เครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่แปด Minor Change
จากการที่เครื่องบินรุ่นที่แปดบินตกน้ำ ทำให้ผมถอดวงจรวิทยุไปใส่ในรุ่นที่เก้าแทน แล้วเอาลำตัวรุ่นที่แปดขึ้นคานไว้ก่อน ต่อมาผมพัฒนาการทดสอบระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ศึกษาภัณฑ์กับถ่าน 6 ก้อน ได้ผลน่าพอใจ คุณ HandyMan จึงแนะนำให้ลองนำมาติดตั้งกับเครื่องบินรุ่นที่แปดโดยใช้กับใบพัดสามแฉกของศึกษาภัณฑ์ด้วย ประกอบกับผมบินเครื่องบินรุ่นที่เจ็ดด้วยปีกแบบของคุณจ้อนตกน้ำคลองไปอีกครั้งเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2545 ก็เลยต้องปลดระวางเครื่องบินรุ่นที่เจ็ดไปเรียบร้อย ระหว่างรอออกแบบเครื่องบินรุ่นที่สิบ ผมก็เลยกะว่าจะเอาวงจรและมอเตอร์ศึกษาภัณฑ์ไปลองใช้กับรุ่นที่แปดดูอย่างที่คุณ HandyMan แนะนำ แต่ปรากฏว่าวงจรภาครับที่ตกน้ำไปนั้นเกิดใช้การไม่ได้ครับ คือวงจรภาคบังคับเลี้ยวเสีย แต่วงจรมอเตอร์ใบพัดยังใช้ได้ เท่าที่เช็คดูคร่าว ๆ IC RX-2 ไม่ได้เสีย คงเสียที่วงจรทรานซิสเตอร์ แต่ผมยังไม่มีเวลาไปซื้ออะไหล่ที่บ้านหม้อ และคิดว่าจะลองหาวงจรภาครับใหม่ที่ออกแบบให้รับไฟ 6 โวลต์ ได้โดยเฉพาะ (เพราะมอเตอร์ศึกษาภัณฑ์ใช้ถ่าน 6 ก้อน) ก็เลยจะซื้อรถกระป๋องใหม่อีกสักคัน ตอนแรกเล็ง ๆ รถขนาด 1/16 เพราะเห็นคุณจ้อนว่าลงทุนแค่ 500 บาท ได้ ภาคส่งที่ส่งได้ไกล ภาครับทนไฟ 6 โวลต์ และได้มอเตอร์ 260 carbon brush ด้วย แต่ผมยังหาซื้อไม่ได้ (แถวบ้านผมขายตั้ง 790 บาท แน่ะ) ก็เลยหารถกระป๋องแทน ไปเจอยี่ห้อ race-pard เป็นของเลียนแบบตราเพชร แต่ปรับปรุงขึ้นหลายอย่าง คือ ช่วงล่างด้านหน้ามีสปริงมาให้เสร็จ มอเตอร์หลังใช้เฟืองแบบขับตรง ส่วนแผงวงจรก็ออกแบบใหม่ใช้ไฟ 6 โวลต์ (ใส่ถ่านก้อนจิ๋ว AAA 4 ก้อน) ราคาคันละ 250 บาท ผมก็เลยซื้อมาทดลองครับ


การวางอุปกรณ์ในแผงวงจร ต่างจากของตราเพชรพอสมควร แต่วงจรหลัก ๆ จะเหมือนกัน

จุดสายต่อไปยังมอเตอร์และตัวบังคับเลี้ยวก็อยู่ในตำแหน่งต่างจากของตราเพชร

การออกแบบตัวถัง ใช้กับถ่านก้อนจิ๋ว 4 ก้อนครับ ต่างจากตราเพชรที่ใส่ได้แค่ 2 ก้อน
ผมจัดการถอดแผ่นวงจรออกมาแล้วต่อสายต่าง ๆ ประกอบเข้ากับเครื่องบินรุ่นที่แปดครับ สำหรับมอเตอร์ก็ใช้มอเตอร์ศึกษาภัณฑ์ต่อกับใบพัดสามแฉก ทำแท่นเครื่องด้วยโฟมวางอยู่บนปีกขนาด 30 นิ้ว ที่เคยใช้กับรุ่นที่เจ็ด

ส่วนลำตัวผมตัดลำตัวส่วนบนออกทำให้ความสูงลดลงเหลือ 3 นิ้ว ทำให้ลำตัวดูเรียวยาวเพื่อลดแรงต้านอากาศและสามารถติดตั้งอุปกรณ์จากด้านบนได้ง่ายกว่าเดิม ดัดแปลงเสร็จแล้วดูคล้าย Push E-cat ของคุณจ้อนมากเลยครับ

