เครื่องบินรถกระป๋องของงูดิน รุ่นที่สิบ
เตรียมการทำเครื่องบินรุ่นที่สิบ Zero Fighter
สำหรับเครื่องบินรุ่นที่สิบ ผมตัดสินใจทำแบบเครื่องบินรบ Zero ของญี่ปุ่นซึ่งโด่งดังมากสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นใช้ฝูงบิน Zero ไปโจมตีฐานทัพเรือที่เกาะเพิร์ลฮาเบอร์ ทำให้สหรัฐอเมริกาเข้าสู่สงครามโลก เครื่อง Zero มีความเร็วและความคล่องตัวสูงมาก ถ้าเทียบกับเครื่องปัจจุบันก็คงเหมือนเครื่องบิน F-16 นั่นเอง เครื่องบินของสหรัฐอเมริกาที่มีสมรรถนะสูสีพอจะต่อกรกับ Zero ได้ขณะนั้น ก็มีเพียงเครื่องบิน F8 Hell-Cat นั่นเอง
เครื่อง Zero นี้มีสีขาวนวลทั้งลำ ส่วนหัวสีดำ ลวดลายก็มีเพียงสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์สีแดง จึงง่ายในการตกแต่ง ทั้งรูปร่างก็ไม่มีอะไรซับซ้อนครับ ส่วนหัวกว้างแล้วสอบไปทางหาง ลำตัวสร้างง่ายกว่า P-40 อีก ทำด้วยโฟมอัด 3 มิลลิเมตรทั้งลำ
ผมเตรียมอุปกรณ์เลยนะครับ

กาวที่ใช้มีทั้งตราช้าง UHU twist และ UHU por กาว por นี้เพื่อนหลายคนแนะนำให้ใช้ แต่ตอนแรกผมยังหาซื้อไม่ได้ ตอนหลังซื้อได้ที่ร้านชัยวัฒนาปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 12 เป็นร้านเครื่องเขียนแบบเรียนใหญ่ มีมอเตอร์ศึกษาภัณฑ์ขายด้วย (ตัวละ 38 บาท) ลองใช้กาว por ดูแล้วประทับใจครับ กัดโฟมนิดหน่อย แต่แห้งเร็ว ติดแน่น เวลาใช้ต้องทากาวทั้งสองด้านรอให้แห้งหมาด ๆ แล้วค่อยเอามาประกบติดกัน (แบบวิธีใช้กาวยาง) ราคา 54 บาท

รุ่นที่สิบผมจะออกแบบลำตัวให้กว้างหน่อย เพื่อจะทดลองใช้ระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายครับ ระบบขับเคลื่อนที่เลือกใช้ คือมอเตอร์ศึกษาภัณฑ์ทดเฟือง 2:1 ถ่าน 6 ก้อน มอเตอร์ Maxx380 ขับตรง (ได้จากคุณจ้อนครับ ยังไม่ได้จ่ายตังค์เลย) ถ่าน 7-8 ก้อน มอเตอร์รถกระป๋องโมเองเทียบเท่า Hyperdash2 ทดเฟือง 4:1 ถ่าน 3-4 ก้อน ใบพัดขนาด 6x3 , 6x4 และ 7x4 นิ้ว บังคับเลี้ยวด้วยมอเตอร์จิ๋ว เริ่มแรกผมจะใส่มอเตอร์รถกระป๋องกับถ่าน 3-4 ก้อน ก่อน เพื่อทดลองบินแบบช้า ๆ ให้คุ้นเคยกับอาการของเครื่อง แล้วค่อยเปลี่ยนมอเตอร์ขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ

วงจรวิทยุใช้ของ race-pard เอากาวติดรีเลย์ไว้บนแผงวงจรเลย ควบคุมใบพัดและหางเสือ

ภาพการต่อขารีเลย์สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากเห็นชัด ๆ ครับ สองขาคู่บนที่อยู่ต่างหากจากขาอื่น ๆ เป็นขาคอยล์ของรีเลย์สายสีเหลืองต่อกับจุดเดินหน้า สายสีเขียวต่อกับไฟลบ สองขาคู่ถัดลงมาพับเชื่อมเข้าด้วยกันแล้วต่อกับไฟบวก สองขาคู่ถัดลงมาเป็นขาคอมมอนให้เว้นไว้ สองขาคู่ล่างสุดเชื่อมเข้าด้วยกันแล้วต่อกับมอเตอร์ขั้วบวก

