เครื่องบินไฟฟ้าของงูดินรุ่นที่สี่ E4

อวสานของ E2 คือจุดกำเนิด E4
คุณ TD ได้กรุณาส่งสปีดคอนโทรล ESC p-180 ซึ่งเป็น ESC ขนาดจิ๋วน้ำหนักเบา รับกระแสต่อเนื่องได้ประมาณ 3-5 แอมป์ ซึ่งเหมาะสมมากกับเครื่องบินไฟฟ้าประเภท ParkFlyer หรือ SlowFlyer ซึ่งเป็นเครื่องบินขนาดเล็กน้ำหนักเบา สามารถเล่นได้ทั้งในอาคารแบบ indoor หรือเล่นในสวนหลังบ้านซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก เพราะเครื่องบินแบบนี้จะบินช้า บังคับง่าย เลี้ยวได้วงแคบ ๆ ประหยัดไฟ ส่วนใหญ่จะใช้มอเตอร์ขนาด 180 280 ทดเฟืองอัตราทดสูงประมาณ 4-5 ต่อหนึ่ง และใช้ใบพัดใหญ่ ๆ เพื่อให้มีแรงฉุดสูง และมีขนาดพื้นที่ปีกกว้าง ๆ เพื่อให้ wingloading ต่ำ เนื่องจากยิ่ง wingloading ต่ำมากเท่าไร ก็สามารถบินได้ช้ามากเท่านั้นครับ
ความจริงผมได้รับ ESCp-180 มาหลายเดือนแล้ว แต่เนื่องจากยังไม่มีวิทยุบังคับมาทดลองเพราะวิทยุที่ผมมีคือ Hitec3sFM ก็ใช้ใน E3 ผมก็เลยติดต่อคุณเก๋ขอให้สั่งวิทยุภาครับของ GWS รุ่น R4P พร้อมเซอร์โว Naro/pro มาให้อีกชุดหนึ่งเพื่อจะนำมาใช้กับรีโมท Futaba skysport4 ที่ผมมีอยู่เดิมเนื่องจากภาครับเดิมของมันสูญหายไปพร้อมกับ E1 เมื่อปีที่แล้ว

ภาครับ R4P นี้มีขนาดเล็กที่สุดของ GWS เลยครับ ใช้กับเครื่องพวก indoor หรือ parkfly ผมดูแล้วขนาดของมันเล็กกว่าภาครับของ Hitec feather ที่ผมใช้อยู่เสียอีกครับ เป็นระบบ single conversion เหมือนกัน สำหรับ crystal ของภาครับ ตัวนี้ ก็เป็นขนาดเล็กพิเศษซึ่งเป็นของ GWS โดยเฉพาะเท่านั้นครับ สำหรับ crystal นี้ ผมสั่งซื้อคลื่น 72.91 เพื่อให้ตรงกับรีโมท futaba ของผมครับ
ภาครับ R4P นี้ ผมเช็คระยะรับส่งแล้วครับ ในภาคพื้นดิน ระยะ 100 เมตร สามารถบังคับได้สบายครับ ไม่ได้ลองดูว่าไกลสุดเท่าไร เพราะพื้นที่จำกัดครับ แต่ระยะขนาดนี้มองก็แทบไม่เห็นเครื่องบินแล้วครับจึงไม่น่าจะมีปัญหาหลุดคลื่นเวลาบินครับ นอกจากนี้ระยะบังคับบนฟ้าจะไกลกว่าบนพื้นดินอยู่แล้วครับ

