เครื่องบินรถกระป๋องของงูดินรุ่นที่เจ็ด คอมแพค

เครื่องบินรุ่นที่เจ็ดซึ่งตกน้ำไปและผมปลดระวางตัวเครื่องไปรวมกับซากเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นก่อน ๆ แล้วนั้น บัดนี้ถูกขุดขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่ให้บินได้ในคอนเซพต์แบบใหม่ครับ
นั่นเป็นเพราะจากการพัฒนาการสร้างเครื่องบินกระป๋องของผมตั้งแต่รุ่นที่หนึ่งเป็นลำดับมาจนถึงรุ่นที่สิบนี้ ผมรู้สึกว่าผมชักจะสร้างเครื่องบินใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ มอเตอร์แรงสูงขึ้นเรื่อย ๆ ถ่านก็ใช้ก้อนใหญ่ขึ้น มีน้ำหนักมากขึ้น จนระยะหลัง ๆ ชักจะหาที่เล่นยากครับ เพราะยิ่งเครื่องบินลำใหญ่ ๆ บินเร็ว ๆ ยิ่งต้องใช้พื้นที่กว้าง เวลาเตรียมตัวจะไปบินก็ต้องเสียเวลาชาร์จแบตเตอรี่นาน ๆ เพราะใช้ถ่านความจุสูง จนตอนนี้ชักจะคิดถึงความรู้สึกแบบเดิม ๆ ที่เคยเล่นเครื่องบินกระป๋องในแบบ Street Flyer คือนึกอยากเล่นเมื่อไร ก็ชาร์จไฟสักสิบนาที แล้วออกไปบินบนถนนหน้าบ้านได้เลย บินแบบสบาย ๆ ไม่ต้องเตรียมการอะไรให้วุ่นวาย ประกอบกับอยากลองคอนเซพต์การออกแบบเครื่องบินแบบใหม่ คือแต่เดิมนั้น ผมออกแบบเครื่องบินโดยใช้สัดส่วนตามตำราก่อนว่าจากหัวถึง CG ต้องเป็นสัดส่วนเท่าไร จาก CG ถึงปลายหาง ต้องสัดส่วนเท่าไร ปีกต้องอยู่ตรงตำแหน่งใด อะไรทำนองเนี้ย เมื่อได้แบบเครื่องบินแล้วค่อยมาจัดวางอุปกรณ์ลงไปทีหลัง ซึ่งการออกแบบอย่างนี้ทำให้เวลาจัดวางอุปกรณ์ลงไปต้องเผื่อพื้นที่ในการขยับถ่านเดินหน้าหรือถอยหลังเพื่อให้สามารถปรับจุด CG ได้ถูกต้อง การวางอุปกรณ์ในแบบเดิมของผมนั้น จากหัวเครื่องบินจะเป็นมอเตอร์ รีเลย์ แผงวงจร พื้นที่วางถ่าน ปิดท้ายด้วยมอเตอร์จิ๋ว เป็นอย่างนี้ตลอด ไม่สามารถจัดวางแบบอื่นได้ เพราะจะทำให้ CG ไม่ถูกต้อง ผมก็เลยอยากจะลองทำใหม่แบบย้อนกลับ คือจัดวางอุปกรณ์ตามที่ต้องการก่อน แล้วค่อยกำหนดว่าจะติดตั้งปีกที่ตำแหน่งใดจึงจะได้ CG ถูกต้อง วิธีนี้มีข้อดีคือ สามารถจัดลำดับการวางอุปกรณ์ตามต้องการได้ ไม่ต้องเผื่อเนื้อที่สำหรับขยับถ่านมากนัก สามารถรวมน้ำหนักอุปกรณ์ไว้บริเวณเดียวกันได้ เมื่อติดตั้งปีกลงไปก็จะอยู่บริเวณตรงศูนย์กลางของน้ำหนักพอดี ทำให้บินได้อย่างมีเสถียรภาพ และยังประหยัดเนื้อที่ ทำให้เครื่องบินมีขนาดกะทัดรัด ซึ่งตรงกับความต้องการของผมที่อยากได้เครื่องบินลำเล็ก ๆ เอาไปเล่นที่ไหนก็ได้
คิดได้ดังนี้ผมก็จัดการเอาซากลำตัวของเครื่องบินรุ่นที่เจ็ดมาดูใหม่ ลอกเทปกาวที่ไม่จำเป็นออก ทำให้น้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตัดลำตัวส่วนหัวซึ่งยับเยินเพราะหัวทิ่มดินมาหลายหน ออกไปเสีย 2 นิ้ว ทำให้ลำตัวสั้นลงเหลือ 16 นิ้ว เอาปีกเดิมซึ่งกว้าง 6 นิ้ว ยาว 25 นิ้ว มาตัดออกเหลือกว้าง 5 นิ้ว ยาว 25 นิ้ว เพื่อลดแรงต้านอากาศลง จากนั้นเอาอุปกรณ์ชุดขับเคลื่อนและวิทยุจัดวางในลำตัวตามลำดับดังนี้ครับ
มอเตอร์ โมเอง เทียบเท่า Hyperdash2 เฟืองทด 40 ต่อ 8 ใบพัด U-150
ถ่านของโทรศัพท์ไร้สาย ยี่ห้อ GP NiCd 300 mAH 1 แพค (สีขาว 3 ก้อน 3.6 โวลต์)
แผงวงจรภาครับ ซึ่งลดน้ำหนักโดยถอดทรานซิสเตอร์ในวงจรขับเคลื่อนออก 4 ตัว แล้วใช้ทรานซิสเตอร์ตัวเดียวขับตรงกับรีเลย์ 6 ขา (สีเหลือง) ทากาวติดรีเลย์ไว้บนแผงวงจรเลย
ปิดท้ายด้วยมอเตอร์จิ๋ว