แผงวงจรต่อสายตีเกลียวเพื่อกันสัญญาณรบกวน มีขั้วเชื่อมสายเพื่อเอาไว้ถอดใส่อุปกรณ์อื่นได้ง่าย ๆ
สร้างลำตัวเครื่องเครื่องบินรุ่นที่สิบ
ลำตัวรุ่นที่สิบทำด้วยโฟมอัดทั้งลำครับ สูง 2 นิ้ว กว้าง 2 นิ้ว ยาว 20 นิ้ว สอบไปทางหาง ปีกกว้าง 5 นิ้ว ยาว 30 นิ้ว พื้นที่ปีก 150 ตารางนิ้ว แพนหางระดับกว้าง 3 นิ้ว ยาว 10 นิ้ว แพนหางดิ่ง กว้าง 3 นิ้ว สูง 4 นิ้ว

Zero Fighter เป็นรูปเป็นร่างแล้ว

โครงสร้างลำตัวเป็นกล่องสี่เหลี่ยมง่าย ๆ สร้างให้ลำตัวมีความกว้างเพื่อใช้มอเตอร์และถ่านได้หลายแบบ ทั้งง่ายแก่การติดตั้งอุปกรณ์

เสริมแผ่นโฟมสองชั้นบริเวณลำตัวส่วนหน้าไปถึงกลางปีก เพื่อเพิ่มความแข็งแรงรองรับมอเตอร์ SP380 ส่วนหัวนี้จะอัดด้วยโฟมบล็อกประกบมอเตอร์อยู่ตรงกลาง

ภาพส่วนหางมีความโค้งมนตามแบบ Zero วางแพนหางระดับไว้บนลำตัวเพื่อให้ง่ายแก่การสร้าง

ปีกดัดแปลงจากแบบของคุณจ้อนผสมกับของผมเอง เพื่อให้มีแรงยกสูงและน้ำหนักเบา คือทำปีกแซนด์วิชแบบคุณจ้อนโดยประกบโฟมด้านล่างครึ่งหนึ่งบริเวณตรงกลางปีก ส่วนอีกครึ่งหนึ่งไปจนถึงปลายปีกเหลือไว้เป็นแผ่นโฟมเฉพาะด้านบนแบบของผม ส่งผลให้ปีกมีความแข็งแรงและมีมุมยกกลางปีกได้ ขณะเดียวกัน ก็มีน้ำหนักเบาและมีแรงยกสูง กว้าง 5 นิ้ว ยาว 30 นิ้ว หากบินได้ดีแล้วคิดว่าจะทำปีกขนาด ยาว 25 นิ้ว อีกอันหนึ่ง เพราะผมชอบปีกสั้น ๆ ครับ ดูไม่เกะกะ
ขอให้สนุกครับ
22 กันยายน 2545
ngoodinja@hotmail.comติดมอเตอร์ MaxxFlying 380 ให้เครื่องบินรุ่นที่สิบ
เดิมผมว่าจะติดมอเตอร์ Hyperdash2 กับถ่าน 4 ก้อน ให้เครื่องรุ่นที่สิบ แล้วค่อย ๆ ปรับให้ใช้มอเตอร์ใหญ่ขึ้น แต่ด้วยความที่อยากทดลองใช้มอเตอร์ Maxxflying 380 ที่คุณจ้อนส่งมาให้ และเท่าที่ทราบมอเตอร์ตัวนี้ใช้ไฟ 6 โวลต์ จึงน่าจะบินได้กับถ่าน 6 ก้อน ซึ่งผมแพคเตรียมไว้ลองกับมอเตอร์ศึกษาภัณฑ์ ผมก็เลยลองต่อใบพัด APC 6x3 นิ้ว กับถ่าน 750mAH NimH 6 ก้อน ปรากฏว่าได้ลมแรงดีมากเลยครับ วัด thrust ได้ 100 กรัม ก็เลยตัดสินใจติดตั้งชุดมอเตอร์ชุดนี้เข้ากับเครื่องบินรุ่นที่สิบ
เนื่องจากมอเตอร์และถ่านรวมกันแล้วมีน้ำหนักมากพอสมควร คือมอเตอร์หนัก 70 กรัม ถ่านหกก้อนหนัก 60 กรัม จึงต้องเสริมความแข็งแรงหน่อย ผมใช้แผ่นโฟมหนา 1 นิ้ว มาตัดเป็นบล็อกประกบหุ้มมอเตอร์ส่วนหัวแล้วพันด้วยเทปปิดลัง ส่วนจุดที่วางถ่านก็รองด้วยโฟมบล็อกแล้วปิดประกบด้านบนด้วยโฟมบล็อกแล้วยังเอาโฟมบล็อกวางกันไว้ระหว่างถ่านกับวงจรภาครับด้วย เผื่อว่าเครื่องตกถ่านจะได้ไม่ไปกระแทกแผงวงจร
การบังคับผมใช้บังคับเลี้ยวด้วยมอเตอร์จิ๋วดึงหางเสือเหมือนรุ่นก่อน ๆ ทั้งที่ตอนแรกอยากจะลองเลี้ยวด้วยปีกเล็กแก้เอียง โดยใช้มอเตอร์จิ๋วบังคับปีกเล็กแก้เอียง แต่คิดดูแล้วการสร้างอาจจะยุ่งยากไปหน่อยก็เลยใช้วิธีเดิมไปก่อน
สร้างเสร็จแล้วน้ำหนักพร้อมบิน 250 กรัม ครับ

