เครื่องบินรถกระป๋องของงูดินรุ่นที่ 21 KrapongMicron

ผมได้แรงบันดาลใจจากคุณ Action_nan ที่ลงวิธีการทำเครื่องบินแมลงสาบใน webboard ของ weekendhobby ทำให้ผมอยากสร้างเล่นมาก เพราะตอนนี้หาที่เล่นเครื่องบินลำใหญ่ ๆ ไม่ได้เพราะเขาเอาที่ไปจัดงานวันสงกรานต์ ก็เลยอยากทำเครื่องบินลำเล็ก ๆ เล่น คุณ Action_nan ใช้วงจรรถแมลงสาบซึ่งมีขนาดเล็กน้ำหนักเบามาก แต่ผมไม่มีความรู้เรื่องรถแมลงสาบเลยครับ จะรอซื้อมาเล่นมาศึกษาก็คงไม่ทันการ ใจมันร้อน และผมมีวงจรรถกระป๋อง t&t ที่ซื้อตุนไว้อีก 3-4 ชุด ยังเหลืออยู่ ก็เลยคิดว่าลองทำเครื่องบินกระป๋องลำจิ๋วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เรียกว่า KrapongMicron ก็แล้วกันครับ
คุณสมบัติของ KrapongMicron
กางปีก 20 นิ้ว ปีกกว้าง 4 นิ้ว พื้นที่ปีก 80 ตารางนิ้ว ทำจากโฟมอัดขนาด 5 มิล กรีดแล้วยกกลางปีก
ลำตัวทำจากไม้บัลซ่าแท่งเหลี่ยม ขนาด 5 มิล ยาว 13 นิ้ว แพนหางระดับกว้าง 2.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว แพนหางดิ่ง กว้าง 2.5 นิ้ว สูง 3 นิ้ว rudder กว้าง 1 นิ้ว
ลำตัวส่วนที่รับปีกทำจากโฟมอัดขนาด 3 มิล ประกอบเป็นกล่องยกปีกด้านหน้าสูง 3 นิ้ว ด้านหลังสูง 2.5 นิ้ว
ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ 130 BB ท้ายแดง ทดเฟือง 38 ต่อ 10 ใบพัด U-150 ควบคุมด้วยรีเลย์ 3v 6 ขา
บังคับเลี้ยวด้วยมอเตอร์จิ๋วดึงเส้นด้ายแบบ pull-pull
วิทยุกระป๋อง t&t ใช้พลังงานจากถ่าน ลิเธียมอิออน 4.2 โวลต์ 1 ก้อน
น้ำหนักพร้อมบิน 80 กรัม

วิธีการสร้าง ไม่ยากเลยครับ ดูจากรูปเพื่อน ๆ ก็คงรู้แล้ว ผมพยายามวางอุปกรณ์ทั้งหมดให้อยู่บนลำตัวส่วนรับปีก โดยเจาะช่องวางรีเลย์ เสียบถ่าน และประกบแผงวงจรเข้าไป สำหรับมอเตอร์ขับเคลื่อน มีน้ำหนักค่อนข้างมากจึงต้องวางชิดติดกับขารับปีกเพื่อให้น้ำหนักสมดุล ลำตัวแท่งไม้ส่วนหัวผมเสริมแผ่นโฟมขนาด 5 มิล ติดเข้าไปด้านใต้อีกชั้นหนึ่งเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและรับแรงกระแทกเวลาลงจอด เนื่องจากไม่ได้ติดล้อครับ