เมื่อเปรียบเทียบขนาดจะเห็นว่า ESCp-180 (ตัวสีฟ้า) มีขนาดเล็กพอ ๆ กับภาครับ R4P เลยครับ น้ำหนักก็เบามาก ๆ สองตัวรวมสายไฟด้วยหนักประมาณ 20 กรัมเท่านั้นเองครับ
ผมจัดแจงติดตั้งอุปกรณ์วิทยุเข้ากับเครื่อง E2 เพื่อทดสอบการบินครับ สำหรับปีกผมใช้ปีกแบบ
โฟมกรีดขนาดยาว 35 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว เสริมแกนไม้บัลซ่า ซึ่งเป็นปีกเก่าที่ทำไว้เล่นกับเครื่อง E2 นานแล้ว ปีกอันนี้เคยหักมาครั้งหนึ่ง และผมซ่อมแซมแล้ว คิดว่าใช้การได้ แต่ผมคิดผิดซึ่งนำไปสู่อวสานของ E2 ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของ E4 ครับ
E2 ตกเพราะปีกขาดกลางอากาศ
สำหรับการทดสอบ ESCp-180 ใน E2 นั้น จากการทดลองภาคพื้นดินไม่มีปัญหาอะไรครับ ผมใช้ถ่านลิเธียม 2 ก้อน มอเตอร์ ฟอลคอนทดเฟือง 4 ต่อ 1 กับใบพัด 9070 พอเริ่มเสียบถ่านก็ได้ยินเสียงตี๊ด สั้น ๆ ที่มอเตอร์ แสดงว่า ESCp-180 พร้อมใช้งานแล้วครับ ผมลองโยกสติ๊กขึ้นช้า ๆ เร่งความเร็วขึ้น มอเตอร์ใบพัดก็ค่อย ๆ เร่งรอบสูงขึ้นอย่างนิ่มนวลมากครับ ผมลองโยกสติ๊กลงจนสุดเป็นการปิดมอเตอร์ก็ได้ยินเสียงตี๊ดสั้น ๆ อีกทีหนึ่ง มอเตอร์ก็หยุดหมุน เป็นอันว่า ESCp-180 สามารถใช้บินได้ทันทีแน่นอน โดยไม่ต้องปรับแต่งใด ๆ ครับ สะดวกมาก
เช้าวันเสาร์ที่ 13 มีนาคม 2547 เวลา 6.30 นาฬิกา ผมพาเครื่อง E2 ไปทดสอบบินที่หน้าหมู่บ้านปาริชาตรังสิตคลองสี่ครับ ความจริงอยากไปบินที่คลองสามข้างโรงไฟฟ้าธัญบุรีซึ่งเป็นที่โล่งกว้างมาก แต่ปรากฏว่าเจ้าของที่เขาเอารั้วลวดหนามมาล้อมกั้นไว้หมดเข้าไปเล่นไม่ได้อีกแล้วครับ คงเตรียมจะทำหมู่บ้านจัดสรรอีกแล้ว
เช้านี้ลมแรงทีเดียวครับ แต่ผมก็มั่นใจในแรงขับเคลื่อนของ E2 พร้อม ESCp-180 และภาครับ R4P ครับ ผมพุ่งเครื่อง E2 สวนลมเบา ๆ และเร่งเครื่องเต็มที่ เครื่อง E2 ก็บินขึ้นฟ้าอย่างง่ายดายและนิ่มนวลมากครับ ผมพยายามบินไม่ให้สูงมาก เพราะกลัวว่าลมบนจะแรง ก็เลยบินสูงแค่ประมาณตึก 3 ชั้น ครับ บินวนในรัศมีประมาณ 30 เมตร ครับ เครื่อง E2 บินได้อย่างมีเสถียรภาพ และบังคับควบคุมได้ง่ายมาก เหมือนเคย บนไปได้ประมาณ 5 รอบ ผมก็นึกสนุกอยากจะตีลังกาทำ inside loop เล่นบ้าง ก็เลยบังคับเครื่องเข้าหาลม กดหัวเครื่องลงเล็กน้อยเพื่อสะสมความเร็ว แล้วดึง elevator ขึ้นเพื่อตีลังกาครับ จังหวะที่เครื่องเริ่มเชิดหัวขึ้นนั่นเอง มีเสียงดัง ผับ แล้วปีกของเครื่อง E2 ก็พนมมือสวัสดีขึ้นข้างบนทันทีครับ ในวินาทีเดียวกัน เครื่อง E2 ก็ปักหัวลงอย่างรวดเร็ว ผมตั้งสติรีบปิดมอเตอร์ ก่อนที่เครื่องจะกระแทกพื้นดังโครม