ภาพหัวเครื่องบินกับใบพัด APC 6x3 ครับ หลังจากผ่านการบินมาประมาณ 3 ถึง 4 ไฟลต์ มีคราบเศษดินโคลนอยู่ที่ใบพัดและหัวเครื่องบินด้านล่าง

มอเตอรจิ๋วดึงหางเสือ

การติดตั้งแผงวงจรและถ่านในลำตัว จะเห็นแพคถ่านหกก้อนถูกประกบด้วยบล็อกโฟมทั้งด้านบนด้านล่างและด้านหน้า เนื่องจากมอเตอร์ Maxx380 มีน้ำหนักมาก ต้องเลื่อนถ่านไปข้างหลังมากจนเลยชายหลังปีกไปอีก จึงจะได้ CG ถูกต้อง

จากภาพด้านหน้า จะเห็นว่าลำตัวอ้วนทีเดียว ติดตั้งอุปกรณ์ง่าย แต่แรงต้านอากาศสูง มุมยกปีกมีมากเพื่อให้บินได้มีเสถียรภาพขึ้น
ผลการทดลองบิน
น้ำหนักของเครื่องบิน 250 กรัมหรือ 9 ออนซ์ ต่อพื้นที่ปีก 150 ตารางนิ้ว หรือ 1.05 ตารางฟุต ทำให้ Wing loading สูงประมาณ 9 ออนซ์ต่อตารางฟุต ซึ่งหนักกว่าเครื่องบินกระป๋องของงูดินรุ่นอื่น ๆ ที่เคยสร้างมา ส่งผลให้เวลาพุ่งปล่อยจึงต้องออกแรงมากขึ้นและต้องจับบริเวณส่วนหัวเพราะด้านใต้ปีกไม่มี rib ให้จับเหมือนเครื่องบินรุ่นที่เก้า ลักษณะการพุ่งปล่อยจึงคล้าย ๆ ท่าพุ่งแหลนครับ ตอนแรกก็ไม่ค่อยชินเท่าไหร่ พุ่งเบาเกินไปเพราะเคยชินกับการปล่อยเครื่องรุ่นอื่น ๆ ทำให้ความเร็วไม่พอเครื่องบินจึงหัวปักดินเสียก่อนจะบิน แต่พอปรับความแรงของการพุ่งให้แรงขึ้น เครื่องรุ่นที่สิบก็บินขึ้นฟ้าไปได้อย่าสง่าผ่าเผย และจากน้ำหนักที่ค่อนข้างมากทำให้สามารถบินสู้ลมได้สบาย ๆ ครับ

