เครื่องบินรถกระป๋องของงูดินรุ่นที่ 17 KrapongSlowfly

เคยดูในเวปของคุณ Hwao_AF เห็นทำเครื่อง Slowfly บินได้สวยงามดี ผมก็เลยคิดจะทำมั่งครับ เอาไว้บินแบบสบาย ๆ เพราะตอนนี้ผมเหลือแต่เครื่องบินที่บินค่อนข้างเร็วคือ BLT380M2 และ MicroPiper ประกอบกับผมได้รับ KESC หรือ Speed Control สำหรับเครื่องบินกระป๋องจากคุณ TD มาทดสอบ เห็นคุณเก๋บอกว่าใช้ได้ดี ผมก็เลยจะทดลองติดตั้งกับ KrapongSlowfly ดูด้วยครับ

คุณสมบัติของ KrapongSlowfly

กางปีก 36 นิ้ว กว้าง 7 นิ้ว ทำจากโฟมอัด 5 มิลลิเมตร ใช้เทคนิคทำปีกแบบโฟมกรีด

ลำตัวกว้าง 2 นิ้ว ยาวประมาณ 24 นิ้ว สูง 3 นิ้ว ใช้โฟมอัด 3 มิลลิเมตร

แพนหางระดับ กว้าง 4.5 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว

แพนหางดิ่ง กว้าง 4.5 นิ้ว สูง 6 นิ้ว ส่วนที่เป็น rudder กว้าง 2 นิ้ว

ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ฟอลคอน ทดเฟือง 40:9 ใบพัด GWS 9070 ขนาด 9x7 นิ้ว

ถ่านชาร์จ 600 mAH AAA ยี่ห้อ lexel 6 ก้อน 7.2 โวลต์

วงจรวิทยุภาครับของรถกระป๋องยี่ห้อ Race-Pard ใช้กับ Speed Control KESC ของคุณ TD

รีโมทภาคส่ง เพิ่มถ่าน เป็น 4 ก้อน 6 โวลต์ โดยไม่ต้องดัดแปลงวงจร

บังคับเลี้ยวด้วยมอเตอร์จิ๋ว ดึงเส้นด้าย pull-pull

น้ำหนักพร้อมบิน 220 กรัม

WingLoading ประมาณ 4.5 ออนซ์ต่อตารางฟุต

การสร้าง

ไม่มีอะไรมากครับ เทคนิคการสร้างต่าง ๆ ก็ใช้แนวทางของเครื่องบินรุ่นเดิม ๆ แหละครับ

ผมใช้แบบแปลนของ Micro Piper มาแก้ไขนิดหน่อยให้สร้างง่ายขึ้นและขยายส่วนให้ลำใหญ่ขึ้น โดยใช้โฟมอัดขนาด 3 มิลลิเมตรทำลำตัวและแพนหางทั้งหมดเพื่อให้น้ำหนักเบา หุ้มด้วย OPP เทปให้แข็งแรง ส่วนหัวเป็นโฟมบล็อกใช้รองมอเตอร์ใบพัด

สำหรับปีกใช้โฟมอัดหนา 5 มิลลิเมตร ทำแบบโฟมกรีด หุ้มด้วย OPP เทป

ในส่วนของวงจรวิทยุ ผมใช้ของ Race-Pard ซึ่งถอดออกมาจากเครื่องบินกระป๋องรุ่นที่ 16 KrapongBiplane ซึ่งวงจรวิทยุนี้สามารถรับไฟ 7.2 โวลต์ได้โดยตรง และยังบังคับได้ไกลมากโดยไม่ต้องโมรีโมทหรือวงจร เพียงแต่เพิ่มถ่านในภาคส่งให้เป็น 6 โวลต์เท่านั้นครับ

สำหรับ KESC ผมก็ต่อสายสัญญาณไปเข้าขา 10 และ 11 ของไอซีภาครับได้โดยตรงตามคำแนะนำการติดตั้งในเวปของคุณ TD และทดสอบแล้วมีสัญญาณออกเพียงพอโดยไม่ต้องตัดหรือถอดรีซิสเตอร์ของภาคขับเคลื่อนในวงจรภาครับออกเหมือนกับแผงวงจรบางรุ่นที่มีปัญหาเมื่อต่อกับ KESC

ในส่วนระบบขับเคลื่อนก็ใช้มอเตอร์ฟอลคอนทดเฟืองของรถกระป๋องโดยใช้ก้านลูกโป่งทำแกนเฟือง ติดตั้งใบพัด GWS 9070 โดยยึดด้วยหนังสติ๊กเพื่อให้หลุดออกได้ไม่หัก เพราะเครื่องรุ่นนี้ผมจะไม่ติดขาล้อครับ

การทดสอบบิน

เช้าวันที่ 2 กรกฎาคม 2546 เวลา 6.15 นาฬิกา ผมเอาเครื่อง KrapongSlowfly ไปทดสอบบินที่สนามหน้าหมู่บ้านครับ จากการที่ฝนตกติดต่อกันตั้งแต่เมื่อวาน ทำให้สนามเปียกแฉะเจิ่งนอง และเป็นโคลน ก็เลยต้องเดินระวังหน่อย

เครื่องบินลำนี้ผมตกแต่งลวดลายเรียบร้อยสวยงามก่อนทำการทดสอบบินเสียอีก เพราะมั่นใจว่าบินขึ้นแน่ ๆ จากภาพเป็นการทดสอบก่อนบินครับ โดยการเร่งความเร็วมอเตอร์ด้วย KESC การฝึกให้ชินกับ KESC ก็ไม่ยากเท่าไรครับ กดสองครั้งติดกัน เร่งสุดลดสุด กดแช่ เร่งขึ้น ลดลง ปล่อย 20 วินาที ตัดเอง