ผมตั้งใจวางถ่านให้อยู่ถัดจากมอเตอร์และอยู่ก่อนแผงวงจร เผื่อว่าเครื่องบินตกถ่านจะได้ไม่กระแทกแผงวงจรครับ ซึ่งการจัดวางถ่านแบบนี้ไม่สามารถทำได้ในเครื่องบินรุ่นก่อน ๆ

การติดตั้งมอเตอร์ใช้โฟมบล็อกประกบเอาไว้ คาดด้วยสก๊อตเทปอีกที
ผมพยายามวางอุปกรณ์ให้ใกล้กันมากที่สุด เพื่อให้น้ำหนักอยู่บริเวณเดียวกัน จากนั้นใช้นิ้วคีบลำตัวหลวม ๆ แล้วยกขึ้นเพื่อหาจุด CG เมื่อได้จุด CG แล้วจึงหาตำแหน่งติดตั้งปีก เนื่องจาก CG จะอยู่ประมาณ 25 35 เปอร์เซ็นต์ จากชายหน้าปีก และปีกของผมกว้าง 5 นิ้ว ชายหน้าปีกจึงต้องอยู่ตรงประมาณ 1.5 นิ้ว หน้าจุด CG เมื่อได้ตำแหน่งติดปีกแล้ว จึงค่อยเจาะลำตัวเอาแกนไม้เสียบลูกชิ้นเสียบเข้าไปเพื่อเป็นเดือยเกี่ยวหนังสติ๊กติดปีก
การออกแบบโดยวางอุปกรณ์ลงไปก่อนเช่นนี้ จะเห็นได้ว่าเมื่อประกอบเสร็จจะได้ CG ที่ถูกต้องในทันที

ภาพระยะใกล้จะเห็นถ่านโทรศัพท์ไร้สาย GP NiCd 300mAH กับแผงวงจรที่ถอดอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นออกแล้วติดรีเลย์ลงบนแผงวงจร เหตุที่ผมเลือกถ่านแบบ NiCd แทนที่จะเป็น NimH ก็เพราะถ่าน NiCd จ่ายกระแสได้มากกว่า ใช้แค่แพคเดียวลองวัดดูแล้วจ่ายกระแสขณะเปิดมอเตอร์ใบพัดได้ถึง 3.5 แอมป์ ซึ่งมากเพียงพอครับ ถ้าใช้ถ่าน NimH 250 หรือ 270 mAH จะต้องใช้ถึงสองแพค
จากการออกแบบใหม่นี้ทำให้เครื่องบินกระป๋องรุ่นที่เจ็ด มีขนาดกะทัดรัด ผมก็เลยเรียกว่ารุ่นคอมแพค น้ำหนักพร้อมบินเพียง 80 กรัม เท่านั้นเองครับ เบาที่สุดเท่าที่เคยสร้างมาเลยทีเดียว

พอสร้างเสร็จก็บินขึ้นฟ้าได้ทันทีเลยครับ ไม่ต้องปรับแต่งอะไรเลย เพราะการปรับแต่งรวมอยู่ในขั้นตอนการสร้างอยู่แล้ว

