัดกระจาย อุปกรณ์ภายในก็ยังอยู่ที่เดิม เซอร์โวก็ติดแน่นหนาดี เพียงแต่ลำตัวโฟมเกิดการแตกด้านข้างบริเวณที่ใส่ถ่าน ทำให้มีสภาพเอวคดอย่างที่เห็น

ลำตัวโฟมอัด 5 มิลลิเมตร หุ้มด้วย OPP เทปนี้ มีความแข็งแรงเกินกว่าที่คิดมากเลยครับ นี่หากเป็นลำตัวไม้บัลซ่าคงกระจายเป็นเศษไม้จิ้มฟันไปแล้ว

สำหรับใบพัด APC 6x3 นิ้ว ก็ไม่มีความเสียหายแต่อย่างใดครับ เพียงแต่หลุดกระเด็นออกจากแกนมอเตอร์ ส่วนที่เสียหายจริง ๆ มีเพียงอย่างเดียว คือ อแดปเตอร์ใบพัด ของ Maxx ครับ เกลียวขาดไม่สามารถซ่อมแซมได้ ต้องซื้อใหม่สถานเดียว
ผมเห็นว่า การที่อแดปเตอร์ใบพัดหักนี้ เป็นผลดีครับ เพราะหากทำอแดปเตอร์ใบพัดให้แข็งแรงเกินไปเวลาเครื่องตกลักษณะนี้อาจทำให้ใบพัดหัก หรือไม่ก็แกนมอเตอร์คดได้ครับ ซึ่งราคาใบพัด และมอเตอร์ แพงกว่าราคาอแดปเตอร์หลายเท่า
สรุปว่าเครื่อง E1 ตกครั้งนี้ รุนแรงก็จริงอยู่ แต่ความเสียหายน้อยมากครับ ในส่วนลำตัวเพียงแค่เอากาว epoxy เชื่อมส่วนที่แตกก็เรียบร้อยเหมือนเดิม
ขอให้สนุกครับ
27 มิถุนายน 2546
ngoodinja@hotmail.comผ่าตัดซ่อมตัวถัง E1
เครื่อง E1 ได้ผ่านการบินมาหลายไฟลต์ครับ เจอมาทั้งการดิ่งนรกหัวปักใบพัดกระเด็น ทั้งการแลนดิ้งบนต้นไม้ การฮาร์ดแลนดิ้งบนถนน แม้แต่การชนภูเขา (เอาไปบินที่เขาใหญ่เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ฮ่า ฮ่า) ทำให้สภาพของหัวเครื่องบินค่อนข้างเยินและน่วมนุ่มนิ่ม ผมพยามปะผุเคาะบีบนวดหลายครั้งจนเห็นว่าไม่ไหวแล้ว จึงต้องผ่าตัดใหญ่เปลี่ยนหัวใหม่ครับ

การผ่าตัดทำโดยใช้มีดคัตเตอร์ผ่าลำตัวออกครึ่งหนึ่งในแนวประมาณกึ่งกลางปีกครับ เพื่อให้ลำตัวส่วนที่เหลือมีพื้นที่พอที่จะติดกาวเชื่อมกับลำตัวส่วนหัวชิ้นใหม่

ผมทำแบบลำตัวใหม่โดยดัดแปลงจากของเดิมให้ลำตัวสูงขึ้นกว่าเดิมอีก 1 นิ้วครับ เพื่อให้ปีกสูงขึ้นน่าจะช่วยให้บินได้มีเสถียรภาพขึ้นอีก เหมาะกับมือใหม่อย่างผม จากนั้นก็ใช้กาว UHU por ทาลำตัวประกอบเข้าด้วยกัน โปรดสังเกตว่าผมไม่จำเป็นต้องถอดเซอร์โวและรีซีฟออกเลยครับ คงถอดออกเฉพาะอุปกรณ์ที่ติดตั้งส่วนหัวคือมอเตอร์และสปีดคอนโทรลเท่านั้น

จะเห็นว่าการผ่าตัดซ่อมแซมทำได้ง่ายดายมาก แถมยังเปลี่ยนแบบลำตัวได้ด้วยโดยยังคงใช้ส่วนหางเดิม เพราะเครื่องบินตกส่วนหัวจะเสียหายง่ายและมากกว่าส่วนหางมากครับ นี่กระมังเขาจึงแนะนำว่าเวลานั่งเครื่องบินให้พยายามนั่งบริเวณค่อนไปทางหาง เผื่อว่าเครื่องบินตกอาจจะไม่ตาย ฮ่า ฮ่า

เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้วก็หุ้ม OPP เทป ใส แล้วรอให้กาวแห้งเพื่อตกแต่งทำสีและลวดลายให้สวยงามต่อไปครับ
ขอให้สนุกครับ
11 กรกฎาคม 2546
ngoodinja@hotmail.comE1 หลังปรับปรุงใหม่ บินได้นิ่ง นิ่มนวลขึ้นอีกครับ
เมื่อปรับปรุงลำตัวโดยยกปีกสูงขึ้น และผมลองลดขนาดของปีกลงเหลือ กว้าง 6 นิ้ว ยาว 36 นิ้ว ทำให้ E1 สามารถบินได้นิ่ง นิ่มนวล ควบคุมได้ง่ายขึ้นอีกครับ เหมาะกับการเป็นเครื่องบินฝึกสำหรับมือใหม่แบบผมมากเลย

ตกแต่งลวดลายครั้งสุดท้ายให้สวยงามน่าเล่นขึ้นอีก

การทำปีกด้วยไม้บัลซ่า
ผมอยากลองทำปีกด้วยโครงไม้บัลซ่าดูบ้างครับ ก็เลยจัดการวาดแปลนง่าย ๆ เป็นปีกขนาดกว้าง 6 นิ้ว ยาว 36 นิ้ว ชายปีกหน้าทำด้วยไม้บัลซ่าเหลี่ยมขนาด 5x5 มิลลิเมตร ไม้กลางปีกด้านล่างก็ใช้ขนาด 5x5 มิลลิเมตรเช่นเดียวกัน ส่วนไม้กลางปีกด้านบนใช้ขนาดหนา 2 มิลลิเมตร กว้าง 5 มิลลิเมตร ไม้ชายหลังปีกใช้ขนาดหนา 2 มิลลิเมตร กว้างครึ่งนิ้ว ปีกแต่ละข้างมี rib 5 อัน ครับ

เพื่อความแข็งแรงของปีกผมจึงใส่ shear web คือแผ่นไม้ขวางระหว่างไม้กลางปีกด้านบนและด้านล่าง โดยใช้แผ่นไม้บัลซ่าหนา 2 มิลลิเมตรครับ การใส่ shear web นี้ทำให้ปีกมีความแข็งแรงมากทีเดียว

ทำมุมยกปีกประมาณ 5 นิ้ว

วัสดุที่ใช้หุ้มปีก ผมใช้กระดาษแก้วที่เด็กทำการฝีมือน่ะครับ ไม่ได้ใช้โมโนโค้ดหรอกครับ มันแพงน่ะ ผมใช้กาว UHU ทาที่โครงปีกแล้วเอากระดาษแก้วสีแดงมาหุ้มด้านบนและด้านล่างปีก โดยก่อนหุ้มผมทำ wash out คือบิดปลายปีกด้านหลังขึ้นเล็กน้อย เพื่อป้องกันการเกิด tip stall คือปลายปีกเสียแรงยกที่ความเร็วต่ำ ด้วยการหาอะไรมารองที่ปลายปีกด้านหลังให้สูงกว่าด้านหน้าประมาณ 1 นิ้ว แล้วค่อยหุ้มปีก พอกาวแห้ง ปีกก็จะมี wash out ตามต้องการครับ

การสร้างปีกด้วยไม้บัลซ่านี้ ใช้เวลาสร้างมากกว่าปีกโฟมหลายเท่าครับ ผมใช้เวลา 1 วันและ 1 คืน จึงทำเสร็จ
ปีกที่ทำเสร็จแล้วนำมาติดตั้งกับเครื่อง E1 ครับ กระดาษแก้วค่อนข้างแข็งจึงไม่เต่งตึงสวยเหมือนหุ้มโมโนโค้ดแต่ก็ใช้ได้ครับ
อวสานเครื่องบินไฟฟ้าของงูดินรุ่นที่ 1
หลังจากผมสูญเสียเครื่องบิน KrapongSlowfly ไปเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2546 ถัดมาอีกเพียงสองวันผมก็สูญเสียเครื่องบิน E1 พร้อมมอเตอร์และชุดบังคับทั้งหมด ไม่สามารถกู้คืนได้อีกเหมือนกันครับ
เช้าวันที่ 15 กรกฎาคม 2546 ซึ่งเป็นวันหยุดชดเชยวันอาสาฬหบูชา เวลา 6.30 นาฬิกา ผมเอาเครื่อง E1 พร้อมปีกไม้บัลซ่าที่ติดตั้งใหม่เอาไปทดสอบบินครับ คราวนี้ผมไปบินที่รังสิตคลองสี่บริเวณหน้าหมู่บ้านปาริชาต
วันนี้อากาศดีมาก มีลมโชยอ่อน ๆ ผมเตรียมถ่านมา 2 แพค เป็น sanyo 700 mAH Nicd 8 ก้อน และ panasonic 700 mAH Nicd 8 ก้อน ซึ่งเท่าที่ลองบินมา ถ่าน sanyo จะให้แรงขับสูงกว่า panasonic ครับ
การบินครั้งแรกผมใช้ถ่าน sanyo ก่อนครับ เครื่อง E1 พร้อมปีกใหม่พุ่งออกจากมือผมไปอย่างสวยงาม ปีกที่ทำจากไม้บัลซ่ามีความแข็งแรงมากครับ ไม่มีการสั่นกระพือ และยังมีแรงยกสูงมาก สามารถทำมุมไต่ระดับได้มากกว่าตอนใช้ปีกแบบโฟมครับ นอกจากนี้การทำ wash out ที่ปีกยังช่วยให้ปลายปีกไม่ตกเวลาเลี้ยวมุมแคบ ๆ ด้วยครับ

