เครื่องบินรถกระป๋องของงูดินรุ่นที่ 15 Micro Piper

หลังจากเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่ 14 Push-E RE ยังไม่ประสบความสำเร็จในการบินตีลังกา เพราะไปเสียท่าห้อยอยู่บนต้นไม้และได้รับความเสียหายรอซ่อมแซมอยู่ ผมก็เกิดอยากได้เครื่องบินลำเล็ก ๆ แบบรุ่นที่เจ็ด แต่มีลำตัวแบบกึ่งสเกล เพื่อจะได้พาติดตัวไปบินได้ง่าย ๆ และมีความสวยงาม และผมเห็นคุณสมภพนักบินกระป๋องได้ทำเครื่อง mini piper กางปีก 38 นิ้ว ไปแล้ว ผมก็เลยอยากลองทำบ้าง ก็เลยลองทำลำเล็กลงมาหน่อย ใช้มอเตอร์ 180 ของฟอลคอน ขับตรง กางปีก 25 นิ้ว ครับ ทำด้วยโฟมอัดทั้งลำ น้ำหนักเบาและเล็กกะทัดรัดดีมาก
คุณสมบัติ
กางปีก 25 นิ้ว กว้าง 5 นิ้ว ใช้โฟมอัดขนาด 3 มิลลิเมตร ดัดโค้งมี under camber เพื่อให้มีแรงยกสูงและบินช้า รองใต้ปีกด้วยแท่งไม้บัลซ่าหนา 2 มิลลิเมตร คาดทับด้วย OPP เทป เพื่อเพิ่มความแข็งแรง มีมุมยกจากปลายปีกเข้ามาข้างละ 4 นิ้ว ยกสูงข้างละ 2 นิ้ว ด้านหน้าปีกทำมุมเงยสูงกว่าด้านหลังปีก 0.25 นิ้ว
ลำตัวกว้าง 1.5 นิ้ว สูง 3 นิ้ว ยาว 17 นิ้ว ทำด้วยโฟมอัดหนา 3 มิลลิเมตร ส่วนหัวเสริมโฟมบล็อกเพื่อความแข็งแรง
แพนหางระดับกว้าง 3.5 นิ้ว ยาว 8 นิ้ว แพนหางดิ่งกว้าง 3.5 นิ้ว สูง 4.5 นิ้ว เฉพาะ rudder กว้าง 1.5 นิ้ว
มอเตอร์ฟอลคอน ขับผ่านรีเลย์ 6 ขา ใบพัดฟอลคอนของไทยทำสีแดง
บังคับเลี้ยวด้วยมอเตอร์จิ๋วดึงเส้นด้ายแบบ pull-pull
แผงวงจรรุ่นไร้เสาไกลสุดฟ้า รับไฟ 7.2 โวลต์โดยไม่แยกแหล่งจ่ายไฟ (คุณเก๋เจ้าของแผงวงจรและเพื่อนนักบินกระป๋องแนะนำว่าแผงรุ่นนี้ไม่ควรใช้ไฟเกิน 3.6 โวลต์ มิฉะนั้นอาจจะรวน จึงแนะนำให้แยกแหล่งจ่ายไฟ แต่ผมลองต่อไฟตรงโดยไม่แยกแหล่งจ่ายไฟดูแล้วยังไม่พบปัญหา)
ถ่านชาร์จ 650 mAH NiMh ยี่ห้อ lexel ซื้อจากบ้านหม้อคุณภาพไม่ค่อยดีนัก จำนวน 6 ก้อน 7.2 โวลต์
น้ำหนักพร้อมบิน 170 กรัม แรงขับ (Thrust) 75 กรัม พื้นที่ปีก 125 ตารางนิ้ว wing loading 7.2 oz./ ตารางฟุต
ภาพการต่อรีเลย์
มีเพื่อนนักบินกระป๋องมือใหม่บอกว่าภาพการต่อรีเลย์ไม่ค่อยชัด ให้เขียนให้ดูชัด ๆ ว่าขาไหนต่อสายไหนอย่างไร สำหรับเครื่อง micro piper นี้ ผมต่อรีเลย์แบบนี้ครับ


ส่วนหัวใช้โฟมบล็อกรองมอเตอร์ ติดด้วยกาว UHU twist&glue แล้วใช้ OPP เทปใสคาดทับอีกชั้นหนึ่งให้แน่นหนา สังเกตใบพัดฟอลคอนผมใช้ของเทียมทำในไทย เนื้อพลาสติกหยาบ แต่มีความเหนียวมากกว่าของแท้ น่าจะหักยากกว่า