ถึงจะใช้ถ่านแค่แพคเดียว 3.6 โวลต์ แต่ก็ยังบินได้สูง เพราะน้ำหนักเบามากนี่เอง ความจริงสามารถลดน้ำหนักลงได้อีกนะครับเพราะผมใช้สายไฟขนาดใหญ่เกินไปนิด ถ้าใช้สายไฟเส้นเล็กกว่านี้ คิดว่าน้ำหนักพร้อมบินคงหนักไม่เกิน 70 กรัม แน่
สรุปข้อมูลของเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่เจ็ด คอมแพค
ลำตัวยาว 16 นิ้ว สูง 2 นิ้ว กว้าง 1.5 นิ้ว สอบไปทางหาง
ปีกกว้าง 5 นิ้ว ยาว 25 นิ้ว ดัดโค้ง rib ใต้ปีก 2 อัน มุมยกจากปลายปีกเข้ามา 4 นิ้ว ยกสูง 2 นิ้ว
แพนหางดิ่งและแพนหางระดับสัดส่วนเดียวกับเครื่องบินรุ่นที่เจ็ด
น้ำหนักพร้อมบิน 80 กรัม พลังงานประมาณ 10 วัตต์
อัตราส่วนพลังงานต่อน้ำหนัก 125 วัตต์ ต่อ กิโลกรัม
ใช้เวลาชาร์จไฟประมาณ 10 ถึง 15 นาที บินได้นาน 3 นาที
ขอให้สนุกครับ
1 ตุลาคม 2545
ngoodinja@hotmail.comการดัดแปลงแผงวงจรภาครับเพื่อให้มีน้ำหนักเบาลง
เพื่อน ๆ ถามว่าผมถอดอุปกรณ์อะไรออกจากแผงวงจรบ้างแล้วดัดแปลงอย่างไร
ผมถอดทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์บางตัวที่ใช้ขับมอเตอร์ออกไป แล้วใช้ Q4 ขับรีเลย์เดินหน้าเพียงตัวเดียว

แถบสีชมพูคืออุปกรณ์ที่ผมถอดออกไปครับ ความจริงสามารถถอด Q5 ออกได้อีกตัว แต่ผมเก็บไว้ก่อนเผื่อจำเป็นต้องใช้วงจรถอยหลัง ส่วนขา E ของ Q4 ผมก็ต่อตรงลงกราวนด์ ขา C ต่อกับขดลวดรีเลย์ อีกขาหนึ่งของขดลวดรีเลย์ต่อเข้าไฟบวก (ผมไม่ได้ต่อไดโอดคร่อมขดลวดรีเลย์ครับ เพราะเท่าที่ต่อวงจรมาแม้ไม่ใส่ไดโอด ก็ไม่เคยมีปัญหาครับ)


เมื่อถอดอุปกรณ์และต่อวงจรรีเลย์ใหม่แล้ว ผมก็เอารีเลย์ทากาวติดไว้บนแผงวงจรบริเวณที่ว่าง ๆ ซึ่งเคยติดตั้งทรานซิสเตอร์ไว้เดิมนั่นเอง แต่ถ้าเพื่อน ๆ อยากให้น้ำหนักเบาลงอีก ก็เลื่อยตัดแผงวงจรส่วนนั้นออกไปเลยก็ได้ครับ
ขอให้สนุกครับ
7 ตุลาคม 2545
ngoodinja@hotmail.comทดลองใช้ถ่านลิเธียมอิออนของโทรศัพท์มือถือ กับเครื่องบินรุ่นที่เจ็ดคอมแพค
ผมลองซื้อถ่านลิเธียมอิออน ของโทรศัพท์มือถือ โมโตโรล่า V8088 มาศึกษาหาความเป็นไปได้ที่จะนำมาใช้กับเครื่องบินกระป๋อง เพราะขณะนี้ถ่านลิเธียมของมือถือราคาถูกลงมาก โดยผมซื้อจากร้านอมรที่ดิโอลด์สยาม ราคาก้อนละ 200 บาท เครื่องชาร์จ 250 บาท รวมเงินลงทุนสำหรับการทดลอง 450 บาท
เหตุที่ผมอยากทดลองถ่านลิเธียมเนื่องจากมีความจุสูงและน้ำหนักเบามาก เหมาะสำหรับเครื่องบินกระป๋องซึ่งกินไฟไม่มาก ชาร์จไฟครั้งเดียวสามารถเล่นได้นาน ถ่านที่ผมซื้อเป็นถ่านลิเธียมอิออนแรงดัน 3.6 โวลต์ 900 mAH น้ำหนักประมาณ 15 กรัม เท่านั้นครับ ถ้าเทียบน้ำหนักกับถ่าน NiMH ขนาด 750 mAH ของมือถือที่ผมใช้อยู่หนักก้อนละ 10 กรัม รวม 3 ก้อน แรงดัน 3.6 โวลต์ จะหนักถึง 30 กรัม หรือถ่านของโทรศัพท์ไร้สาย GP300mAH NiCd ที่ใช้กับรุ่นที่เจ็ดคอมแพคจะมีน้ำหนัก 20 กรัม

