เครื่องบินไฟฟ้าของงูดินรุ่นที่ 2 E2

หลังจากเครื่อง E1 ตกหายไปในบึงไม่สามารถกู้ซากคืนมาได้ ผมก็เหลือแต่ตัวรีโมทของ SS4 คลื่น 72.91 Mhz จำเป็นต้องไปหาซื้อรีซีฟคลื่นเดียวกันมา และว่าจะลองซื้อไมโครเซอร์โวมาใช้ เพื่อจะได้สร้างเครื่องบินลำเล็ก ๆ น้ำหนักเบา จะได้บังคับง่ายและไม่เสียหายมากถ้าเกิดตกลงมาบ่อย ๆ
จากการสอบถามร้านค้าหลายร้านพบว่าราคารีซีฟรุ่น 114F ประมาณ 2000 ถึง 2500 บาท ไมโครเซอร์โว ตัวละ 850 ถึง 950 บาท ส่วนรีซีฟที่ใช้คลื่น 72.91 หาไม่ได้ ต้องซื้อคริสตอลย่าน 72 ในคลื่นอื่นมาเปลี่ยนเป็นคู่ ตกคู่ละประมาณ 1000 บาท รวมราคารีซีฟ ไมโครเซอร์โว 2 ตัว และคริสตอลแล้ว ตกประมาณ 5000 บาท ซึ่งแพงพอ ๆ กับซื้อวิทยุใหม่ทั้งชุด ผมก็เลยหาทางเลือกใหม่แทน โดยไปซื้อชุดวิทยุของ Hitec แบบ stick เดียว 3 แชนแนล พร้อมไมโครเซอร์โว HS-55 2 ตัว ชุดละ 4850 บาท จากร้านณัฐพงษ์มาใช้แทนทั้งชุด เป็นคลื่นย่าน 36 Mhz ส่วนรีโมท SS4 ก็เก็บขึ้นหิ้งไว้ก่อน
วิทยุ Hitec ชุดนี้ มีข้อดีคือ การออกแบบรีโมททำได้เล็กกะทัดรัดและจับถือสะดวกควบคุมง่าย มีปุ่มเลื่อนเพื่อเร่งความเร็วมอเตอร์ที่ด้านหลังเครื่องซึ่งสามารถใช้นิ้วชี้ซ้ายดันเลื่อนเพื่อเร่งและเบามอเตอร์ได้ นอกจากนี้ยังมี mixer ในตัวโดยทำเป็นสวิตช์เลื่อนที่ด้านหลังเครื่อง สามารถนำไปใช้กับปีกบินหรือ V-tail ได้ทันที มี LED บอกระดับแรงดันแบตเตอรี่ซึ่งเห็นได้ชัดเจนและดูง่าย สามารถใช้ถ่านชาร์จได้โดยมีแจ๊คต่อสำหรับชาร์จถ่านให้ในตัว สำหรับราคาผมคิดว่าสมเหตุสมผลดีครับ
ข้อด้อยคือ มีเพียง 3 แชนแนลและไม่สามารถขยายเพิ่มเติมได้ จึงไม่สามารถพัฒนาไปใช้กับเครื่องบินผาดแผลงที่ต้องใช้ 4 แชนแนล ไม่มีช่องต่อ trainer จึงไม่สามารถนำไปฝึกกับ FMS ได้ และคุณภาพของพลาสติกกับการประกอบดูจะสู้ Futaba SS4 ยังไม่ได้ ก็คงเหมือนรถเกาหลีเทียบกับรถญี่ปุ่นแหละครับ
จากนั้นผมก็มาออกแบบสร้างเครื่องบินไฟฟ้ารุ่นที่สอง E2 ครับ โดยมีเป้าหมายคือใช้ในการฝึกบินให้คล่อง และบินได้ง่าย การสร้างไม่ยุ่งยาก เป็นเครื่องบินปีกบนลำขนาดกะทัดรัด ใช้มอเตอร์ฟอลคอนทดเฟืองครับ
คุณสมบัติของเครื่อง E2
กางปีก 30 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว พื้นที่ปีก 180 ตารางนิ้ว สร้างด้วยเทคนิคโฟมอัดผสมกระดาษแก้ว แกนกลางแท่งไม้บัลซ่า
แพนหางระดับกว้าง 4 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว ส่วนที่เป็น elevator กว้าง 1 นิ้ว
แพนหางดิ่ง กว้าง 4 นิ้ว สูง 6 นิ้ว ส่วนที่เป็น rudder กว้าง 1 นิ้ว
ลำตัวยาว 20 นิ้ว กว้าง 2 นิ้ว สูง 3 นิ้ว
ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ฟอลคอน ทดเฟือง 38 ต่อ 9 ใบพัด GWS 1047
สปีดคอนโทรล ESC+BEC ไม่มี cutoff ของคุณ TD
แหล่งพลังงาน ถ่าน NiMh 600 mAH 6 ก้อน
การสร้างปีกด้วยโฟมอัดผสมกระดาษแก้ว