เครื่องบินรถกระป๋องของงูดินรุ่นที่สิบ Zero Fighter สภาพพร้อมบิน

เครื่องบิน Zero เหินฟ้า ที่สนามหน้าหมู่บ้าน
เครื่องบินรุ่นที่สิบนี้มีแรงฉุดดีบินได้เร็ว และไต่ระดับได้เร็วมาก สมเป็นเครื่องบินขับไล่ที่โด่งดัง แต่บังคับยากขึ้นกว่าทุกรุ่นที่ผ่านมา มีอัตราการร่วงหล่นสูง การบังคับให้เครื่องบินในแนวระดับค่อนข้างยากเพราะเครื่องไม่มีเสถียรภาพเท่าที่ควร และยังร่อนได้ไม่ดี การร่อนลงจอดจึงไม่นิ่มนวล ท่าจอดประจำตัวคือเอาหัวทิ่มลงดินในแนวประมาณ 25 องศาแล้วกระเด้งไถลไปกับพื้น แต่การสร้างส่วนหัวแบบโฟมบล็อกประกบมอเตอร์แล้วใช้เทปปิดลังหุ้มนั้น ทำให้สามารถรับแรงกระแทกแบบนี้ได้สบาย ๆ

การบังคับควบคุมยากเอาการครับ เครื่องบินเร็วมาก และไม่ค่อยจะยอมเลี้ยว ต้องใช้พื้นที่ตีวงกว้างมาก
มีครั้งหนึ่งที่บินขึ้นไปแล้วปลายปีกด้านขวาไปเฉี่ยวกับยอดไม้ทำให้เครื่องบินเอียงไปทางขวาแล้วพุ่งหัวปักดินในแนวดิ่ง 90 องศา เสียงดังโครม ผมรีบวิ่งไปดูปรากฏว่าส่วนหัวไม่เป็นอะไรเลย แต่ส่วนที่ติดตั้งถ่าน พบว่าถ่านเคลื่อนมาดันโฟมบล็อกที่กันไว้จนหลุดออกมา แต่ก็ไม่มีความเสียหายอะไรมากมาย แสดงว่าการประกบหุ้มโฟมบล็อกแบบนี้ทำให้เครื่องมีความแข็งแรงมากครับ
ขอให้สนุกครับ
28 กันยายน 2545
ngoodinja@hotmail.comปรับปรุงเครื่องบินรุ่นที่สิบให้บินได้ดีขึ้น
จากการทดสอบบินคราวแรก พบว่าบังคับเครื่องยาก เพราะเครื่องร่อนได้ไม่ดี อาการบินเหมือนก้อนหินติดปีก ยิ่งบินเร็วยิ่งบังคับยาก บางทีกดปุ่มเลี้ยวแล้วเครื่องยังไม่อยากจะยอมเลี้ยว พี่แกจะพุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว ลงจอดก็กระเด้งกระดอน แม้จะเสริมความแข็งแรงอย่างดีแล้วแต่ก็ดูไม่สง่างามเสียเลย ผมมาลองคิดดูว่าจะทำให้บินได้ดีขึ้นได้อย่างไร
การที่เครื่องบินจะบินได้ดีนั้น การกระจายน้ำหนักมีส่วนสำคัญครับ มาดูการกระจายน้ำหนักในเครื่องรุ่นที่สิบว่ามีจุดอ่อนอย่างไร
เพื่อน ๆ คงทราบว่าเดิมผมออกแบบเครื่องรุ่นที่สิบนี้โดยกะว่าจะลองใช้มอเตอร์รถกระป๋องก่อน ทำให้ผมออกแบบหัวเครื่องบินให้ยาวออกจากชายหน้าปีกค่อนข้างมาก เพราะมอเตอร์น้ำหนักเบา จะได้วางถ่านได้บริเวณปีกเพื่อให้รับน้ำหนักได้เหมาะสม แต่ผมเปลี่ยนใจมาลองใช้มอเตอร์ Maxx380 ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่ามอเตอร์รถกระป๋องถึง 4 เท่า ทำให้ต้องวางถ่าน 6 ก้อน ในลำตัว ถอยหลังไปจนพ้นบริเวณชายหลังปีก เพื่อให้ CG ถูกต้อง ส่งผลให้เครื่องบินมีลักษณะเหมือนไม้กระดก คือมีมอเตอร์หนัก ๆ ถ่วงหัว และ ถ่านหนัก ๆ ถ่วงท้าย การที่น้ำหนักแยกเป็นสองส่วนและถ่วงไกลจากจุด CG ซึ่งเป็นจุดหมุนของเครื่องบิน ทำให้การบังคับควบคุมยากครับ
การปรับปรุงให้เครื่องบินมีเสถียรภาพประการแรก คือ ปรับสัดส่วนใหม่ ให้น้ำหนักส่วนใหญ่มารวมกันอยู่บริเวณใกล้จุด CG ให้มากที่สุด ผมจึงตัดส่วนหัวออกให้สั้นลงอีกประมาณ 1.5 นิ้ว เมื่อติดมอเตอร์เข้าไปแล้ว วางถ่านลงไปจะอยู่บริเวณกลางปีกไม่ถึงชายหลังปีก ทำให้น้ำหนักถ่วงสมดุลอยู่ใกล้จุด CG มากกว่าเดิม