ทดลองต่อกับถ่าน 750 mAH 6 ก้อน ให้ลมแรงดีมากครับ วัดกระแสได้ 3 แอมป์ วัดแรงขับดัน (thrust) ได้ประมาณ 60 กรัม น้ำหนักพร้อมบิน 190 กรัม ครับ ปีกกว้าง 6 นิ้ว ยาว 30 นิ้ว พื้นที่ปีก 180 ตารางนิ้ว
ดูจากแรงขับต่อน้ำหนักแล้ว น่าจะบินได้ แต่คงจะอืด ๆ หน่อยครับ ยังไม่มีเวลาทดลองบินเลยครับ
ขอให้สนุกครับ
9 กันยายน 2545
ngoodinja@hotmail.comการทดสอบบินเครื่องบินรุ่นที่แปด Minor Change
เครื่องบินรุ่นที่แปดกับมอเตอร์ศึกษาภัณฑ์ขับตรงกับใบพัดสามแฉกเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.5 นิ้ว ของศึกษาภัณฑ์ ถ่าน 6 ก้อน แม้จะวัดแรงขับต่อน้ำหนักแล้วน่าจะบินขึ้นได้ แต่พอบินเข้าจริงปรากฏว่าแรงขับดันไม่เพียงพอครับ และการปรับจุด CG ยากมาก เข้าใจว่าเป็นเพราะน้ำหนักของถ่านที่เพิ่มขึ้นจากสี่ก้อนเป็นหกก้อน ประกอบกับน้ำหนักมอเตอร์ศึกษาภัณฑ์ที่ติดตั้งบนปีก ทำให้จุดศูนย์ถ่วงอยู่สูง ตอนแรกปรับจุด CG ให้อยู่ประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์จากชายหน้าปีก พอปล่อยจากมือเครื่องบินก็พุ่งเอาหัวลงดินทันที ต้องขยับถ่านถอยหลังจนกระทั่งจุด CG อยู่ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ จากชายหน้าปีก เครื่องจึงจะร่อนไปได้ดี แต่พลังขับดันไม่เพียงพอจะทำให้เครื่องไต่ระดับขึ้นได้ นอกจากนี้ยังพบว่ามอเตอร์มีความร้อนสูงมาก เข้าใจว่าใบพัดสามแฉกนี้ก็ยังโหลดกำลังมอเตอร์มากเกินไป เพราะปกติแล้วเส้นผ่าศูนย์กลางของใบพัดสามแฉก หากเทียบกับใบพัดสองแฉกจะเล็กกว่าประมาณ 1 นิ้ว ดังนี้ ใบพัดศึกษาภัณฑ์สามแฉก ขนาด 3.5 นิ้ว จึงเทียบได้กับใบพัด สองแฉกขนาด 4.5 นิ้ว เมื่อต่อตรงกับมอเตอร์จึงกินกำลังมากจนมอเตอร์ร้อนจัด
สรุปว่า ความพยายามใช้ใบพัดศึกษาภัณฑ์กับมอเตอร์ศึกษาภัณฑ์ขับตรงนั้น ไม่สำเร็จครับ
ทดลองติดเฟือง 2:1 กับใบพัดไม้บัลซ่าขนาดต่าง ๆ
หมดความพยายามกับใบพัดสามแฉกแล้ว ผมก็ติดเฟืองทดขนาดประมาณ 2 ต่อ 1 (เฟืองตาม 40 เฟืองขับ 18) แบบเดียวกับที่เคยทดสอบกับรุ่นที่เจ็ด สำเร็จมาแล้ว และทดสอบใช้ใบพัดขนาดต่าง ๆ ตอนแรกใช้ใบพัดไม้บัลซ่าขนาด 5x4 นิ้ว กำลังแรงกว่าใช้ใบพัดสามแฉกนิดหน่อย แต่ก็ยังบินไม่ขึ้น ก็เลยต่อใบพัดไม้บัลซ่าขนาด 6 นิ้ว ซึ่งมี pitch สูงประมาณ 8 นิ้ว ปรากฏว่าลมแรงมาก แต่ผมยังไม่ได้วัด thrust ได้แต่ลองเอาไปบินทดสอบที่สวนสาธารณะหน้าบ้าน เครื่องบินรุ่นที่แปดก็บินขึ้นได้สบาย แต่มีอาการแปลก ๆ คือ พอปล่อยเครื่องบินไปได้ประมาณ 2-3 เมตร เครื่องบินจะเริ่มเอียงปีกลงทางขวาและหมุนควงลงดินในที่สุด ซึ่งเป็นอาการเดียวกับที่เพื่อนบางคนที่ทำรุ่นที่แปดเคยเจอและผมให้คำแนะนำว่าอาจเป็นที่มุมยกปลายปีกมีน้อยเกินไป แต่จากการตรวจสอบมุมยกปลายปีกของผมนั้นน่าจะมีเพียงพอ ผมจึงลองปล่อยบินใหม่ พอเครื่องเริ่มมีอาการเอียงไปทางขวาอีกผมก็รีบกดรีโมทบังคับหางเสือไปทางซ้ายทำให้เครื่องบินมาอยู่ในแนวตรงได้และไต่ระดับได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อปล่อยหางเสือให้ตรงทีไร เครื่องจะมีอาการเอียงไปทางขวาและทำท่าจะควงสว่านลงไปทุกที คือไม่สามารถบินให้ตรง ๆ ด้วยตัวเองได้ ผมลองแก้ไขโดยบิดมอเตอร์ไปทางขวาให้ใบพัดผลักออกไปทางขวานิด ๆ ก็สามารถช่วยให้เครื่องบินบินได้ตรงขึ้น แต่ก็ยังไม่น่าพอใจ เพราะเผลอทีไรก็เอียงไปทางขวาทุกที
ผมตั้งสมมติฐานของสาเหตุดังกล่าวไว้หลายประการ
ก็คงต้องค่อย ๆ ปรับปรุงแก้ไขไปทีละจุดละครับ
ขอให้สนุกครับ
16 กันยายน 2545
ngoodinja@hotmail.comปลดระวางเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่แปด
เครื่องบินรุ่นที่แปดที่ยกจากคานเอามาลองกับมอเตอร์ศึกษาภัณฑ์และใบพัดขนาดต่าง ๆ นั้น มีอันจำเป็นต้องปลดระวางเสียแล้วครับ เหตุเกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2545 ตอนบ่าย ๆ ขณะที่ผมเอาออกไปบินทดสอบที่สวนสาธารณะในหมู่บ้านเพื่อหาทางแก้ปัญหา 5 ข้อข้างต้น โดยเปลี่ยนใส่ใบพัดเครื่องบินยาง Ultra light ขนาด 7 นิ้ว ตัดปลายออกเหลือ 6 นิ้ว แล้วบิดมอเตอร์ไปทางขวาประมาณ 10 องศา ตามที่คุณ TOP 2000 ให้ข้อสังเกตแนวทางการปรับแต่งเครื่องแบบ Push E ไว้ในเวปบอร์ดของ weekendhobby.com นั้น จากการบินปรากฏว่าบินได้ดีขึ้นมาก อาการเครื่องเอียงควงสว่านไปทางขวาเหลือน้อยลงมาก ผมลองปรับมุมยกชายหน้าปีกขึ้นอีกนิดหน่อย โดยรองแผ่นโฟมอัดหนา 3 มิลไว้ด้านหน้า ก็ช่วยให้ปีกมีแรงยกดีขึ้น แต่ระหว่างบินทดสอบขณะบินตรงแล้วกำลังตีวงเลี้ยวไปทางซ้าย ก็มีเสียงดังโพล๊ะจากเครื่องบิน ปรากฏว่าปีกด้านซ้ายแตกพร้อมๆ กับพับขึ้นด้านบน ทำให้เครื่องบินเสียหลักเอียงไปทางซ้ายแล้วหมุนเอาหัวทิ่มดินทันที ลำตัวด้านหัวเครื่องบินแตกเป็นท่อน ๆ จนถึงแนวกลางปีก ผมเอามาดูสภาพพบว่าทั้งปีกและลำตัวคงไม่สามารถนำมาใช้ได้อีกต่อไป แม้จะลองซ่อมโดยติดกาวและสก๊อตเทปตามรอยแตก แต่ก็เห็นว่าเนื้อโฟมมันเสื่อมสภาพแล้วครับ คือกรอบแตกไม่มีความยืดหยุ่น คงเพราะใช้งานมานาน แล้วก็ตกน้ำมาด้วย จึงตัดสินใจปลดระวางไปครับ โดยถอดอุปกรณ์ไปใช้กับเครื่องบินรุ่นที่สิบ Zero Fighter

