การถอดอุปกรณ์รถกระป๋องมาประกอบเครื่องบินรุ่นที่เจ็ด
ในการประกอบเครื่องบินรุ่นที่เจ็ด ผมใช้วงจรของรถกระป๋องบีเอ็มดับบลิวสีดำที่ซื้อมาสำรองไว้ เนื่องจากวงจรเดิมที่ถอดจากรถเบ๊นซ์สปอร์ตสีบรอนซ์นั้นมีการซ่อมแซมหลายจุดจนชอกช้ำยับเยินมากแล้ว และเห็นว่ามีเพื่อน ๆ หลายคนอยากดูรูปและขั้นตอนการถอดและดัดแปลงวงจร ก็เลยถอดไปถ่ายภาพไป แล้วนำมาขึ้นเวปครับ

บีเอ็มดับบลิวสีดำ ถึงคราวต้องรับใช้ชาติแล้ว
ขั้นแรกดึงมอเตอร์กับชุดล้อหลังออกมาก่อน ถอดสกรูด้านใต้รถออกให้หมดแล้วยกตัวถังรถออกจากคัสซีช่วงล่าง
อย่าลืมบีบตุ่มพลาสติกปลายเสาอากาศให้แตกก่อน จึงจะสามารถดึงเสาอากาศลอดช่องบนหลังคารถออกมาได้

ขันสกรูตัวเล็กที่ยึดกลางแผ่นวงจรออก เอาหัวแร้งจี้ขั้วลบของแบตเตอรี่ที่ยึดขั้วไฟลบในแผ่นวงจรไว้
ใช้หัวแร้งจี้ปลายสายไฟที่ขั้วมอเตอร์ออก (สายน้ำตาล เหลือง) และสายไฟบวกที่ต่อไปยังสวิตช์(สายแดง)
จากนั้นถอดแผ่นวงจรออกมาได้ แล้วใช้หัวแร้งจี้ขั้วสายไฟที่ต่อ actuator ที่บังคับเลี้ยวออก

ถอดชุดบังคับเลี้ยวออกมา เพื่อจะเอาสายลวดอาบน้ำยาเล็ก ๆ ข้างในมาแบ่งมาทำสายอากาศ และใช้พัน actuator ใหม่ เพื่อสร้าง BIRD
(Built in Rudder Control) ในการควบคุมหางเสือเครื่องบิน (การสร้าง BIRD ดูจากบทความตอนแรก ๆ)
หรือจะใช้มอเตอร์จิ๋วก็จะควบคุมได้ดีกว่า

ใช้หัวแร้งจี้จุดเชื่อมเสาอากาศแล้วดูดตะกั่วออกเพื่อถอดเสาอากาศออกมาจากแผงวงจร (ถ้าถอดไม่ออกก็ใช้คีมตัดทิ้งได้)
แล้วเอาสายลวดอาบน้ำยาที่ดึงมาจากตัวบังคับเลี้ยวตัดออกยาวประมาณ 2 ถึง 3 ฟุต มาต่อเป็นสายอากาศเพื่อให้น้ำหนักเบาและเพิ่มระยะการบังคับ อย่าลืมใช้มีดขูดน้ำยาที่ปลายลวดออกให้หมดก่อนบัดกรีเข้ากับแผ่นวงจร

ลวดเสาอากาศที่ถอดออกมาเอาไปตัดใช้ทำลวดล้อหลัง (Tail Skid) ได้ หรือใช้เป็นลวดดึงหางเสือก็ได้

แผงวงจรและอุปกรณ์จากรถที่นำมาใช้ได้ สวิตช์ปิดเปิด ตัวคาปาซิเตอร์ที่ใช้ต่อคร่อมมอเตอร์เพื่อลดคลื่นรบกวน
มอเตอร์ติดรถกระป๋องซึ่งมีความแรงพอจะบินได้ถ้าเซตเฟืองและใบพัดให้ดี ๆ แต่ถ้าจะให้บินได้ชัวร์ ก็เปลี่ยนเป็น
มอเตอร์ Hyperdash2 ของ Tamiya ดีกว่า ส่วนชุดเฟืองก็ใช้แบบเฟืองขับตรงจะเบากว่า