เปลือกนอกของถ่านจะเห็นว่ามีขั้วต่อต่าง ๆ ถึง 4 ขั้ว ตอนแรกผมละงงไปหมด แกะดูข้างในจึงรู้ว่าขั้วต่อต่าง ๆ จะเข้าสู่แผงวงจรเล็ก ๆ ก่อนที่จะถึงตัวแบตเตอรี่จริง ๆ (แผ่นสีเทาด้านขวา)

เครื่องชาร์จของโมโตโรล่า v8088 ที่ซื้อมาพร้อมกัน เหตุที่ผมต้องซื้อเครื่องชาร์จมาด้วย เนื่องจากถ่านลิเธียมต้องการวงจรของการชาร์จไฟที่ละเอียดอ่อนมาก เท่าที่ทราบคือต้องมีคุณลักษณะทีเรียกว่า cc/cv (Constant Current/Constant Voltage) คือต้องรักษากระแสการชาร์จให้คงที่ระยะหนึ่งก่อน จากนั้นก็จะต้องรักษาแรงดันการชาร์จให้คงที่ ซึ่งเครื่องชาร์จถ่าน NiCd หรือ NiMh ทั่ว ๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้
ผมดัดแปลงเครื่องชาร์จโดยการตัดขั้วที่ใช้ต่อกับมือถือออกแล้วใส่ปากคีบเข้าไปแทน เพื่อสะดวกในการทดลอง แล้วชาร์จไฟดูโดยไม่ได้ถอดแผงวงจรในแบตเตอรี่ออก (เพราะยังไม่กล้า) จากนั้นลองเอาแบตเตอรี่ไปต่อกับมอเตอร์ Hyperdash2 พบว่ามอเตอร์ไม่หมุน แต่เมื่อลองต่อกับมอเตอร์จิ๋ว ก็หมุนปกติดี แสดงว่า แผงวงจรในแบตเตอรี่คงเป็นวงจรจำกัดกระแสไม่ให้ไหลเกินกำหนดเพื่อความปลอดภัยของแบตเตอรี่และยังช่วยประหยัดพลังงานจะได้ใช้มือถือได้นาน ๆ นั่นเอง ซึ่งแผงวงจรดังกล่าวเป็นอุปสรรคของเครื่องบินกระป๋องครับ เพราะเครื่องบินกระป๋องอย่างรุ่นที่เจ็ดคอมแพคซึ่งใช้ถ่าน 3.6 โวลต์ อย่างน้อย ๆ ต้องการกระแสไปเลี้ยงมอเตอร์ใบพัดประมาณ 2-3 แอมป์ เพื่อให้สามารถพาเครื่องบินน้ำหนักประมาณ 60-100 กรัม ขึ้นฟ้าได้
จัดแจงถอดแผงวงจรซึ่งเป็นแผ่นไมล่าร์มีอุปกรณ์จิ๋ว ๆ สองสามตัวออกจากแบตเตอรี่ เหลือแต่ก้อนแบตเตอรี่สี่เหลี่ยมบาง ๆ มีขั้วบวกด้านบน ขั้วลบด้านล่าง แล้วต่อสายเข้ามอเตอร์ ปรากฏว่ามอเตอร์ Hyperdash2 หมุนติ้ว กินกระแสรอบเปล่า 0.5 แอมป์ และกระแสขณะต่อเฟือง 40:8 กับใบพัด U-150 ประมาณ 3 แอมป์ ครับ จากนั้นก็ติดตั้งเข้ากับเครื่องบินรุ่นที่เจ็ดคอมแพค แทนถ่าน GP300mAH NiCd ส่งผลให้น้ำหนักพร้อมบินลดลงเหลือ 75 กรัม ในขณะที่ความจุของถ่านสูงขึ้นอีก 3 เท่า