ผมรีบไปเก็บซาก E2 พบว่าลำตัวตรงกลางหักยับเยิน ใบพัดหัก เฟืองที่ติดกับใบพัดหักไปครึ่งหนึ่ง ถ่านลิเธียมเลื่อนไปอัดกระแทกกับแกนไม้เสียบลูกชิ้นที่ใช้ยึดปีกจนแกนไม้หัก

ที่น่าทึ่งมากคือ ส่วนหัวที่ทำเป็นกล่องไม้บัลซ่าและขาล้อที่ยึดกับส่วนหัวนี้ ไม่มีความเสียหายเลยครับ ยิ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่าการประกอบไม้บัลซ่าเป็นกล่องทำลำตัวเครื่องบินนั้น มีความแข็งแรงจริง ๆ ครับ

ESC p-180 ของคุณ TD ก็ถูกอัดเข้าไปในกล่องไม้บัลซ่าส่วนหัว แต่มีโฟมรองอีกชั้นหนึ่งจึงไม่ได้รับความเสียหายครับ ยังใช้การได้

สำหรับลำตัวส่วนหางรวมทั้งเซอร์โวและคันชักต่าง ๆ ไม่ได้รับความเสียหาย ยังใช้การได้ดีเช่นกัน นี่ก็เป็นข้อพิสูจน์อีกครั้งหนึ่งว่า เวลาเครื่องบินตก ส่วนหางจะเสียหายน้อยที่สุด

นี่ครับ ต้นเหตุของโศกนาถกรรม ด้วยลมที่ค่อนข้างแรงประกอบกับผมเร่งความเร็วแล้วเชิดหัวขึ้นเพื่อตีลังกากลับหลัง ทำให้เกิดภาระแก่ปีกโฟมเก่า ๆ อันนี้อย่างมาก ทำให้ปีกฉีกตั้งแต่ชายหลังปีกใกล้ ๆ กึ่งกลางปีก แล้วขาดเป็นแนวยาวไปถึงสปาร์ไม้บัลซ่าจนสปาร์หัก ปีกของ E2 ก็เลยพนมมือสวัสดีเซย์กู๊ดบาย
กำเนิดใหม่ E4
พอเครื่อง E2 ตกพินาศ ผมก็เอาซากกลับมาบ้านแล้วมานั่งนึกว่าจะซ่อมหรือจะสร้างใหม่ดี เดิมผมคิดว่าจะซ่อมเพราะเห็นว่าหัวไม้และส่วนหางยังใช้การได้อยู่ แค่ทำลำตัวส่วนกลางเป็นกล่องสี่เหลี่ยมมาต่อก็ใช้ได้เลย แต่นึกไปนึกมาอยากเล่นเครื่องบินปีกล่างมากกว่า เพราะเล่นเครื่องบินกระป๋อง k20 micro Extra อยู่ก็เห็นว่าสนุกดีมาก ถ้าทำปีกล่างแบบ Slowfly บังคับด้วยวิทยุมาตรฐานอีกสักลำก็คงจะดี เพราะเครื่องบินไฟฟ้าปีกบนผมก็มี E3 เล่นอยู่แล้ว เครื่องบินกระป๋องปีกบนก็มี k15 micro Piper เล่นอยู่อีกเหมือนกัน ผมก็เลยจัดการเปลี่ยนแบบลำตัวเสียใหม่ โดยทำคล้าย ๆ micro Extra นั่นเองครับ แต่มีขนาดใหญ่ขึ้นและใช้โฟมอัดขนาด 5 มิลลิเมตร ทำลำตัวใหม่ ส่วนหางยังใช้ชุดเดิมของ E2 นั่นเองครับ

