เครื่องบินรถกระป๋องของงูดิน รุ่นที่สิบสอง BLT380 (Basic Light Trainer 380)

จากการที่มีเพื่อน ๆ เคยถามถึงการสร้างเครื่องบินรถกระป๋องจากแบบลำตัวแท่งไม้ของบริษัท Greatplanes รุ่น BLT หรือ Basic Light Trainer ซึ่งเป็นเครื่องบินลำตัวแท่งไม้บัลซ่า ปีกสูง สร้างง่าย บินง่าย เหมาะแก่การฝึกหัดสร้างและบังคับ ประกอบกับคุณจ้อนเคยเสนอให้ผมลองทำเครื่องบินปีกบนโดยใช้มอเตอร์ Maxx380 ดูบ้าง เพราะเป็นมอเตอร์หาง่าย ราคาถูก และโดยลักษณะของเครื่องปีกสูงจะทำให้สามารถควบคุมได้ง่ายกว่าเครื่อง Zero Fighter ผมก็เลยทดลองสร้างเครื่องบินรถกระป๋องของงูดินรุ่นที่สิบสอง โดยใช้แนวทางการสร้างจากเครื่อง BLT แต่ใช้มอเตอร์ Maxx380 ขับตรง สำหรับปีกใช้แบบแซนด์วิชของคุณจ้อน เสริมแกนไม้บัลซ่า หางทำด้วยฟิวเจอร์บอร์ด ซึ่งสร้างง่าย มีความทนทานและสีสันสวยงามครับ
เตรียมอุปกรณ์การสร้างกันหน่อย
ส่วนลำตัวและปีก
ไม้บัลซ่าแผ่น หน้ากว้าง 3 นิ้ว หนา 2 มิลลิเมตร 1 แผ่น สำหรับทำลำตัว และทำแกนปีก
ไม้เสียบลูกชิ้น 1 อัน สำหรับทำแกนยึดปีกและแบตเตอรี่
แผ่นโฟมอัดหนา 3 มิลลิเมตร 1 แผ่น สำหรับปีก
แผ่นฟิวเจอร์บอร์ดหรือพลาสติกลูกฟูกหนา 2 มิลลิเมตร 1 แผ่น สำหรับหาง
ลวดซี่ล้อจักรยาน 1 อัน สำหรับทำขาล้อ (ซื้อจากร้านขายจักรยาน เส้นละประมาณ 2-4 บาท)
ล้อรถกระป๋อง 2 ล้อ
ระบบขับเคลื่อนควบคุม
มอเตอร์ MaxxFlying 380 พร้อมใบพัด 6x4 และอแดปเตอร์ใบพัด 1 ชุด
มอเตอร์จิ๋วพร้อมเฟืองทด 1 ตัว
เสาอากาศแข็งของภาครับวงจรรถกระป๋อง สำหรับทำคันชักหางเสือ
วิทยุรถกระป๋องภาคส่งเพิ่มถ่านเป็น 4 ก้อน หรือ 6 โวลต์ (ไม่ต้องดัดแปลงแผงวงจร)
วิทยุรถกระป๋องภาครับ ใช้ 2 แชนแนล ควบคุมมอเตอร์ใบพัดด้วย FET ควบคุมหางเสือด้วยมอเตอร์จิ๋ว
ถ่านชาร์จ NimH 600 mAH 6 ก้อน 7.2 โวลต์ (ผมใช้ถ่านแพคของ Falcon)
ลงมือสร้าง
เริ่มจากการทำลำตัวกันก่อนครับ ปกติเครื่องบินแบบลำตัวแท่งไม้ ถ้าเป็นลำเล็ก ๆ แบบเครื่องบินรถกระป๋องของงูดินรุ่นที่ 1 ถึงที่ 5 จะใช้แท่งไม้บัลซ่าเหลี่ยมมาตัดทำเป็นลำตัวได้เลย แต่สำหรับ BLT380 นี้ เป็นเครื่องบินขนาดใหญ่ ถ้าใช้แท่งไม้ตัน ๆ มาทำจะมีน้ำหนักมากเกินไป จึงใช้แผ่นไม้บัลซ่าหนา 2 มิลลิเมตร มาตัดประกอบเป็นกล่องไม้ยาว ๆ ซึ่งจะมีความแข็งแรงและน้ำหนักเบาครับ