ผมบิน E1 ได้ประมาณ 5-6 รอบ เครื่องก็เริ่มมีอาการแปลก ๆ ครับ คือไม่สามารถบังคับเลี้ยวซ้ายได้ ได้แต่เลี้ยวขวา เครื่องจึงค่อย ๆ วนไปทางขวา ผมรีบตัดมอเตอร์แล้วพยายามบังคับเครื่องลงมา พอตัดมอเตอร์แล้วก็สามารถบังคับเลี้ยวซ้ายได้เหมือนปกติ ผมนำเครื่องร่อนลงแล้วเอามาตรวจดู ทดลองบังคับดูก็ใช้ได้เป็นปกติก็เลยนอนใจ นำเครื่องขึ้นบินเป็นครั้งที่สอง
การบินครั้งที่สองเครื่อง E1 ก็สามารถบินขึ้นได้เป็นปกติครับ บินเพียง 2 รอบเครื่องก็ไต่ระดับขึ้นไปสูงประมาณตึก 30 ชั้น ผมลดความเร็วมอเตอร์เหลือประมาณ 2 ใน 3 แล้วบิน ช้า ๆ รักษาระดับ โดยบินวนซ้าย พอบินได้ประมาณ 4 รอบ ขณะที่ผมกำลังจะบังคับให้เครื่องบินเลี้ยวซ้ายเข้าหาตัว อาการผิดปกติก็เกิดขึ้นอีกครับ คือไม่สามารถบังคับเลี้ยวซ้ายได้ เหมือนกับว่าหางเสือถูกล็อกไปทางขวา เครื่องบินเริ่มบินวนไปทางขวาโดยบินห่างออกจากตัวผมไปอีก ผมจึงรีบตัดมอเตอร์เพื่อเอาเครื่องลงมา โดยหวังว่าเมื่อตัดมอเตอร์แล้วจะสามารถบังคับได้เหมือนเดิม แต่คราวนี้ไม่เหมือนเดิมครับ แม้ผมจะตัดมอเตอร์แล้วแต่ก็ยังไม่สามารถบังคับเลี้ยวซ้ายได้ มิหนำซ้ำยังไม่สามารถควบคุมแพนระดับได้ด้วย กล่าวคือผมสูญเสียการควบคุมทุกอย่าง ผมลองเปิดมอเตอร์ใหม่ ก็ไม่ได้ผลครับ เครื่อง E1 เริ่มเอียงปีกและหมุนควงสว่านเอาหัวโหม่งโลกอย่างรวดเร็ว จากการที่เครื่องบินบินอยู่สูงมาก และบินวนขวาออกห่างผมก่อนที่เครื่องจะตก ทำให้เครื่องตกไกลออกไปมาก