การสร้างปีกด้วยโฟมอัดไม่ว่าจะเป็นโฟมดัดโค้ง โฟมกรีด หรือโฟมพับแบบคุณจ้อน แม้จะสามารถใช้บินได้เป็นอย่างดี แต่มีข้อเสียคือพื้นผิวโฟมที่มีความหยาบทำให้อากาศไม่ไหลลื่นเท่าที่ควร ซึ่งมีเพื่อน ๆ หลายคนแก้ปัญหาด้วยการเอา OPP เทปมาติดหุ้มทั้งหมดก็ช่วยให้อากาศไหลได้ดีขึ้น แต่ก็ทำให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากพอสมควร
ผมจึงลองหาวัสดุมาทำปีกขึ้นใหม่ โดยใช้เทคนิคคล้าย ๆ กับการทำปีกแบบโฟมพับของคุณจ้อนผสมกับการทำปีกแบบโฟมกรีด แต่แทนที่จะใช้แผ่นโฟมมาทำพื้นผิวปีกด้านบน ก็ใช้กระดาษแก้วมาขึงทำพื้นผิวปีกด้านบนแทน ซึ่งจะทำให้น้ำหนักเบากว่า และพื้นผิวเรียบเป็นมันลดแรงต้านอากาศ ในขณะเดียวกันก็มีความสวยงามอีกด้วยครับ
วิธีทำคือ
1.ตัดโฟมอัดขนาดหนา 5 มิลลิเมตร ตามขนาดปีกที่กำหนด ในที่นี้คือ กว้าง 6 นิ้ว ยาว 30 นิ้ว
2.ใช้กระดาษทรายขัดชายหน้าให้โค้งเล็กน้อย ชายหลังเรียวแหลมเป็นแพนอากาศ
3.กรีดตรงกลางปีกตามขวางเพื่อให้สามารถพับปีกขึ้นเป็นมุมยกได้ ก่อนพับอย่างลืมติด OPP เทปที่ด้านตรงข้ามรอยพับก่อน ป้องกันโฟมแตก

4.ใช้ไม้บัลซ่าแท่งเหลี่ยมขนาด 8x8 มิลลิเมตร ยาว 30 นิ้ว เท่าความยาวปีก มาตัดตรงกลางแล้วติดกาวเข้าด้วยกันทำเป็นมุมยกปีกสูงจากแนวระดับประมาณ 4 นิ้ว แล้วติดเข้าตามยาวของปีกในบริเวณ 30 เปอร์เซ็นต์จากชายหน้าปีก เพื่อเป็น spar เสริมความแข็งแรง และขณะเดียวกัน ความหนาของไม้ก็จะทำหน้าที่เป็นส่วนนูนของปีกด้านบนอีกด้วย
5.ตัดแผ่นโฟมอัดหนา 3 มิลลิเมตร กว้างประมาณ 1 นิ้ว ยาวประมาณ 6 นิ้ว 2 ชิ้นมาติดกาวพาดบริเวณกลางปีก เพื่อเป็นส่วนโค้งนูนด้านบนเอาไว้ยึดกระดาษแก้วที่จะนำมาหุ้ม

6.ตัดแผ่นโฟมอัดหนา 5 มิลลิเมตร เป็น rib 2 อัน มาติดกาวที่ปลายปีกแต่ละข้าง หรือหากปีกยาว จะติด rib ตรงกลาง ๆ ปีก เพิ่มขึ้นอีกเพื่อช่วยยึดกระดาษแก้วก็ได้
7.ตัดกระดาษแก้วตามสีที่ชอบใจ ให้มีขนาดใหญ่กว่าปีกเล็กน้อย แล้วตัดครึ่งเพื่อจะใช้หุ้มปีกแต่ละข้าง
8.หุ้มกระดาษแก้วเข้ากับปีก โดยทากาวที่โฟมบริเวณชายหน้าปีกก่อน แล้วติดกระดาษแก้วเข้าไป รอให้กาวแห้ง จากนั้นทากาวที่ rib ปลายปีก และที่แผ่นโฟมกลางปีก กับโฟมชายหลังปีกทั้งหมด แล้วดึงกระดาษแก้วให้ตึงเท่าที่จะทำได้หุ้มปีกให้หมด รอให้กาวแห้ง จากนั้นก็หุ้มปีกที่เหลืออีกข้างหนึ่ง