เนื่องจากอุปกรณ์ส่วนใหญ่วางอยู่ติดลำตัวด้านซ้าย จึงอาจทำให้น้ำหนักซ้ายขวาไม่สมดุล เครื่องบินอาจบินเอียงซ้ายได้ ผมจึงเจาะช่องเสียบถ่านลิเธียมให้ทะลุไปด้านขวาเพื่อจะได้สามารถเลื่อนถ่านเข้าออกได้ทำให้ปรับน้ำหนักซ้ายขวาสมดุลกัน ส่วนการขยับปรับ CG นั้น ใช้การเลื่อนปีกไปข้างหน้าข้างหลัง ซึ่งการวางอุปกรณ์แบบนี้สามารถปรับ CG ได้ไม่ยากครับ
ผมออกแบบให้ขารับปีกยกปีกไว้สูงค่อนข้างมากเพื่อให้เกิดลักษณะที่เรียกว่า pendulum effect คือลักษณะการถ่วงของตุ้มนาฬิกาหรือตุ๊กตาล้มลุก โดยทำให้มีน้ำหนักถ่วงลงด้านล่างให้มากเพื่อเครื่องจะได้บินทรงตัวดีมีเสถียรภาพ

มอเตอร์รถกระป๋อง BB ท้ายแดง ผมไปซื้อที่เขาโละขายถูก ๆ จากร้านที่สะพานเหล็ก 10 ตัวร้อย เอามาตุนไว้นานแล้ว เป็นมอเตอร์แรงขับเคลื่อนสูงมากแต่กินไฟน่าดูครับ แม้จะทดเฟืองแล้วขับใบพัด U-150 ยังกินไฟถึง 4 แอมป์!!! ซึ่งหากใช้ไปนาน ๆ ถ่านลิเธียมอาจจะอายุสั้นได้ โปรดสังเกตการทดเฟืองครับ ผมใช้วิธีที่ทำให้น้ำหนักเบาที่สุด คือบัดกรีลูกปืนติดกับตัวถังมอเตอร์เลย แล้วทากาวมอเตอร์ติดกับแท่งไม้ และจะคาดเทปอีกชั้นหนึ่งเพื่อความแน่นหนา

การติดตั้งอุปกรณ์บนลำตัวส่วนรับปีก ผมลองวางอุปกรณ์ให้น้ำหนักได้สมดุล กำหนดตำแหน่งไว้ แล้วเจาะฝังอุปกรณ์ลงไป สายไฟที่ใช้รู้สึกจะใหญ่ไปนิดนึง ถ้าเปลี่ยนสายไฟเล็กกว่านี้น้ำหนักจะเบาลงอีกครับ