ลำตัวประกอบด้วยแผ่นไม้สี่เหลี่ยมขนาดต่าง ๆ กันดังนี้ครับ
ประกอบแท่งไม้ โดยใช้แผ่นไม้ตามข้อ 3 ติดกาวช้าง วางบนแผ่นไม้ข้อ 2 เป็นระยะห่างเท่า ๆ กัน แล้วเอาแผ่นไม้ในข้อ 1 มาติดกาวประกบเป็นกล่อง จะได้แท่งไม้สี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดหนาครึ่งนิ้ว ยาว 22 นิ้ว 1 แท่ง

ภาพแสดงการประกอบลำตัวแท่งไม้
จากนั้นเอาแผ่นไม้ข้อ 4 มาติดกาวประกอบเข้ากับลำตัวเพื่อทำเป็นกล่องยกปีกและกล่องใส่วิทยุภาครับ โดยให้ด้านที่มีความกว้าง 2.5 นิ้ว อยู่ด้านหน้า วัดระยะจากหัวแท่งไม้เข้ามา 5 นิ้ว พยายามให้ความสูงของแผ่นไม้ทั้งสองด้านเท่ากัน ถ้าไม่เท่ากันเวลาติดปีกอาจจะเอียง
เอาลวดมาดัดเป็นขาล้อให้ตรงกลางเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่สามารถครอบลงบนลำตัวแท่งไม้ได้พอดี

จากนั้นเอาขาล้อวางบนลำตัวตรงหน้ากล่องยกปีก แล้วตัดแผ่นไม้บัลซ่ามาประกบหน้ากล่องยกปีกให้ครอบลงบนขาล้อพอดี แล้วตัดชิ้นไม้บัลซ่ามาติดกาวประกบลำตัวหน้าลวดขาล้อให้ครบทั้งสามด้านเพื่อล็อกให้ขาล้อติดกับลำตัว

เสร็จแล้วผมยังทาแล็กเกอร์บนไม้บัลซ่าให้ทั่วเพื่อให้แข็งแรงและกันน้ำครับ
จากนั้นมาทำแพนหางและหางเสือ
ตัดแผ่นฟิวเจอร์บอร์ด กว้าง 4 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว เป็นแพนหางระดับ
ตัดแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดกว้าง 4 นิ้ว สูง 6 นิ้ว เป็นหางเสือ กรีดแนวบานพับหางเสือครึ่งหนึ่งของความกว้าง คือ 2 นิ้ว ตัดฟิวเจอร์บอร์ดชิ้นเล็ก ๆ ติดเป็นขาต่อกับคันชัก
ติดแพนหางและหางเสือเข้ากับลำตัวโดยให้ยื่นพ้นลำตัวออกไปด้านหลัง 1 นิ้ว
ใช้เสาอากาศรถกระป๋องมาดัดทำเป็นคันชักต่อกับมอเตอร์จิ๋ว โดยใช้เศษใบพัดฟอลคอนที่หักแล้วมาทำเป็นขาต่อคันชักที่ติดกับเฟืองมอเตอร์จิ๋ว

การทำปีก ใช้วิธีทำปีกแบบแซนด์วิชของคุณจ้อน ขนาดกว้าง 6 นิ้ว ยาว 36 นิ้ว เสริมความแข็งแรงด้วยแกนไม้บัลซ่าหนา 2 มิลลิเมตร

ติดตั้งวิทยุภาครับภายในกล่องรับปีก ต่อสายมายังมอเตอร์ใบพัด มอเตอร์จิ๋ว และขั้วแบตเตอรี่

การติดตั้งมอเตอร์ใบพัดผมใช้วิธีง่าย ๆ แค่วางมอเตอร์บนลำตัวแล้วคาดด้วยสก๊อตเทป แต่ถ้าจะทำให้ถาวร ควรทำแท่นไม้มารองใต้มอเตอร์สักหน่อย

สำหรับการติดใบพัดกับมอเตอร์ นอกจากจะใช้อแดปเตอร์ที่มากับชุดมอเตอร์แล้ว อาจใช้เฟืองรถกระป๋องมาทากาวช้างติดกับใบพัด คว้านรูเล็กน้อย แล้วเสียบเข้ากับมอเตอร์ได้เลย

เสียบแกนไม้ 2 อันด้านบน เพื่อยึดปีก และอีก 1 อัน ด้านล่างเพื่อใช้ยึดถ่านชาร์จ โดยปรับตำแหน่งถ่านให้ได้จุด CG เสียก่อน จุด CG อยู่ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์จากชายหน้าปีก หรือห่างจากชายหน้าปีก 2 นิ้ว