9.ปีกที่หุ้มกระดาษแก้วแล้วนี้จะยังไม่เต่งตึงสวยงามครับ ต้องใช้เทคนิคอีกนิดหนึ่ง คือพอกาวแห้งดีแล้วให้ใช้กระบอกน้ำฉีดพรมน้ำให้ทั่วกระดาษแก้ว แล้วใช้ไดร์เป่าผมเป่าลมร้อนใส่ปีกที่หุ้มกระดาษแก้วแล้ว สักครู่กระดาษแก้วที่หุ้มปีกไว้ก็จะเต่งตึงสวยงามและเรียบกริบสามารถนำไปใช้บินได้แล้วครับ และเพื่อให้คงทนมากขึ้นก็อาจใช้ OPP เทปหุ้มชายหน้าและชายหลังปีกอีกหน่อยก็ได้ หรือหากอยากจะให้กระดาษแก้วตึงมาก ๆ ก็อาจจะพรมน้ำที่กระดาษแก้วตั้งแต่ก่อนเอาไปหุ้มปีกก็ได้ครับ พอหุ้มปีกเสร็จแล้ว กระดาษแก้วแห้ง ก็จะตึงทันที แต่การหุ้มตึงมาก ๆ อาจทำให้ปีกบิดเสียรูปได้ จึงต้องระวังด้วยนะครับ

การจัดวางอุปกรณ์ในเครื่อง E2
เริ่มจากมอเตอร์ฟอลคอนทดเฟือง ใบพัดเดิมผมใช้ขนาด 10x4.7 นิ้ว แต่จากการทดลองบินพบว่าใบพัดมี pitch ต่ำไปหน่อย ทำให้บินช้ามากแม้จะเร่งความเร็วสูงสุดแล้ว ผมอยากให้เร็วขึ้นอีกหน่อย ก็เลยตัดปลายใบพัดออกให้เหลือ ขนาด 8x4.7 นิ้ว แม้จะทำให้ Thrust ลดลงบ้างแต่ก็ทำให้ใบพัดหมุนได้รอบสูงขึ้น ได้ความเร็วสูงขึ้นตามต้องการครับ

ถัดจากมอเตอร์ก็เป็น ESC+BEC ของคุณ TD ซึ่งผมทดลองใช้แล้วได้ผลดีมากครับ แม้จะไม่มี cutoff แต่ก็ไม่ต้องกลัวว่าไฟจะเลี้ยงรีซีฟไม่พอ เพราะพอถ่านเริ่มอ่อน เครื่องจะไม่มีแรงไต่ระดับและค่อย ๆ ลดระดับลงทำให้เรารู้ว่าถ่านอ่อนแล้ว สามารถควบคุมเครื่องให้ร่อนลงได้อย่างปลอดภัยโดยที่ยังมีไฟสำรองสำหรับรีซีฟอยู่อีกนานเหลือเฟือทีเดียวครับ
จาก ESC+BEC ก็เป็นถ่านชาร์จ รีซีฟ ส่วนเซอร์โวผมติดตั้งไว้ด้านนอกลำตัวเพื่อให้สามารถปรับแต่งได้ง่ายครับ เมื่อปรับแต่งเข้าที่แล้วก็จะใส่เข้าไปในลำตัวอีกที

คันชักเซอร์โวผมใช้ไม้บัลซ่าหนา 2 มิลลิเมตร มาตัดเป็นแท่งแล้วต่อกับลวดธรรมดาเส้นใหญ่หน่อยทำเป็นรูปตัว Z เกี่ยวกับแขนเซอร์โว มีน้ำหนักเบาทีเดียว