การติดตั้งถ่านลิเธียมลงในตัวเครื่องบินรุ่นที่เจ็ดคอมแพค จะเห็นว่าถ่านเป็นแผ่นสีเทาบางเฉียบ ทำให้เครื่องบินกระป๋องดูไฮเทคขึ้นเยอะเลย
ผลการทดสอบบินที่สวนสาธารณะหน้าบ้านปรากฏว่าบินขึ้นฟ้าฉิว ๆ เพราะน้ำหนักตัวที่เบาลง ในขณะที่ระยะเวลาบินจากเดิมทำได้ไม่เกิน 3 นาที ตอนนี้บินไป 5 นาทีแล้วยังเฉย ๆ แต่ผมยังไม่ได้จับเวลาแน่นอนเพราะสวนหน้าบ้านแคบเกินไปจึงต้องบิน ๆ จอด ๆ ถ้าจะจับเวลากันจริง ๆ จะต้องหาเวลาว่างไปทดสอบที่สนามฟุตบอลหน้าหมู่บ้าน ซึ่งจากการคำนวณตัวเลขคร่าว ๆ น่าจะบินได้ไม่ต่ำกว่า 20 นาทีต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
การนำถ่านลิเธียมมาใช้นี้มีข้อจำกัดเยอะเหมือนกันครับ นอกจากเครื่องชาร์จต้องทำเฉพาะเป็นพิเศษแล้ว การนำไปใช้พยายามอย่าให้ถ่านจ่ายกระแสเกิน 1-3c คือประมาณไม่เกิน 3 เท่าของความจุ เช่น ถ่านความจุ 500mAH ก็ไม่ควรให้จ่ายกระแสเกิน 1500mAH ครับ ไม่งั้นถ่านอาจจะเจ๊งเอาง่าย ๆ ต่างจากถ่าน NiMh หรือ NiCd ที่จ่ายกระแสได้ 10c-20c ดังนั้นถ้าจะนำถ่านลิเธียมไปใช้กับมอเตอร์ตัวใหญ่ ๆ กินกระแสเยอะ ๆ คงต้องเอาหลาย ๆ ก้อนมาต่อขนานกันเพื่อให้จ่ายกระแสเพียงพอครับ ในส่วนที่ผมเอามาใช้กับรุ่นที่เจ็ดคอมแพคนี้จ่ายกระแสเกิน 3c นิดหน่อย แต่ก็อยากทดลองดู เพราะผมซื้อมาลองแค่ก้อนเดียว ซึ่งอายุการใช้งานคงจะไม่นานแน่ ทางที่ดีน่าจะต้องใช้สักสองหรือสามก้อนต่อขนานกันจะได้ไม่จ่ายกระแสต่อก้อนมากเกินไป นอกจากนี้เวลาใช้ถ่านลิเธียมนั้น อย่าใช้จนกระทั่งถ่านหมด ต้องเหลือแรงดันไฟในถ่านไว้ไม่ต่ำกว่า 3 โวลต์ ไม่งั้นถ่านจะเจ๊งเหมือนกัน ซึ่งข้อนี้ต่างจากถ่าน NiCd ที่ต้องใช้ให้หมดเกลี้ยงทุกครั้งจึงค่อยชาร์จไฟเพื่อป้องกัน memory effect แต่สำหรับถ่านลิเธียมนั้นไม่มีปัญหาเรื่อง memory effect ครับ จึงชาร์จได้ตลอดเวลาและควรทำด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้แรงดันลดลงต่ำกว่าที่กำหนด
ขอให้สนุกครับ
17 ตุลาคม 2545
ngoodinja@hotmail.comเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่เจ็ดคอมแพค บินกับถ่านลิเธียม สุดยอดเกินคำบรรยาย
วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2545 ผมตั้งนาฬิกาปลุกไว้หกโมงเช้าเพื่อออกไปทดสอบการบินครับ เข้าหน้าหนาวยิ่งต้องตื่นเช้า ๆ เพราะพอแดดออกนิดเดียวลมจะมาทันที ซึ่งจะเป็นอุปสรรคในการบิน
จัดการเอาเครื่องบินใส่ท้ายรถขับไปที่สนามฟุตบอลหน้าหมู่บ้าน แล้วออกบินทันทีครับ
จากน้ำหนักที่เบากว่าเดิม ทำให้เครื่องบินรุ่นที่เจ็ดคอมแพคไต่ระดับขึ้นอย่างรวดเร็วครับ

ผมเริ่มจับเวลาทันที มอเตอร์ใบพัดหมุนได้แรงสม่ำเสมอดีไม่มีตก และไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อย ๆ และไปอีกเรื่อย ๆ จนสูงขนาดประมาณตึก 10 ชั้นได้ครับ และยังสูงขึ้นไปอีก แต่ผมพยายามรักษาระดับไว้ไม่ให้สูงเกินกว่านี้เพื่อความปลอดภัยว่ายังอยู่ในระยะรีโมท ตอนนี้ตากล้องเลือกมุมถ่ายภาพโดยถือกล้องแนวตั้งเพื่อเก็บภาพเปรียบเทียบกับความสูงของหลังคาบ้านให้ดูกันชัด ๆ

เห็นไหมครับว่าสูงขนาดไหน ในภาพด้านล่างซ้ายจะเห็นจอหนังกลางแปลงที่เอามาฉายที่สนามหน้าหมู่บ้านเมื่อคืนนี้ด้วย