ภาพสุดท้ายก่อนที่เครื่อง E1 จะจากผมไป
ผมพยายามลุยหญ้าไปยังจุดที่เครื่องบินตก เดินหาอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ยังหาไม่พบ จึงเดินกลับมาใหม่ และขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านร้างที่อยู่ใกล้ ๆ เพื่อจะได้มองจากมุมสูง เผื่อจะมองเห็น ก็ยังมองไม่เห็น ผมปีนต้นไม้ขึ้นไปมองหา ก็ยังหาไม่พบ ผมเดินลุยหญ้าลงหาใหม่ เดินจนทั่วบริเวณที่พอจะเดินได้ เพราะมีน้ำขังเจิ่งนองมาก เดินไปก็ต้องระวังงูไปด้วย เดินไปจนสุดถึงบริเวณบึงน้ำใหญ่ที่มีวัชพืชขึ้นรกเหมือนบึงแถวคลองสามซึ่งเครื่อง KrapongSlowfly ตกจนกู้ซากไม่ได้นั่นแหละ ผมนึกสังหรณ์ใจพิกล ก็เลยลองมองไปในบึง หาดูอยู่สักครู่ก็เห็นปลายหางเครื่อง E1 โผล่อยู่กลางบึงในกอหญ้าน้ำซึ่งสูงประมาณศีรษะ ไกลจากขอบบึงประมาณ 50 เมตร
ด้วยความเสียดายอุปกรณ์ราคาแพงที่อุตส่าห์เก็บเงินซื้อ ผมก็เลยวางวิทยุ (ผมถือวิทยุภาคส่งไปด้วยระหว่างที่เดินหา) แล้วถอดเสื้อลองเดินลุยลงไปในบึง เดินลงไปได้ 3 ก้าว น้ำสูงถึงหน้าอกเลยครับ แถวนั้นหญ้าก็ขึ้นสูงท่วมศีรษะ ผมไม่กล้าออกไปไกลกว่านั้นแล้วครับ จึงตัดใจกลับขึ้นมาสวมเสื้อแล้วขับรถกลับบ้าน
สรุปความสูญเสีย
ช่วงวันหยุดยาวอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา 4 วัน แม้ผมจะไปทำบุญและปฏิบัติธรรมแล้ว แต่ชาติก่อนคงทำบาปไว้มาก ผมจึงสูญเสียเครื่องบินไปถึง สองเครื่อง เครื่องแรกคือ KrapongSlowfly เพราะความประมาทที่เอาไปเล่นตอนลมแรง เครื่องที่สองคือ E1 สาเหตุที่ตกเป็นเพราะอะไรไม่ปรากฏชัด รู้แต่ว่าเกิดการขัดข้องในการควบคุมวิทยุ อาจเกิดจากมีคลื่นรบกวนหรือเกิดจากช่วงนี้ฝนตกมาก ความชื้นสูงทำให้วิทยุรวน ก็ไม่ทราบแน่ชัดครับ แต่ผลก็คือตอนนี้ผมเหลือแต่ตัวรีโมทภาคส่ง futaba ss4 ส่วนภาครับและเซอร์โวคงต้องเก็บตังค์ซื้อใหม่ สำหรับ speed control ผมซื้อจากคุณ TD สำรองไว้แล้ว 2 ตัว ครับ
เครื่อง E1 ที่สูญเสียไป มีอุปกรณ์ราคาแพงดังนี้ครับ
มอเตอร์มาบูชิ 800 บาท ใบพัด master airscrew 100 บาท อแดปเตอร์ใบพัด 45 บาท speed control ของ MAXX 15A 950 บาท ภาครับ futaba 1500 บาท เซอร์โวกระสือดัดแปลงจากเซอร์โวมาตรฐาน ตัวละ 600 บาท 2 ตัว ถ่าน sanyo AA700mAH 8 ก้อน 350 บาท ลำตัวและปีกไม้บัลซ่าประมาณ 300 บาท
รวมมูลค่าประมาณ 6000 บาท
หน้าฝนที่แล้ว ถ้าเพื่อน ๆ ยังจำกันได้ ผมเสียเครื่องบินรุ่นที่ 7 ไป 1 เครื่อง เพราะปีกหักกลางอากาศ หน้าฝนนี้ผมเสียไปอีก 2 เครื่อง หากคิดเป็นจำนวนเงินที่เสียไปก็ไม่ใช่น้อยครับ แต่ทำไงได้ ใจมันชอบเล่น ก็คงต้องเก็บเงินหาซื้อมาเล่นใหม่ต่อไป คราวนี้ว่าจะลองกัดฟันซื้อไมโครรีซีฟเวอร์กับไมโครเซอร์โวมาเล่นสักชุด สร้าง Slowfly อีกสักลำ บินช้า ๆ ไม่สูงมาก เวลาตกจะได้ไม่ต้องเก็บไกล แต่ในการเล่น Slowfly คงต้องท่องคาถาหนึ่งให้ขึ้นใจและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ลมแรงอย่าเล่น ลมแรงอย่าเล่น ลมแรงอย่าเล่น
ขอให้สนุกครับ
15 กรกฎาคม 2546
ngoodinja@hotmail.com