เครื่องบินรถกระป๋องของงูดินรุ่นที่ 14 Push-E RE
ผมอยากพัฒนาการบังคับเครื่องบินกระป๋องให้สะดวกขึ้น โดยเพิ่ม elevator บังคับแพนหางระดับนอกเหนือจากบังคับ rudder และมอเตอร์ใบพัด ตามที่ได้ทำมาแล้ว แต่มีข้อแม้ว่า การดัดแปลงต้องไม่ยุ่งยากจนเกินไป ยิ่งดัดแปลงวงจรน้อยเท่าไรยิ่งดี เนื่องจากที่ผมสร้างเครื่องบินกระป๋องก็เพราะต้องการเล่นเครื่องบินบังคับไฟฟ้าแบบประหยัดที่สุด สร้างได้สะดวกที่สุด โดยจะพยายามดึงความสามารถของวงจรรถกระป๋องมาใช้ให้ได้เต็มที่
ผมทดลองต่อวงจรโดยอาศัยแนวคิดในการนำวงจรถอยหลังซึ่งไม่ได้ใช้ มาต่อกับ elevator เพื่อให้กระดกขึ้นอย่างเดียวพร้อม ๆ กับเปิดมอเตอร์ใบพัดไปด้วย ซึ่งจะช่วยให้เครื่องบินกระป๋องสามารถทำ loop ตีลังกาหลังได้ และยังช่วยให้ร่อนลงจอดได้นิ่มนวลมากขึ้น ซึ่งจากคำแนะนำของเพื่อน ๆ ในเวปบอร์ดของ weekendhobby โดยเฉพาะคุณ ACTION_nan มีประโยชน์มาก ดูแล้วน่าจะทำได้ไม่ยาก ก็เลยคิดสร้างเครื่องบินกระป๋องขึ้นมาอีกลำนึง เพื่อทดลอง โดยผมจะทำเป็นแบบ push-e เหมือนรุ่นที่แปด โดยดัดแปลงลำตัวเล็กน้อยเพื่อให้ใช้กับมอเตอร์ฟอลคอนซึ่งหาได้ง่าย ใช้ชื่อรุ่นว่า Push-E RE ตัวอักษร RE ที่ต่อท้าย ย่อมาจาก Rudder, Elevator นั่นเอง

มาลองดัดแปลงวงจรกันหน่อย
แนวคิดคือใช้ไดโอด เบอร์ 1N4002 สองตัวแยกสัญญาณจากจุดถอยหลังให้ไปเข้าวงจรเปิดมอเตอร์ใบพัดด้วย ในขณะที่สัญญาณอีกส่วนหนึ่งก็คงไปสั่งให้มอเตอร์จิ๋วอีกตัวหนึ่งกระดก elevator ขึ้น

เมื่อกดปุ่มเดินหน้า สัญญาณไฟบวกจากขา 11 จะผ่านไดโอดไปเข้าวงจรมอเตอร์ใบพัด ทำให้ใบพัดหมุน แต่สัญญาณนี้จะไม่ผ่านไปมอเตอร์จิ๋ว elevator เพราะถูกไดโอดอีกตัวหนึ่งขวางไว้
เมื่อกดปุ่มถอยหลัง สัญญาณไฟบวกจากขา 10 จะผ่าน R14 ไปขับมอเตอร์จิ๋วให้ยก elevator ขึ้น และมีสัญญาณไฟบวกอีกส่วนหนึ่งผ่านไดโอดไปขับมอเตอร์ใบพัดด้วยทำให้ใบพัดหมุนด้วย ซึ่งจะช่วยให้เครื่องบินกระป๋องรุ่นที่ 14 ตีลังกาหลังได้
แต่ .พอทำเข้าจริง ๆ ไม่ได้ผลอย่างที่คิด
จากแนวคิดดังกล่าวพอเอามาดัดแปลงวงจรเข้าจริง ๆ ปรากฏว่า เมื่อกดปุ่มเดินหน้า มอเตอร์ใบพัดสามารถทำงานได้แต่เมื่อกดปุ่มถอยหลัง มอเตอร์จิ๋วสามารถ up elevator ได้ แต่ไม่สามารถเปิดมอเตอร์ใบพัดได้ เนื่องจากสัญญาณถูกแบ่งออกไปเป็นสองส่วนทำให้สัญญาณไฟบวกที่แยกผ่านไดโอดไปยังวงจรมอเตอร์ใบพัด ไม่แรงพอที่จะขับวงจรให้มอเตอร์ใบพัดทำงานได้
เนื่องจากความรู้เรื่องวงจรของผมมีไม่พอ คงต้องหาความรู้เพิ่มเติมจากคุณ ACTION_nan หรือผู้รู้คนอื่น ๆ แล้ว
แต่เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาผมจึงทดลองแนวทางใหม่ที่ง่ายกว่าเดิม ไม่ต้องดัดแปลงวงจร โดยให้วงจรรถกระป๋องทั้งสองแชนแนลควบคุม up-down elevator และควบคุม rudder เหมือนเครื่องบินจริง แต่สำหรับมอเตอร์ใบพัดนั้น ใช้ต่อตรงกับแบตเตอรี่โดยไม่มีการควบคุม ซึ่งแนวคิดนี้คุณ eModeler เคยแนะนำไว้ตั้งแต่ตอนผมทำรุ่นที่ 6 แต่ยังไม่มีเวลาทดลอง