บินสูงแล้วก็ลดระดับมาบินต่ำ ๆ บ้าง แล้วก็ไต่ขึ้นสูงอีก

บินได้นานมากเลยครับ จนพระอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้า
เวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที มอเตอร์เริ่มอ่อนแรงลง อัตราการไต่ระดับลดลงแต่ก็ยังบินในแนวระดับอยู่ได้สักประมาณ 3 นาที เครื่องก็ค่อย ๆ ลดระดับลง อย่างช้า ๆ แสดงว่าถ่านเริ่มอ่อนลงผมจึงเอาเครื่องลงเพื่อป้องกันไม่ให้แรงดันในถ่านต่ำเกินไป รวมเวลาแล้วบินได้ประมาณ 15 นาที ครับ ต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ 5 นาที ซึ่งผมเห็นว่าถ้าจะบินแบบเอานานจริง ๆ ก็สามารถทำได้ถึง 20 นาที โดยไต่ระดับไปให้สูงที่สุด แล้วปล่อยร่อนบางจังหวะ แต่ในการบินครั้งนี้ผมบินโดยเปิดมอเตอร์เต็มที่และบินไต่ขึ้นไปสูงแล้วเลี้ยวปักหัวลงมาแล้วไต่ขึ้นไปใหม่ ทำให้กินกระแสไฟเต็มที่ ถ้าบินแบบประหยัดพลังงานละก็ 20 นาที ไม่น่าจะมีปัญหาครับ
ขอให้สนุกครับ
20 ตุลาคม 2545
ngoodinja@hotmail.comถ่านลิเธียมอิออนก้อนแรก เจ๊งไปเรียบร้อยแล้วครับ
จากการบินทดสอบเพียงประมาณ 4 ไฟลต์ ถ่านลิเธียมที่ผมใช้ทดสอบก็เป็นอันหมดอายุขัย คือชาร์จไฟไม่เข้าอีกต่อไป อาการคือชาร์จไฟแล้วถ่านจะร้อนผิดปกติ ซึ่งตามปกติแล้วการชาร์จถ่านลิเธียมนี้ถ่านแทบจะไม่ร้อนขึ้นเลย แล้วพอเอาไปต่อกับมอเตอร์แล้วมอเตอร์หมุนแป๊บเดียวก็อ่อนแรง แสดงว่าถ่านเก็บไฟไม่อยู่แล้ว การที่ถ่านเจ๊งไปนี่คงเป็นเพราะบังคับให้ถ่านจ่ายกระแสเกินตัว ถึงกว่า 3c เป็นระยะเวลานาน ๆ ซึ่งทางแก้ไขที่ถูกต้องคือต้องใช้ถ่าน 2-3 ก้อน ต่อขนานกันเพื่อช่วยกันจ่ายกระแสครับ แต่ต้องลงทุนมากพอสมควรคือค่าถ่านอย่างเดียวก็ 400-600 บาท ซึ่งค่อนข้างหนักหนาสาหัสสำหรับสิ่งที่เรียกว่าของเล่น แต่ที่จะได้มาคือระยะเวลาบินที่นานขึ้นเกือบชั่วโมง เรียกว่าเล่นกันจนเมื่อยคอเลยทีเดียว
สำหรับผมตอนนี้คงต้องขอเวลาเก็บตังค์สักระยะหนึ่งเพื่อซื้อถ่านลิเธียมสักสองก้อนมาลองดูอีกทีครับ เพราะชักจะประทับใจในระยะเวลาบินและน้ำหนักที่เบามากของถ่านประเภทนี้ อืมม ถ้าราคาถูกกว่านี้อีกหน่อยก็จะดีมากเลย
ขอให้สนุกครับ
21 ตุลาคม 2545
ngoodinja@hotmail.comอวสานของเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่เจ็ด คอมแพค
เครื่องบินรุ่นที่เจ็ดคอมแพคที่ดัดแปลงมาจากซากของรุ่นที่เจ็ดที่ตกน้ำไป และนำมาพัฒนาปรับปรุงการวางอุปกรณ์ใหม่จนกระทั่งสามารถใช้ถ่านแบบไฮเทคลิเธียมอิออนเพียงก้อนเดียวบินได้สูงและนานที่สุดเท่าที่เคยบินมา บัดนี้ต้องถึงกาลอวสานแบบไม่สามารถกู้ซากคืนมาพัฒนาได้อีกต่อไป
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2545 ตรงกับวันปิยมหาราชครับ เวลา 6 นาฬิกา ผมเอาเครื่องบินรุ่นที่เจ็ดคอมแพคออกไปบินเล่นพร้อมกับรุ่นที่เก้าและสิบ ที่สนามหน้าหมู่บ้าน โดยผมใช้ถ่าน NiMh 750 mAH 4 ก้อน เป็นขุมพลังแทนถ่านลิเธียมที่เจ๊งไป และทำปีกใหม่อีกอันหนึ่ง โดยขยายความยาวปีกออกไปเป็น 30 นิ้ว กว้าง 5 นิ้ว เพื่อให้มีแรงยกสูงกว่าปีกเดิม โดยที่ไม่ได้เสริมความแข็งแรงใด ๆ แม้แต่สก๊อตเทปก็ไม่ได้คาดใต้ปีก เพราะต้องการให้น้ำหนักเบาที่สุด ซึ่งความจริงปีกอันนี้ผมเคยใช้ทดลองบินกับถ่านลิเธียมมาก่อนแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ผมลืมไปว่าคราวนี้ใช้ถ่าน NiMh 4 ก้อน น้ำหนักถ่าน 40 กรัม ซึ่งหนักขึ้นกว่าตอนใช้ถ่านลิเธียมถึง 25 กรัม ทำให้ปีกต้องแบบน้ำหนักมากขึ้นกว่าเดิม
การบินตอนแรกเป็นไปอย่างสนุกมากครับ ถ่าน 4 ก้อนให้แรงขับสูงกว่าถ่านลิเธียม แม้น้ำหนักจะมากกว่าเดิม แต่ด้วยปีกที่ยาวกว่าเดิมและความแรงของมอเตอร์ทำให้เครื่องบินรุ่นที่เจ็ดคอมแพคบินไต่ระดับได้รวดเร็วคล่องแคล่วและสูงมากครับ ช่วงนั้นมีนกกาออกหากินกันแล้ว และบางตัวก็บินวนเข้ามาดูอย่างสนใจ ผมก็บังคับเครื่องบินวนเล่นกับนกกาเหล่านั้นอย่างสนุกสนาน ในความสูงระดับตึก 10 ชั้น โดยไม่ได้เฉลียวใจเลยว่านี่จะเป็นความสนุกครั้งสุดท้ายกับเครื่องบินลำนี้

