เครื่องบินไฟฟ้าของงูดินรุ่นที่ 3 BF400

จากการทดลองทำส่วนหัวเครื่องบิน E2 ด้วยไม้บัลซ่า ทำให้ผมอยากลองสร้างลำตัวเครื่องบินทั้งลำด้วยไม้บัลซ่าสักลำหนึ่ง เพราะเห็นว่าการสร้างไม่น่าจะยาก ผลงานออกมาสวยงาม มีความคงทน แม้จะใช้เวลาสร้างนานกว่า สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากกว่าการสร้างด้วยโฟม แต่ก็น่าลองทำดูเป็นประสบการณ์สำหรับมือใหม่อย่างผม

แนวคิดในการสร้าง

ตอนนี้มอเตอร์ขนาด 380-400 ราคาถูกลงกว่าเดิมมาก ผมไปดูที่สะพานเหล็กเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2546 ราคาตัวละ 200-250 บาท เท่านั้น เทียบกับที่ผมเคยซื้อมาใช้กับเครื่อง E1 ราคา 800 บาท แน่ะครับ อแดปเตอร์ใบพัด ก็ตัวละ 50 บาท ใบพัดขนาด 6x3 หรือ 6x4 ราคาไม่เกิน 100 บาท ผมเลือกมอเตอร์ขนาด 380 มาใช้กับ E3 เพราะเห็นว่าราคาเป็นมิตร ใบพัดหาง่าย ถ่านก็ใช้ขนาด AA 6-7 ก้อน ขนาด 500-600mAH ก็ราคาถูกมาก แรงก็ดี ใช้เครื่องชาร์จทั่วๆไปได้ การเซตระบบง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักมากนัก สามารถรับน้ำหนักพร้อมบินได้ถึง 500 กรัม

สำหรับระบบวิทยุ ผมคิดว่าสามารถใช้วิทยุ Hitec Focus3sFM พร้อมเซอร์โว HS-55 ที่มีอยู่เดิมได้ดีเพราะน้ำหนักเบามาก หรือไม่ก็สามารถใช้กับวิทยุกระป๋องก็ทำได้ไม่มีปัญหา

การสร้างลำตัวเพื่อให้สร้างง่ายและแข็งแรงเพียงพอ ผมจึงใช้ไม้แผ่นขนาดหนา 2 mm และ 2.5 mm ทำเป็นกล่องไม้แทนที่จะใช้แบบแท่งไม้ประกอบกัน ซึ่งจากการสร้างก็พบว่ามีน้ำหนักไม่มากเกินไปนักและสร้างง่าย ตกแต่งง่ายดีครับ

ลำตัวยาว 23 นิ้ว กว้าง 1.8 นิ้ว สูง 3 นิ้ว ครับ ลำตัวด้านล่างเป็นแผ่นไม้ 2.5 mm ด้านข้าง 2 mm

 

ประกอบลำตัวโดยใช้กาวร้อน หรือกาวช้างแตะเป็นจุด ๆ ประกอบขึ้นรูปแล้วค่อยไล้รอยต่อด้วยกาว UHU twist&glue เพื่อความแข็งแรง เสร็จแล้วลองเอามอเตอร์ J400 ที่ได้จากคุณจ้อน กับใบพัด Master Airscrew 6x3 มาลองวางดู

การยึดมอเตอร์ส่วนหัว ใช้ไม้บัลซ่าบล็อกสี่เหลี่ยม คว้านเป็นรูปครึ่งวงกลมเพื่อให้วางมอเตอร์ลงไปได้พอดี การคว้านผมใช้เลื่อยฉลุเลื่อยเป็นรูปร่างก่อน แล้วใช้กระดาษทรายขัดโดยเอากระดาษทรายหุ้มรอบมอเตอร์แล้วขัดไม้ลงไปให้พอดีจะได้ส่วนโค้งส่วนเว้าพอดีกับมอเตอร์ การยึดมอเตอร์ใช้แท่งไม้เสียบลูกชิ้น ยึดหนังสติ๊กเพื่อรัดมอเตอร์เข้ากับบล็อกไม้

