เครื่องบินรถกระป๋องของงูดินรุ่นที่ 12 Minor Change II
จากการปรับปรุงใช้แท่นรับปีกทำด้วยโฟมในการ Minor Change ครั้งแรก สามารถบินได้ดีครับ แต่โฟมไม่ค่อยคงทน บินเล่นหลาย ๆ หนก็เสียรูปร่าง ทั้งแพนหางก็เริ่มบิดงอ ผมจึงจัดการรื้อลำตัวและแพนหางออกหมด เหลือแต่แท่งไม้เปล่า ๆ แล้วขัดถู ติดตั้งแพนหางใหม่อีกชุด ทำด้วยโฟมอัดขนาดหนา 5 มิลลิเมตร ส่วนกล่องรับปีก ผมใช้แผ่นฟิวเจอร์บอร์ดมาทำเป็นกล่องรับปีก และปรับสัดส่วนใหม่โดยเลื่อนกล่องรับปีกไปทางหัวอีกประมาณ 2 นิ้ว เพื่อให้จุดที่ไว้แบตเตอรี่อยู่บริเวณ CG พอดี วิธีนี้สามารถทำให้ใช้แบตเตอรี่ได้หลาย ๆ แบบ หลาย ๆ ขนาด ซึ่งมีน้ำหนักต่าง ๆ กันได้ โดยไม่ต้องเลื่อนจุดติดตั้งแบตเตอรี่เลยครับ

สำหรับมอเตอร์ยังคงใช้ Maxx380 ตัวเดิม แต่เปลี่ยนใบพัดใหม่ เป็นขนาด 7 นิ้ว พับได้ ของชุนด้า ซื้อมาใบละ 160 บาท จากร้านของเล่นบนฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต

กล่องรับปีกทำด้วยฟิวเจอร์บอร์ดสีแดง ติดกาว UHU por ทำให้แข็งแรงสวยงามมากครับ

ระบบบังคับเลี้ยวผมกลับมาใช้แบบมอเตอร์จิ๋วดึงเส้นด้าย Pull-Pull เพื่อให้มีน้ำหนักเบาลงกว่าเดิม
ปรับปรุงเสร็จแล้วได้น้ำหนักพร้อมบิน 300 กรัม พอดี (ใช้ถ่านชาร์จฟอลคอน 600 mAH 6 ก้อน)
เครื่อง BLT 380 Minor Change II นี้ ผมกะจะเอาไว้ใช้ทดสอบมอเตอร์ J400 ของคุณจ้อนด้วยครับว่าจะแรงขนาดไหนเมื่อเทียบกับ Maxx380 และ Mabuchi380-PH
ขอให้สนุกครับ
12 มิถุนายน 2546
ngoodinja@hotmail.comทดสอบบิน BLT380M2
เช้าวันที่ 13 มิถุนายน 2546 เวลา 6 นาฬิกา ผมเอา BLT380M2 ไปทดสอบบินครับ พุ่งออกไปครั้งแรกหัวหนักเกินไป ก็เลยบินลงไปจูบดิน จึงเอามาเลื่อนถ่านถอยหลังไปครึ่งนิ้ว พุ่งออกไปครั้งที่สองก็เหินฟ้าทันที แต่ยังออกอาการหัวหนักอยู่บ้าง

บินไปได้สักสี่ห้ารอบ เริ่มมีความผิดปกติคือบังคับเลี้ยวขวาไม่ได้ ผมนึกรู้ทันทีว่าคงเป็นเพราะตอนบินไปจูบดินครั้งแรก มอเตอร์จิ๋วที่ยึดไว้คงจะหลวมคลอน เพราะผมเพียงแต่ติดกาวไว้กับลำตัว ไม่ได้ยึดด้วย OPP เทป อีกชั้นหนึ่ง เป็นความประมาทของผมที่ไม่ได้ตรวจสอบก่อนบินครั้งที่สองครับ แต่ไม่เป็นไร ผมค่อยๆ ตัดมอเตอร์และประคองให้ร่อนลงอย่างฉุกเฉิน หัวทิ่มลงไปบนเนินดินครับ ขาล้อหลุดออก แกนมอเตอร์ถูกกระแทกไปติดกับท้ายมอเตอร์จนเกิดอาการฝืด ผมก็เลยใช้สันคีมเคาะที่ท้ายมอเตอร์ ก็ลื่นดีเหมือนเดิมครับ ผมดูมอเตอร์จิ๋วปรากฏว่าหลุดออกจากแท่นที่ยึดไว้ ก็เลยนำกลับมาประกอบใหม่เหมือนเดิม พร้อมที่จะบินทดสอบครั้ง ต่อไป