มอเตอร์จิ๋วทากาวติดไว้ท้ายขารับปีก แล้วคาดด้วยเทปใสกันหลุด

เปรียบเทียบขนาด KrapongMicron กับร้องเท้าแตะของผมเองครับ
ทดสอบบิน KrapongMicron แรงและเร็ว(เกินไป)
วันเสาร์ที่ 3 เมษายน 2547 เวลา 18.30 นาฬิกา ผมเอาเครื่อง KrapongMicron ออกไปที่สนามที่ว่างใกล้ ๆ บ้าน เป็นสนามไม่ใหญ่มากนักขนาดเกือบครึ่งสนามฟุตบอลและมีหญ้าสูงประมาณ หัวเข่า เหมาะแก่การทดสอบบินครับ ฤดูนี้เป็นฤดูร้อน ลมแรงมากครับ แม้จะเย็นมากแล้วลมก็ยังค่อนข้างแรง ความจริงผมไปถึงสนามตั้งแต่ 17.45 นาฬิกา แต่ลมแรงมากผมก็เลยรอจนเย็น พอ 18.30 นาฬิกา ลมยังมีอยู่แต่ก็เบาลงมาก ผมก็เลยตัดสินใจพุ่งเครื่อง KrapongMicron ออกบินครั้งแรกครับ มอเตอร์รถกระป๋อง BB มีแรงขับสูงมากครับ เพียงแค่พุ่งไปเบา ๆ มอเตอร์ก็ฉุดเครื่องบินขึ้นไปสูงประมาณตึก 2 ชั้น เครื่องบินค่อนข้างเร็วเพราะพื้นที่ปีกดูจะน้อยไปนิดเมื่อเทียบกับน้ำหนัก แต่ก็บินได้อย่างมีเสถียรภาพดีมากครับเป็นเพราะปีกที่ยกสูงจากลำตัวมาก เวลาเลี้ยวจะเห็นปรากฏการณ์ pendulum effect ชัดเจนคือเวลาเลี้ยวเครื่องจะแกว่งไปด้านข้างแล้วกลับมาตั้งตรงได้ดังเดิมตลอด ทำให้บังคับง่ายมากครับ ผมบินได้ประมาณ 3 รอบ ก็มีลมพัดมาแรง ๆ อีกระลอกหนึ่ง เวลาบินสวนลมเครื่องบินก็เลยถูกลมตีหัวเชิดขึ้น 90 องศา แล้วตีลังกา stall ลงมาทันที ผมรีบปล่อยการควบคุมทุกอย่างครับ ด้วยความมีเสถียรภาพของ KrapongMicron ทำให้เครื่องบินกลับมาตั้งลำได้ใหม่แล้วร่อนลงจอดได้อย่างสวยงาม
ระบบขับเคลื่อนยังไม่ค่อยลงตัว
ผมเข้าไปตรวจสอบโดยใช้มือจับมอเตอร์พบว่ามีความร้อนค่อนข้างสูง ส่วนถ่านลิเธียมก็เริ่มรู้สึกร้อน แม้จะบินไปได้ไม่ถึงนาที นั่นเป็นเพราะกระแสที่มอเตอร์ดึงไปใช้สูงถึง 4 แอมป์ และผมเห็นว่าระบบขับเคลื่อนชุดนี้แรงสูงเกินความจำเป็นสำหรับเครื่องบินลำจิ๋ว ๆ แบบนี้ ถ้าจะให้ดีผมคงเปลี่ยนมอเตอร์เป็นแบบเดิม ๆ ที่ติดรถมา ซึ่งผมลองประกอบกับเฟืองและใบพัดชุดนี้วัดกระแสดูแล้วได้ประมาณ 1.5 แอมป์ น่าจะมีแรงขับเพียงพอ และกินไฟน้อยกว่าเดิมมาก เพื่อยืดอายุถ่านลิเธียมครับ
ขอให้สนุกครับ
3 เมษายน 2547
ngoodinja@hotmail.comระบบขับเคลื่อนลงตัวที่มอเตอร์และเฟืองชุดเดิม กับใบพัด 5x4 นิ้ว
ระบบขับเคลื่อนเดิมกินไฟมากเกินไปทำให้ถ่านและมอเตอร์ร้อนมาก ผมก็เลยทดลองหาระบบขับเคลื่อนที่เหมาะสมกับเจ้า KrapongMicron โดยลองเปลี่ยนมอเตอร์เป็นของเดิมติดรถซึ่งกินไฟประมาณ 1.5 แอมป์ คิดว่าพอจะพาเจ้า KrapongMicron ขึ้นบินไหว แต่ปรากฏว่าแรงขับไม่เพียงพอครับบินไม่ขึ้นเอาเลย ก็เลยกลับมาใช้มอเตอร์กับเฟืองชุดเดิม แต่ลองเปลี่ยนใบพัดให้มีประสิทธิภาพสูงกว่า U-150 ตอนแรกผมใช้ใบพัด APC 6x3 นิ้ว ที่ใช้กับเครื่องบินไฟฟ้า แต่ก็พบว่าใบพัดมีความหนาและหนักมากเกินไปทำให้ยังคงกินไฟมากเหมือนเดิมแถมยังบินไต่ระดับไม่ค่อยขึ้นอีกด้วย สุดท้ายก็เลยลองเปลี่ยนเป็นใบพัดขนาด 5x4 นิ้ว ของทำในเมืองไทยที่เลียนแบบใบของ Gunther ที่ใช้กับปีกบินหรือพวกเครื่องบินแข่งความเร็ว Pylon ซึ่งผมซื้อจากคุณเก๋ราคาใบละ 80 บาท (แพงจัง) ก็เลยได้ระบบขับเคลื่อนที่ลงตัวมากครับ ขนาดใบที่เล็กบางมีประสิทธิภาพสูง แรงขับสูงพอ ๆ กับ U-150 แต่มีความสมดุลดีกว่า ทำให้การทรงตัวดีขึ้นอีกและบินสู้ลมแรง ๆ ได้สบาย ๆ แถมกินไฟแค่ประมาณ 2.5-3 แอมป์ มอเตอร์และถ่านลิเธียมแค่อุ่น ๆ เท่านั้นครับ