อุปกรณ์ชุดเฟืองขับตรง มีห้องเครื่อง ลูกปืนหัวท้าย แกน เฟืองขับ เฟืองตาม ในภาพใช้ขนาด 36 ต่อ 9 และตัวคาปาซิเตอร์ ส่วนมอเตอร์ในภาพเป็นมอเตอร์โม รอบสูงแต่ไม่มีแรงและกินไฟเยอะ สู้ Hyperdash2 ไม่ได้เลย

ประกอบมอเตอร์กับชุดเฟืองและยึดติดกับใบพัดโดยใช้เฟืองอีกตัวหนึ่งเสียบที่ปลายแกนแล้วรัดติดกับใบพัดด้วยยางหนังสติ๊ก
ส่วนคาปาซิเตอร์จะบัดกรีติดกับขั้วมอเตอร์ตอนที่จะต่อสายไฟ
ถ้าต้องการประหยัดและให้น้ำหนักเบาลงอีก ก็ควรทำเฟืองแบบติดตรงกับมอเตอร์ ที่ผมนำมาเสนอในบทก่อน ๆ ครับ

ทดลองวางอุปกรณ์ลงในลำตัวเครื่องบินรุ่นที่เจ็ด เริ่มจากชุดมอเตอร์ รีเลย์ สวิตช์ และแผงวงจร ช่องสุดท้ายเอาไว้ใส่ถ่านชาร์จ NimH 270 mAh จำนวน 5 ก้อน
ขอให้สนุกครับ
13 มิถุนายน 2545
น้ำหนักเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่เจ็ด
ผมซื้อเครื่องชั่งสปริงจากศึกษาภัณฑ์ สาขาฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ราคา 50 บาท ลักษณะเป็นสเกลแบบมือถือและมีตะขอไว้ห้อยสิ่งที่ต้องการชั่งทางด้านล่าง สเกลจะแบ่งเป็นขีด ขีดละ 10 กรัม รวม 1000 กรัม ผมนำมาชั่งเครื่องบินรุ่นที่เจ็ดดู ได้น้ำหนักตัวเครื่องและอุปกรณ์ทั้งหมดขณะพร้อมบิน ได้ 110 กรัม พอดีเลยครับ หากแยกถ่านชาร์จ คือ ถ่าน GP NimH 270 mAH 2 แพค 6 ก้อน มาชั่งจะได้น้ำหนักถ่าน 30 กรัม ตกน้ำหนักถ่านก้อนละ 5 กรัม สรุปแล้วคือ ตัวเครื่องหนัก 70 กรัม ถ่านหนัก 30 กรัม ถ้าใส่ล้อด้วยก็จะหนักประมาณ 120 กรัม ครับ

