เครื่องบินรถกระป๋องของงูดิน

รุ่นที่ห้า

ลักษณะเป็นเครื่องบินปีกสูงแบบ trainer ทดลองปรับปรุงจากรุ่นที่สี่ในส่วนสำคัญสองประการที่มีผลทำให้บินได้ดีขึ้นอีกมาก คือ

  1. ยกปีกให้สูงขึ้นจากลำตัว 2 นิ้ว เพื่อให้บินได้มีเสถียรภาพมากขึ้น
  2. ปรับสัดส่วนปีกและลำตัวเครื่องบินใหม่ โดยตัดปีกเดิมที่ยาว 40 นิ้ว ออกให้เหลือยาวเพียง 30 นิ้ว และยืดลำตัวจากหัวจรดหางให้ยาวขึ้นเป็น 20 นิ้ว มีผลทำให้ควบคุมการบินได้ดีขึ้นอย่างมากและบินโต้ลมได้ดี

สำหรับสัดส่วนเครื่องบินนี้สำคัญอย่างมาก เครื่องบินรุ่นที่หนึ่งถึงรุ่นที่สี่ผมได้ดัดแปลงจากแปลน AndNow โดยขยายปีกออกไปมาก ทำให้สัดส่วนผิดเพี้ยนไป แม้ปีกจะมีแรงยกสูงขึ้น แต่ลำตัวถึงส่วนหางสั้นไป ไม่ได้สัดส่วน ทำให้บังคับยากเวลามีแรงลมปะทะด้านข้าง การตัดปลายปีกออก ทำให้แรงยกลดลงพอเหมาะกับสัดส่วนลำตัว หากผู้สนใจรายละเอียดเรื่องสัดส่วนลองไปอ่านใน www.weekendhobby.com ซึ่งเป็นเวปของคนไทย ในเรื่องเครื่องบินเล็กมีบทความเรื่องการออกแบบเครื่องบินเล็กอยู่ ผมได้ความรู้จากที่นั่นครับ

สรุปสัดส่วนเครื่องบินง่าย ๆ คือ

  1. กำหนดความยาวของปีกก่อน สำหรับเครื่องบินกระป๋อง ประมาณ 30 ถึง 40 นิ้ว ขึ้นอยู่กับว่าชอบลำเล็กลำใหญ่ สมมติว่ากำหนดไว้ 30 นิ้ว
  2. อัตราส่วนความยาวปีกต่อความกว้างปีกประมาณ 5 ต่อ 1 ถึง 6 ต่อ 1 แต่สำหรับเครื่องบินกระป๋องต้องการแรงยกสูง ผมว่าประมาณ 4 ต่อ 1 ก็จะดี ของผมปีกยาว 30 นิ้ว กว้าง 7 นิ้ว
  3. ลำตัวจากหัวจรดหางประมาณ 2 ใน 3 ของความยาวปีก ถ้าปีกยาว 30 นิ้ว ลำตัวจะยาว 20 นิ้ว
  4. ความยาวจากหัวถึงจุด CG ประมาณ 1 ใน 3 ของความยาวลำตัว ความยาวจาก CG ถึงปลายหาง 2 ใน 3 ของความยาวลำตัว
  5. จุด CG จะอยู่ประมาณ 30 ถึง 40 เปอร์เซนต์ของชายหน้าปีก
  6. พื้นที่แพนหางระดับ ประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ปีก
  7. พื้นที่แพนหางดิ่ง ประมาณ 12 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ปีก