เนื่องจากรูใบขนาด 5x4 ทำไว้ขนาดใช้กับอแดปเตอร์ใบพัดขับตรง มีขนาดใหญ่กว่าแกนล้อรถกระป๋อง ผมก็เลยต้องเอาเฟืองรถกระป๋องมาทากาวช้างติดตรงกลางใบ เพื่อให้สามารถเสียบกับแกนล้อรถกระป๋องได้พอดี
KrapongMicron และระบบขับเคลื่อนชุดนี้บินสนุกมากครับ ผมเคยเอาไปบินตอนลมแรง ๆ พอกดเร่งเครื่องก็บินไต่สวนลมขึ้นไปขนาดตึก 5 ชั้น แล้วดับเครื่องปล่อยร่อน แล้วเร่งขึ้นไปสู้ลมใหม่ เรื่องการทรงตัวไม่ต้องห่วงแม้จะเลี้ยวมุมแคบหรือถึงขนาดตีลังกากลับหัวกลับหางอย่างไร เวลาปล่อยมือเครื่องก็จะเหวี่ยงกลับมาตั้งตรงได้ดังเดิมแบบตุ๊กตาล้มลุก แต่ตอนลงจอดต้องหาที่หญ้าสูง ๆ นิ่ม ๆ หน่อยนะครับ ถ้ากระแทกแรงใบพัดจะหักได้ง่าย ลำตัวที่ทำจากแท่งไม้บัลซ่าก็หักง่ายเช่นกัน เครื่องของผมตกกระแทกหินต้องเข้าเฝือกดามเป็นสามท่อนแล้ว เอาไว้พังมาก ๆ จะทำลำตัวโฟมเล่นแทนครับ
ขอให้สนุกครับ
18 เมษายน 2547
ngoodinja@hotmail.comหาบอดี้ใหม่ให้ KrapongMicron
เครื่องบินกระป๋องรุ่นที่ 21 ลำเล็กจิ๋ว บินสนุกมากแต่ลำตัวไม้แท่งเดียวไม่แข็งแรง บินสักสิบไฟลต์แลนดิ้งกับก้อนหินมั่ง พื้นปูนมั่ง กิ่งไม้มั่ง ทำให้ลำตัวหักเป็นหลายท่อน ต่อแล้วต่ออีก ก็เลยคิดว่าจะทำลำตัวใหม่ให้ทั้งลำด้วยโฟม แต่พอดีผมมีเครื่องบินหนังยางอยู่ลำหนึ่ง ซื้อมาจากสิงคโปร์ตั้งแต่เมื่อสองปีที่แล้วตอนเริ่มเล่นเครื่องบินกระป๋องใหม่ ๆ เป็นเครื่องบินเชสน่า 170 ทำด้วยโครงไม้บัลซ่าหุ้มด้วยกระดาษญี่ปุ่นหรือกระดาษลอกลายแผ่นบาง ๆ ชุดคิดเครื่องบินลำนี้เป็นของยี่ห้อ guillow ผมประกอบและเล่นจนหนังยางเปื่อย ใบพัดหัก ก็เลยทิ้งไว้เฉย ๆ มาเป็นปี พอดีเห็นว่าเชสน่าลำนี้มีขนาดเล็กพอที่จะใส่วงจรเครื่องบินกระป๋องรุ่นที่ 21 ได้ ผมก็เลยจัดแจงย้ายอุปกรณ์ทั้งหมดมาใส่ในเครื่องบินลำนี้ เพื่อจะทดลองว่าจะบินขึ้นหรือไม่