เจาะบล็อกไม้ แล้วเสียบไม้ให้ทะลุด้านหน้าและหลังเพื่อเป็นเดือยยึดหนังสติ๊ก

แพนหางดิ่งและแพนหางระดับ ใช้แผ่นไม้บัลซ่า 2 mm ตัดเป็นรูปร่างแล้วยึดติดกับลำตัวด้วยกาวร้อน ไล้ด้วย UHU

ส่วน elevator ซ้ายขวาเสริมตรงกลางด้วยแท่งไม้เสียบลูกชิ้นเพื่อความแข็งแรง

แพนหางระดับ ยาว 11 นิ้ว กว้าง 4 นิ้ว

แพนหางดิ่ง สูง 5 นิ้ว กว้าง 4 นิ้ว

เมื่อประกอบลำตัวเสร็จก็ทาแล็กเกอร์เคลือบสักชั้นหนึ่งเพื่อความแข็งแรง ผมลองชั่งน้ำหนักลำตัวพร้อม มอเตอร์ และ ESC ของคุณ TD กับถ่าน AA 700mA 7 ก้อน ได้น้ำหนัก 250 กรัม เท่านั้นเองครับ คิดว่าถ้ารวมน้ำหนักปีก และชุดวิทยุแล้วไม่น่าจะเกิน 450 กรัม

ขอให้สนุกครับ

3 ธันวาคม 2546

ngoodinja@hotmail.com

ย้ายชุดวิทยุจาก E2 มาลงใน E3

เครื่อง E2 แบบ Slowfly ซึ่งบินได้ดีมากและยังไม่พัง ยิ่งพอเปลี่ยนเป็นหัวไม้ยิ่งทนทานมาก แต่เนื่องจากผมมีชุดวิทยุมาตรฐานอยู่ชุดเดียวตอนนี้คือ Hitec Focus 3SFM และต้องการนำมาลองใส่ในเครื่อง E3 ก็เลยจำเป็นต้องถอดออกมาแล้วเปลี่ยนเอาวิทยุกระป๋องใส่ลงในเครื่อง E2 แทน ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ เครื่อง E2 ก็ยังบินได้อย่างดีแม้จะตีลังกากลับหลังไม่ได้เหมือนใช้วิทยุมาตรฐานแต่ก็ยังเล่นได้สนุกครับ

ถอด ESC ของคุณ TD ออกมาติดตั้งกับมอเตอร์ 380 ในเครื่อง E3 สำหรับถ่านผมเตรียมไว้สองแบบ แบบแรกคือ NiCd 700 mAH 7 ก้อน เพื่อความแรงในการบิน

ถ่านแบบที่สอง คือ ลิเธียมอิออน ของคุณเก๋ ที่ผมสั่งซื้อมาใหม่อีก 6 ก้อน ลองใช้ 4 ก้อนก่อน โดยนำมาต่อขนานกัน 2 ก้อน และอนุกรมกัน 2 ก้อน ทำให้ได้แรงดัน 8.4 โวลต์ ความจุประมาณ 1800 mAH จากการทดสอบการจ่ายกระแส แม้จะไม่แรงเท่า NiCd แต่ก็น่าจะเพียงพอ และคาดว่าจะบินได้นานประมาณ 15-20 นาที ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง โดยมอเตอร์จะกินกระแสราว ๆ 5-6 แอมป์ ที่สำคัญ ถ่านชุดนี้น้ำหนักเบากว่า NiCd มาก น่าจะบินได้สนุกทีเดียว

เปรียบเทียบสัดส่วน E2 ซึ่งใช้ชุดกระป๋อง กับ E3 ซึ่งอยู่ระหว่างติดตั้งชุดวิทยุมาตรฐาน

สำหรับเครื่อง E3 นี้ เพื่อให้น้ำหนักเบา ผมจึงทำสีโดยใช้สีพ่นกระป๋องละ 39 บาท ราคาถูกมาก พ่นได้ทั้งลำ ด้วยสีแดงเข้ม แล้วจะแต่งด้วยสติ๊กเกอร์นิดหน่อยก็พอ