วิธีนี้ผมต้องแยกแหล่งจ่ายไฟเป็นสองส่วน ส่วนแรกสำหรับขับมอเตอร์ใบพัด ใช้ถ่าน AAA 700mAH 7 ก้อน 8.4 โวลต์ ต่อผ่านสวิตช์แล้วไปเข้ามอเตอร์ใบพัดโดยตรง ซึ่งเครื่องรุ่น 14 นี้ เป็นแบบ Push-E อยู่แล้วจึงไม่ต้องกลัวมอเตอร์ไหม้หรือใบพัดหมุนตีพื้นหักเวลาร่อนลง ส่วนที่สองใช้ถ่านโทรศัพท์ไร้สาย GP 270 mAH 3 ก้อน 3.6 โวลต์สำหรับขับวงจรภาครับและมอเตอร์จิ๋วทั้งสองตัวเพื่อควบคุม rudder และ elevator
เหตุที่ต้องแยกแหล่งจ่ายไฟเป็นสองส่วนเพราะเกรงว่าถ้าใช้แหล่งจ่ายไฟเดียวกัน มอเตอร์ใบพัดจะดึงกระแสไปใช้หมด เมื่อถ่านอ่อนลงจะไม่มีไฟแรงพอที่จะไปเลี้ยงวงจรภาครับและควบคุมมอเตอร์จิ๋วได้ เสี่ยงต่อการควบคุมเครื่องไม่ได้ และอาจทำให้เครื่องตกได้
ถ้าจะให้ปลอดภัยมากขึ้น อาจจะนำวงจรตั้งเวลามาต่อใช้กับมอเตอร์ใบพัด เพื่อตั้งเวลาให้มอเตอร์ทำงานชั่วระยะเวลาหนึ่งประมาณ 5 นาที เมื่อมอเตอร์หยุดแล้วจึงค่อย ๆ บังคับให้เครื่องร่อนลง ก็จะเป็นการปลอดภัยกับมอเตอร์และใบพัดมากขึ้น วงจรตั้งเวลานี้หาได้จากหนังสือ RCF ฉบับที่ 10 ครับ
ขอให้สนุกครับ
3 เมษายน 2546
ngoodinja@hotmail.comถอดวงจรรถกระป๋อง T&T มาใช้
คุณเก๋แห่ง binthai.com กรุณาส่งรถกระป๋อง T&T มาให้ผมทดลองใช้ เท่าที่ทราบจากเพื่อน ๆ ที่เคยใช้แผงวงจรรุ่นนี้ พบว่า มีระยะรับส่งไกลมาก เรียกว่ารุ่นไกลสุดฟ้าทีเดียว แต่มีข้อเสียคือไม่สามารถดัดแปลงเพิ่มถ่านได้ ทั้งภาครับและภาคส่งมิฉะนั้นระยะรับส่งจะหดเหลือสั้นจุ๊ดจู๋ แต่ข้อเสียตรงนี้ก็พอดีเหมาะกับความต้องการที่จะใช้กับเครื่องบิน Push-E RE เพราะผมต้องการแยกแหล่งจ่ายไฟต่างหากอยู่แล้ว มาลองแกะดูกันเลยดีกว่า