เครื่อง E2 สภาพพร้อมบินครับ น้ำหนักประมาณ 240 กรัม
ผลการทดสอบบิน
เครื่อง E2 บินได้ทันทีตั้งแต่ first flight ครับ มอเตอร์ฟอลคอนทดเฟือง ให้แรงขับเหลือเฟือ และกินไฟน้อยครับ เครื่องบินไม่เร็วมาก ทำให้ควบคุมได้ง่ายครับ ปีกแบบโฟมแก้ว ก็ทำให้อากาศไหลลื่นดี มีแรงยกสูงครับ การเลี้ยวทำได้ไม่ค่อยดีโดยเฉพาะการเลี้ยวซ้ายจะกินวงกว้างกว่าการเลี้ยวขวา ผมคงต้องปรับระยะแขนเซอร์โวที่ดึงหางเสืออีกที และอาจจะปรับมุม right thrust ของมอเตอร์ให้น้อยลงอีกนิดครับ
ขอให้สนุกครับ
24 กรกฎาคม 2546
ngoodinja@hotmail.comเผามอเตอร์ฟอลคอนไปหนึ่งตัว เพราะอยากให้บินเร็วขึ้น
ผมอยากให้เจ้า E2 บินเร็วขึ้นอีกนิด เพราะชักจะเคยชินกับเครื่อง E1 ที่ใช้มอเตอร์ 400 บินค่อนข้างเร็ว การบังคับสนุก แต่เจ้า E2 บินช้า ๆ บังคับด้วยวิทยุบังคับ ก็รู้สึกไม่ต่างจากการบังคับด้วยรีโมทรถกระป๋องสักเท่าไรเลย ผมคิดว่าถ้าเพื่อน ๆ อยากทำเครื่องแบบ slowfly ไม่จำเป็นต้องซื้อวิทยุแพง ๆ เลยครับ ใช้รีโมทกระป๋องรุ่นไกลสุดฟ้า มาบังคับ บวกกับ KESC ของคุณ TD ก็ให้ความรู้สึกไม่ต่างกันเท่าไร เพราะส่วนมากการบิน slowfly ก็ไม่ได้เล่นท่าทางตีลังกา อะไรอยู่แล้ว แค่บินเรื่อย ๆ สวย ๆ ร่อนไป ๆ มา ๆ elevator ก็ไม่ค่อยได้ใช้ ใช้เฉพาะตอนร่อนลงจอดเท่านั้นเอง
ผมก็เลยคิดจะเพิ่มความเร็วเจ้า E2 อีกสักหน่อย โดยลดอัตราทดเฟืองลงครับ เปลี่ยนเป็นเฟืองขนาด 36 ต่อ 18 หรือเหลือเพียง 2 ต่อ 1 โดยใช้ใบพัดชุดเดิม ซึ่งทำให้มอเตอร์ซดกระแสถึง 4 แอมป์กว่า แต่เพื่อความมัน ก็ต้องลองดู

ผลก็คือเครื่อง E2 บินได้เร็วขึ้นอีกหน่อย เริ่มบินฉวัดเฉวียนสนุกขึ้น ผมบินเล่นอยู่นานพอดู โดยเปลี่ยนถ่านไปสองแพค ก็เลยอยากลองดูว่าสามารถรับถ่านขนาด AA 6 ก้อน ได้หรือไม่ เพราะมีถ่าน AA panasonic niCD 700mAH ที่แพคไว้สำหรับเครื่อง E1 เหลืออยู่ ก็เลยเปลี่ยนเอามาใส่ ทำให้น้ำหนักพร้อมบินเพิ่มขึ้นเป็น 300 กรัม ซึ่งก็ยังสามารถบินได้ครับ แต่ไต่ระดับอืดหน่อย ผมบินได้เพียงสองรอบมอเตอร์ก็เริ่มสะดุด ผมก็รีบเอาเครื่องลงอย่างปลอดภัย แต่ปรากฏว่ามอเตอร์มีกลิ่นเหม็นไหม้และไม่สามารถใช้การได้อีกต่อไป เข้าใจว่าผมเล่นอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้หยุดพักให้มอเตอร์เย็นลงสักหน่อย ทำให้มอเตอร์ร้อนจัดจนไหม้ในที่สุดครับ เป็นเหตุให้ผมต้องสั่งซื้อมอเตอร์ฟอลคอนจากคุณเก๋เพิ่มอีกสักหน่อย
เปลี่ยนระบบขับเคลื่อน เป็น Maxx380 ใบพัดชุนด้า และถ่าน AA 6 ก้อน
ระหว่างรอมอเตอร์ฟอลคอนจากคุณเก๋ ผมก็เปลี่ยนระบบขับเคลื่อน เป็นมอเตอร์ Maxx380 ขับตรงกับใบพัดชุนด้า 7 นิ้ว แบบพับได้ และถ่าน AA NiCd panasonic 700mAH 6 ก้อน ครับ ลองวัดกระแสดูได้เกือบ 8 แอมป์

เนื่องจากน้ำหนักมอเตอร์และถ่านเพิ่มขึ้น ผมเกรงว่าถ้าใช้ปีกแบบโฟมแก้วขนาด 30 นิ้วของเดิม จะทำให้เครื่องบินเร็วเกินไป ควบคุมยาก ก็เลยเปลี่ยนเอาปีกของ Krapong Slowfy แบบโฟมกรีด ขนาด ยาว 36 นิ้ว กว้าง 7 นิ้ว มาใส่แทน โดยเสริมไม้บัลซ่าแท่งขนาด 8 มิลลิเมตรตลอดแนวความยาวปีกเพื่อให้แข็งแรงมากขึ้น ซึ่งทดลองแล้วสามารถรับน้ำหนักระบบขับเคลื่อนชุดใหม่ได้สบายครับ