ดูกันชัด ๆ กับชุดกระป๋อง t&t ใน E2 ควบคุมมอเตอร์ด้วยรีเลย์ บังคับเลี้ยวด้วยมอเตอร์จิ๋ว pull-pull ใช้กับถ่านลิเธียม 2 ก้อน

เปลี่ยนหัวเครื่องบินรุ่นที่ 15 Micro-Piper เป็นหัวไม้บัลซ่า

เครื่อง Micro-Piper ซึ่งยังใช้บินได้ดีอยู่ แต่ด้วยความชรา จึงทำให้หัวยับเยินย่นย่อไปบ้าง เพื่อความแข็งแรงสวยงาม ผมจึงเอาไม้บัลซ่าขนาดหนา 1 มิลลิเมตร มาประกอบเป็นหัวใหม่แทนหัวเดิมครับ

ใช้คัตเตอร์ตัดหัวเดิมออกดื้อ ๆ

ประกอบหัวไม้บัลซ่าเข้าไปใหม่จะเห็นว่าสวยงามน่าเล่นมาก และจากการทดสอบบินแม้จะถอดล้อออกก็ยังร่อนลงด้วยท้องได้อย่างไม่มีปัญหา แข็งแรงดีมาก สำหรับใบพัด พันไว้ด้วยเส้นด้ายชุบกาวช้างทำให้ลืมคำว่าใบพัดหักไปได้เลย ใบพัดอันนี้ใช้มาได้เกือบปีแล้วเนี่ย

เอ้า มาเข้าแถวถ่ายรูปกันหน่อย จากทางซ้าย E3 ตรงกลาง Micro-Piper รุ่นที่ 15 และขวาสุด Easy-Flyer รุ่นที่ 19 ซึ่งเปลี่ยนเป็นหัวไม้ทั้งหัวเช่นเดียวกัน

ขอให้สนุกครับ

16 ธันวาคม 2546

ngoodinja@hotmail.com

ติดตั้งชุดวิทยุเสร็จเรียบร้อยและติดตั้งปีกพร้อมบิน

จากการใช้เวลาช่วงค่ำ ๆ ประมาณ สองทุ่มถึงสี่ทุ่มในการสร้าง E3 ตอนนี้ก็ติดตั้งชุดวิทยุเซอร์โวเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ในการติดตั้งเซอร์โวเนื่องจากลำตัวค่อนข้างแคบและหัวเครื่องยาวทำให้ค่อนไปทางหนักหัว ผมก็เลยพยายามติดตั้งเซอร์โวไปทางส่วนหางให้มากเข้าไว้ แต่เพราะส่วนหางคับแคบทำให้ต้องติดเซอร์โวเรียงลำดับกันไปแทนที่จะติดคู่ขนานกัน

การติดตั้งอุปกรณ์เรียงลำดับจากหัว ใบพัด มอเตอร์ ESC ถ่านชาร์จ รีซีฟเวอร์ ปิดท้ายด้วยเซอร์โวสองตัว

สำหรับคันชักผมยังหาลวดเปียโนที่เหมาะสมไม่ได้ ก็เลยใช้ลวดธรรมดาหนาหน่อย กับแท่งไม้บัลซ่าเป็นก้านคันชัก ก็เลยดูไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไร

สำหรับปีก ผมทำปีกแบบโฟมกรีด เสริมแท่งไม้บัลซ่าไว้อันหนึ่ง กว้าง 6 นิ้ว ยาว 34 นิ้ว และปีกอีกอันหนึ่งเป็นของที่ซื้อมาจากคุณเก๋ คู่ละ 100 บาท (แพงไปนี๊ดดดด) เป็นของเครื่อง Beamer ซึ่งมีขนาดยาว 36 นิ้ว กว้าง 5.5 นิ้ว ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ใช้กับเครื่อง E3 ได้อย่างเหมาะเจาะ