ชั่งน้ำหนักเครื่องบินรุ่นที่เจ็ด

ผลการทดลองบินเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่เจ็ด
ทดลองครั้งแรก ใช้ถ่าน 5 ก้อน ใบพัดไม้ฉลุขนาด 5.5 x 4 นิ้ว ปีกยาว 24 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว เป็นปีกตรง มีมุมเงยตรงชายหน้าปีกประมาณ 5 องศา ไม่มีมุมยกปลายปีก ปรากฏว่ามอเตอร์ให้แรงขับไม่เพียงพอ คือเครื่องไม่มีแรงไต่ระดับขึ้น ซึ่งจากการคำนวณโดย Motocalc ถ่าน 5 ก้อนน่าจะให้แรงไฟที่พอเพียง เข้าใจว่าน่าจะเป็นเพราะมอเตอร์ Hyperdash2 ของผมมันสึกหรอมากแล้ว เพราะเปลี่ยน brush ไปแล้ว 3 ชุด และสังเกตที่แกนมอเตอร์ส่วนทองเหลืองที่สัมผัสกับ brush นั้น สึกหรอจนเหลือแกนเล็กนิดเดียว จึงไม่สามารถให้แรงขับตรงตามที่คำนวณไว้ได้ อีกสาเหตุหนึ่งน่าจะมาจากปีก ซึ่งไม่มีมุมยกปลายปีก ทำให้เครื่องไม่มีเสถียรภาพ เวลาเครื่องเอียงหรือเลี้ยวนิดหน่อย ก็ลดระดับลงมาก นอกจากนี้รู้สึกว่าหัวจะหนักเกินไปหน่อย
ผลจากการบินครั้งแรกเกิด hard landing ทำให้ขาล้อหลุดจากลำตัว จึงทดลองบินอีกหลายครั้งโดยไม่มีล้อ พยายามปรับจุด CG ให้ถูกต้องแต่ก็ยังพบปัญหาแรงขับไม่เพียงพอจึงนำกลับมาปรับปรุงใหม่
การปรับปรุงที่คิดไว้คือ เพิ่มถ่านเป็น 6 ก้อน เหมือนรุ่นที่ 6 เพื่อให้ได้แรงขับเพียงพอก่อน ทำมุมยกปลายปีก และอาจเพิ่มขนาดใบพัดเป็น 6.5 นิ้ว ยังไม่คิดซื้อมอเตอร์ตัวใหม่ เพราะติดขัดเรื่องงบประมาณ

เครื่องบินรุ่นที่เจ็ดที่ปรับปรุงเพิ่มถ่านเป็น 6 ก้อน และยังติดคาปาซิเตอร์ ตัวเก็บประจุ คร่อมขั้วบวกและลบ (กระป๋องสีเงินที่บัดกรีอยู่กับแผ่นวงจร) พบว่ามีแรงขับเหลือเฟือ บินได้คล่องแคล่วมาก โดยเฉพาะการต่อคาปาซิเตอร์ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้ราบเรียบและแรงสม่ำเสมอดีมาก เรื่องคาปาซิเตอร์นี้ผมได้รับคำแนะนำจากคุณ AAA หรือ Sasin ใน RC webboard ของ weekendhobby.com ครับ
คาปาซิเตอร์นี้ผมซื้อจากร้านที่ขายอุปกรณ์รถกระป๋อง ราคาตัวละ 10 บาท แต่ถ้าซื้อที่บ้านหม้อน่าจะถูกกว่านี้มาก

เครื่องบินรุ่นที่เจ็ด สังเกตห้องเครื่องใช้ของ ice ลาย w ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าแบบที่ติดเฟืองเข้ากับตัวมอเตอร์โดยตรงแบบรุ่นที่ 6 แต่มีข้อดีคือสามารถถอดเปลี่ยนมอเตอร์และเซตอัตราทดของเฟืองได้สะดวก ลำนี้ผมใช้อัตราทด 36 ต่อ 9 พร้อมใบพัดขนาด 5.5 x 4 นิ้ว สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเปลี่ยนมอเตอร์หรืออัตราทด ควรทำแบบเฟืองติดกับมอเตอร์เพื่อลดน้ำหนักและแรงต้านอากาศ

หางเสือใช้มอเตอร์จิ๋วควบคุม ขาคันชักเปลี่ยนจากแผ่นกระดาษเป็นไม้บัลซ่า โยงคันชักด้วยเส้นด้าย