รถกระป๋อง T&T บอดี้เป็นเบนซ์ clk เหมือนกับของตราเพชรเดี๊ยะเลย เข้าใจว่าใช้แม่พิมพ์เดียวกัน ต่างกันตรงสติ๊กเกอร์บางจุดเท่านั้น ความถี่ 49Mhz

ลักษณะการติดตั้งแผงวงจรภาครับ ในคัสซีรถ จะเห็นได้ว่าแผงวงจรไร้เสาอากาศ

เมื่อถอดแผงวงจรออกมาดู จะเห็นลายทองแดงบนแผ่นปริ๊นต์ที่อยู่ด้านขวาใช้แทนเสาอากาศ ส่วนจุดที่ต่อไฟบวกคือสายไฟสีดำเส้นเล็กด้านบนสุด จุดที่ต่อกับมอเตอร์ขับเคลื่อน คือสายไฟสีดำสองเส้นที่อยู่ด้านบนขวา และจุดที่ต่อกับตัวบังคับเลี้ยวคือจุดคู่สองจุดที่อยู่ด้านบนตรงกลางใต้สายไฟบวก
ผมจะใช้แผงวงจรนี้โดยต่อกับมอเตอร์จิ๋วสองตัวเพื่อควบคุม rudder/elevator
ความจริงผมใจร้อนไปหน่อย ถอดแผงวงจรออกมาโดยที่ยังไม่ได้ทดสอบเลยว่าใช้การได้หรือเปล่า เพราะปกติก่อนที่ผมจะเลือกซื้อรถกระป๋องมาถอดวงจรนั้นต้องทดสอบดูว่าใช้ได้ก่อน ไม่เป็นไร สันนิษฐานไว้ว่าคุณเก๋ส่งรถกระป๋องสภาพใช้การได้มาให้ผมทดลองก็แล้วกัน ถ้าใช้ไม่ได้ก็ค่อยหาวงจรใหม่
ลำตัวเครื่อง Push-E RE
เนื่องจากโฟมอัดและไม้บัลซ่าของผมหมดพอดี ก็เลยไปซื้อใหม่ที่ร้าน B2S ในห้างเซ็นทรัลสาขาฟิวเจอร์ปาร์ค ได้โฟมอัดขนาด 3 และ 5 mm กับไม้บัลซ่าอีกสองสามแท่งเอามาเผื่อทำรุ่นอื่น ๆ ด้วย
ลำตัวผมทำง่าย ๆ คล้าย ๆ รุ่นที่ 6 ผสมรุ่นที่ 8 โดยตัดแท่งไม้บัลซ่าให้ยาว 22 นิ้ว แล้วทำกล่องลำตัวกับหางด้วยโฟมอัด 5 mm

แท่นมอเตอร์ใช้โฟมบล็อกมาทำเพื่อความแข็งแรงขึ้นนิดนึง
บานพับ rudder/elevator ใช้ OPP เทป แบบใส ซื้อที่ห้างบิ๊กซี สาขาฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต
สำหรับปีกผมยังขี้เกียจทำใหม่ ก็เลยว่าจะลองใช้ปีกของรุ่นที่ 9 ขนาด 5x30 นิ้ว หรือไม่ก็ปีกของรุ่นที่ 12 ขนาด 6x36 นิ้ว มาลองดูก่อน แล้วค่อยทำปีกสวย ๆ ให้ Push-E RE ทีหลัง
ขอให้สนุกครับ
4 เมษายน 2546
ngoodinja@hotmail.comPush-E RE ประกอบเสร็จพร้อมบินครับ