หลังจากปรับน้ำหนักใหม่ จะเห็นว่าหัวเครื่องบินสั้นกว่าเดิม ซึ่งนอกจากจะทำให้สมดุลน้ำหนักดีกว่าเดิมแล้ว ยังเหมือนเครื่องบิน Zero ของจริงมากขึ้นอีกด้วยครับ เทปหุ้มหัวและปีกนั้นคือเทปปิดลังครับ น้ำหนักเบาและช่วยเพิ่มความแข็งแรงได้เยอะเลย
นอกจากนี้ผมยังปรับปรุงปีกใหม่ ให้บินช้าลงและร่อนได้ดีขึ้น เดิมผมปิดใต้ปีกด้วยแผ่นโฟมอัด 3 มิล ให้เป็น airfoil clarkY แบบของคุณจ้อน ประมาณครึ่งหนึ่งของความยาวปีก ผมก็ตัดออกเหลือห่างจากกลางปีกประมาณ 3 นิ้วเท่านั้น ปีกส่วนที่เหลือเป็นปีกแบบเดิมของผม คือมีแต่แผ่นบนโค้ง ๆ โดยยังคงแกนโฟมกลางปีกและหุ้มส่วนบนปีกทั้งหมดด้วยเทปปิดลังเพื่อให้แข็งแรงครับ

ภาพด้านใต้ปีก ซึ่งเป็นแบบของคุณจ้อนผสมกับของผมครับ สังเกตว่าผมปรับปรุงใหม่โดยตัดแผ่นใต้ปีกออกเหลือแต่ตรงกลางนิดเดียว แต่ยังคงไส้ในที่เป็นแกนโฟมเอาไว้
จากการทดสอบบินช่วงสั้น ๆ ในสวนสาธารณะของหมู่บ้าน พบว่าเครื่องบินร่อนได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การบังคับควบคุมก็ง่ายขึ้นมากเลยครับ สามารถร่อนลงจอดได้อย่างสวยงามโดยค่อย ๆ เอาท้องลง ไม่ใช่เอาหัวทิ่มแบบคราวแรก ๆ การพุ่งปล่อยต้องเปลี่ยนวิธีใหม่จากการจับหัวพุ่งเป็นจับตรงลำตัวบริเวณหลังปีกแทน เพราะหัวสั้นลงกว่าเดิม ถ้าจับหัวพุ่งอาจโดนใบพัดตัดนิ้วแหว่งได้ครับ
ขอให้สนุกครับ
30 กันยายน 2545
ngoodinja@hotmail.comทดสอบการบินหลังจากปรับปรุง
วันที่ 2 ตุลาคม 2545 ตอนหกโมงครึ่ง ผมออกไปทดสอบการบินที่สนามหน้าหมู่บ้าน จากการบินพบว่าเครื่องบินมีการทรงตัวดีขึ้นมาก และร่อนได้ดีมากครับ แต่ที่ยังทำให้ยากแก่การควบคุมอยู่ก็คือความเร็วครับ ความเร็วยังสูงมากจึงต้องตีวงในการเลี้ยวกว้างมากครับ เพราะถ้าเลี้ยววงแคบละก็เครื่องจะลดระดับและปีกเอียงมากเกินไปจนอาจควงสว่านลงพื้นได้