ภาพรุ่นที่เจ็ด หลังจากปรับปรุงเพิ่มถ่านและคาปาซิเตอร์ กับติดขาล้อใหม่แล้ว

จากด้านข้างจะเห็นได้ว่าปีกไม่มีมุมยกปลายปีกเลย
การบังคับควบคุมเป็นไปอย่างที่คาดไว้ คือบินเร็วกว่ารุ่นที่ 5 และ รุ่นที่ 6 เพราะพื้นที่ปีกน้อยกว่า และไวต่อการควบคุมมากเหมือนขับรถสปอร์ต คือกดปุ่มเลี้ยวเพียงจึ๊กเดียวหัวเครื่องบินก็หันวาบไปตามทางที่ต้องการแล้ว พร้อม ๆ กับปีกที่เอียงไปตามด้านที่เลี้ยวและลดระดับลงอย่างรวดเร็วเพราะไม่มีมุมยกปลายปีกช่วย ต้องรีบกดปุ่มคืนหางเสือให้ปีกกลับมาแนวขนานกับพื้นเพื่อรักษาระดับไว้ มิฉะนั้นหัวทิ่มดินแน่นอน สรุปคือควบคุมยากกว่ารุ่นที่ 5 และ 6 มาก ต้องตาไวมือไว และค่อนข้างท้าทายฝีมือการบังคับว่าทำอย่างไรให้เครื่องบินอยู่บนอากาศได้นานที่สุด การลงจอดก็ไม่นิ่มนวลเหมือนรุ่นก่อนเพราะบินลดระดับลงเร็วและน้ำหนักต่อพื้นที่ปีกมากว่าเดิม เวลาเครื่องลงกระแทกพื้นขาล้อก็เลยหลุดกระเด็นเป็นประจำ
การปรับปรุง
1. เปลี่ยนมอเตอร์ใหม่ แต่เนื่องจากมอเตอร์ hyperdash2 ราคาค่อนข้างแพง ผมจึงหาทางเลือกใหม่ โดยไปซื้อรถประกอบ 4 WD แบบที่ใช้วิ่งบนรางจากจีนแดง ยี่ห้อ Gokey ราคากล่องละ 39 บาท จากห้าง big C ซึ่งมีหลายแบบให้เลือก ผมเลือกแบบที่ให้มอเตอร์แรงที่สุด พร้อมอัตราทดเกียร์ที่มีให้เลือกแบบ 4 ต่อ 1 และ 5 ต่อ 1 มอเตอร์ เป็นรุ่น panther ultra-speed ตัวรถรุ่น Pole flglathe ซึ่งการซื้อรถกล่องนี้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก เพราะราคา 39 บาท ผมได้ทั้งมอเตอร์แรงสูง (แรงน้อยกว่า hyperdash2 เล็กน้อย) เฟืองขนาดต่าง ๆ มากมาย แกนเฟือง ล้อ และอุปกรณ์ปลีกย่อยอื่น ๆ เพียบ

กล่องรถที่ซื้อมาเอาอะไหล่มอเตอร์ เฟือง ฯลฯ

อุปกรณ์ในกล่องมีเพียบ คุ้มจริง ๆ
ผมเปลี่ยนมอเตอร์ใส่แทน hyperdash2 ที่ชราภาพมากแล้ว ลองบินดู ปรากฏว่า บินได้ดีมากพอ ๆ กัน คุ้มมากสำหรับมอเตอร์ติดรถตัวนี้ ตอนนี้ผมก็ไม่ต้องกลัวว่ามอเตอร์จะพังเร็วแล้ว เพราะถึงพังไปก็ซื้อรถแบบที่ว่านี้เอามอเตอร์มาใส่แทนได้ตลอด คุ้มกว่าซื้อเฉพาะ brush มาเปลี่ยน และยังมีอะไหล่เฟืองสำรองให้อีกเพียบ
2. เพิ่มมุมยกปลายปีก เพื่อให้บินได้ดีขึ้น ผมเพิ่มมุมยกปลายปีกได้ง่าย ๆ ครับ โดยวัดจากปลายปีกเดิมเข้ามาข้างละ 4 นิ้ว ใช้ปากกาขีดเส้นตรงด้านบนของปีก จากชายหน้าปีกไปยังชายหลังปีก โดยออกแรงกดปากกาให้โฟมเป็นรอยลงไปสักครึ่งหนึ่งของความหนา เพื่อเป็นแนวในการพับปลายปีกขึ้น และให้ใช้สก๊อตเทป ปิดตามแนวที่ขีดโดยติดด้านใต้ปีก ให้ตรงกับรอยขีดด้านบนปีก เพื่อป้องกันโฟมแตก หรือหักเวลาพับ จากนั้นค่อย ๆ พับปลายปีกทั้งสองด้านขึ้นให้มีมุมยกประมาณ 2 นิ้ว แล้วใช้สก๊อตเทปคาดคร่อมรอยพับด้านบนเพื่อยึดให้ปลายปีกยกตั้งขึ้นตามที่เราพับไว้