ผมใช้ปีกของรุ่น 9 มาลองติดดูก่อน โดยเอาโฟมรองใต้ชายหน้าปีก 6 mm ใช้มอเตอร์จิ๋วทดเฟืองดึง rudder และ elevator มอเตอร์ฟอลคอนใบพัดขับหลัง ถ่านขนาด 600mAH 6 ก้อน ยีห้อ lexel ของจีนแดง ใช้ขับมอเตอร์ใบพัด ถ่านชุดนี้ซื้อจากบ้านหม้อก้อนละ 35 บาท แล้วมาแพคเองครับ แต่รู้สึกว่าความจุจริง ๆ จะไม่ถึง 600 mAH เพราะลองชาร์จและจับเวลาดูคร่าว ๆ แล้ว ประมาณว่าแค่ 400-500 mAH เท่านั้น (ชาร์จที่ 1 แอมป์ แค่ครึ่งชั่วโมงก็ร้อนแล้ว) ส่วนถ่านที่เข้าแผงวงจรภาครับใช้ถ่านโทรศัพท์ไร้สายของ GP ขนาด 250 mAH

ภาพส่วนหัวแสดงให้เห็นถ่านและสวิตช์สองตัว ตัวแรกเปิดมอเตอร์ใบพัด อีกตัวเปิดไฟเข้าแผงวงจรภาครับ

มอเตอร์ฟอลคอนและมอเตอร์จิ๋วอีกสองตัวต่อกับก้านลวดและไม้เสียบลูกชิ้นเพื่อดึง rudder/elevator

กลไกควบคุมแพนหางดิ่งและแพนหางระดับครับ ใช้ไม้เสียบลูกชิ้นต่อกับลวด


การวางถ่านชาร์จทั้งสองแพคที่ส่วนหัว

แผงวงจรภาครับอยู่ในลำตัวโดยใช้ก้อนโฟมอัดไว้ให้อยู่กับที่ สำหรับวงจรภาครับนี้ ผมได้ทดสอบดูก่อนติดตั้งแล้วครับ ได้ระยะไกลโดยไม่ต้องดัดแปลง แต่รู้สึกว่ามันจะไวต่อการรบกวน คือตอนแรกผมวางแผงวงจรหงายไว้บนพื้นบ้านซึ่งเป็นไม้ปาร์เก้ต์ ปรากฏว่าระยะบังคับสั้นมากจนต้องเอาเสาอากาศมาจ่อที่แผง ตอนแรกก็งงว่าทำไมเป็นอย่างนี้ นึกว่าวงจรใช้ไม่ได้ แต่พอยกแผงวงจรขึ้นมาวางบนโต๊ะ คราวนี้ได้ระยะไกลมาก แต่ผมไม่ได้วัดว่าไกลเท่าไรเพราะเดินไปสุดตัวบ้านประมาณ 20 เมตร ก็ยังควบคุมได้ดี