ลำตัวของ E4 ครับ ทำเป็นแบบปีกล่าง ลำตัวกว้างขวางมากแต่น้ำหนักเบาครับเพราะใช้อุปกรณ์วิทยุขนาดจิ๋วทั้งนั้น ส่วนหัวก็ทำด้วยโฟมเพียงแต่มีฐานเป็นไม้บัลซ่ารองใต้มอเตอร์เท่านั้น ทำให้หัวค่อนข้างจะเบากว่า E2 ก็เลยต้องเลื่อนช่องใส่ถ่านลิเธียมให้ไปชิดกับมอเตอร์เลยครับ

ใช้เวลาสร้างประมาณ 1 วัน ลำตัวของ E4 ก็ใกล้เสร็จสมบูรณ์ คงเหลือแต่ปิดฝาด้านบนแล้วตกแต่งเล็กน้อย E4 ก็พร้อมจะบินครับ

สำหรับปีก ผมก็ใช้ปีกเดิมของ E2 อีกอันหนึ่ง ปีกอันนี้ทำจากโฟมกรีดเป็นแบบยกปลายปีก และจะยาวกว่าปีกปกติคือยาว 38 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว ปีกอันนี้ผมใช้บินเมื่อเวลาต้องการบินแบบช้ามาก ๆ ร่อน ไปร่อนมา ครับ สังเกตเห็นว่าปีกนี้เคยหักมาแล้วทางด้านซ้ายจะเห็นรอยหักอยู่ ผมจัดการเอาไม้มาดามใหม่อย่างแข็งแรงคราวนี้ไม่มีหักอีกแน่นอน และผมเตรียมจะทำปีกอีกชุดหนึ่งจากชุดปีกของ beamer ที่ซื้อจากคุณเก๋มาเก็บสำรองซึ่งยังเหลืออีก 2 คู่
ขอให้สนุกครับ
14 มีนาคม 2547
ngoodinja@hotmail.comตกแต่งขั้นสุดท้าย
ในที่สุด E4 ก็สร้างเสร็จสมบูรณ์ครับ ผมจัดการตกแต่งลำตัวด้วย OPP เทป และสติ๊กเกอร์สีต่าง ๆ สำหรับที่นั่งคนขับหรือ cockpit นั้น ผมใช้ขวดน้ำดื่มมาตัดเป็นกระจกห้องนักบินครับ ดูดีมีราคาไม่หยอก ตรงที่นั่งนักบินด้านบนลำตัวเจาะเป็นช่องสี่เหลี่ยมไว้สำหรับลดน้ำหนักและระบายความร้อนที่มาจากมอเตอร์และถ่านลิเธียม และติดตั้งขาล้อ โดยเอาขาล้อของ E2 มาใส่ครับ

ในส่วนปีกผมใช้ปีกเดิมของ E2 ทั้งสองแบบคือแบบยกปลายปีกและแบบยกกลางปีก ซึ่งตกแต่งลวดลายได้อารมณ์ไปคนละแบบครับ

ปีกยาวยกปลาย ได้อารมณ์แบบสบาย ๆ ร่อนไปร่อนมา

ปีกสั้น กว้าง ได้อารมณ์แบบสปอร์ตโฉบเฉี่ยว
E4 บินครั้งแรก ประสบผลสำเร็จ มีวีดีโอให้ดูด้วย
เช้าวันอังคารที่ 16 มีนาคม 2547 เวลา 6.30 นาฬิกา ผมนำ E4 ไปทดสอบบินครั้งแรก โดยพาตากล้องไปด้วยครับ การทดสอบทำที่สนามหน้าหมู่บ้านปาริชาตรังสิตคลองสี่ เช้านี้ท้องฟ้ามีเมฆมาก อากาศกำลังสบาย มีลมพัดเอื่อย ๆ เอา E4 ออกมาประกอบปีก เปิดรีโมทแล้วใส่ถ่านลิเธียมลงไป ทดสอบ up down left right เร่งเครื่อง แล้วพุ่ง E4 ออกจากมือไป