ปีกของคุณเก๋ ทำด้วยโฟมตัดด้วยลวดความร้อน แบบ Flat bottom ซึ่งเนื้อโฟมค่อนข้างอ่อนหน่อย แม้คุณเก๋จะใส่แท่งไม้เสียบลูกชิ้นมาเสริมความแข็งแรงให้บ้างแล้ว แต่ก็ยังดูไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไร หลังจากที่ประกอบปีกสองด้านเข้าด้วยกันโดยใช้กาว epoxy แล้ว ผมก็เลยใช้ OPP เทปคาดตามยาวทั้งด้านบนและด้านล่างให้แข็งแรงขึ้นอีกหน่อย

มีข้อสังเกตอีกหน่อย คือปีกของคุณเก๋สองข้าง น้ำหนักไม่เท่ากัน ปีกด้านขวาจะหนักกว่าด้านซ้ายค่อนข้างมาก เข้าใจว่าเพราะเนื้อโฟมมีความแน่นไม่เท่ากัน เวลาจะบินต้องหาอะไรมาถ่วงปีกด้านซ้ายสักหน่อยครับ

สำหรับปีกนี้ ผมได้เอาไปทดสอบบินกับเครื่อง E2 ก่อนแล้วครับ เป็นปีกที่มีแรงยกสูง อัตราร่อนดีครับ แต่น้ำหนักก็มากกว่าปีกแบบโฟมกรีดพอสมควร

เครื่องบิน E3 สภาพพร้อมบินครับ ติดตั้งปีกโฟมของคุณเก๋ น้ำหนักพร้อมบินเมื่อใช้กับถ่านลิเธียม 4 ก้อน เพียง 300 กรัม เท่านั้น แต่ถ้าใช้ถ่าน NiCd 7 ก้อน จะมีน้ำหนักพร้อมบิน 400 กรัม ครับ

ขอให้สนุกครับ

18 ธันวาคม 2546

ngoodinja@hotmail.com

ปรับแต่งครั้งสุดท้ายก่อนทดสอบบิน

มาถึงขั้นตอนการตกแต่งและทดสอบครั้งสุดท้ายก่อนการบินครั้งแรกครับ

ผมจัดการถ่วงปลายปีกข้างซ้ายด้วยสกรู 3 ตัว เพื่อให้ปีกซ้ายขวาสมดุลกัน จากนั้นก็เอาสติ๊กเกอร์แถบสีเหลืองมาคาดลำตัวให้ดูเป็นสปอร์ตหน่อย

 

 

เอาสกรูไขเข้าไปที่ปลายปีกทีละตัวเพื่อเพิ่มน้ำหนัก

คาดสติ๊กเกอร์เสียหน่อยจะได้ดูไม่โล้น

หลังจากตกแต่งแล้วก็มาทดสอบระบบบังคับวิทยุ จากการติดตั้งเซอร์โวของผมทำให้ต้องปรับสวิตช์ที่ภาคส่งเป็นรีเวอร์สทั้งสองตัวครับ

ทดสอบการบิน E3

 

 

เช้าวันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม 2546 เวลา 6.30 นาฬิกา ลมสงบ อากาศเย็นสบาย ผมเอา E3 ออกไปบิน first flight ครับ สถานที่บินวันนี้เป็นที่ใหม่ซึ่งเป็นที่โล่งริมถนนสายรังสิตนครนายกก่อนขึ้นสะพานข้ามคลองสี่ เดิมเป็นป่าหญ้าคา แต่ไม่นานมานี้มีการเอารถไถมาปรับที่จนเรียบสวยงามเข้าใจว่าเตรียมไว้ทำหมู่บ้านจัดสรร ผมก็เลยเอามาใช้ทดสอบเสียเลย

จากการบินปรากฏว่าบินได้เป็นอย่างดีมากครับ เครื่องบินมีเสถียรภาพดีมาก เป็นเพราะมุมยกปีกของคุณเก๋ที่มีมากถึง 6 นิ้ว ทำให้บินได้นิ่งมาก หลับตา(ข้างเดียว) ก็ยังบินได้สบาย ผมบินด้วยถ่านลิเธียม 4 ก้อน ให้กำลังแรงเหลือเฟือครับ สามารถบินได้คล่องแคล่วมาก ตีลังกากลับหลังได้หลายตลบ คนที่ยืนรอรถเมล์แถวนั้นมาดูกันใหญ่