ลักษณะการต่อ control horn โดยใช้ไม้บัลซ่า เส้นสีแดงตรงรอยพับนั้นคือยางหนังสติ๊กช่วยดึงให้ rudder กลับมาตรงกลาง ส่วน elevator นั้น ผมใช้ opp เทปทำเป็นบานพับ โดยติดทั้งด้านบนและด้านล่างเพื่อช่วยดึงให้ elevator อยู่ในแนวระดับพอดี แต่ถ้าติดมากเกินไปก็จะทำให้ฝืดจนมอเตอร์จิ๋วดึงไม่ขึ้น กลไกส่วนนี้ยังไม่ค่อยดีนักครับ หากจะให้ดีที่สุดคงต้องใช้ตัวบังคับเลี้ยวรถกระป๋องมาแทนมอเตอร์จิ๋ว แต่ก็ทำให้น้ำหนักมากขึ้นอีก
น้ำหนักพร้อมบินวัดได้ 200 กรัม พอดีครับ wingloading ประมาณ 7 ออนซ์ต่อตารางฟุต
เมื่อ First flight ผมก็สูญเสียเครื่องบินแทบจะทันที
วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2546 วันจักรีพอดี ตอนเช้า 7.00 นาฬิกา ผมนำเครื่อง Push-E RE ไปทดสอบบินครั้งแรกครับ พอเปิดมอเตอร์ใบพัดแล้วพุ่งไปปรากฏว่าเครื่องบินลงดินทันทีเพราะหัวหนักเกินไป ผมจึงนำมาปรับใหม่โดยเลื่อนถ่านถอยหลังไปอีกครึ่งนิ้ว ทำให้หัวเบาลงอีกนิด แล้วเปิดมอเตอร์พุ่งเครื่องบินไป คราวนี้บินขึ้นฟ้าฉิวด้วยความเร็วมากครับ ผมยังไม่ได้ลองใช้ elevator ใช้แต่ปุ่มควบคุม rudder ก่อนเพื่อให้คุ้นเคยกับการบังคับ พอเครื่องบินได้ไกลประมาณ 30 เมตร สูงประมาณ 10 เมตร รู้สึกว่าเครื่องไม่ค่อยตอบสนองการบังคับ แต่ไม่ใช่เพราะหลุดระยะวิทยุ เข้าใจว่าคงเป็นเพราะกลไกบังคับหางเสืออาจจะติดขัด ต้องกดปุ่มให้เลี้ยวซ้ายมั่งขวามั่งหลาย ๆ ทีจึงจะยอมเชื่อฟัง แต่ปรากฏว่าช้าเกินไปครับ เพราะเครื่องบินพุ่งไปหาต้นไม้ใหญ่บริเวณเดียวกับที่เครื่องบินรุ่นที่ 7 คอมแพคปีกหักตกลงไปแล้วหาซากไม่เจอนั่นแหละครับ จากนั้น Push-E RE ก็ไม่บินโผล่ออกมาอีกเลย ได้ยินแต่เสียงมอเตอร์ใบพัดดังอยู่ตลอด เพราะต่อตรงกับถ่าน ผมรีบวิ่งไปดู พบว่า Push-E RE ห้อยต่องแต่งอยู่บนกิ่งไม้สูงมากครับ ขนาดผมพยายามเอาก้อนอิฐก้อนหินขว้างขึ้นไปให้โดนจะได้หล่นลงมาก็ยังขว้างไม่ถึง จนกระทั่งมอเตอร์หยุดหมุนเพราะถ่านหมด ผมยังขว้างต่อจนเมื่อยแขนในที่สุดก็ถอดใจครับ กลับบ้านก่อน หวังว่าจะมีลมแรง ๆ มาช่วยพัดให้หล่นลงมาเองโดยที่ภาวนาไม่ให้มีใครเก็บไปศึกษาเสียก่อน วันหน้าค่อยมาดูใหม่
ขอให้สนุกครับ
6 เมษายน 2546
ngoodinja@hotmail.comกู้ Push-E RE เป็นผลสำเร็จ
หลังจากทิ้ง Push-E RE ห้อยต่องแต่งบนยอดไม้ไว้หนึ่งสัปดาห์ ผมก็กลับไปดูอีกครั้งหนึ่งในช่วงหยุดสงกรานต์เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2546 พบว่าลมพัดให้เจ้า Push-E RE หล่นลงมาค้างอยู่บนคาคบไม้กิ่งล่างแล้วครับ อยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 5 เมตร ผมก็เลยใช้ก้อนหินขว้าง ๆ ถูกมั่งไม่ถูกมั่ง ก็ยังไม่หล่นลงมา เหลียวไปเห็นกิ่งไม้ยาว ๆ ก็เลยลากมาสอยเจ้า Push-E RE ลงมาบนพื้นได้สำเร็จ สภาพของเครื่องหลังกลับลงสู่พื้นดินอีกครั้ง คือ แพนหางหลุดออก คันชัก elevator หลุดหายไป มอเตอร์จิ๋วสองตัวหลุดออกจากตำแหน่ง ส่วนลำตัวและปีกยังคงสภาพดีครับ ตัวผมเองระหว่างใช้ไม้สอยอยู่ก็เกิดไปเหยียบรังมดตะนอยเข้า ก็เลยถูกมดตะนอยต่อยเสีย 3 แผล ปวด ๆ คัน ๆ ดีนัก แต่ก็ดีใจที่ได้เครื่องคืนเอากลับไปบูรณะใหม่อีกครั้ง
ปรับปรุงการควบคุม elevator ใหม่ โดยใช้รีเลย์
จากแนวคิดเดิมที่ปล่อยมอเตอร์ใบพัดหมุนอิสระโดยไม่มีการควบคุม มีความเสี่ยงสูงที่เครื่องบินจะบินหายไป เพราะมอเตอร์ทำงานอยู่ตลอดเวลาดังเช่นที่เกิดกับ Push-E RE นับว่าโชคดีที่ไปติดบนต้นไม้เสียก่อน มิฉะนั้นอาจจะบินหายไปเลยก็ได้ จึงเปลี่ยนความคิดมาใช้ปุ่มเดินหน้าควบคุมมอเตอร์ใบพัด ปุ่มถอยหลังควบคุมมอเตอร์จิ๋วกระดกขึ้นอย่างเดียว ส่วนปุ่มซ้ายขวาควบคุมแพนหาง เหมือนกับแนวทางที่คิดครั้งแรกสุด แต่เปลี่ยนจากการใช้ไดโอดแยกสัญญาณซึ่งผมทำไม่สำเร็จมาใช้รีเลย์ในการควบคุมแทน ซึ่งแนวคิดนี้ได้จากคุณจ้อนเป็นผู้เสนอครับ
หลักการคือต่อสายไฟจากจุดถอยหลัง และ กราวนด์ ไปเข้าขดลวดรีเลย์ 6 ขา หรือ 8 ขาอีกตัวหนึ่ง แล้วใช้คอนแทครีเลย์ควบคุมมอเตอร์จิ๋วที่ต่อไปกระดก elevator ขึ้น (ขึ้นอย่างเดียว แล้วใช้แรงจากหนังสติ๊กดึง elevator ให้กลับมาสู่แนวระดับดังเดิมเมื่อเราไม่ได้กดปุ่มถอยหลัง) ในขณะเดียวกันก็ใช้คอนแทครีเลย์อันนี้ไปเป็นสวิตช์เปิดมอเตอร์ใบพัดด้วย ซึ่งแนวคิดนี้เป็นแนวคิดง่าย ๆ ตรงไปตรงมาดีครับ
ผมจึงลองวาดวงจรการต่อแบบคร่าว ๆ ดูดังนี้