กลไกบังคับเลี้ยวด้วยมอเตอร์จิ๋วแบบดั้งเดิมที่เชื่อถือได้มาตลอด

แสดงถึงลำตัวด้านข้างที่ตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์ ด้านใต้ท้องลำตัวหุ้มด้วย OPP เทปใส เพื่อให้แข็งแรง และสังเกตใต้ปีกที่ดามไว้ด้วยแท่งไม้บัลซ่าแล้วคาดทับด้วย OPP เทปสีน้ำตาล

ด้านในลำตัวแบ่งเป็นห้อง ๆ สำหรับถ่านชาร์จ และวงจรภาครับ ไม่มีสวิตช์ปิดเปิด แต่ใช้การเสียบคอนเนคเตอร์แทน

แสดงภาพลำตัวเมื่อถอดปีกออกพร้อมที่จะขนไปเล่น จะเห็นได้ว่ามีขนาดเล็กกะทัดรัดดีมากครับ
ผมใช้เวลาสร้างประมาณ 2 วันครับ แต่ยังไม่มีเวลาไปบินเล่นเลยครับ
ขอให้สนุกครับ
23 เมษายน 2546
ngoodinja@hotmail.comผลการทดสอบบิน
วันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2546 เวลา 7 นาฬิกา ผมนำเครื่อง Micro piper ไปทดสอบบิน พอเร่งเครื่องแล้วปล่อย Micro piper ออกจากมือ ก็บินขึ้นฟ้าอย่างสวยงามด้วยพลังแรงสูงมาก เครื่องไต่ขึ้นด้วยมุมประมาณ 60 องศา ซึ่งเป็นเพราะอัตราส่วนแรงขับต่อน้ำหนักมีมากถึง ประมาณ 1:2 (แรงขับ 75 กรัม น้ำหนัก 170 กรัม) แต่การบังคับควบคุมค่อนข้างยาก เพราะเครื่องบินเร็วมาก และ wing loading ค่อนข้างสูงสำหรับเครื่องบินกระป๋อง เวลาเปิดมอเตอร์ใบพัด เครื่องจะเชิดหัวขึ้นอย่างรวดเร็วแต่เวลาดับเครื่อง เจ้า micro piper ก็ปักหัวร่วงหล่นอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน อาการคล้าย ๆ กับ เครื่องบินรุ่นที่ 10 Zero fighter ตอนที่ใช้มอเตอร์ 380 เวลาลงจอดจึงมีลักษณะพุ่งลงดินในมุมประมาณ 45 องศา ผลก็คือ ใบพัดฟอลคอนของเทียมไทยทำที่ดูเหมือนจะแข็งแรงกว่าของแท้ ก็ยังคงหักตั้งแต่การลงจอดครั้งแรก

พลังงานจากมอเตอร์ฟอลคอนแรงเหลือเฟือสำหรับ Micro piper จึงสามารถทะยานขึ้นด้วยมุมไต่ที่สูงมาก

มุมไต่ประมาณ 60 องศา พาให้เครื่อง Micro piper บินสูงขึ้นอย่างรวดเร็วมากครับ
จากการทดสอบบินครั้งแรกนี้ ผมรู้สึกว่า แรงขับของมอเตอร์ฟอลคอนกับถ่าน 6 ก้อน นั้น มีมากเกินไปครับ ทำให้การบังคับควบคุมยากไปหน่อย นอกจากนี้ wing loading 7.2 ออนซ์ต่อตารางฟุต ก็มากไปนิด ผมจึงต้องการลดน้ำหนักและลดแรงขับมอเตอร์ลงอีกสักหน่อย เพื่อให้บินได้ง่าย ๆ สบาย ๆ โดยการลดถ่านลงเหลือ 5 ก้อน ครับ และเพื่อให้สามารถลงจอดได้โดยใบพัดไม่หัก ผมก็เลยติดตั้งขาล้อให้ด้วย โดยใช้ลวดจากเสาอากาศวงจรภาครับมาดัดแล้วติดตั้งลงไปใต้ลำตัวส่วนหัว

Micro piper ที่เปลี่ยนใบพัดใหม่ เป็นฟอลคอนของแท้สีเหลือสดใส ติดตั้งขาล้อ และลดถ่านลงเหลือ 5 ก้อน ครับ หน้าตาน่ารักทีเดียว