ภาพศิลป์ แสดงการพุ่งปล่อยเครื่องบิน Zero Fighter ครับ ต้องออกแรงมากพอควร

Zero Fighter ตอนอยู่บนฟ้า สวยงามไม่แพ้เครื่อง P-40
การที่เครื่องบินมีความเร็วสูงและตีวงกว้างทำให้พื้นที่สนามหน้าหมู่บ้านซึ่งมีขนาดประมาณครึ่งสนามฟุตบอลชักจะไม่เพียงพอจะบินเสียแล้วครับ ประกอบกับอยู่ติดคลองรังสิตด้วย ผมก็เลยไม่กล้าบินสูงมาก กลัวจะบินเลยไปตกคลองอีก คงต้องไปหาที่เล่นกว้างกว่านี้หน่อยแล้ว
อีกอย่างหนึ่งที่คือระยะการบังคับของรีโมทรถกระป๋องครับ ถ้าต้องใช้พื้นที่กว้าง ระยะบังคับอาจจะไปไม่ถึง แต่เท่าที่ทดลองรีโมทของรถกระป๋อง Race-pard นี้มีระยะบังคับไกลกว่าของตราเพชรมากครับ ไม่ปรากฏว่าเครื่องบินรุ่นที่สิบหลุดระยะควบคุม ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้โมรีโมทเลยนอกจากเพิ่มถ่านภาคส่งเป็นสามก้อน ถ้าใช้ถ่านสี่ก้อนก็คงบังคับได้มั่นใจขึ้นอีก

ภาพขณะตีวงเลี้ยวครับ ต้องระวังอย่าให้ปีกเอียงมากเกินไป
สรุปว่าเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่ 10 นี้ บินได้สนุกตื่นเต้นดีครับ ความเร็วสูง ต้องทุ่มเทใช้ฝีมือการบังคับรีโมทอย่างเต็มที่ เรียกว่ามีเทคนิคอะไรต้องงัดมาใช้ให้หมด สายตาต้องดี จ้องจับที่เครื่องบินตลอดเวลาครับ ถ้าเผลอได้ตามเก็บซากกลับบ้านแน่ สำหรับเพื่อน ๆ ที่จะทดลองสร้างด้วยมอเตอร์ระดับ 380 นี้ ถ้ายังไม่มีประสบการณ์มากพอ ขอแนะนำให้สร้างลำใหญ่ ๆ กางปีกสัก 40 นิ้ว และเป็นเครื่องปีกบนแบบ trainer ก่อนจะดีกว่า จะได้บินช้าลง สามารถควบคุมด้วยรีโมทกระป๋องง่ายหน่อย และหาที่เล่นกว้าง ๆ ครับ
ขอให้สนุกครับ
2 ตุลาคม 2545
ngoodinja@hotmail.comเพิ่มถ่านเป็นเจ็ดก้อน ปรับแพนหางใหม่ บินได้สนุกขึ้นอีก
ช่วงนี้กำลังสนุกกับเครื่องบิน Zero ครับ แม้จะบังคับยากเพราะบินเร็วมาก แต่เล่นบ่อย ๆ เข้าก็ชักจะชินครับ หนำซ้ำพอกลับไปเล่นเครื่องบินกระป๋องรุ่นที่เจ็ดคอมแพคและรุ่นที่เก้ากลับรู้สึกมันอืดอาดไม่ทันใจด้วยซ้ำไป และด้วยความที่อยากให้บินได้สนุกขึ้นไปอีก ผมก็เลยเพิ่มถ่านเป็นเจ็ดก้อนครับ นอกจากนี้ยังปรับรูปร่างของแพนหางระดับให้มีลักษณะเรียวยาวเหมือนเครื่อง Zero มากขึ้น เพราะเดิมผมออกแบบแพนหางระดับไว้ค่อนข้างกว้างเพื่อให้ทรงตัวดี ๆ ไว้ก่อน ส่วนหางเสือผมก็เพิ่มพื้นที่ให้มากขึ้นเพื่อให้ตอบสนองการบังคับเลี้ยวได้ฉับไวกว่าเดิมครับ

แพคถ่านเพิ่มเป็นเจ็ดก้อนครับ น้ำหนักเพิ่มขึ้นอีกแค่สิบกรัม แต่แรงขับที่ได้น่าพอใจมากเลย

ปรับรูปร่างแพนหางใหม่และเพิ่มขนาดหางเสือครับ

ภาพการบินหลังปรับปรุงแล้วครับ มอเตอร์ Maxxflying 380 ใบพัด 6x3 นิ้ว กับถ่านเจ็ดก้อน ให้แรงขับสูงมากครับ พาเครื่อง Zero น้ำหนัก 260 กรัม ขึ้นไปสูงลิบแบบไม่ต้องลุ้น