ตามวงจรนี้จะต้องใช้รีเลย์สองตัว ตัวหนึ่งควบคุมมอเตอร์ใบพัด โดยคอนแทคของรีเลย์ตัวแรกปกติจะต่อกับมอเตอร์จิ๋วที่ควบคุม up elevator ด้วย เมื่อกดปุ่มเดินหน้า คอนแทคจะแยกจากมอเตอร์จิ๋วไปต่อกับไฟบวก เพื่อให้ไฟเข้ามอเตอร์ใบพัดทำงานตัวเดียว
เมื่อปล่อยปุ่มเดินหน้าและกดปุ่มถอยหลัง จะมีสัญญาณไปที่รีเลย์ตัวที่สอง คอนแทครีเลย์ตัวที่สองจะไปต่อกับไฟบวก ซึ่งจะไปควบคุมมอเตอร์จิ๋วที่ up elevator กับมอเตอร์ใบพัดซึ่งต่อขนานกันอยู่ ทำให้มอเตอร์ใบพัดทำงานพร้อม ๆ กับ up elevator ไปด้วย ซึ่ง (น่าจะ) ทำให้ Push-E RE ตีลังกาหงายท้องได้
ก็เป็นแนวคิดที่มีความเป็นไปได้สูงมากครับ แต่ตอนนี้ต้องใช้เวลาซ่อมแซมเจ้า Push-E RE ให้เรียบร้อยเสียก่อน
ขอให้สนุกครับ
18 เมษายน 2546
ngoodinja@hotmail.comPush-E RE ปรับปรุงใหม่
หลังจากกู้ซาก Push-E RE มาได้แล้วผมก็เอามาบูรณะซ่อมแซมใหม่ โดยใช้โครงสร้างลำตัวเดิม ทำปีกใหม่เป็นแบบโฟมพับ กว้าง 6 นิ้ว ยาว 36 นิ้ว ใหญ่กว่าปีกอันเดิม และเพิ่มถ่านเป็น 7 ก้อน โดยไม่แยกแหล่งจ่ายไฟ สำหรับการดัดแปลงวงจรเพิ่มกระดก elevator นั้น เดิมผมตั้งใจจะใช้รีเลย์สองตัวต่อวงจรดังรูปข้างบน แต่ระหว่างที่กำลังจะทำนั้น พอดีคุณ Hwao_AF ได้ทดลองตีลังกาเครื่องบินกระป๋อง ไอ้บ้า ได้เป็นผลสำเร็จ โดยใช้ไดโอดสองตัวแบ่งสัญญาณจากจุดถอยหลังไปเข้าจุดเดินหน้าโดยตรง รูปแบบการต่อไดโอดคล้าย ๆ กับวงจรที่คุณ ACTION_nan แนะนำไว้ แต่ต่างกันตรงที่แทนที่จะแบ่งสัญญาณจากขาไอซี RX ก็มาแบ่งสัญญาณที่ภาคขยายสัญญาณสุดท้ายก่อนที่จะต่อกับรีเลย์และมอเตอร์จิ๋วแทน ซึ่งวิธีนี้ทำได้ง่ายกว่า ไม่ต้องตัดต่อลายปริ๊นต์ และผมก็ทดลองทำแล้วใช้งานได้ดีครับ วงจรนี้น้ำหนักจะเบากว่าการใช้รีเลย์สองตัวอีกด้วย