ภาพการบินของ BLT380M2 ก่อนที่จะเกิดขัดข้องครับ บินได้อย่างนิ่มนวลมาก ท่ามกลางท้องฟ้ายามอุษาสาง
Break in มอเตอร์ J400 ของคุณจ้อน
คุณจ้อนส่งมอเตอร์ J400 ที่คุณจ้อนออกแบบและผลิตมาให้ทดสอบดูครับ แม่เหล็กแรงมากทีเดียวครับ ผมลองใช้มือหมุนแกนมอเตอร์ดูปรากฏว่าตึงมือดีมาก แรงกว่า Maxx 380 หลายเท่าครับ เห็นคุณจ้อนว่า Spec คือใช้ลวดเบอร์โตกว่า Mabuchi 380 1 เบอร์ พัน 35 รอบ
สำหรับ Mabuchi นั้น ใช้ลวดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.40 มิลลิเมตร เทียบได้กับเบอร์ 26 แสดงว่าคุณจ้อนใช้ลวดเบอร์ 25 พัน 35 รอบ ส่วนแม่เหล็กน่าจะแรงพอ ๆ กับ Mabuchi 380 PH ที่ผมใช้อยู่ครับ ยังไงจะลองป้อนข้อมูลเข้า Motocalc แล้วเทียบกับการทดสอบจริงอีกที
สำหรับมอเตอร์ใหม่ๆ จะต้อง Break in ให้หน้าสัมผัสขาคาร์บอนรับกันได้ดีกับแกนมอเตอร์ก่อน ผมใช้วิธี Break in แบบแห้ง โดยต่ออแดปเตอร์ ปรับไฟเป็น 3 โวลต์ แล้วต่อกับมอเตอร์ใช้เวลา 1 ชั่วโมงครับ ลองดูขาคาร์บอนในมอเตอร์ขณะที่จ่ายไฟเข้าไป หากไม่มีประกายไฟก็แสดงว่าใช้ได้

หลัง Break in ปรากฏว่ามอเตอร์มีความร้อนพอสมควร คุณจ้อนบอกว่าขาคาร์บอนยังไม่ค่อยลงตัวทำให้มีความต้านทานสูง คงจะจริงอย่างที่ว่าครับ ต่อไปคงต้องวัดกระแสแล้วเทียบกำลังกับมอเตอร์ Maxx และ Mabuchi ครับ
ขอให้สนุกครับ
13 มิถุนายน 2546
ngoodinja@hotmail.comผลการวัดกระแสไฟฟ้าเทียบระหว่าง Maxx380 และ J4007.2V
ก่อนอื่นต้องขอออกตัวไว้ก่อนนะครับ ว่าการเปรียบเทียบครั้งนี้เป็นการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน วิธีการวัดเปรียบเทียบก็ไม่ได้มีหลักวิชาการอะไร เป็นเพียงการทดลองส่วนตัวเท่านั้น ไม่สามารถนำไปอ้างอิงใด ๆ ได้ทั้งสิ้น สำหรับมอเตอร์ที่นำมาเปรียบเทียบ ตัวแรกคือ Maxx380 ก็เป็นมอเตอร์เก่าที่ผ่านการใช้งานมาแล้วร่วมครึ่งปี ตัวที่สองคือ J400 เป็นมอเตอร์ใหม่ครับ ตามสเปคคร่าว ๆ คือ Maxx380 ใช้แรงดันไฟ 6 โวลต์ ในขณะที่ J400 ใช้แรงดัน 7.2 โวลต์