เสร็จแล้วครับ ใช้เวลาสร้าง 1 วัน
น้ำหนักพร้อมบิน 300 กรัม
ผลการทดสอบบิน

จากรูปทรงเครื่องบินแบบ Trainer ทำให้ BLT380 บินได้ดีตั้งแต่ครั้งแรกเลยครับ บังคับควบคุมง่าย ร่อนได้ดีมาก ถ่านแพค 6 ก้อน ของ Falcon ให้พลังงานเกินพอ ทำให้ไต่ระดับได้อย่างรวดเร็วครับ ปีกของคุณจ้อนมีส่วนช่วยให้แรงยกสูงอย่างมากทีเดียว และการที่น้ำหนักเครื่องบินค่อนข้างมาก ลำใหญ่บินได้นิ่งและนิ่มนวล สามารถบินสู้ลมหนาวได้สบายบรื๋อครับ บินได้นานประมาณ 6 นาที ครับ

ตอนร่อนลงพื้นเนื่องจากผมเล่นบนสนามหญ้าที่ค่อนข้างรก ขาล้อไปเกี่ยวหญ้า แผ่นไม้บัลซ่าเล็ก ๆ ที่ติดล็อกขาล้อไว้หลุดออกมา ทำให้ขาล้อพับไปด้านหลัง ผมก็เลยจัดการซ่อมแซมโดยใช้แผ่นฟิวเจอร์บอร์ดมาติดล็อกขาล้อแทนไม้บัลซ่าทำให้ขาล้อมีความแข็งแรงทนทานมากขึ้นครับ
แถมท้ายด้วยภาพ Split 180 ที่ปรับเพิ่มถ่านเป็น NimH750mAH 7 ก้อน ครับ บินได้มันมาก แถมบินได้นานถึง 12 นาที

ขอให้สนุกครับ
1 ธันวาคม 2545
แปลนของเครื่องบินรถกระป๋องของงูดินรุ่นที่ 12 BLT380
ความจริงเครื่อง BLT380 ไม่มีแปลนที่ยุ่งยากอะไรเลยครับ แทบจะไม่ต้องเขียนแปลนเลยด้วยซ้ำ แต่เพื่อให้เห็นภาพและสัดส่วนได้ดีขึ้น ผมก็เลยเขียนแปลนคร่าว ๆ ให้เพื่อน ๆ ดูครับ