สำหรับการต่อรีเลย์ในครั้งนี้ ผมต่อต่างจากครั้งก่อน ๆ คือแต่ก่อนนั้นผมให้คอนแทครีเลย์ตัดต่อระหว่างสายไฟบวกกับมอเตอร์ใบพัด แต่ครั้งนี้ผมให้คอนแทครีเลย์ตัดต่อระหว่างสายไฟลบกับมอเตอร์ใบพัดแทน ซึ่งจะช่วยให้ลดความเกะกะรุงรังของสายไฟลงนิดหน่อย
จากนั้นก็มาถึงกลไกการทำ up-elevator ผมใช้มอเตอร์จิ๋วทดเฟืองต่อกับเส้นด้ายไปดึง elevator ส่วนกลไกการดึงกลับ ก็ใช้หนังสติ๊กดึงด้านใต้ของ elevator เอาไว้ให้ติดกับแพนหางระดับ แรงดึงของหนังสติ๊กจะช่วยให้ elevator กลับที่เดิมเมื่อปล่อยปุ่มถอยหลัง

มอเตอร์จิ๋วสองตัว ตัวบนดึง rudder ตัวล่างทดเฟือง ดึง up-elevator

เพิ่มถ่านเป็น เจ็ดก้อน ทำให้มีกำลังแรงขึ้น น่าจะเพียงพอตีลังกาหลังได้

PushE-RE ลำใหม่ ใหญ่ขึ้น และมีพลังแรงขึ้น พร้อมกลไก up-elevator ตามแบบคุณ Hwao_AF
สำหรับแผงวงจรภาครับและรีโมท ผมเปลี่ยนจากรุ่นไกลสุดฟ้าเป็นรุ่น race-pard เพราะผมถอดวงจรไกลสุดฟ้าไปใช้กับ Micro-Piper รุ่นที่ 15 แทน
คุณสมบัติของ PushE-RE ฉบับปรับปรุงใหม่
กางปีก 36 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว พื้นที่ปีก 216 ตารางนิ้ว (1.5 ตารางฟุต)
น้ำหนักพร้อมบิน 240 กรัม (8.4 ออนซ์)
Wing-loading 5.6 ออนซ์ต่อตารางฟุต
แรงขับ Thrust ประมาณ 85 กรัม
น้ำหนักดูจะมากไปนิดหนึ่ง เมื่อเทียบกับแรงขับ ความจริงผมน่าจะใช้โฟมทำลำตัวทั้งลำจะได้น้ำหนักเบากว่านี้ ส่วนที่น้ำหนักมากไปอีกหน่อยคือปีกโฟมพับซึ่งผมใช้โฟมขนาดหนา 5 มิลลิเมตร ซึ่งถ้าใช้ขนาดหนา 3 มิลลิเมตร จะเบาลงอีก แต่เนื่องจากผมกลัวว่าปีกจะรับแรงเค้นไม่ไหวจะหักเวลาตีลังกาผมก็เลยเอาแข็งแรงไว้ก่อน
เวลาบินคงต้องปักหัวลงมาก ๆ หน่อยก่อนที่จะเชิดหัวขึ้นตีลังกาหลัง แบบในวิดีโอของคุณ Hwao_AF แหม แค่คิดก็น่าสนุกแล้วครับ
ขอให้สนุกครับ
8 พฤษภาคม 2546
ngoodinja@hotmail.com