ภาพปีกที่ปรับปรุงโดยยกปลายปีกขึ้นแล้ว
ผลการบิน
จากการเปลี่ยนมอเตอร์ใหม่ และปรับมุมยกปลายปีก ทำให้เครื่องบินบินได้ง่ายขึ้นมาก คือตอนเลี้ยวเครื่องบินก็ไม่ลดระดับง่าย ๆ และมีเสถียรภาพขึ้นกว่าเดิมมาก ในขณะที่ยังคงความเป็นสปอร์ตอยู่ คือบินเร็ว และเลี้ยวเร็ว คล่องแคล่วมากเลยครับ จากขนาดลำตัวที่เล็ก อย่างนี้ผมว่าสามารถบินภายในโรงยิม แบบ indoor ได้อย่างสบาย แต่ยังไม่ได้ลองครับ
สรุปลักษณะเครื่องบินกระป๋องรุ่นที่เจ็ด
ทำจากโฟมอัด หนา 3 มม. เสริมด้านใต้ลำตัว ด้วยแผ่นไม้บัลซ่า หนา 2 มม.
ปีกยาว 24 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว มีมุมยกชายหน้าปีก สูง 3 มม. มุมยกปลายปีกสูงข้างละ 2 นิ้ว แนวยกปีกห่างจากปลายปีกข้างละ 4 นิ้ว rib ใต้ปีก 2 อัน
ลำตัวยาว 18 นิ้ว แต่ถ้าวัดจากหัวถึงปลายหางเสือ จะยาว 20 นิ้ว ลำตัวสูง 2 นิ้ว สอบไปทางหัวสูง 1.5 นิ้ว สอบไปทางปลายหาง สูง 0.5 นิ้ว ลำตัวกว้าง 1.5 นิ้ว ความกว้างส่วนหัว 1.5 นิ้ว สอบไปทางหางกว้าง 0.5 นิ้ว
แพนหางดิ่งสูง 4 นิ้ว กว้าง 1 นิ้ว หางเสือสูง 4 นิ้ว กว้าง 2 นิ้ว
แพนหางระดับ ยาว 10 นิ้ว กว้าง 4.5 นิ้ว
มอเตอร์ Panther ultra-speed motor จากรถ 4WD ของจีน ควบคุมมอเตอร์ ผ่านรีเลย์ 8 ขา
เฟืองทด 36 ต่อ 9 ใส่ห้องเครื่องของ ice ลาย W
ใบพัดทำเองจากไม้ฉลุ เส้นผ่าศูนย์กลาง 5.5 นิ้ว pitch 4 นิ้ว (เคยลองใส่ใบพัด ขนาด 7x4 นิ้ว แต่ปรากฏว่ามอเตอร์ขับไม่ไหว)
ควบคุมหางเสือ ด้วย มอเตอร์จิ๋ว ดึงหางเสือด้วยเส้นด้าย ซ้ายขวา
วิทยุบังคับ จากรถกระป๋องตราเพชร BMW เปลี่ยนเสาภาครับเป็นสายลวดทองแดงจากตัวควบคุมเลี้ยวรถกระป๋อง
ถ่านชาร์จ 2 แพค 6 ก้อน ยี่ห้อ GP 270 mAH NimH
ขาล้อ ทำจากลวดไม้แขวนเสื้อ วงล้อ ทำจากไม้บัลซ่า
น้ำหนักพร้อมบิน 120 กรัม
เครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่เจ็ดนี้ ผมยึดหลัก ลำเล็ก สร้างง่าย อะไหล่ถูก สวยงาม และบินได้ดีครับ ซึ่งผลที่ได้เป็นที่น่าพอใจมากเลยครับ