วิธีการวัด ผมใช้ถ่านฟอลคอนแพค 6 ก้อน ขนาด 600mAH เป็นตัวจ่ายไฟ วัดกระแสไฟฟ้ารอบเปล่าเมื่อมอเตอร์ไม่มีโหลด และเมื่อใช้ใบพัด Master Airscrew 6x4 นิ้ว กับ ใบพัดชุนด้า ขนาด 7 นิ้ว ได้ผลดังนี้ครับ
มอเตอร์ รอบเปล่า MasterAirscrew ชุนด้า
J400 0.78A 5.4A 6.24A
Maxx380 0.85A 6.4A 7.24A
จากผลการวัดกระแสจะเห็นได้ว่ามอเตอร์ J400 กินไฟน้อยกว่า Maxx380 ประมาณ 1 แอมป์ เมื่อใส่ใบพัดครับ และประมาณ 0.1 แอมป์ เมื่อไม่ใส่ใบพัด
นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบการใช้กระแสไฟฟ้ารอบเปล่าและเมื่อใส่ใบพัด กับมอเตอร์ชนิดต่าง ๆ ในโปรแกรม Motocalc แล้วจะเห็นได้ว่า มอเตอร์ J400 พอจะเทียบเคียงได้กับมอเตอร์ Graupner Speed 400 7.2V #1794 และมอเตอร์ Maxx380 พอจะเทียบเคียงได้กับมอเตอร์ Graupner Speed 400 6V #3321 ดังนั้นผมจะใช้ spec ของมอเตอร์ Graupner ทั้งสองตัวดังกล่าวเป็นหลักในการคำนวณใน Motocalc สำหรับมอเตอร์ J400 และ Maxx380 ต่อไป
สำหรับการวัดแรงขับหรือ Thrust ของมอเตอร์และใบพัดนั้น ผมขอผ่านครับ เพราะผมไม่มีเครื่องมือวัดรอบและตาชั่งที่ละเอียดพอ ขอให้เป็นหน้าที่ของนักทดสอบนักพัฒนาท่านอื่นครับ
วิธีการทดสอบเปรียบเทียบเมื่อนำมอเตอร์ไปใส่บินกับ BLT380M2
เมื่อได้ลองวัดกระแสเปรียบเทียบดูแล้ว พอจะเดาได้ว่ามอเตอร์แต่ละตัวจะมีคุณสมบัติต่างกันอย่างไร เพื่อน ๆ อาจทดลองป้อนข้อมูลเข้า MotoCalc เพื่อแสดงให้เห็นลักษณะการบินเมื่อนำมอเตอร์ทั้งสองไปใส่ในเครื่องบินแบบต่าง ๆ หรือใบพัดและแบตเตอรี่แบบต่าง ๆ
สมมติฐาน คือ ถ้าใช้มอเตอร์ J400 จะสามารถบินได้นานกว่าเพราะกินกระแสน้อยกว่า แต่จะบินได้ดีกว่า แรงกว่าหรือแรงน้อยกว่า Maxx380 คงต้องทำการบินทดสอบจริงครับ
วิธีการทดสอบ ผมจะใช้เครื่อง BLT380M2 กับถ่านฟอลคอน และใบพัดแบบต่าง ๆ ครับ ทดสอบโดยบินจับเวลา และสังเกตลักษณะการบิน(ซึ่งค่อนข้างจะเป็นความรู้สึกส่วนตัวอยู่มาก)
ขอให้สนุกครับ
13 มิถุนายน 2546
ngoodinja@hotmail.comทดสอบ Maxx380 กับใบพัดชุนด้า