ภาพแสดงการติดตั้งขาล้อใต้ลำตัวครับ ใช้แผ่นไม้บัลซ่าขนาด 2 มิลลิเมตรประกบแล้วทากาวติดใต้ลำตัว หุ้มด้วย opp เทปใสอีกชั้นหนึ่ง แข็งแรงและน้ำหนักเบาดีครับ

หลังจากปรับปรุงลดน้ำหนักลงแล้ว ทำให้ micro piper มีน้ำหนักพร้อมบินเหลือเพียง 155 กรัม ครับ แม้จะใช้ถ่านแค่ 5 ก้อน ก็มีพลังงานเพียงพอที่จะบินได้สูงขนาดหลังคาบ้านสองชั้น และควบคุมได้ง่ายมากครับ โปรดสังเกตมุมไต่ระดับที่ลดลงเหลือประมาณ 15 องศา ทำให้บินร่อนได้สวยงามครับ เวลาลงจอดก็สวยงามเช่นกัน ขาล้อที่ติดตั้งยังช่วยป้องกันใบพัดหักได้เป็นอย่างดีครับ

ภาพนี้ย้อนแสงไปนิดครับ แต่ก็ได้ภาพสีสวยแปลกตาทีเดียว
บทสรุปของ Micro Piper
เป็นอันว่าผมได้เครื่องบินกึ่งสเกลลำขนาดกะทัดรัดมาบินเล่นอีก 1 ลำ ครับ สามารถบินไปตามถนนในหมู่บ้านได้สบาย ๆ ด้วยถ่าน 5 ก้อน แรงดัน 6 โวลต์ หรือหากเกิดอยากจะมันขึ้นมา ก็เพิ่มถ่านเป็น 6 ก้อน แรงดัน 7.2 โวลต์ ก็จะได้เครื่องบินที่มีความเร็วสูง อัตราไต่ระดับสูงมาก ซึ่งไม่น่าเชื่อว่ามอเตอร์ฟอลคอนขับตรง เพียงตัวเดียวจะให้แรงขับได้สูงขนาดนี้ คงเป็นเพราะออกแบบให้ลำเล็กน้ำหนักเบาเป็นพิเศษนั่นเองครับ
ที่น่าประทับใจอีกอย่างหนึ่งคือวงจรวิทยุกระป๋องไร้เสารุ่นไกลสุดฟ้าของคุณเก๋ครับ สามารถบังคับได้เป็นอย่างดีสร้างความมั่นใจในการบังคับควบคุมดีมากแม้จะไม่ได้แยกแหล่งจ่ายไฟก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ

Micro Piper รุ่นที่ 15 น้ำหนัก 155 กรัม เทียบขนาดกับ BLT 380 รุ่นที่ 12 น้ำหนัก 290 กรัม
ขอให้สนุกครับ
28 เมษายน 2546
ngoodinja@hotmail.comการทำปีกแบบโฟมกรีด
ผมพยายามหาวิธีทำปีกที่ง่าย แข็งแรง มีประสิทธิภาพ นอกเหนือจากปีกแบบโฟมดัดโค้ง และแบบโฟมพับของคุณจ้อนที่ทดลองสร้างแล้วได้ผลดี อย่างไรก็ดี แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน
คือแบบโฟมดัดโค้งนั้นมีข้อดีคือ มีแรงยกสูง ควบคุมง่าย น้ำหนักเบา และสามารถตัดแต่งปีกให้เป็นรูปร่างต่าง ๆ ได้ง่าย แต่มีข้อเสียคือความแข็งแรงน้อย แรงต้านสูง รับน้ำหนักได้น้อย ทำมุมยกกลางปีกได้ยาก และเสียรูปทรงได้ง่าย จึงเหมาะกับเครื่องบินกระป๋องน้ำหนักเบา ๆ ไม่เกิน 200 กรัม
ส่วนปีกแบบโฟมพับมีข้อดีคือ มีแรงยกสูงมาก แรงต้านน้อย ความเร็วสูง แข็งแรงมาก ทำมุมยกกลางปีกได้ง่าย รับน้ำหนักได้มาก แต่มีข้อเสียคือน้ำหนักมาก และตัดแต่งปีกให้เป็นรูปร่างต่าง ๆ ได้ยากกว่า เหมาะกับเครื่องบินกระป๋องน้ำหนัก 200 กรัม ขึ้นไป
ผมก็เลยลองทำปีกแบบโฟมกรีด คือลักษณะคล้ายปีกแบบโฟมดัดโค้ง แต่มีความแข็งแรงมากกว่า มีแรงยกสูง สามารถตัดแต่งปีกเป็นรูปร่างต่าง ๆ ได้ สามารถทำมุมยกกลางปีกได้ และมีแรงต้านอากาศน้อย กับสร้างได้ง่ายด้วยครับ โดยใช้โฟมขนาดหนา 5 มิลลิเมตร มากรีดตามความยาวของปีก บริเวณหนึ่งในสาม ของความกว้างปีกนับจากชายปีกด้านหน้า ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของ airfoil และเป็นจุด center of lift ด้วย จากนั้นก็พับงอลงมาให้มีลักษณะเป็น airfoil แบบ under camber จะให้มี under camber มากน้อยแค่ไหนก็ทำได้ตามใจชอบครับ