น้ำหนักพร้อมบิน 340 กรัม wingloading ประมาณ 9 ออนซ์ต่อตารางฟุต

ผลการบินระบบขับเคลื่อนใหม่ บินได้นิ่มนวล บังคับง่าย
วันที่ 8 สิงหาคม 2546 เวลา 6.30 นาฬิกา ผมนำ E2 ในระบบขับเคลื่อนใหม่ไปบินเล่นที่สนามหน้าหมู่บ้าน มีลมพัดอ่อน ๆ ครับ อากาศดีมาก

จากการใช้มอเตอร์ 380 ขับตรง แต่ใช้ถ่าน เพียง 6 ก้อน และปีกที่ใหญ่ขึ้น มีแรงยกสูง ทำให้เครื่องบินไม่เร็วมากครับ บินช้ากว่า E1 พอสมควร สามารถควบคุมได้ง่ายมาก

บินได้ไม่ค่อยสูงเท่าไรครับ ประมาณตึก 10 ชั้น การไต่ระดับเป็นไปอย่างนิ่มนวล การบังคับไม่รู้สึกเครียดเลยครับ สปีดคอนโทรลของคุณ TD สามารถเร่งเบาเครื่องได้ราบรื่นมาก และสามารถรับกระแสขนาด 8 แอมป์ได้ไม่มีปัญหาครับ ผมบินอยู่ประมาณ 5 นาที ก็เอาเครื่องลงครับ เพราะสปีดคอนโทรลของคุณ TD ไม่มี cutoff และเพื่อน ๆ บางคนบอกว่าถ้าใช้กับถ่าน NicD อาจจะมีปัญหาเพราะถ่านแบบนี้พอไฟหมดแล้วหมดเลย ไม่เหมือนถ่าน NiMh ที่จะมีไฟเหลือพอสามารถเอาเครื่องลงได้หลังจาก pic ของ ESC รีเซ็ตตัวเองแล้ว ดังนั้น ผมจึงไม่อยากเสี่ยงรอให้ pic รีเซ็ตตัวเองครับ เอาเครื่องลงก่อนดีกว่า

ผมเริ่มมั่นใจในการควบคุมเครื่องบินโดยใช้มอเตอร์ขับตรงมากขึ้นกว่าตอนบิน E1 ครับ คราวหน้าคงจะลองเอาปีกแบบ โฟมแก้ว ขนาด 30 นิ้ว ของเดิมมาติดตั้ง คาดว่าสามารถบินได้เร็วขึ้นอีก และผมเชื่อมั่นฝีมือการบังคับว่าสามารถเอาอยู่ครับ
ขอให้สนุกครับ
8 สิงหาคม 2546
ngoodinja@hotmail.comสร้างปีกแบบโฟมแก้ว ขนาด 36x6 นิ้ว แกนโฟมอัด
ปีกแบบโฟมแก้วเดิมผมใช้ spar ทำด้วยแท่งไม้บัลซ่า ซึ่งมีความแข็งแรงดีมากครับ แต่ผมอยากลองสร้างปีกแบบโฟมแก้วที่ใช้ spar เป็นโฟมอัดดูบ้าง จะได้ราคาถูกลงอีก เพราะไม้บัลซ่าแท่งก็มีราคาแพงถึงแท่งละ 60 กว่าบาท ถ้าใช้โฟมอัดแทนได้ก็จะประหยัดและหาง่ายครับ
ปีกอันใหม่นี้ผมจะทำให้ยาวสักหน่อย เพราะลองบินด้วยปีกแบบโฟมแก้วเดิมขนาด 30 นิ้ว ด้วยมอเตอร์ maxx380 แล้ว เครื่องบินค่อนข้างเร็ว บังคับยากพอสมควรครับ แม้จะสามารถบังคับและเอาร่อนลงได้อย่างปลอดภัย แต่ก็เครียดพอดู ไม่แน่ว่าบินครั้งต่อไปจะสามารถเอาเครื่องลงได้ในสภาพที่ยังคงเป็นชิ้นเดียวอยู่หรือเปล่า รอให้ผมบังคับเก่งกว่านี้อีกหน่อยดีกว่า ก็เลยทำปีกใหม่ให้ยาวหน่อยจะได้บังคับง่ายขึ้น
เริ่มจากตัดโฟมอัดขนาดหนา 5 มิลลิเมตร เป็นปีกขนาดยาว 36 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว
ตัดโฟมอัดขนาดหนา 5 มิลลิเมตร เป็นเส้นกว้าง 1 นิ้ว ยาว 36 นิ้ว 3 เส้น เอามาทากาวซ้อนกันเป็น 3 ชั้น แล้วแปะกับแผ่นปีก บริเวณประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์จากชายหน้าปีก เพื่อทำเป็น spar
ขัดชายหน้าปีกให้โค้งมนและชายหลังปีกให้เรียวแหลม แล้วกรีดตรงกลางปีกและกลาง spar เพื่อทำมุมยก ทากาว epoxy แห้งเร็วให้อยู่ตัว

