ภาพเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่หก ขณะทำการบิน
นี่คือภาพเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่หกขณะทำการบินครับ ความจริงผมว่าจะถ่ายภาพไว้หลายครั้งแล้วแต่ไม่ได้จังหวะเสียที ประกอบกับช่วงนี้มีงานยุ่งมากต้องเดินทางไปหลายจังหวัด หลังจากกลับมาก็เลยหาตากล้องมาช่วยถ่ายให้ เป็นภาพขณะบินอยู่ในสนามหน้าหมู่บ้านช่วงเช้าตรู่ครับ ถ่ายไว้ยี่สิบกว่ารูป แต่เนื่องจากตากล้องเป็นมือสมัครเล่นก็ถ่ายได้ดีไม่กี่รูป ที่เหลือภาพสั่นไหวมั่ง ไกลไปจนมองไม่เห็นมั่ง ครับ
สำหรับรุ่นที่หกนี้ เนื่องจากตอนแรกมีปัญหาเรื่องการดัดแปลงระบบควบคุมเป็น 3 แชนแนล ตอนนี้ก็เลยปรับเป็นสองแชนแนลเช่นเดิม คือควบคุมมอเตอร์ใบพัด กับควบคุมหางเสือ ซึ่งก็บินได้ดีมากอยู่แล้ว ส่วนการปรับไปใช้ควบคุมหางเสือและควบคุมแพนหางระดับ โดยต่อมอเตอร์ใบพัดตรงกับถ่านชาร์จตามที่คุณ eModeler แนะนำนั้น จนแล้วจนรอด ผมก็ยังไม่ได้ลองทำครับ ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนลองทำแล้วได้ผลอย่างไรก็เล่าสู่กันฟังมั่งนะครับ




เครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่เจ็ด
ผมกำลังพัฒนารุ่นที่เจ็ด ซึ่งใช้โฟมสร้างทั้งลำ เสริมความแข็งแรงด้วยไม้บัลซ่าครับ ส่วนระบบขับเคลื่อนคิดว่าจะใช้มอเตอร์ hyperdash2 ของ tamiya ตัวเดิม แต่จะลดถ่านชาร์จลงเหลือ 5 ก้อน เพื่อยืดอายุการใช้งานของ brush ในมอเตอร์ เนื่องจากในรุ่นที่หก ต้องเปลี่ยน brush ไปถึงสามชุดเพราะมอเตอร์ดึงกระแสมากเกินไป และจากการคำนวณ motor efficiency จากโปรแกรม Motocalc6 พบว่า ตาม spec ของ hyperdash2 เหมาะกับการใช้ถ่าน 5 ก้อนมากที่สุดครับ
สำหรับวงจรก็คงจะถอดจากรถกระป๋อง บีเอ็มดับบลิวสีดำ ที่ซื้อมาสำรองไว้ และใช้ควบคุมแบบสองแชนแนลเหมือนเดิมครับ
สำหรับรุ่นที่เจ็ดนี้ผมตั้งใจออกแบบให้มีขนาดเล็กกะทัดรัดลงกว่าเดิม เพื่อความสะดวกในการนำไปเล่นนอกสถานที่น่ะครับ รูปร่างจะเหมือนเครื่องบินมากขึ้น ต่างจากรุ่นเดิมที่ออกไปทางเครื่องร่อน ส่วนปีกออกแบบให้ไม่มีมุมยกปลายปีก (dihedral) เพื่อทดสอบว่าจะบินยากกว่าเดิมมากไหม แต่คาดหมายว่าจะบินได้เร็วกว่าเดิมเพราะพื้นที่ปีกลดลงเหลือ 168 ตารางนิ้ว (รุ่นที่หกพื้นที่ปีกประมาณ 280 ตารางนิ้ว) ในขณะที่อาจต้องใช้วงเลี้ยวกว้างกว่าเดิม เพราะถ้าเลี้ยวแคบเกินไปจะลดระดับเร็ว เพราะไม่มีมุมปีกช่วยยก ลักษณะการควบคุมคงคล้าย ๆ การขับรถสปอร์ต คือ ควบคุมยากขึ้น แต่มีความคล่องตัวสูง






10 มิถุนายน 2545
ngoodinja@hotmail.com