สำหรับมอเตอร์ผมใช้ HyperDash 2 ตัวเก่ง แรงขับเคลื่อนดีมาก โดยใช้ไฟ 7.2 โวลท์ แต่การใช้ไฟแรงทำให้อายุการใช้งานของ brush ที่เป็นขั้วต่อภายในตัวมอเตอร์สึกหรอเร็วมาก พอใช้ไปใช้ไปมอเตอร์จะแรงน้อยลง ๆ เดิมผมคิดว่าถ่านอ่อนแต่พอเช็คดี ๆ โดยแกะมอเตอร์ออกดูพบว่า brush สึกหรอจนจะขาดอยู่แล้ว หรือสังเกตได้จากพอเปิดมอเตอร์แล้วลองเอามือกดที่ขั้วไฟของมอเตอร์จะสังเกตได้ว่ามอเตอร์หมุนแรงขึ้น เพราะ brush สึกหรอมีหน้าสัมผัสลดลงมอเตอร์จึงแรงน้อยลง เมื่อกดที่ขั้วทำให้ให้หน้าสัมผัสแตะได้มากขึ้นจึงแรงขึ้น ผมจึงต้องซื้อ brush มาเปลี่ยนใหม่เอาแบบที่ใช้โมมอเตอร์ ซึ่งมีหน้าสัมผัสหนาขึ้น ตัวละ 15 บาท พอเปลี่ยนแล้วก็แรงดีเหมือนเดิมครับ นี่เป็นข้อสังเกตว่าการใช้ไฟแรงกว่า spec มอเตอร์ทำให้อายุการใช้งานลดลงแน่นอน แต่ไม่มีทางเลือกครับ เพราะหากใช้ไฟ 3.6 โวลท์ จะแรงไม่เพียงพอครับ

ใบพัดสำหรับท่านที่หาใบพัดพลาสติกไม่ได้ ขอแนะนำให้ทำใบพัดเองครับ

เดิมผมใช้ไม้บัลซ่า แต่มีปัญหาเรื่องหักง่าย ต่อมาผมจึงเปลี่ยนไปทำจากไม้ฉลุครับ ราคาถูก แข็งแรง และน้ำหนักเบาดีด้วยครับ ที่ผมใช้กับรุ่นที่ห้าคือขนาดประมาณ 6.5 x 3 นิ้วครับ

การทำใบพัด

1. ตัดไม้ฉลุที่เด็กใช้ทำการฝีมือน่ะครับ ให้ได้ขนาดกว้างประมาณ 1 นิ้ว ยาวประมาณ 6 ถึง 8 นิ้ว จำนวน 2 แผ่น แล้วนำมาทากาวประกบกัน เพื่อให้ได้ความหนาเป็นสองเท่า (ซึ่งขนาดนี้จะได้ใบพัดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 ถึง 8 นิ้ว มุมบิดประมาณ 3 ถึง 5 นิ้ว)

2.ลากเส้นจากมุมทั้งสี่มุมให้ตัดกันตรงกลาง จะได้จุดศูนย์กลางใบพัด

3.ลากเส้นจากมุมด้านกว้างตามขนาดความหนาของไม้ จะได้แนวของมุมบิดใบพัด

4.ใช้มีดคัตเตอร์แกะไม้ตามแนวมุมบิดใบพัด แล้วใช้กระดาษทรายขัดให้ด้านในเรียบหรือเว้าเล็กน้อย ส่วนด้านนอกนูนโค้งตามรูป

5.ทาแลคเกอร์เคลือบเพื่อความสวยงามและแข็งแรง

การพัฒนาต่อไป

เนื่องจากขณะนี้ผมเห็นว่ารุ่นที่ห้าสามารถบินได้เป็นอย่างดีแล้วครับ ขาดอยู่แต่ความสวยงามเท่านั้น ต่อไปผมจึงคิดจะลองหุ้มลำตัวด้วยแผ่นโฟมอัดเพื่อจะได้มีรูปร่างสวยงามเป็นเครื่องบินจริง ๆ สักที อุปกรณ์ต่าง ๆ จะได้เก็บซ่อนในลำตัว ไม่ใช่รุงรังแบบที่เห็นนี้ครับ แน่นอนว่าการทำลำตัวหุ้มจะทำให้มีแรงต้านในการบินสูงขึ้น แต่ก็อาจเพิ่มขนาดมอเตอร์ให้แรงขึ้นเพื่อชดเชยกันได้ครับ

สำหรับเพื่อนที่ยังไม่ได้ลงมือทำ ผมว่าทำจากแนวทางของรุ่นที่ห้านี้ได้เลยครับ เพราะจะบินได้ดีกว่ารุ่นที่หนึ่งถึงที่สี่อย่างมากครับ

ขอให้สนุกครับ ๑ พฤษภาคม ๒๕๔๕

มีเพื่อน ๆ สอบถามมาว่าที่หางเสือนั้นมีกลไกอะไรดึงให้หางเสือกลับมาอยู่ตรงกลางหรือเปล่า