ที่น่าประทับใจ คือระยะบังคับของวิทยุรถกระป๋อง Race-pard ครับ แม้จะบินไปสูงลิบแต่ยังอยู่ในระยะบังคับได้สบาย ผมลองบินขึ้นไปแล้วดับเครื่องปล่อยให้ร่อน ก็สามารถร่อนได้ดีมากครับ บินได้นานประมาณ 6 นาที ครับ
การนำมอเตอร์ Maxxflying 380 ที่ซื้อต่อมาจากคุณจ้อน มาใช้กับเครื่องบินรถกระป๋องนี้ถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียวครับ ราคามอเตอร์รวมอแดปเตอร์และใบพัดยังถูกกว่ามอเตอร์ Hyperdash2 ก่อนลดราคา แต่ผมไม่ได้ใช้ใบพัด 6x4 นิ้ว ที่มาพร้อมมอเตอร์ครับเพราะไม่อยากคว้านรู ก็เลยใช้ APC 6x3 นิ้ว ที่ขนาดรูใส่กับอแดปเตอร์ได้พอดี (ใบละ 100 บาท ซื้อจากร้านฟุตาบ้า) ถ้าใช้ใบพัดที่มาพร้อมมอเตอร์จะบินเร็วกว่านี้อีก เคยอ่านในเวปบอร์ดเห็นเพื่อน ๆ ที่เป็นนักบินไฟฟ้าบอกว่ามอเตอร์ตัวนี้แรงน้อยไปหน่อยสำหรับใช้กับเครื่องบินไฟฟ้าจริง ๆ แต่เมื่อผมนำมาใช้กับเครื่องบินกระป๋อง คือใช้วงจรวิทยุรถกระป๋องและมอเตอร์จิ๋วซึ่งน้ำหนักเบากว่าวงจรวิทยุบังคับและเซอร์โวทั่วไปมาก ก็เลยกลายเป็นว่าเข้ากันได้ดีครับ

ภาพสามวิวของเครื่องบิน Zero Fighter ครับ ส่วนแบบแปลนนั้นขอเวลาเขียนหน่อยครับ



เมื่อปรับแต่งจนเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่สิบ Zero Fighter บินได้อย่างดีแล้ว ก็เอามาตกแต่งลวดลายให้สวยงามน่าบินขึ้นอีกครับ
เมื่อวานเปิดดู
www.ezonemag.com เห็นมีเครื่องบิน Split 280 ใช้มอเตอร์ 280 ขับตรงใบพัด 5x4 นิ้ว เป็นเครื่องคอมแบทปีกบนลำขนาดกะทัดรัด บังคับเลี้ยวด้วยปีกเล็กแก้เอียง ลำตัวและปีกทำด้วยโฟม ส่วนหางใช้พลาสติกลูกฟูกแบบที่คุณจ้อนเอามาใช้กับลำตัวและหาง Push-E cat ท่าทางจะสร้างไม่ยากครับ อาจเป็นโครงการเครื่องบินกระป๋องรุ่นที่สิบเอ็ดต่อไปครับ อยากจะลองบังคับเลี้ยวด้วยปีกเล็กแก้เอียงดูมั่ง เผื่อเอาไว้บินหงายท้อง แต่ก่อนอื่นผมต้องหา carbon-brush มาใส่มอเตอร์ศึกษาภัณฑ์ให้ได้เสียก่อน เห็นเพื่อน ๆ บอกว่าที่สะพานเหล็กมีขายอยู่ร้านนึง แต่ยังไม่มีเวลาไปลุยเลยขอให้สนุกครับ
5 ตุลาคม 2545
ngoodinja@hotmail.comแปลนเครื่องบินรถกระป๋องของงูดินรุ่นที่สิบ Zero Fighter และภาพการบินเพิ่มเติม
ผมเขียนแปลนเครื่องบินรุ่นที่สิบให้เพื่อน ๆ ที่ต้องการสร้างใช้เป็นแนวทางนะครับ โดยวัดสัดส่วนจากเครื่องบินรุ่นที่สิบที่ผมปรับปรุงจนบินได้ดีแล้ว วัสดุทำด้วยโฟมอัดขนาดหนา 3 มิลลิเมตร โดยส่วนลำตัวตั้งแต่หัวถึงประมาณกลางปีกให้เสริมโฟมสองแผ่นซ้อนกันเป็น 6 มิลลิเมตร เพื่อความแข็งแรง หรืออาจใช้โฟมอัดขนาดหนา 5 มิลลิเมตร ทำลำตัวทั้งลำแทนก็ได้ แต่ปีกยังคงใช้ขนาดหนา 3 มิลลิเมตร เพื่อให้สามารถดัดโค้งเป็น airfoil ได้
ภาพแปลนในหน้าจออาจจะไม่ชัด ให้คลิกปุ่มขวาของเมาส์เพื่อ save เข้า harddisk แล้วค่อยเปิดดูจะชัดขึ้นครับ