จากนั้นก็ทำมุมยกกลางปีก โดยกรีดตรงกลางปีกที่จะทำเป็นมุมยกให้เป็นรอยไม่ให้ขาดจากกัน จากด้านหลังปีกไปจนถึงแนวที่กรีดตามความยาวปีกเป็น airfoil ไว้ แล้วกรีดต่อไปจนถึงชายหน้าปีกให้ขาดจากกัน จากนั้นก็พับปีกขึ้นเป็นมุมยก จะให้สูงขนาดไหนก็ตามใจชอบ แล้วยึดแนวกลางปีกโดยใช้กาว epoxy แบบแห้งเร็วภายใน 5 นาที จากนั้นก็คาดด้วย opp เทป ตามแนวกลางปีกให้แข็งแรงอีกชั้นหนึ่ง ส่วนชายหน้าปีกตรงกลางที่เรากรีดให้แยกจากกันนั้น จะมีรอยแยกเป็นรูปสามเหลี่ยมอยู่ ก็ตัดเศษโฟมเป็นรูปสามเหลี่ยมมาติดการแทรกตรงรอยแยกนั้นเพื่อให้คงรูปร่าง airfoil เอาไว้
สุดท้ายก็ใช้กระดาษทรายขัดชายหน้าปีกให้โค้ง ๆ ขัดขายหลังปีกให้ลาดลงไปเป็น airfoil ที่สมบูรณ์ แค่นี้ก็ได้ปีกแบบโฟมกรีดที่สร้างง่าย แข็งแรง มีประสิทธิภาพสูง เป็นปีกที่มีคุณสมบัติรวมข้อดีของปีกทั้งแบบโฟมดัดโค้งและแบบโฟมพับเข้าด้วยกันครับ

ภาพแสดงให้เห็นลักษณะ airfoil ของปีกแบบโฟมกรีดครับ

บริเวณกลางปีกเสริมความแข็งแรงด้วย opp tape

ปีกแบบโฟมกรีดติดตั้งบนเครื่องบิน Micro Piper ทำให้มีแรงยกสูงขึ้นกว่าปีกแบบโฟมดัดโค้ง และรูปร่างเหมือนจริงมากกว่า ในขณะที่น้ำหนักมากขึ้นนิดเดียว
ขอให้สนุกครับ
29 เมษายน 2546
ngoodinja@hotmail.comมีเพื่อน ๆ อยากเห็นรูปเปรียบเทียบขนาดของ Micro Piper ผมก็เลยถ่ายภาพเปรียบเทียบกับขวดไวน์มาให้ดูครับ

จะเห็นได้ว่ามีขนาดกะทัดรัดมากครับ สามารถถือไปเล่นที่ไหนก็ได้ไม่เกะกะ
ขอให้สนุกครับ
6 พฤษภาคม 2546
ngoodinja@hotmail.comแปลนเครื่องบิน Micro Piper
หลังจากทดสอบบินเป็นที่น่าพอใจแล้ว ผมก็ถอดแปลนมาให้เพื่อน ๆ ที่สนใจลองทำดูครับ

สำหรับปีก จะทำเป็นแบบโฟมกรีด หรือโฟมดัดโค้งก็ได้ครับ ให้ความกว้าง 5 นิ้ว ยาว 24 ถึง 26 นิ้ว แล้วแต่ชอบ ปีกยาวจะบินช้ากว่าและร่อนดีกว่าครับ ปีกสั้นบินสนุกกว่า บังคับยากกว่า
ขอให้สนุกครับ
9 พฤษภาคม 2546
ngoodinja@hotmail.com