เจ้า E4 ไต่ระดับขึ้นช้า ๆ แล้วค่อย ๆ ตีวงไปทางซ้าย ผมโยกสติ๊กไปทางขวาเพื่อแก้อาการเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ ปรับทริมไปทางขวาจนสุด จึงพอจะแก้อาการกินซ้ายได้ เท่าที่สังเกต การปรับทริมของรีโมท Skysport4 จะมีผลน้อยมากเมื่อเทียบกับทริมของรีโมท Hitec 3sFM คือของ Skysport4 ต้องปรับตั้งหลายคลิกกว่าจะแก้อาการได้ แต่ของ Hitec แค่คลิกสองคลิกก็อยู่แล้ว
ผมบังคับ E4 ให้บินวนซ้ายไปเรื่อย ๆ ไม่ให้สูงเกินตึก 5 ชั้น และไม่ให้รัศมีไกลเกิน 50 เมตร เพื่อทดสอบอาการของการบิน พบว่า E4 มีการทรงตัวที่ดีมาก คงเป็นเพราะผมทดสอบด้วยปีกแบบยาวและยกปลายปีก ทำให้สามารถบินเกาะอากาศได้ดี ผมพา E4 บินวนขวาบ้าง ก็สามารถควบคุมได้ดี บินได้สัก10 กว่ารอบ ก็ลองทำ inside loop ดู โดยกดหัวลงเล็กน้อย เร่งเครื่องเต็มที่แล้วดึงหัวขึ้นตีลังกากลับหลัง พบว่า วง loop ไม่ค่อยสวยเท่าไรครับ ออกจะเป็นรูปตัว V กลับหัวเสียมากกว่าเพราะปีกแบบยาวนี้มีแรงต้านค่อนข้างสูงและมีเสถียรภาพสูง เวลาเชิดหัวขึ้นไปสูงสุดมันก็เลยขัดขืนคอยจะพลิกกลับมาที่เดิมอยู่ตลอด คิดว่าถ้าเปลี่ยนเป็นปีกสปอร์ต คงจะทำท่าผาดแผลงได้สนุกกว่านี้

ผมบินเล่นอยู่ประมาณ 6-7 นาที ก็เอาเครื่องลงครับ ตอน landing รู้สึกจะกระแทกแรงไปนิด แต่ขาล้อที่ทำจากซี่ล้อจักรยานประกบลำตัวด้วยไม้ฉลุกับไม้บัลซ่าสามารถรับแรงกระแทกนี้ได้โดยไม่บุบบสลาย จับดูถ่านแค่อุ่น ๆ มอเตอร์ก็อุ่น ๆ เป็นอันว่าการทดสอบบินครั้งแรก E4 สอบผ่านและกลับลงมาได้แบบเดิม ๆ สิ่งที่ต้องกลับไปปรับปรุงก็คือต้องตั้งคันชัก rudder ให้ไปทางขวาอีกนิดและทำ right thrust มอเตอร์อีกหน่อย เพื่อจะได้ไม่ต้องทริมกันจนสุด ๆ แบบตอนทดสอบครับ

ตลอดการบินทดสอบ ผมให้ตากล้องถ่ายวีดีโอไว้ด้วย จึงตัดตอนมาบางส่วนเพื่อให้เพื่อนๆ ได้ชมกันครับ ผมแบ่งเป็น 3 ไฟล์ ขนาดไฟล์ละประมาณ 2 เมกกะไบต์ เพื่อสะดวกในการโหลด เป็นฟอร์แมต MPEG ครับ
ภาพวีดีโอการบินทดสอบ E4
ขอให้สนุกครับ
16 มีนาคม 2547
ngoodinja@hotmail.com