ส่วนหัวใช้โฟมบล็อกประกบมอเตอร์ไว้ตรงกลาง และใช้โฟมบล็อกประกบถ่านชาร์จไว้ไม่ให้เคลื่อนหรือกระเด็นออกมาเวลาจอดแรง ๆ สำหรับโฟมบล็อกนั้นผมหามาได้ง่าย ๆ โดยไปเดินหาดูตามหลังตึกแถวหรือคอนโดที่เขาทิ้งโฟมที่รองกล่องเครื่องไฟฟ้าพวกทีวี พัดลม ตู้เย็น มีเยอะแยะเลยครับ เป็นโฟมหนาเนื้อแน่น เอามาตัดทำโฟมบล็อกได้ดีมาก ฟรีด้วย
การทำปีกแบบของผมผสมแซนด์วิชของคุณจ้อน ผมทำโดยตัดโฟมอัดขนาดหนา 3 มิลลิเมตร เป็นรูปปีกยาว 30 นิ้ว กว้าง 5 นิ้ว แล้วทำให้โค้งเป็น airfoil โดยเอาปีกไปถูขึ้น ๆ ลง ๆ ตามความยาวปีก ให้ปีกนิ่มหน่อยก็จะโค้งได้แล้วครับ จากนั้น ตัดแผ่นโฟมอัดเป็นเส้น กว้าง 1 นิ้ว ยาว 15 นิ้ว สองเส้น แล้วทากาวประกบติดกันให้มีความหนา 6 มิลลิเมตร แล้วเอาติดไว้ตรงกลางปีกด้านใต้ปีกตามความยาวปีก ห่างจากชายหน้าปีก 1.5 นิ้ว แล้วประกบด้านใต้ปีกตรงกลางปีกด้วยแผ่นโฟมอัดขนาดกว้าง 5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว

จากนั้นทำมุมยกกลางปีกด้วยการเอากระดาษทรายมาถูตรงแนวกลางปีกตามความกว้างของปีกให้แผ่นโฟมด้านบนขาดไปจนถึงแกนโฟม จากนั้นเอาสก๊อตเทปหรือเทปปิดลังคาดแผ่นโฟมด้านใต้ปีกไว้ป้องกันไม่ให้โฟมหักเวลาพับ แล้วค่อย ๆ พับปีกขึ้นให้สูงข้างละ 2 นิ้ว รวมกันเป็น 4 นิ้ว แล้วติดกาวที่กลางปีก ปิดทับด้วยเทปปิดลังเพื่อความแข็งแรง

เพื่อให้แข็งแรงยิ่งขึ้น อาจเสริมแกนไม้ไผ่ตลอดความยาวของปีก แต่ของผมไม่ได้เสริมครับ เพราะเห็นว่าแกนโฟมมีความแข็งแรงพอ
ปีกแบบผสมนี้ ทำให้เครื่องบินรุ่นที่สิบบินได้ช้าลงนิดหน่อย ทำให้ควบคุมง่ายขึ้น แต่ถ้าเพื่อน ๆ ชอบปีกแบบที่มีแรงยกสูง บินเร็ว ๆ ก็ใช้ปีกแซนด์วิชเต็มรูปแบบของคุณจ้อนก็ได้ครับ
ปิดท้ายสัปดาห์นี้ด้วยภาพการบิน Zero Fighter ครั้งล่าสุดเมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2545 ครับ

เลี้ยวเร็ว ๆ หัวจะดิ่งลงพื้นอย่างงี้ครับ แต่พอปรับหางเสือไปด้านตรงข้ามให้ปีกกลับมาขนานกับพื้น ก็สามารถเชิดหัวขึ้นได้อย่างรวดเร็วเหมือนกัน จึงบินได้สนุกตื่นเต้นมาก


ขอให้สนุกครับ
14 ตุลาคม 2545
ngoodinja@hotmail.com