เครื่องบินกึ่งสเกลของ guillow เชสน่า 170 กางปีก 24 นิ้ว ผมถอดหนังยางออก และเจาะช่องบนลำตัวแล้วนำวงจรกระป๋องของรุ่น 21 ใส่ลงไปได้พอดี

ผมเจาะส่วนหัวแล้วใส่แกนไม้บัลซ่าลงไปเพื่อทากาวยึดกับมอเตอร์ เฟืองตัวใหญ่สูงเกินหัวเครื่องบินขึ้นมาก็เลยต้องคว้านหัวเพิ่มอีกหน่อย ส่วนใบพัด 5x4 ก็เสียบเข้าไปดูเข้ากันได้ดี

การใส่อุปกรณ์ภายในกำลังพอดี ๆ ครับ ถ่านลิเธียมเอาไว้ด้านหน้า ตามด้วยรีเลย์และแผงวงจร ปิดท้ายด้วยมอเตอร์จิ๋ว สำหรับมอเตอร์จิ๋วต้องติดเยื้องไปด้านข้างเพราะแกนตรงกลางเป็นคานแท่งไม้บัลซ่าหนา ผมก็เลยไม่อยากตัดให้เสียความแข็งแรงก็เลยเลี่ยงมาติดมอเตอร์จิ๋วด้านข้างแทน

ระบบบังคับเลี้ยวใช้มอเตอร์จิ๋วดึงหางเสือแบบ pull-pull สำหรับ rudder ความจริงก็เป็นโครงไม้หุ้มกระดาษ แต่ผมทำหายไปไหนไม่รู้ ก็เลยต้องตัดแผ่นโฟมมาทำ rudder แทน

อีกมุมหนึ่งของ KrapongMicron New Body ครับ

เมื่อใส่อุปกรณ์ทั้งหมดแล้วนำขึ้นชั่งน้ำหนัก ปรากฏว่าน้ำหนักพร้อมบินเพิ่มขึ้นเป็น 110 กรัม ไม่รู้จะบินขึ้นหรือไม่เนี่ย แต่เท่าที่ลองตั้งท่าพุ่ง ๆ ดูพร้อมกับเปิดมอเตอร์ คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา คงจะบินได้แบบอืด ๆ หน่อย ครับ
ขอให้สนุกครับ
24 เมษายน 2547
ngoodinja@hotmail.comผลการทดสอบบิน หัวทิ่มไม่เป็นท่า พังตั้งแต่ไฟลต์แรก
จากการทดสอบบินไม่ประสบความสำเร็จครับ เนื่องจากแรงขับไม่เพียงพอ ผมปาเครื่องออกไปพร้อมกับเร่งมอเตอร์เต็มที่ เครื่องพุ่งจากมือออกไปประมาณ 5 เมตร เครื่องบินช้าลงเมื่อหมดแรงส่ง แล้วก็ stall หัวปักพื้น โครงไม้บัลซ่าหักหลายส่วนครับ แสดงว่าระบบขับเคลื่อนชุดนี้ไม่แรงพอที่จะแบกน้ำหนัก 110 กรัมได้ นอกจากนี้ลำตัวของ cessna ลำนี้ยังเป็นแบบ scale จึงอ้วนมาก ทำให้เกิดแรงต้านอากาศสูง จึงบินไม่ขึ้น ผมทดลองเปลี่ยนมอเตอร์เป็น ฟอลคอนขับตรงและเพิ่มถ่านลิเธียมเป็น 2 ก้อน แต่เมื่อลองเปรียบเทียบน้ำหนักอุปกรณ์กับพื้นที่ปีกแล้ว เห็นว่าคงบินไม่ขึ้นแน่นอน เพราะหนักเกือบ 200 กรัม แต่พื้นที่ปีกเพียง 100 กว่าตารางนิ้ว เท่านั้น ผมจึงยุติโครงการนี้ไว้ก่อน ถอดอุปกรณ์ออกเหลือแต่เครื่องบินเปล่า ๆ เก็บไว้รอให้ผมมีความรู้เรื่องรถแมลงสาบมากขึ้น อาจจะเอาอุปกรณ์แมลงสาบมาลงแทน เพื่อให้น้ำหนักเบาลงครับ