ตามภาพเป็นเครื่องบินรุ่นที่เจ็ดคอมแพค บินเล่นกับนกกาสองตัวครับ
ผมบังคับเครื่องบินเลี้ยวไปทางซ้ายบ้างขวาบ้างโดยเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว เพื่อล้อหลอกนกกา สนุกมากเลยครับ บินอยู่ได้ประมาณ 3 นาที ขณะที่ผมบังคับเครื่องบินเปลี่ยนทิศทางไปด้านซ้ายก็รู้สึกผิดปกติ คือรู้สึกว่าเครื่องบินมีอาการขืนไม่ยอมเลี้ยว ผมปล่อยปุ่มเลี้ยวแล้วลองกดดูใหม่อีกที เครื่องบินก็เริ่มเลี้ยวแต่ออกอาการเอียง ๆ ยังไงพิกล แล้วทันใดนั้น ปีกเครื่องบินก็ขาดกลางแยกออกเป็นสองส่วนหมุนปลิวออกจากตัวเครื่องบิน ส่วนลำตัวเครื่องที่ไร้ปีกยังพุ่งไปข้างหน้าด้วยแรงเฉื่อยนิดหนึ่ง แล้วปักหัวลงดินในมุมตั้งฉาก จากระยะความสูงขนาดตึก 10 ชั้น พุ่งสวบลงไปในป่ารกที่อยู่ใกล้ ๆ สนามฟุตบอล ลึกเข้าไปประมาณ 10 เมตร ส่วนปีกทั้งซ้ายขวาก็ค่อย ๆ หมุนปลิวลงมาช้า ๆ เหมือนใบไม้ที่ปลิดร่วงจากต้น และใช้เวลานานเกือบนาทีกว่าปีกทั้งสองข้างจะหล่นถึงพื้น ผมมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความจริงแล้วภาพเครื่องบินที่ปีกกระจายเป็นชิ้น ๆ กลางอากาศนั้น เป็นภาพที่สวยงามและหาดูได้ยากนะครับ แต่มันไม่น่าจะเกิดกับเครื่องบินกระป๋องเลยแฮะ แสดงว่าแม้เครื่องบินกระป๋องจะมีน้ำหนักเบามากก็ตาม แต่เมื่อบินอยู่บนฟ้า แรงที่กระทำต่อปีกก็มีไม่น้อยเลย