ตัดแผ่นโฟมอัดหนา 3 มิลลิเมตร กว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6.2 นิ้ว 4 แผ่น
ติดกาว 2 แผ่นแรกเข้าตรงกลางปีกโดยดัดโค้งคร่อม spar เพื่อเสริมความแข็งแรงกลางปีก ส่วนอีก 2 แผ่น ติดที่ปลายปีกข้างละแผ่น โดยดัดโค้งคร่อม spar เช่นกันเพื่อใช้แทน rib สำหรับหุ้มกระดาษแก้ว

เอากระดาษแก้วมาหุ้ม ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ถ้าอยากให้ตึงก็พ่นน้ำแล้วเป่าให้แห้ง
ปีกแบบโฟมแก้วแกนโฟมอัดนี้ มีความแข็งแรงดีมากครับ แม้ความแข็งของปีกจะน้อยกว่าที่ใช้แกนแท่งไม้เล็กน้อย แต่ก็มีความแข็งแรงเพียงพอครับ สามารถรับน้ำหนัก 340 กรัม ของเครื่อง E2 ได้อย่างสบาย

บทสรุปของเครื่องบินไฟฟ้าของงูดินรุ่นที่สอง E2
เครื่อง E2 มีขนาดพอดี ๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป สามารถเปลี่ยนปีกได้หลายขนาด ตั้งแต่ 30 นิ้ว ถึง 36 นิ้ว โดยความกว้างประมาณ 5.5 ถึง 6 นิ้ว บังคับควบคุมง่ายมากถ้าใช้กับมอเตอร์ฟอลคอนทดเฟืองกับถ่าน NiMh 600mAH 6 ก้อน ขนาด AAA หรือ AA ก็ยังไหว เฟืองทด 3 ถึง 5 ต่อ 1 กับใบพัด gws 8x4.7 9x7 และ 10x8 นิ้ว

ใช้บินกับปีก 30 นิ้ว คล่องแคล่วรวดเร็ว
ถ้าต้องการบินเร็วๆ ก็สามารถใช้มอเตอร์ 380 ขับตรงได้ แต่ต้องเสริมความแข็งแรงปีกให้เพียงพอครับเพราะน้ำหนักพร้อมบินจะสูงถึง 340 กรัม ระบบขับเคลื่อนล่าสุดผมเปลี่ยนกลับมาใช้มอเตอร์ฟอลคอนทดเฟือง 5 ต่อ 1 กับใบพัด 10x8 นิ้ว ได้แรงขับสูงขึ้นเพียงพอกับความต้องการครับ หากต้องการบินเร็วก็ใช้ปีกขนาด 30 นิ้ว หากต้องการบินช้า ก็ใช้ปีกขนาด 36 นิ้ว ถ่าน NimH 600mAH 6 ก้อน น้ำหนักพร้อมบิน 240 กรัม ถ้าใช้ถ่าน AA 6 ก้อน น้ำหนักพร้อมบิน 300 กรัม ที่ผมกลับมาใช้ระบบขับเคลื่อนฟอลคอนทดเฟือง เพราะผมใช้ ESC+BEC ของคุณ TD ซึ่งไม่มี cutoff จึงไม่ค่อยปลอดภัยที่จะใช้กับมอเตอร์ 380 ซึ่งดึงกระแสสูงมากจนอาจไม่เพียงพอจ่ายให้รีซีฟเวอร์เวลาถ่านอ่อนครับ เพราะรู้สึกว่ารีซีฟเวอร์ของ hitec นี้จะไวต่อการตกของแรงดันไฟพอสมควร

ใช้บินกับปีก 36 นิ้ว มั่นคงควบคุมง่าย และใช้ถ่าน AA 6 ก้อนได้ด้วย
แปลนเครื่องบินไฟฟ้า E2
เช่นเคยครับ เมื่อทดสอบจนแน่ใจว่าบินได้ (ดี??) ผมก็ถอดแปลนมาเพื่อว่าเพื่อนอาจจะสนใจลองสร้างเล่นครับ

ขอให้สนุกครับ
12 สิงหาคม 2546
ngoodinja@hotmail.comเปลี่ยนหัวเครื่องบิน E2 เป็นไม้บัลซ่า และทดลองใช้ ESC ของคุณ TD รุ่นมี Cutoff และ Lost plane finder
เครื่อง E2 รับใช้มานานพอสมควร สามารถบินได้ดี แต่ผมไม่ค่อยชอบส่วนหัวทำด้วยโฟมซึ่งมักจะเยินเสียรูปและทำให้จุดยึดมอเตอร์ไม่ค่อยมั่นคง ผมจึงลองเปลี่ยนหัวโดยทำเป็นกล่องไม้บัลซ่าขนาดหนา 1 มิลลิเมตร มาแทนหัวโฟมแบบเดิมครับ
ไหน ๆ ก็ต้องรื้อหัวแล้ว พอดีนึกขึ้นได้ว่าคุณ TD ส่ง ESC รุ่นล่าสุดที่มี Cutoff และ Lost plane finder มาให้ลองตั้งนานแล้ว แต่ผมไม่มีเวลาเลย ช่วงนี้พอจะมีเวลาบ้างก็เลยเอามาติดตั้งแทน ESC ของเดิมที่ไม่มี cutoff เพื่อลองดูว่าจะมีปัญหาในการใช้งานอย่างไรบ้าง