แยกชิ้นส่วนเก็บรักษาไว้ก่อน พร้อมกับซื้อรถแมลงสาบยี่ห้อ shen qi wei แบบเดียวกับที่คุณ Action_nan ใช้ เพื่อมาศึกษาเตรียมทำเครื่องแมลงสาบแท้ ๆ บ้างครับ รถแมลงสาบยี่ห้อนี้บังคับได้ดีและไกลทีเดียวครับ ซื้อจากสะพานเหล็ก ราคา 190 บาท

กล่องชุดคิท cessna170 ครับ ผมซื้อมาจากสิงคโปร์เกือบ 3 ปีแล้ว ราคาประมาณ 1,000 บาท เครื่องบินยี่ห้อ guillow นี้ สร้างไม่ยาก มีหลายแบบหลายขนาดครับ ความจริงถ้ากางปีกขนาด 30-32 นิ้ว นี้สามารถดัดแปลงทำบินไฟฟ้าได้เลย สนใจลองดูใน
http://www.guillow.com ครับสำรวจราคาอุปกรณ์ที่สะพานเหล็กและบ้านหม้อ
ช่วงวันเสาร์อาทิตย์ผมมีโอกาสไปสะพานเหล็กและบ้านหม้อ เพื่อซื้ออุปกรณ์และสำรวจราคาไปทีเดียว
ที่สะพานเหล็กมีมอเตอร์ขนาดใหม่ออกมาขาย คือมอเตอร์ 480 ครับ มีหลายแบบหลายราคา ตัวสีดำ ราคา 550 บาท ตัวสีบรอนซ์ราคา 500 บาท ผมเห็นว่ายังแพงไป ก็เลยเดินถามไปเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่ก็ราคานี้ แต่มีอยู่ร้านหนึ่ง ขายราคาตัวสีบรอนซ์แค่ 350 บาท ยี่ห้อ FULLY ผมก็เลยซื้อมาตัวหนึ่ง จะลองเอามาทดสอบดูว่าแรงกว่า 380sh, 380ph และจ้อน400 ที่ผมเคยทดสอบไว้แล้วขนาดไหน