ผมลองบินไปสูงๆ แล้วทดสอบการร่อน ปีกของคุณเก๋สามารถร่อนได้อย่างยอดเยี่ยมครับ ไม่ค่อยลดระดับเลยครับ ผมอยากลองทำบาเรลโรล คือการพลิกตัวโดยใช้รัดเดอร์ ซึ่งทำได้ในเครื่อง E2 แต่สำหรับ E3 นี้ยังไม่กล้าลองครับ รอให้บังคับคล่องกว่านี้หน่อย

 

จากการทดสอบบินด้วยถ่านลิเธียมได้ประมาณ 15 นาที ครับ ซึ่งถ้าบินแบบประหยัดไฟโดยปล่อยให้ร่อนมาก ๆ หน่อย น่าจะได้ถึง 25 นาที เพราะเครื่องนี้ร่อนได้ดีมากครับ

จากนั้นก็มาทดสอบบินกับถ่าน Nicd 7 ก้อน พบว่าแม้น้ำหนักจะมากขึ้นประมาณ 100 กรัม แต่แรงขับเคลื่อนที่ได้ก็สูงขึ้นมากผิดหูผิดตา บินได้มันมากกว่าการใช้ถ่านลิเธียมอย่างรู้สึกได้ และจากน้ำหนักเครื่องที่เพิ่มขึ้นทำให้สามารถบินสู้ลมได้ดีมากครับ เครื่องมีความมั่นคงและบังคับได้ตามสั่งเลย แต่ก็บินได้นานแค่ประมาณ 5 นาทีครับ

จากการออกแบบกระจายน้ำหนักให้จุดวางถ่านอยู่บริเวณลำตัวที่จุด CG พอดี ทำให้เปลี่ยนถ่านจากลิเธียมเป็น Nicd ได้ทันทีโดยไม่ต้องปรับ CG ใหม่ครับ

สรุปว่าเครื่อง E3 บินได้ดี บินได้ง่าย ร่อนได้ดีมาก ๆ ลำตัวก็มีความแข็งแรงดีมากครับ แถมสวยด้วย (สร้างเองก็ชมตัวเอง) ต่อไปผมอาจจะพัฒนาโดยทำปีกอีกสักอันหนึ่งแล้วติดแอร์ลอน เพื่อบินแบบผาดแผลงบ้างครับ

ขอให้สนุกครับ

22 ธันวาคม 2546

ngoodinja@hotmail.com

แปลนลำตัวของ E3

หลังจากทดสอบว่าบินได้แน่นอนแล้ว ผมก็เลยเอาแปลนลำตัวคร่าว ๆ มาฝากเพื่อน ๆ ที่อยากลองสร้างดูเหมือนเคยครับ ส่วนปีกก็ตามสะดวกครับ จะสร้างด้วยโฟมพับ โฟมกรีด โฟมตัดลวดร้อนหรือโครงไม้ก็ได้ทั้งนั้น ให้มีความกว้างประมาณ 6 นิ้ว กางปีก 32-38 นิ้ว แล้วแต่ชอบบินเร็วบินช้าครับ ที่สำคัญน้ำหนักพร้อมบินอย่าให้เกิน 500 กรัมสำหรับมอเตอร์ขับตรงนะครับ