ปีกอันที่สอง ยาว 30 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว สำหรับการบินร่อนเล่นแบบสบาย ๆ ครับ
ขอให้สนุกครับ
22 มิถุนายน 2545
ภาพเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่เจ็ดขณะบิน
ที่เห็นนี้คือภาพเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่เจ็ดขณะทดสอบบินไปตามถนนในหมู่บ้านครับ ถ่ายเวลาประมาณ 6.30 นาฬิกา
ปกติผมจะเลือกเล่นเวลาเช้าตรู่ หรือไม่ก็ค่ำ ๆ เพราะช่วงนี้ลมจะสงบมากเลยครับ

take off โดยการปล่อยด้วยมือ

บินผ่านหัวตากล้องระยะเผาขน (เกือบชน)

บินร่อนแบบสบายด้วยปีก 30 นิ้ว

เอียงปีกรับมุมกล้อง

เตรียม Landing บนพื้นถนน
เครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่เจ็ดนี้ ผมไม่ได้เพิ่มถ่านในวิทยุภาคส่ง ทำให้ระยะควบคุมไม่ไกลเท่ารุ่นก่อน ๆ ก็เลยต้องวิ่งตามเครื่องบินให้อยู่ในระยะประมาณ 10 เมตร เท่ากับเป็นการ jogging ยามเช้าไปด้วยครับ
เครื่องบินรุ่นนี้แม้จะมีความเร็วสูงกว่ารุ่นก่อน แต่ก็มีความคล่องตัว สามารถควบคุมให้บินเลี้ยวไปตามถนนซึ่งมีหน้ากว้างประมาณ 4 เมตร ได้ไม่ยากครับ
ในการลงจอดบนถนนโดยใช้ล้อไม้บัลซ่านั้น ในการทดลองครั้งแรกโดยใช้ปีก 24 นิ้ว นั้น ลง Landing แรงมากจนขาล้อหลุดไปหลายหน ก็เลยเปลี่ยนเป็นปีก 30 นิ้ว เพื่อให้บินช้าลง และร่อนได้ดีขึ้น จากนั้นจึงเสริมความแข็งแรงของฐานล้อโดยใช้ไม้บัลซ่าสองแผ่นทากาวตราช้างแล้วประกบฐานล้อไว้ตรงกลางแบบแซนด์วิช พอแห้งดีแล้วจึงติดเข้ากับใต้ลำตัว ปรากฏว่าแข็งแรงมากเลยครับ ขาล้อไม่หลุดอีกเลย แต่มีปัญหาตรงลูกล้อที่ทำจากไม้บัลซ่านั้น เวลาลงจอดมันชอบเลื่อนผลุบจากแกนล้อเข้าไปในขาล้อ ทำให้การลงจอดบางครั้งล้อผลุบเข้าไปข้างหนึ่งเครื่องหมุนคว้างเลยครับ บางทีพอลงจอดแล้วล้อผลุบเข้าไปทั้งสองข้าง หัวก็ทิ่มปักพื้นปูน ตีลังกา ใบพัดหัก (เป็นปกติ)
จากปัญหาของลูกล้อนี้เองทำให้ผมไม่ได้ลองบินขึ้นจากพื้นแบบ ROG เพราะแค่ลอง Landing ก็รู้แล้วว่าล้ออย่างนี้บิน Take off จากพื้นไม่รอดแน่
คงต้องทำลูกล้อใหม่ โดยหาหลอดดูดยาคูลท์มาตัดทำเป็นปลอกสวมกลางล้อ ให้หมุนได้ดีขึ้น
ถ้าเทียบการบินรุ่นนี้กับรุ่นที่ 5 และที่ 6 ในด้านการบิน จะควบคุมการบินได้ยากกว่า เพราะลำเล็กกว่า พื้นที่ปีกน้อยกว่า บินเร็วกว่า วงเลี้ยวแคบกว่า ลงจอดยากกว่า ก็เลยอยากแนะนำเพื่อน ๆ ที่จะทดลองสร้างว่า ลองสร้างลำใหญ่ ๆ ปีกกว้าง ๆ แบบรุ่นที่ 5 และ ที่ 6 ก่อน เพื่อให้บินได้ง่าย ๆ พอบินชำนาญแล้วค่อยลองสร้างลำเล็ก ๆ มาบินแบบเร็ว ๆ ให้ตื่นเต้นไปอีกแบบครับ
ขอให้สนุกครับ
25 มิถุนายน 2545
แปลนเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่เจ็ด
ผมเขียนแปลนคร่าว ๆ ของเครื่องบินรุ่นที่เจ็ด สำหรับผู้สนใจจะไปลองสร้างดูครับ ปีกเป็นแบบปีกยาว 30 นิ้ว มีแนวยกปีกจากมุมปีกข้างละ 7 นิ้ว ใช้ rib สองตัวในแนวตรงกลางคู่กันห่าง 2 นิ้ว ถ้าใครมีฝีมือเขียนเป็นแปลนแบบ CAD อย่างของคุณอภิสิทธิ์ที่เขียนแปลนเครื่องบินรุ่นที่หกจะลองนำไปเขียนเผยแพร่ให้เพื่อน ๆ ก็ดีครับ