สำหรับต้นทุนในการสร้างรุ่นนี้ ที่ผมจ่ายไปพอจะประมาณได้ดังนี้ครับ
ไม้บัลซ่า 40 บาท โฟมอัด 40 บาท ฟิวเจอร์บอร์ด 40 บาท ชุดมอเตอร์ใบพัด 170 บาท มอเตอร์จิ๋ว 25 บาท ชุดวิทยุแกะจากรถกระป๋อง 250 บาท FET 35 บาท ถ่านชาร์จฟอลคอน 300 บาท กาว ลวดและสายไฟจิปาถะ 100 บาท รวมเบ็ดเสร็จประมาณ 1000 บาท ครับ
จะเห็นว่าส่วนที่แพงคือ วิทยุและถ่านชาร์จ ซึ่งรวมกันแล้วราคาเกินครึ่ง สำหรับถ่านชาร์จ ถ้าไม่ใช้ของฟอลคอนก็สามารถซื้อถ่านแพคเองจากร้านอมรในราคาก้อนละ 35 บาท 6 ก้อน แค่ 210 บาท หรือจะใช้รีเลย์ราคา 6 บาท แทน FET ก็จะประหยัดไปได้อีก
ขอให้สนุกครับ
7 ธันวาคม 2545
เครื่องบินรถกระป๋องของงูดินรุ่นที่ 12 BLT380 Minor Change
ผมมีภารกิจต้องไปอบรม 4 เดือน เพิ่งจะได้กลับมาเล่นเครื่องบินนี่แหละครับ จากที่ได้ติดตามข่าวคราวของเพื่อน ๆ ในเวปบอร์ด weekendhobby และ emodeler.net พบว่าเพื่อน ๆ หลายคนได้พัฒนาเครื่องบินรถกระป๋องกันไปมากมาย วงการเครื่องบินรถกระป๋องก็ขยายตัวมากขึ้นไปเรื่อย ๆ มีการแข่งขันเครื่องบินรถกระป๋องหลายรายการทีเดียว ส่งผลให้มีผู้สั่งอุปกรณ์การทำเครื่องบินรถกระป๋องเข้ามามาก ราคาถูกลง หาซื้อได้ง่าย โดยเฉพาะมอเตอร์ฟอลคอนและใบพัดแบบต่าง ๆ รวมถึงถ่านแพค และมอเตอร์จิ๋วด้วย ที่สำคัญคือวงจรวิทยุตอนนี้ล่าสุดก็เป็นแบบคลื่น UHF ไร้เสาอากาศ ไม่ต้องจูนก็ไกลกว่า 300 เมตร ทางฝ่ายนักพัฒนา คือคุณจ้อน คุณเอ๋บุรีรัมย์ คุณ TD คุณสมภพ คุณ Top2000 ฯลฯ ก็ช่วยกันปรับปรุงวิทยุกระป๋องเป็นแบบ proportional และเพิ่มช่องสัญญาณเป็น 4 ช่อง 6 ช่อง รวมทั้งทำเซอร์โวกระสือน้ำหนักเบา ราคามิตรภาพ มาใช้แทนไมโครเซอร์โว ได้สบายแล้ว เรื่องเทคนิคการสร้าง ก็พบว่าเพื่อน ๆ ได้พัฒนาเทคนิคดี ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมะเดี่ยว มะดัน มณี ของคุณ Hwao_AF จนถึงปีกบินกระป๋องแล้ว กระป๋องติดเซอร์โวของคุณ TD หรือกระป๋อง V-tail ปีกล่าง ของคุณ Top2000 ที่ขุดบล็อกโฟมเป็นตัวเครื่องบินได้เหมือนจริงมากผมก็ได้แต่ชื่นชมทุกท่านที่มีความสามารถและอุตสาหะวิริยะช่วยกันพัฒนาเครื่องบินกระป๋องไปได้ไกลจนแทบจะหายใจรดต้นคอนักเล่นเครื่องบินไฟฟ้าแล้ว สำหรับผมเองเพื่อน ๆ บางท่านแซวว่าไปฝึกวิชาอันแก่กล้าอยู่บนเขาโน่น กลับลงมาคงมีวิทยายุทธใหม่ ๆ มาฝากเพื่อน ๆ แต่ความจริงแล้ว ผมกลับจากอบรมคราวนี้เหมือนออกมาจากหลังเขามากกว่าครับ แหะ แหะ ด้วยความที่หยุดเล่นไปนาน มาลองบินเครื่อง BLT380 อีกที พบว่าฝีมือการบังคับแย่กว่าเดิมมากเลย บินรอบแรกก็ปลอดภัยดี พอรอบสองเจอลมหอบไปหน่อยเดียวก็บังคับไม่อยู่ เครื่องบินเป๋ไปชนกับรถบรรทุกเครนที่จอดอยู่แถวนั้นลำตัวกระจายครับ เขาถึงว่า ทักษะ ฝีมือ และวิชาความรู้นั้น หากหยุดไว้เฉย ๆ ไม่ได้ใช้ ก็มีแต่จะเสื่อมถอยลงไปครับ ผมคงต้องขอเรียนวิทยายุทธเพิ่มเติมจากเพื่อน ๆ ทั้งหลายแล้วละครับ
มาว่ากันถึง BLT380 Minor Change กันดีกว่า หลังจากลำตัวกระจายเป็นเศษไม้แล้ว ผมก็เก็บซากมาดูว่ามีอะไรเสียหายมั่ง พบว่า ใบพัดหัก กล่องรับปีกพังเสียหายทั้งหมด แต่ลำตัวแท่งไม้ยังคงสภาพเดิม ขาล้อหลุดกระเด็นไปพร้อมกับแพคถ่าน มอเตอร์ มอเตอร์จิ๋ว วงจรวิทยุ ยังใช้การได้ แพนหางฟิวเจอร์บอร์ดยังคงสภาพเดิม ปีกบิ่นไปนิดหน่อย ผมก็เลยตัดสินใจซ่อมแซม BLT380 ขึ้นใหม่ โดยใช้ลำตัวแท่งไม้เดิม ทำกล่องยกปีกขึ้นใหม่ด้วยโฟมอัด 5 mm และเปลี่ยนแพนหางระดับจากเดิมที่ใช้ฟิวเจอร์บอร์ดมาเป็นแผ่นโฟมอัด 5 mm ทั้งนี้เพื่อลดน้ำหนักให้เบาลงอีกหน่อย
ใบพัดเปลี่ยนเป็นของ Master Airscrew ขนาด 6x4 นิ้ว ยึดด้วยหนังสติ๊กติดกับแป้นเฟืองที่ต่อกับแกนมอเตอร์เพื่อให้หลุดออกได้เวลาใบพัดกระแทกพื้นจะได้ไม่หัก