ขอให้สนุกครับ

27 ธันวาคม 2546

ngoodinja@hotmail.com

ทดลองมอเตอร์ฟอลคอนคู่ขับใบพัดเดียว

เครื่องบิน E3 ใช้มอเตอร์ 380 ขับตรงใบพัด 5.5x3 นิ้ว สามารถบินได้คล่องแคล่วดีอยู่ แต่ด้วยความอยากจะทดลองระบบขับเคลื่อนแบบใหม่ ๆ ที่จะใช้ทดแทนเกียร์ของมอเตอร์ 380 ซึ่งผมคิดว่าราคาไม่ค่อยจะสมเหตุสมผลเท่าไร พอดีเห็นมีเพื่อนคนหนึ่งในเวป weekendhobby เขียนมาคุยเรื่องมอเตอร์ฟอลคอนสองตัวขับเฟืองร่วมกันโดยใช้ใบพัดเดียว แล้วก็เงียบหายไป ประกอบกับคุณ eModeler เคยแนะนำผมไว้ตั้งแต่ตอนที่ทดลองเครื่องบินกระป๋องยุคแรก ๆ ว่าถ้าใช้มอเตอร์สองตัวขับเฟืองร่วมกันแล้วจะได้แรงขับเคลื่อนมหาศาลในขณะที่กินไฟน้อยลงด้วย ผมก็เลยคิดว่าจะทดลองดูครับ ทั้งนี้เพื่อเป็นข้อมูลให้เพื่อน ๆ คนอื่นที่สนใจอาจจะใช้ระบบนี้ทดแทนการทดเฟืองมอเตอร์ 380 ครับ

ระบบขับเคลื่อนมอเตอร์คู่นี้มีหลักการเดียวกับการทดเฟืองมอเตอร์เดียวธรรมดานั่นแหละครับ ช่วยให้แรงขับมากขึ้นและกินไฟลดลง ปกติผมก็ใช้มอเตอร์ฟอลคอนทดเฟืองกับเครื่องบินพวก Slowfly เช่น E2 อยู่แล้ว ซึ่งก็ได้แรงขับเคลื่อนสูงพอสมควร สำหรับการใช้มอเตอร์คู่ก็เพื่อจะให้ได้แรงขับสูงขึ้นอีกเกือบสองเท่าเพื่อที่จะสามารถพาเครื่องบินที่น้ำหนักพร้อมบินพอ ๆ กับการใช้มอเตอร์ 380 ทดเกียร์ คือให้สามารถแบกน้ำหนักพร้อมบินได้ประมาณ 500-800 กรัม คือแทนที่จะใช้มอเตอร์ตัวใหญ่ตัวเดียวก็มาใช้มอเตอร์ตัวเล็ก 2 ตัว แทนนั่นเอง

จากรูปจะเห็นว่าผมใช้มอเตอร์ฟอลคอนทดเฟืองรถกระป๋องธรรมดา ๆ ใช้เฟืองขับ 10 ฟัน เฟืองตามตัวใหญ่ 42 ฟัน อัตราทด 4.2 ต่อ 1 ขับใบพัด GWS 1080 (ขนาด 10x8 นิ้ว) มอเตอร์ทั้งสองตัวต่อขนานกัน คือเอาขั้วบวกต่อกับขั้วบวก ขั้วลบต่อกับขั้วลบ เพื่อให้หมุนไปในทิศทางเดียวกัน

จากการทดสอบภาคพื้นดิน ได้ผลน่าสนใจมากครับ คือผมใช้ถ่านลิเธียมแพค 4 ก้อน 8.4 โวลต์ และถ่าน Ni-CD ขนาด AA 7 ก้อน ที่ใช้เป็นแหล่งพลังงานให้กับมอเตอร์380 ของเครื่อง E3 นั่นเอง วัดกระแสดูได้ 4.5 แอมป์ ในขณะที่วัดแรงขับ (Thrust) ได้สูงถึง 250 กรัมทีเดียวครับ แรงขับสูงกว่าใช้มอเตอร์380 ขับตรงถึงเกือบ 100 กรัม

ผมจึงจัดแจงถอดมอเตอร์ 380 ขับตรงออกจากเครื่อง E3 แล้วติดตั้งชุดมอเตอร์คู่ลงไปแทนเพื่อเตรียมบินทดสอบ แต่ด้วยความที่แท่นเครื่องของ E3 ออกแบบให้โค้งเว้าเข้ากับมอเตอร์ 380 ผมก็เลยต้องใช้โฟมยัด ๆ แล้วใช้เทปพัน ๆ ไว้ให้แน่นเป็นการชั่วคราวก่อนครับ แม้จะไม่สวยแต่เพื่อการบินทดสอบ เจ้า E3 คงต้องยอมขี้เหร่ไปก่อน