ขอให้สนุกครับ
26 มิถุนายน 2545
ถ่านโทรศัพท์มือถือตกรุ่น แหล่งพลังงานแรงสูง ราคาถูก สำหรับเครื่องบินรถกระป๋อง
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมต้องไปทำธุระที่จังหวัดลำปางครับ พอมีเวลาว่างก็ไปเดินเล่นที่ห้างบิ๊กซี สาขาลำปาง ชั้นล่างมีร้านขายอุปกรณ์มือถือชื่อดังเหมือนในกรุงเทพ คือร้าน เจมาร์ท หน้าร้านมีกระบะตั้งขายอุปกรณ์มือถือเลหลัง พวกถ่านชาร์จ แท่นชาร์จ แฮนด์ฟรี ฯลฯ ของมือถือที่ตกรุ่นไปแล้ว ผมลองดูถ่านชาร์จที่ขายแค่แพคละ 100 บาท เท่านั้นเอง ดูแล้วมีทั้งของโมโตโรล่า และยี่ห้อโนเนม ผมเห็นว่าน่าจะซื้อมาแกะเอาไส้ในมาทำเป็นถ่านชาร์จของเครื่องบินกระป๋องรุ่นที่เจ็ดได้ดี ก็เลยซื้อมาทดลอง 3 แพค เลือกแพคที่ความจุสูงที่สุดที่มีขาย คือ 750mAH เป็น NiMh ของมือถือยี่ห้อ SAGEM (เกิดมาเพิ่งเคยได้ยินชื่อว่ามียี่ห้อนี้ในโลกด้วย) กลับถึงบ้านลองแงะดู ว้าว ข้างในเป็นถ่านโตชิบา 750mAH 3 ก้อน นี่เทียบแล้วถูกกว่าถ่านโทรศัพท์ไร้สายของ GP ที่ผมใช้เสียอีก แถมความจุสูงกว่าถึงสามเท่า