สำหรับขาล้อนั้น ผมย้ายมาติดตั้งกับลำตัวด้านหน้าสุดของเครื่อง เพื่อจะได้ป้องกันไม่ให้ใบพัดกระแทกพื้นเวลาลงจอดได้ดีขึ้นอีก และใช้วิธีการยึดขาล้อโดยเสียบแกนไม้เข้าในลำตัวแล้วใช้หนังสติ๊กรัดไว้ ประกบด้านหลังด้วยไม้บัลซ่าอีกทีหนึ่ง

กล่องรับปีกใหม่ที่ทำจากโฟมอัดนั้น ผมทำให้สูงขึ้นกว่าเดิมประมาณ ครึ่งนิ้ว เป็นด้านหน้า 3 นิ้ว ด้านหลัง 2.5 นิ้ว เพราะขนาดความสูงของเดิม (ของเดิมด้านหน้า 2.5 นิ้ว ด้านหลัง 2.25 นิ้ว) รู้สึกจะน้อยไปหน่อย เวลาใส่แผงวงจรแล้วจะฟิตเกินไป และยังเป็นการเพิ่มมุมปะทะปีกให้มากขึ้นนิดหนึ่งเพื่อให้ไต่ระดับได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ผมยังย้าย FET มาติดตั้งบนลำตัว นอกกล่องรับปีก เพราะเวลาถ่านอ่อน FET จะร้อนขึ้น จนอาจทำให้โฟมละลายได้

ส่วนกลไกบังคับหางเสือยังคงเดิม เพียงแต่เปลี่ยนลวดคันชักจากเดิมที่เป็นลวดทั้งเส้น มาเป็นลวดหัวท้าย ตรงกลางเป็นแท่งไม้เสียบลูกชิ้นเพื่อให้มีความแข็ง และน้ำหนักเบา สามารถควบคุมหางเสือได้ดีขึ้น เมื่อตั้งระยะคันชักแล้ว ผมก็ใช้กาวตราช้างเชื่อมลวดกับแท่งไม้ แล้วพันด้วยสก๊อตเทปให้แน่นอีกชั้นหนึ่ง

หลังจากปรับปรุงเป็น BLT380 Minor Change แล้ว ส่งผลให้น้ำหนักพร้อมบินลดลงเหลือ 290 กรัม มุมปะทะปีกเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขาล้อแน่นหนาขึ้น ใบพัดปลอดภัยมากขึ้น กลไกบังคับหางเสือแน่นอนขึ้น การระบายความร้อน FET ดีขึ้น ความสวยงามลดลงเพราะผมชอบกล่องไม้กับหางฟิวเจอร์บอร์ดสีแดง ๆ มากกว่า
ผลการทดสอบบิน
ด้วยน้ำหนักที่เบาลงกว่าเดิม 10 กรัม ประกอบกับมุมปะทะปีกเพิ่มขึ้น ทำให้เครื่อง BLT380 Minor Change ไต่ระดับได้เร็วมากขึ้นอย่างที่คาดหมายไว้ ปล่อยจากมือไปประมาณ 10 วินาที ก็บินขึ้นไปสูงลิบ แต่ต้องแลกกับความเร็วในแนวระดับที่ลดลงเล็กน้อยครับ การบังคับควบคุมทำได้ง่ายขึ้น เสถียรภาพในการทรงตัว ยังคงดีเหมือนเดิม ความสามารถในการสู้ลมลดลงไปนิดหน่อยเพราะมุมปะทะปีกมากขึ้นและ Wing Loading ต่ำลง เวลาบินไปสูง ๆ เจอลมบนแรง ๆ บางทีก็ถึงขนาดบินอยู่กับที่กลางอากาศครับ ต้องปรับหางเสือให้เครื่องร่อนแฉลบไปแฉลบมาสวนเฉียงทิศทางลม คล้าย ๆ การเล่นกระดานโต้คลื่น สนุกไปอีกแบบ
ขอให้สนุกครับ
14 มีนาคม 2546