รอยแตกชายหน้าปีกด้านซ้าย ทำให้เครื่องบินรุ่นที่แปดตกลงมาเหมือนนกปีกหัก

ลำตัวแตกเป็นหลายส่วน พยายามซ่อมปะแล้ว แต่ก็คงเอาไม่อยู่
ติดล้อให้เครื่องบินรุ่นที่เก้า P-40
เครื่องบินรุ่นที่เก้าซึ่งขณะนี้บินได้ดีมาก และยังสวยสง่ายามบินอยู่บนท้องฟ้า แม้แต่อีกายังสนใจ เสียแต่ว่าตอนลงจอดต้องเอาท้องกระแทกพื้น ซึ่งนาน ๆ เข้าก็ทำให้ด้านใต้ท้องส่วนหน้าสึกหรอไปมากพอสมควรโดยเฉพาะตรงส่วนปากฉลามซึ่งแต่เดิมฟันแหลมคมกริบก็เริ่มจะทื่อ ๆ เคี้ยวอะไรไม่ค่อยไหวแล้ว ผมก็เลยเอาล้อของรุ่นที่ห้ามาติดที่ใต้ท้องลำตัวบริเวณชายหน้าปีกเพื่อช่วยในการลงจอดจะได้ยืดอายุลำตัวเครื่องไปอีกหน่อย

ติดแผ่นไม้บัลซ่าหนา 2 มิลลิเมตร ตรงใต้ท้องแล้วเอาขาล้อของรุ่นที่ห้ามาติดได้พอดี
ขอให้สนุกครับ
22 กันยายน 2545
ngoodinja@hotmail.com