สภาพของ ESC รุ่นใหม่ แพคซีลใส่ถุงพลาสติกมิดชิดปลอดภัยดีครับ ส่วนที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมคือมี buzzer และสวิตช์ปิดเปิด กับขั้วต่อเซอร์โว มาให้ด้วย สายไฟก็มีขนาดใหญ่กว่าของเดิม ทำให้น้ำหนักเพิ่มกว่าเดิมนิดหน่อยครับ แม้จะใช้ FET แบบที่ไม่มีแผงระบายความร้อนก็ตาม

หัวโฟมเดิมของเครื่อง E2 ถูกเฉือนด้วยคัตเตอร์ทิ้งไปถึงบริเวณหน้าสุดของห้องนักบิน แล้วนำไม้บัลซ่าแผ่นขนาด 1 มิลลิเมตรมาต่อเป็นกล่องสี่เหลี่ยมง่าย ๆ โดยมีโครงด้านในเป็นแท่งไม้บัลซ่าขนาด 4x4 มิลลิเมตร สวมลงไปกับลำตัวโฟมเดิม

แท่นรับมอเตอร์ใช้แผ่นไม้บัลซ่าหนา 2 มิลลิเมตรซ้อนกัน 3 แผ่น แล้วทำเดือนไม้เสียบลูกชิ้นเอาไว้รัดมอเตอร์ติดกับแท่นด้วยหนังสติ๊ก จากนั้นก็ต้อสายเข้า ESC ส่วนแหล่งพลังงานผมใช้ถ่านลิเธียม 2 ก้อน ที่ซื้อจากคุณเก๋ ต่ออนุกรมกัน ได้แรงดัน 8.4 โวลต์

แผ่นไม้บัลซ่าที่ทำเป็นแผงด้านข้างและด้านล่างผมทำให้ยาวเข้าไปในลำตัวประมาณ 2 นิ้ว เพื่อให้สามารถทากาวแล้วสวมเข้ากับลำตัวโฟมได้พอดี เวลาสวมเข้าไปต้องจัดตำแหน่งให้ดี ๆ อย่าให้หัวเบี้ยวไปด้านข้างหรือแอ่นขึ้นลง ไม่งั้นจะได้เครื่องบินพิการ

เสร็จแล้ว ขัดด้วยกระดาษทรายแล้วทาแล๊กเกอร์ทับสักสองชั้นเพื่อให้ไม้แข็งแรง แล้วตกแต่งส่วนหัวโดยการหุ้มด้วย OPP สีแดงสดใส