ผมเร่งมอเตอร์สูงสุด พุ่งออกจากมือเบา ๆ เครื่อง KrapongSlowfly ก็บินได้อย่างมีเสถียรภาพครับ บังคับควบคุมง่าย บินช้า

ไต่ระดับได้สูงพอสมควรครับ ประมาณตึก 10 ชั้น

ไต่ระดับขึ้นไปให้สูง แล้วปล่อยมือ ให้มอเตอร์ตัดการทำงานภายใน 20 วินาที แล้วค่อย ๆ ร่อนลง แล้วกดมอเตอร์เร่งขึ้นไปใหม่ การเร่งเครื่องทำได้อย่างนิ่มนวลมากครับ เครื่องบินไม่มีอาการกระชาก ทำให้สามารถเกาะอากาศได้ดี และบินได้สวยงาม ต่างจากตอนใช้รีเลย์หรือ FET ควบคุม ซึ่งเมื่อเร่งเครื่องจะกระชากให้ตัวเครื่องเชิดหัวขึ้นอย่างเร็ว

การติดตั้ง KESC เข้าไปนี้ แม้ทำให้น้ำหนักเพิ่มประมาณ 10 กรัม แต่ KrapongSlowfly มีขนาดลำใหญ่ปีกกว้าง ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างดีและบินได้ง่ายนิ่มนวล สามารถเร่งเครื่องเบาเครื่องได้ดังใจ จะบินแบบประหยัดก็ลดความเร็วลง ก็จะบินได้นานขึ้น สามารถบินระดับต่ำได้มั่นคง ซึ่งเป็นข้อดีของ KESC ครับ หากใช้รีเลย์เปิดปิดอย่างเดียว เวลาจะบินต่ำ ๆ ต้องคอยกด ๆ ปล่อย ๆ ปุ่มควบคุม ซึ่งก็ไม่ได้ดังใจ แต่สำหรับ KESC นี้ แค่กดปุ่มถอยหลังเบา ๆ จนถึงความเร็วที่ต้องการแล้วปล่อย ก็สามารถควบคุมให้บินผ่านระดับต่ำได้ตามต้องการครับ

ขอให้สนุกครับ

2 กรกฎาคม 2546

ngoodinja@hotmail.com

ภาพประกอบการติดตั้งอุปกรณ์

 

 

เนื่องจากเป็นเครื่องบินลำค่อนข้างใหญ่ ลำตัวกว้างถึง 2 นิ้ว ทำให้สามารถวางอุปกรณ์และจัด CG ได้อย่างสะดวกครับ เริ่มจากมอเตอร์ใบพัดทางหัว KESC แผงวงจรภาครับ และถ่าน 6 ก้อน ตบท้ายด้วยมอเตอร์จิ๋ว แต่ลำใหญ่ ๆ ก็มีข้อเสียเหมือนกันครับ คือทำให้ต้องต่อสายไฟยาว ๆ ทำให้น้ำหนักมากขึ้นอีกนิด

 

ภาพแสดงการทดเฟืองมอเตอร์ฟอลคอน ใช้เฟืองขับ 9 ฟัน และเฟืองตาม 40 ฟัน ได้อัตราทดประมาณ 4.5 ต่อ 1 การยึดใบพัดทำโดยใช้หนังสติ๊กยึดกับแป้นที่ทำจากเฟืองขนาด 40 ฟัน อีกตัวหนึ่ง เพื่อให้ใบพัดสามารถขยับเคลื่อนตัวหรือหลุดออกได้เวลากระทบกับพื้น เป็นการป้องกันใบพัดหักและป้องกันแกนเฟืองคด

ปีกทำจากโฟมอัดขนาด 5 มิลลิเมตร ใช้เทคนิคโฟมกรีด ใต้ปีกเสริมไม้บัลซ่าเล็ก ๆ เพิ่มความแข็งแรง ซึ่งการบินแบบ Slow fly การทำปีกด้วยวิธีนี้ก็มีความแข็งแรงเพียงพอและน้ำหนักเบาครับ

แพนหางขนาดใหญ่ ช่วยให้สามารถควบคุมเครื่องบินในความเร็วต่ำได้เป็นอย่างดีครับ อ้อ ส่วนลำตัวเครื่องบินสองลำด้านหลังคือรุ่นที่ 15 Micro Piper เครื่องบินกระป๋องขนาดเล็กที่สร้างง่าย บินง่าย บินดี ครับ

ในส่วนของ KESC นั้น ผมคิดว่าสามารถลดน้ำหนักลงได้อีก โดยใช้วงจรซีเนอร์ไดโอดทำเป็น BEC แทนการใช้ไอซี LM2940 ซึ่งจะทำให้ราคาถูกลงไปอีก หรือหากคุณ TD จะ Built-in ESC ลงในแผงวงจรภาครับแล้วขายรวมกันไปทีเดียว ก็จะทำให้น้ำหนักเบาลงไปอีกเพราะสามารถถอดอุปกรณ์ภาคขับเคลื่อนมอเตอร์เดิมออกได้ทั้งหมดแล้วใส่ KESC ลงไปแทนโดยต่อตรงกับ IC RX-2 นอกจากนี้การที่ยุบเหลือแผงวงจรเดียวยังสะดวกในการติดตั้งกับตัวเครื่องบินอีกด้วยครับ

ขอให้สนุกครับ

3 กรกฎาคม 2546

ngoodinja@hotmail.com