มอเตอร์ 480 ครับ (ตัวล่าง) เปรียบเทียบกับมอเตอร์ 380ph ของ gws
นอกจากมอเตอร์แล้วสิ่งที่ผมตามหาอยู่นานแต่ไม่เคยเจอเพิ่งมาเจอวันนี้ก็คือ เฟืองขับทำด้วยทองเหลืองที่ใช้กับมอเตอร์ 380 ครับ เพราะผมต้องการเอามาทดลองทำเกียร์มอเตอร์380 แต่เดิมเฟืองตัวนี้หายากมาก ตอนนี้มีขายแล้ว ราคาตัวละ 40 บาท แพงไปหน่อยแต่พอซื้อได้ครับ ผมก็เลยซื้อมาอีกตัว คิดว่าสามารถเอามาทำเกียร์ได้ในราคา ครึ่งเดียวของที่เขาขายกัน และยังมีรถแมลงสาบยี่ห้อ shen qi wei ราคา 190 บาท (บอดี้รถสีขาว) และราคา 220 บาท (บอดี้เป็นสีโครเมียม) ผมก็ซื้อมาทดลอง 1 คัน คือคันที่ราคาถูกไว้ก่อนตามนิสัยขี้เหนียว นอกจากนี้ยังมีถ่านชาร์จที่ใช้กับรถบังคับคันใหญ่ ขนาด AA แพค 8 ก้อน ราคา 150-250 บาท แล้วแต่ความจุ คือความจุต่ำสุด 1000ma สูงสุด 3000ma แต่ดูแล้วเป็นถ่านโนเนม ความจุจริงๆ ไม่ถึงที่ระบุไว้แน่นอน อย่างไรก็ดีเพื่อหาความรู้ ผมจึงซื้อมาแพคหนึ่งความจุ 3000mA เพื่อมาดูว่าจะได้เรื่องขนาดไหน ซึ่งถ่านนี้ผมลองเอาไปบินกับเครื่อง E3 แล้ว จับเวลาเปรียบเทียบกับถ่าน พานาโซนิค 700mA พบว่าบินได้นานกว่าถ่านพานาโซนิคแค่ 3 นาที ความจุจริงจึงน่าจะมีแค่ 1200 mA เท่านั้นเอง แถมยังมีน้ำหนักมากกว่าค่อนข้างมาก ทำให้บินอืดมาก ไม่มันเลยครับ
ไปบ้านหม้อกันมั่ง ผมไปเดินดูเล่น ๆ เห็นเพื่อนบางคนบอกว่ามีแม่เหล็กแรงสูงจำพวก rare earth magnet ขายด้วย ผมอยากได้ไว้ลองทำ actuator เล่น เพราะเท่าที่เคยลองทำดูใช้แม่เหล็กเฟอไรด์ธรรมดา แรงไม่มีเอาเลย สู้มอเตอร์จิ๋วไม่ได้ แต่ถ้าได้ rare earth magnet มาก็คงทำให้โครงการบินแมลงสาบก้าวหน้ามากขึ้น เดินไปเดินมาเจอครับ เป็นร้านแบกะดินอยู่ในซอยที่ตั้งของร้านอมรนั่นแหละครับ มีแม่เหล็กหลายแบบและมอเตอร์จิ๋ว ๆ อีกเพียบ ทั้งมอเตอร์ 3 โวลต์ 6 โวลต์ ตัวจิ๋ว ๆ แต่ไม่รู้จะแรงขนาดไหน ตัวละ 25 บาท ผมก็เลยซื้อมา 4 ตัว 2 ขนาด เอาไว้ทดลอง และซื้อแม่เหล็กแรงสูง เป็นก้อนสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ขนาดประมาณหัวตะปู ก้อนละ 10 บาท ผมก็ซื้อมา 4 ก้อน แม่เหล็กนี้แรงดูดสูงดีมากครับ น่าจะทำ actuator ได้ดี จากนั้นเดินเข้าร้านอมร ซื้อถ่าน nicad ยี่ห้อ gp 700mA แบบก้อนสั้นมาอีก 8 ก้อน ราคา 320 บาท เพื่อมาแพคทำถ่านเครื่อง E3 เพิ่มอีกสักแพค จากการทดลองใช้ถ่าน gp นี้ น้ำหนักมากกว่าถ่านขนาด AA ครับ แต่ด้วยขนาดที่สั้นและอ้วนทำให้ใส่ในเครื่องบินได้สะดวกขึ้น ความแรงยังน้อยกว่าพานาโซนิค 700 mA ขนาด AA ที่ผมใช้อยู่นิดหน่อย แต่ก็ใช้ได้ครับ ในความเห็นของผมถ้าจะเอาแรงและถูกใช้ถ่าน nicad ขนาด AA 600-700mA ก็เล่นได้มันมากและประหยัดมากครับ

ถ่านที่แพคแล้วครับ ด้านซ้าย เป็น gp 7 ก้อน ด้านขวาเป็น พานาโซนิคขนาด AA 7 ก้อน
ขอให้สนุกครับ
15 พฤษภาคม 2547
ngoodinja@hotmail.com