ลองทำแค่ส่วนหัวยังรู้สึกว่าเครื่องบินไม้นั้นน่าลองทำเล่นมาก เพราะรู้สึกถึงความแข็งแรงและเหลี่ยมมุมได้ฉากสวยงามกว่าการทำด้วยโฟม เอาไว้ว่าง ๆ คงมีเวลาทำเครื่องบินด้วยไม้ทั้งลำดูมั่ง น้ำหนักเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยครับ
ผลการทดสอบบิน
เสียงใบพัดที่ดูดอากาศผ่านหัวเครื่องบินที่ทำด้วยกล่องไม้นั้น ให้เสียงกระหึ่มเร้าใจดีมากครับ เครื่อง E2 หัวไม้บินได้อย่างดีและสวยงามตามที่ตั้งใจไว้ ผมถอดขาล้อออกเพื่อลดน้ำหนักและจะทดลองดูว่าการแลนดิ้งด้วยหัวไม้นั้นมีความแข็งแรงเพียงใด ซึ่งก็ไม่ผิดหวังครับ ทดลองอยู่ประมาณ 3 ครั้ง หัวไม้ก็ไม่มีการเสียรูปและไม่บุบสลาย มีความคงทนดีมากครับ
สำหรับ ESC รุ่นใหม่นั้น สามารถใช้ควบคุมมอเตอร์ได้นิ่มนวลดีเหมือนเดิมครับ สำหรับค่าแรงดันที่ ESC จะตัดนั้น คุณ TD บอกว่าอยู่ในช่วงประมาณ 4.8 โวลต์ ซึ่งเดิมผมเกรงว่าอาจจะต่ำไปหน่อย สำหรับการใช้กับถ่านลิเธียม เพราะถ่านลิเธียมนั้นไม่ควร Discharge ต่ำกว่า 3 โวลต์ต่อก้อน หมายถึงถ้าใช้ 2 ก้อน ก็ไม่ควรให้แรงดันต่ำกว่า 6 โวลต์ มิฉะนั้นถ่านอาจเสียหาย แต่คุณ TD ยืนยันว่าทดลองแล้วไม่มีปัญหา ผมจึงกล้านำมาทดสอบกับถ่านลิเธียม ซึ่งก็ได้ผลดีครับ ถ่านไม่เสียหายแต่อย่างใด
มีข้อสังเกตอยู่นิดหนึ่ง คือเดิมผมคิดว่า ESC ของคุณ TD จะตัดการทำงานแบบปิดมอเตอร์ไปเลย เมื่อแรงดันถึงจุดที่กำหนด แบบเดียวกับ ESC ของ Maxx แต่จากการทดสอบ ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ทั้งการทดสอบภาคพื้นดินและการทดสอบบินจริง คือ ESC จะค่อย ๆ หรี่มอเตอร์ลงเรื่อย ๆ ตามแรงดันที่ตกลง ในขณะที่ยังคงรักษาแรงดันให้เพียงพอป้อนให้ รีซีฟเวอร์และเซอร์โวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งลักษณะแบบนี้เหมือนกับ ESC ของนาย Stefan ซึ่งผมชอบมากกว่าการปิดมอเตอร์ไปทันทีเหมือน ESC ของ Maxx เพราะจากประสบการณ์ตอนใช้ ESC ของ Maxx เวลาบินไปเพลิน ๆ แล้วมอเตอร์ตัดการทำงานทันทีทันใด ทำให้ผมตกใจทุกที บางทีบินอยู่ไกล ๆ ต้องหาที่ร่อนลงฉุกเฉิน แต่ ESC ของคุณ TD เวลาบิน แล้วถ่านอ่อน เครื่องจะค่อย ๆ เบาลงและลดระดับลง มีเวลาเพียงพอที่จะควบคุมเครื่องบินให้ร่อนลงได้อย่างปลอดภัย และไม่เสียการควบคุมเลย ผมเคยลองปล่อยให้ ESC หรี่มอเตอร์ลงเรื่อย ๆ จนมอเตอร์หยุดหมุนแล้ว แต่ก็ยังสามารถควบคุมเซอร์โวต่อไปได้อีกนานหลายนาทีครับ
ส่วน Lost plane finder นั้น คุณ TD บอกว่าผมต้องต่อรีซิสเตอร์เข้าไปอีกตัวหนึ่งก่อนจึงจะใช้ได้ เพราะแผงวงจรที่ส่งมาให้ทดลองนั้นยังไม่สมบูรณ์ ผมยังไม่มีเวลาก็เลยยังไม่ได้ทดลองดูครับ
ขอให้สนุกครับ
18 กันยายน 2546
ngoodinja@hotmail.comข้อมูล ESC ของคุณ TD เพิ่มเติม
หลังจากผมลงผลการทดสอบ ESC ของคุณ TD ไปแล้วก็ได้รับคำชี้แจงจากคุณ TD ว่า ความจริงแล้ว ESC ของคุณ TD ออกแบบให้ตัดการทำงานของมอเตอร์ทันทีที่แรงดันลดลงถึงจุดที่กำหนดไว้ ไม่ใช่หรี่มอเตอร์ลง แต่จากที่ผมได้ทดสอบหลายครั้ง ปรากฏว่ามอเตอร์ไม่ได้ตัดแต่หรี่ลงเรื่อย ๆ ตามที่ได้แสดงผลการทดสอบดังกล่าว ซึ่งต่อมาคุณ TD ก็ได้ลองกลับไปทดสอบ ESC ตัวอื่น ๆ ดูมีบางตัวที่หรี่มอเตอร์ลงเช่นเดียวกับที่ผมได้ทดสอบครับ ก็คงเป็นข้อมูลเพื่อปรับปรุง ESC ให้ดีขึ้น แต่ใจผมชอบแบบหรี่มอเตอร์ลงมากกว่าตัดไปเลยนะครับ
เพื่อไม่ให้ที่ว่างเกิน ผมก็เลยถ่ายภาพการบินของ E2 หัวไม้มาให้เพื่อน ๆ ดูเล่น ถ่ายตอนบินที่คานารีย์เบย์ จังหวัดระยองครับ

บินด้วยปีกขนาด 30 นิ้วครับ คล่องมาก

ขอให้สนุกครับ
25 กันยายน 2546
ngoodinja@hotmail.com