ภาพก่อนถึงวาระสุดท้ายครับ ผมบังคับเครื่องบินเล่นตามนกกาไปเหนือป่ารก (สังเกตเห็นยอดต้นไม้ ซึ่งเป็นต้นไม้ที่อยู่ในป่า) แต่ขณะปีกหักกลางอากาศนั้น ตากล้องมัวแต่ตกใจมองตาค้าง เลยถ่ายรูปไว้ไม่ทัน
ผมพยายามจะลุยป่าเข้าไปเก็บซากลำตัวเครื่องบิน แต่ไม่สามารถเข้าไปได้เพราะหญ้าขึ้นสูงมากแถมยังเป็นบึงน้ำขัง พอเหยียบเข้าไปก้าวเดียวก็จมลงไปถึงต้นขา น้ำคงขังอยู่นานเพราะฝนตกมาตลอดก็เลยเป็นสีดำและมีกลิ่นเหม็นเน่าด้วย ผมก็เลยยอมแพ้ครับ ปล่อยให้เครื่องบินรุ่นที่เจ็ดคอมแพคนอนเฝ้าป่าอยู่ก่อน เอาไว้หน้าแล้งน้ำแห้งผมอาจจะลองไปลุยหาดูอีกที
สรุปความสูญเสียครั้งนี้ครับ
มอเตอร์ hyperdash2 แบบทำเอง เฟืองทด 40:8 ใบพัด U-150 รีเลย์ ภาครับวิทยุ มอเตอร์จิ๋ว ถ่านอีก 4 ก้อน และโฟมที่ทำลำตัวกับปีก รวมราคาประมาณ 400 บาท
ที่ผมเสียดายมากที่สุดก็คือถ่านครับ เพราะราคาแพงที่สุดในจำนวนอุปกรณ์ทั้งหมด ถ้าบินตกในสนามฟุตบอลยังสามารถเก็บถ่านไปใช้กับเครื่องบินลำอื่นได้อีก แต่นี่บินตกในป่ารกกว่าจะเก็บมาได้คงอีกนาน ถ่านคงพังไปก่อนแล้ว
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนอย่างดีของผมครับ ว่าอย่าได้ประมาทในเรื่องความปลอดภัยและแข็งแรงของปีกเป็นอันขาด แม้เครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่เจ็ดคอมแพคตกจะสูญเสียไม่มากเมื่อตีค่าเป็นจำนวนเงิน เพราะไม่มีอุปกรณ์อะไรที่ราคาแพงมากนัก แต่มันทำให้การทดลองเรื่องถ่านลิเธียมต้องล่าช้าออกไป คงต้องจัดสรรงบประมาณมาสร้างคอมแพคลำใหม่ก่อน ซึ่งจะส่งผลให้โครงการเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่สิบเอ็ด Split 280 ต้องยืดเวลาการสร้างออกไปอย่างไม่มีกำหนดอีกด้วยครับ
ขอให้สนุกครับ
23 ตุลาคม 2545
ngoodinja@hotmail.comคุณสมบัติของเครื่องชาร์จถ่านลิเธียมอิออน
เพื่อน ๆ ขอให้อธิบายคุณสมบัติของเครื่องชาร์จถ่านลิเธียมอิออนอย่างละเอียด ที่เรียกว่า cc/cv หรือกระแสคงที่/แรงดันคงที่ นั้น หมายถึงอย่างไรแน่ ผมจึงลองค้นหาจากในเนต ที่ url
http://www.flyelectric.ukgateway.net/lithium.htm ได้สรุปลักษณะของเครื่องชาร์จถ่านลิเธียมอิออนไว้ 3 ประการ ดังนี้ประการแรก การจ่ายกระแสของเครื่องชาร์จตอนเริ่มต้นจะต้องถูกจำกัดไม่ให้เกิน 1c เช่น ถ่านความจุ 500 mAH ก็ต้องเริ่มชาร์จด้วยกระแสไม่เกิน 500mA นี่คือคุณสมบัติ cc หรือ constant current
ประการที่สอง เมื่อชาร์จไปได้สักระยะหนึ่ง(ประมาณ 1 ชั่วโมง) แรงดันจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อแรงดันถึง 4.2 โวลต์ เครื่องชาร์จจะต้องถูกจำกัดแรงดันไม่ให้เกิน 4.2 โวลต์ ต่อถ่าน 1 ก้อน นี่คือคุณสมบัติ cv หรือ constant voltage ซึ่งเครื่องชาร์จถ่าน NiCd หรือ NiMh ไม่มีคุณสมบัติข้อนี้
ประการที่สาม เมื่อแรงดันสูงสุดถูกจำกัดที่ 4.2 โวลต์ แสดงว่าถ่านใกล้จะเต็มแล้ว การจ่ายกระแสของเครื่องชาร์จในช่วงเวลาต่อไปจะลดลงเรื่อย ๆ เมื่อการจ่ายกระแสลดลงถึงประมาณ 50mA-100mA แสดงว่ากระแสไฟเต็มแล้ว เครื่องชาร์จจะต้องตัดไฟทันที มิฉะนั้น จะทำให้ถ่านเสียหาย ซึ่งเครื่องชาร์จถ่าน NiCd หรือ NiMh ที่มีคุณสมบัติที่เรียกว่า trickle charges คือจ่ายกระแสปริมาณน้อย ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่ตัดไฟ จะเป็นการทำลายแบตเตอรี่ลิเธียมอิออนโดยตรง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงห้ามมิให้ใช้เครื่องชาร์จทั่วไปกับถ่านลิเธียมอิออน
ขอให้สนุกครับ
24 ตุลาคม 2545
ngoodinja@hotmail.com