เช้าวันที่ 15 มิถุนายน 2546 เวลา 6.30 นาฬิกา ผมนำเครื่อง BLT380M2 ไปบินจับเวลา กับมอเตอร์ Maxxx380 และใบพัดชุนด้า โดยเปิดมอเตอร์ใบพัดแช่ไว้ตลอดเวลาจนกระทั่งถ่านเริ่มอ่อน เครื่องลดระดับลงจึงนำเครื่องลงจอด บินได้ประมาณ 5 นาที จากลักษณะการบินค่อนข้างอืดพอสมควร คงเป็นเพราะใบพัดชุนด้ามีขนาดถึง 7 นิ้ว ค่อนข้างจะกินกำลังของมอเตอร์มาก และกินไฟถึง 7 แอมป์ จากการวัด static thrust ครับ ซึ่งระยะเวลาบิน 5 นาที สำหรับถ่าน ฟอลคอน 600mAH ก็ถือว่าสมเหตุสมผลครับ
ขอให้สนุกครับ
16 มิถุนายน 2546
ngoodinja@hotmail.comทดสอบ Maxx380 กับใบพัด Master Airscrew 6x4
เย็นวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2546 เวลา 18.30 นาฬิกา ผมเอาเครื่อง BLT380M2 ออกบินทดสอบจับเวลากับมอเตอร์ Maxx380 และใบพัด Master Airscrew 6x4 นิ้ว ช่วงนี้เย็นมากแล้วแต่ลมก็แรงพอสมควรครับ ใบพัด Master Airscrew หมุนด้วยรอบที่สูงกว่าใบพัดชุนด้า มีความสมดุลดีกว่าด้วยครับ ทำให้เครื่องไต่ระดับได้อย่างรวดเร็วและบินได้อย่างคล่องแคล่วมากครับ ต่างจากความรู้สึกที่ใช้ใบพัดชุนด้าที่แม้จะให้แรงขับสูงแต่รู้สึกว่าบินช้ากว่า อืดกว่าครับ ผมบินขึ้นไปสูงมากจนได้ลมบนซึ่งพัดค่อนข้างแรงและสม่ำเสมอ ทำให้เครื่องไม่ค่อยลดระดับลงแม้ถ่านจะเริ่มอ่อนแล้ว ทำให้ผมสามารถบินได้อีกหลายรอบกว่าจะร่อนลงมาครับ ระยะเวลาบินประมาณ 6 นาที กว่า ๆ โดยใช้ถ่านฟอลคอน 7.2 โวลต์ 600mAH
เปลี่ยนจาก Maxx380 เป็น J400
คราวนี้ผมเปลี่ยนจากมอเตอร์ Maxx380 เป็นมอเตอร์ J400 ของคุณจ้อนครับ การติดตั้งมอเตอร์ผมเปลี่ยนจากใช้ OPP เทปคาดติดกับหัวเครื่องบิน มาเป็นใช้สายรัดสายไฟมารัดมอเตอร์แทน เพื่อให้สามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะจากการ Break in มอเตอร์ตัวนี้ พบว่ามีความร้อนพอสมควรครับ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อผมติดตั้งกับหัวเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว ผมทดลองใส่ถ่านฟอลคอน และใช้รีโมทเปิดมอเตอร์ดูโดยไม่ได้ใส่ใบพัด ทิ้งไว้สักครู่ลองจับมอเตอร์ดูปรากฏว่าค่อนข้างร้อนทีเดียวครับ นี่หากใส่ใบพัดแล้วคงร้อนกว่านี้อีก การระบายความร้อนจึงเป็นสิ่งสำคัญครับ ซึ่งการติดตั้งมอเตอร์ในลักษณะขับหน้าแบบนี้ สามารถระบายความร้อนได้ดีเพราะได้ลมจากใบพัดช่วยเป่ามอเตอร์ แต่มอเตอร์ตัวนี้คงไม่เหมาะที่จะนำไปติดตั้งแบบขับหลังหรือใบพัดผลักออกแบบ Push-E Cat มิฉะนั้นอาจมีปัญหาเรื่องความร้อนสูงจนมอเตอร์เสียหายได้ครับ