เดิมผมใช้ยางหนังสติ๊กรัดของตัดเป็นเส้นสั้น ๆ ประมาณ 1 เซนติเมตร แล้วเอากาวติดไว้ตรงช่วงรอยต่อบานพับด้านบนสุดของแพนหางดิ่งกับหางเสือ แรงดึงของยางจะทำให้หางเสือกลับมาตรงได้ครับ อย่างไรก็ดีตอนหลังผมก็ถอดออกเพราะเห็นว่าไม่จำเป็น เนื่องจากแรงเป่าของใบพัดจะทำให้หางเสือตั้งตรงเองอยู่แล้ว เว้นแต่หากมีลมพัดมาปะทะด้านข้างก็ทำให้หางเสือเบี้ยวไปได้ แต่ก็ไม่อันตรายอะไร สามารถใช้ปุ่มบังคับทิศทางควบคุมให้บินตรงได้ง่าย ๆ อยู่แล้วครับ ลองเล่นดูแล้วจะรู้ครับ

ตอนนี้ผมกำลังลองทำลำตัวเครื่องบินอยู่ โดยทำด้วยแผ่นโฟมวิธีหนึ่ง กับเอาไม้เสียบลูกชิ้นกับเศษไม้บัลซ่ามาทำเป็นโครงแล้วจะหุ้มด้วยกระดาษแก้ว อีกวิธีหนึ่ง หากเสร็จแล้วได้ผลอย่างไรจะถ่ายรูปมาให้ดูกันครับ

นอกจากนี้ยังมีเพื่อน ๆ ถามมาอีกว่า มีวิธีทำเครื่องบินรถกระป๋องแบบง่ายที่สุดไหม อ่านในเวปนี้แล้วรู้สึกยังยากไปหน่อย เพราะไม่เคยทำเครื่องบินเล่นเลย และไม่เคยต่อวงจรหรือโมรถกระป๋องเองด้วย อันนี้ค่อนข้างเป็นเรื่องใหญ่หน่อยครับ เพราะการดัดแปลงอุปกรณ์รถกระป๋องมาทำเครื่องบินผมว่าต้องมีความรู้ทางอิเลคโทรนิกส์เบื้องต้นพอสมควรครับ ต้องถอดวงจรได้ ดูขาทรานซิสเตอร์เป็น ติดรีเลย์เป็น ใช้หัวแร้งบัดกรีได้ อะไรทำนองเนี้ย ซึ่งความจริงผมไม่ได้เรียนมาทางนี้แต่อาศัยชอบเล่นชอบแกะโน่นแกะนี่น่ะครับ เจ๊งไปก็เยอะแยะครับ เอาเป็นว่าถ้าผมมีเวลาเขียนวิธีทำง่าย ๆ แบบ step by step เลย ตั้งแต่อุปกรณ์ที่ใช้มีอะไรมั่ง ต่อไม้ยังไง ต่อปีกยังไง ดัดแปลงวงจรตรงไหน ผมก็จะค่อยๆ เขียนไปก็แล้วกันนะครับ เสร็จแล้วจะนำขึ้นเวปครับ แต่ก็ต้องบอกไว้ก่อนว่า ไม่รับประกันความสมบูรณ์นะครับ เพราะการดัดแปลงวงจรต่าง ๆ มีความเสี่ยง ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง เดี๋ยวพอดัดแปลงตามที่ผมบอกแล้วเกิดไฟช็อต วงจรไหม้ หรือบินไปแล้วปีกหลุด หัวปัก ลำตัวหัก หรือมีดคัตเตอร์บาดมือ จะมาให้ผมรับผิดชอบชดใช้ไม่ได้นะครับ เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เกิดขึ้นกับผมมาแล้วทั้งนั้น สรุปว่า ใครทำก็เสี่ยงภัยรับภัยกันเองนะครับ โทษกันไม่ได้ครับ ผมเพียงแต่ต้องการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ของผมเองโดยไม่มีหลักวิชาหรือการรับประกันใด ๆ ครับ

8 พฤษภาคม 2545

 

ngoodinja@hotmail.com