นอกจากนี้เพื่อป้องกันใบพัดหักเวลาลงจอด ผมก็เลยเอาขาล้อมาแปะไว้ด้านหัวเครื่องโดยเอาเทปพันไว้เหมือนกัน ไม่ได้ติดกาว ขาล้อสั้นไปหน่อยเพราะถอดออกมาจากเครื่องบินกระป๋อง เอาน่ะ เป็นการชั่วคราว เดี๋ยวถ้าบินดีแล้วค่อยตกแต่งกันใหม่

จากการประมาณการระบบขับเคลื่อนที่มีแรงขับสูงถึง 250 กรัม กับน้ำหนักพร้อมบินเพียง 300 กรัม เท่านั้น คงจะบินได้มันน่าดู

ทดสอบการบิน E3 มอเตอร์คู่ วันตรุษจิน

เช้าวันที่ 21 มกราคม 2547 ตรงกับวันตรุษจีนพอดีครับ เป็นวันไหว้ ฤกษ์ดี เหมาะแก่การทดสอบบินครับ ผมตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 6.30 นาฬิกา พอตื่นขึ้นมา โอ้โห หมอกลงจัดมาก และลมค่อนข้างแรง อากาศเย็นสบาย ผมเอาเครื่อง E3 ใส่รถแล้วขับไปยังสนามที่ว่าง ๆ ใกล้การไฟฟ้าธัญบุรี ตรงคลองสาม ซึ่งเขาปรับที่ไว้ทำหมู่บ้านจัดสรร จัดการใส่ถ่านติดปีก ผมเซ็ตเครื่องให้หัวหนักหน่อยเพื่อสู้ลมที่ค่อนข้างแรงครับแล้วเร่งเครื่องพุ่งออกไป เครื่องบินออกจากมือแล้วไต่ระดับขึ้นอย่างรวดเร็วมีพลังสูงมากทีเดียว และที่น่าแปลกใจคือเครื่อง E3 มอเตอร์คู่บินได้เร็วมากกว่าตอนใช้มอเตอร์ 380 ขับตรงเสียอีกครับ เดิมผมคิดว่ามันจะบินช้าลงเพราะทดเฟืองถึง 4.2 ต่อ 1 แต่พอบินทดสอบจริงกับตรงกันข้ามครับ ทั้งเร็วและแรงสูงมาก อาจจะเป็นเพราะใบพัด GWS ที่ใช้มี pitch สูงถึง 8 นิ้วก็เป็นได้ ถ้าลดขนาดใบพัดลงเหลือ 9070 อาจจะบินช้ากว่านี้นิดนึง (และกินไฟน้อยลงอีก) ลมที่แรงไม่เป็นอุปสรรคในการบินแม้แต่น้อยครับ เครื่อง E3 มอเตอร์คู่สามารถบินทะลุทะลวงไปยังจุดต่าง ๆ ได้ตามสั่งอย่างใจ เหมือนขับรถเครื่องแรง ๆ อย่างไรอย่างนั้น มันมากครับ ผมลองตีลังกากลับหลัง 4-5 รอบติดๆ กัน ก็ทำได้อย่างง่ายดายไม่ต้องมีลุ้นเลย จากนั้นก็ลอง touch-and-go โดยบินช้า ๆ แล้วให้ล้อแตะพื้นแล้วเร่งขึ้นทันที ก็ทำได้สบายมาก เลี้ยววงแคบ ๆ ขนาดกลับหลังหันได้ไม่ต้องกลัวตกเพราะเครื่องแรงมากนั่นเองครับ ผมทดลองบินแนวระดับต่ำ ใช้คันเร่งเพียง 1 ใน 4 เท่านั้น ก็สามารถรักษาระดับได้ การที่เครื่องบินมีแรงขับสูงทำให้สามารถควบคุมได้ง่ายมากครับ ผมบินอยู่ 10 กว่านาที ก็เอาเครื่องลงมาดูว่ามอเตอร์ร้อนมากไหม จับดูก็แค่อุ่น ๆ เท่านั้นเอง ส่วนถ่านลิเธียมยังใช้ได้บินได้อีกนานครับ การใช้มอเตอร์คู่ทำให้มอเตอร์แต่ละตัวกินกระแสแค่ 2 แอมป์กว่า ๆ ไม่เป็นภาระแก่มอเตอร์ และทำให้บินได้นานมากกว่าใช้มอเตอร์ขับตรง แต่เนื่องจากวันนี้ผมยังต้องไปทำงานก็เลยเก็บเครื่องกลับบ้านไปก่อน วันหน้าจะถ่ายรูปตอนบินมาให้ดู เอาไว้รอตกแต่งใหม่ให้ E3 สวยกว่านี้ก่อนครับ