การติดตั้งมอเตอร์ J400 กับใบพัดชุนด้า ใช้สายรัดสายไฟเส้นเดียวคาดมอเตอร์ติดกับแท่งไม้ไว้ครับ
ขอให้สนุกครับ
21 มิถุนายน 2546
ngoodinja@hotmail.comทดสอบ J400 กับใบพัด ชุนด้า
เช้าวันที่ 22 มิถุนายน 2546 เวลา 6.30 นาฬิกา ผมเอา BLT380M2 ไปบินเพื่อทดสอบมอเตอร์ J400 กับใบพัดชุนด้าขนาด 7 นิ้ว ครับ
เช้าวันนี้อากาศดี มีลมพัดอ่อน ๆ หลังจากทดสอบเบื้องต้นแล้วผมก็พุ่ง BLT380M2 ออกเหินฟ้าทันที ดูเหมือนว่าเจ้า J400 จะไม่สะทกสะท้านกับใบพัดขนาด 7 นิ้วของชุนด้าเลยครับ มีแรงบิดเหลือเฟือที่จะปั่นเจ้าชุนด้าให้หมุนดึงเครื่องบินไปข้างหน้าอย่างมีพลัง การหมุนเป็นไปอย่างราบรื่นมากครับ เสียงมอเตอร์เงียบกว่า Maxx380 อาจเป็นเพราะมอเตอร์ใหม่กว่ากันเยอะและได้ผ่านการ Break in มาอย่างดีครับทำให้เดินเรียบกว่า ผมกดรีโมทเปิดมอเตอร์แช่ไว้ตลอด เครื่องไต่ระดับได้สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ การบังคับควบคุมเป็นไปอย่างดีครับ มีออกอาการเอียงซ้ายเล็กน้อย คงเป็นเพราะติดมอเตอร์เอียงขวาน้อยเกินไป ไม่พอชดเชยแรงบิดของใบพัดชุนด้าซึ่งมีขนาดถึง 7 นิ้ว

บินได้ประมาณ 5 นาที มอเตอร์เริ่มอ่อนกำลังลง แสดงว่าถ่านใกล้จะหมดแล้ว เครื่องเริ่มลดระดับลงช้า ๆ และลงจอดที่เวลา 5 นาที เศษ เกือบ 6 นาที ครับ ผมรีบไปดูเครื่องและจับที่ตัวมอเตอร์ เพราะจากการทดสอบภาคพื้นดินพบว่ามอเตอร์ค่อนข้างร้อน เกรงว่าหลังจากบินจริงโดยเปิดมอเตอร์แช่ไว้ตลอดจะทำให้ความร้อนสูงเกินไป แต่ปรากฏว่าหลังจากบินร่วม 6 นาที มอเตอร์กลับไม่ร้อนเลยครับ แค่อุ่นนิด ๆ เท่านั้นเอง ทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจมากครับ แสดงว่ามอเตอร์ J400 นี้ หากนำไปใช้งานบินจริง ๆ ถ้าจัดการเรื่องระบายอากาศที่ผ่านมอเตอร์ให้ดี ก็ไม่น่ากลัวเรื่องความร้อนเลยครับ ที่คุณจ้อนกังวลเรื่องแปรงถ่านจะทำให้เกิดความร้อนสูงเกินไปเป็นอันเลิกกังวลได้ครับ ผมเห็นว่าหากสามารถผลิต J400 ตาม spec เดิมที่ส่งมานี้ ในราคาไม่แพงเกินไป ก็น่าจะเป็นที่นิยมพอสมควรครับ เพราะแม่เหล็กแรงเหลือเกิน ทำให้แรงบิดสูงมากครับ แถมยังกินไฟน้อยอีกด้วย
ขอให้สนุกครับ
22 มิถุนายน 2546
ngoodinja@hotmail.com