บทสรุป

ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ผมเห็นว่าคุ้มค่ามาก ๆ สำหรับเพื่อน ๆ ที่จะลองทำดูนะครับ โดยเฉพาะผู้ที่เล่นมอเตอร์ฟอลคอนทดเฟืองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะใช้อัตราทดเท่าไหร่ ใบพัดขนาดไหน (โดยทั่วไปก็ใช้ขนาด 1080 หรือ 9070 กันอยู่แล้วสำหรับฟอลคอนทดเฟือง) ถ้าลองซื้อมอเตอร์ฟอลคอนอีกตัวหนึ่งมาประกอบเข้าไป ทำให้เครื่องแรงขึ้นผิดหูผิดตา ใช้ทดแทนมอเตอร์ 380 ขับตรงหรือทดเกียร์ได้เลย สามารถใส่ในเครื่องบินลำใหญ่ขนาดที่ใช้กับมอเตอร์ 380 ได้ทันทีครับ

ขอให้สนุกครับ

21 มกราคม 2547

ngoodinja@hotmail.com

รวมภาพการบิน E3 และ Micro Piper วันที่ 24 มกราคม 2547

เช้าวันที่ 24 มกราคม 2547 เวลา 7 นาฬิกา ผมเอา E3 ซึ่งตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว กับ Micro Piper กระป๋องรุ่นที่ 15 ซึ่งทาสีลำตัวใหม่ด้วยสีโปสเตอร์เป็นสีเหลืองสดใส ออกไปบินเพื่อถ่ายภาพมาให้เพื่อน ๆ ดูเล่นครับ

พลังขับเคลื่อน E3 มอเตอร์ฟอลคอนคู่ นิยามใหม่ของความแรง เท่ และประหยัด (Powerful Smart&Save) เวอร์ไปรึเปล่าเนี่ย

สถานที่บินคือที่ว่างติดกับการไฟฟ้าธัญบุรี รังสิตคลองสาม ครับ ที่นี่ กว้างมากมาก

เครื่อง E3 ฟอลคอนคู่ใบพัดเดี่ยว ตกแต่งเสร็จ ติดตั้งขาล้อถาวรเพื่อการลงจอด และป้องกันใบพัดหัก

take off ด้วยคันเร่งครึ่งเดียวครับ ปล่อยออกจากมือก็บินไปง่าย ๆ

อากาศยามเช้าเย็นสบาย ครับ

บินวนเวียนไม่สูงมาก เพื่อให้ถ่ายภาพได้ง่าย ๆ ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นผมยืนบังคับอยู่ข้างรถที่มุมล่างด้านขวา

มีคนเลี้ยงช้าง เอาช้างมาปล่อยหากินหญ้าแถวที่ผมเล่นเครื่องบินด้วยครับ ก็เลยถ่ายมาให้ดูเล่น

Micro Piper กับลำตัวเหลืองสดใส กำลังติดตั้งปีกเพื่อออกบิน

ไปแล้ว Micro Piper รุ่นที่ 15 ซึ่งบินได้ดีมาตลอด

Landing กลิ้งโค่โล่ เพราะล้อไปสะดุดหิน แต่ไม่มีอะไรเสียหายครับ หัวไม้แข็งแรงทนทานมาก

ผมใช้เวลาบิน E3 กับถ่าน 2 ชุด และ Micro Piper กับถ่าน 1 ชุด รวมเวลา 40 นาที ครับ เป็นเช้าวันเสาร์ที่สดใส สบาย ๆ จริง ๆ

 

ขอให้สนุกครับ

24 มกราคม 2547

ngoodinja@hotmail.com