ถ่านมือถือเลหลังจากร้าน เจมาร์ท

เอาไขควงแงะออกเลย ไม่ต้องเสียดายครับ

ถ่านโตชิบา 3 ก้อน ซ่อนอยู่ภายใน ของดี ๆ ทั้งนั้น

เอามาต่อเป็นแพค 6 ก้อน

เครื่องบินรุ่นที่เจ็ด มอเตอร์ Hyperdash2 กับถ่านจากมือถือ 6 ก้อน 750mAH
น้ำหนักเพิ่มขึ้นจากเดิม เป็น 170 กรัม
ผลการทดลองปรากฏว่าถ่านชุดนี้ให้พลังแรงมหาศาลเลยครับ แม้น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นกว่าการใช้ถ่าน GP 270mAH ชุดเก่า แต่ไม่มีปัญหาเลยครับ เชื่อหรือไม่ครับว่าเครื่องบินกระป๋องสามารถบินในแนวตั้งฉากได้ คือพอผมเริ่มปล่อยจากมือเครื่องก็ไต่ระดับขึ้นด้วยพลังแรงสูงมากจนหัวเครื่องบินตั้งขึ้นและบินขึ้นไปในแนวดิ่งจนถึงหลังคาบ้าน ผมต้องตัดเครื่องยนต์แล้วบังคับให้เลี้ยวร่อนลงมาแต่ก็ยังไม่วายกระแทกพื้นจนขาล้อหักไปข้างหนึ่ง
จากการทดสอบแสดงว่าถ่านชุดนี้ถ้าใช้ถึง 6 ก้อน แบบที่เคยใช้กับถ่าน GP จะได้พลังสูงจน Over Power ผมก็เลยลองถอดออกไปหนึ่งแพค ให้เหลือเพียง 3 ก้อน ได้แรงดัน 3.6 โวลต์ แล้วใส่เข้าไปใหม่

ลดถ่านเหลือสามก้อน ครับ น้ำหนักพร้อมบินประมาณ 130 กรัม
นำไปทดสอบใหม่ ปรากฏว่าได้ผลน่าพอใจมากครับ คือได้กำลังที่พอเหมาะ ไม่สูงมากเกินไปเหมือนกับใช้ถ่าน 6 ก้อน และได้ระยะเวลาบินนานขึ้นกว่าการใช้ถ่าน GP 270mAH ถึงสองเท่าครับ ที่สำคัญคือ ถ่านชุดนี้ราคา 100 บาทเท่านั้นครับ ถูกมาก แต่คงจะใช้กับมอเตอร์ติดรถกระป๋องหรือมอเตอร์รถ 4WD ไม่ไหวเพราะมอเตอร์พลังน้อยไป ต้องใช้ระดับ Hyperdash2 ขึ้นไป หรือน่าจะใช้กับมอเตอร์โมที่กินไฟประมาณ 4 แอมป์ ได้ครับ (ถ่าน GP 270mAH ไม่สามารถใช้กับมอเตอร์โมได้ครับ เพราะถ่านความจุน้อยเกินไปจ่ายกระแสไม่พอ แต่ถ้าใช้ถ่านชุดของมือถือนี้มีกระแสไฟเหลือเฟือครับ)
ขอให้สนุกครับ
14 กรกฎาคม 2545
เครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่ห้า ซึ่งเป็นลำตัวแท่งไม้ ต่อมาผมพัฒนาเป็นรุ่นทีหกกึ่งโฟมกึ่งไม้แล้วเล่นอยู่จนกระทั่งสร้างรุ่นที่เจ็ด ก็เลยเอาถ่าน GP 270mAH จากรุ่นที่หก ไปใส่รุ่นที่เจ็ด เพราะมีถ่าน GP อยู่แค่ชุดเดียว แต่พอมาได้ถ่านจากมือถือตกรุ่นพลังสูง ก็เลยมีถ่านใช้หลายชุด แรง ๆ ทั้งนั้น ผมก็เลยเอาชุดหนึ่งกลับไปใส่ในรุ่นที่หก ซึ่งรื้อลำตัวโฟมออกเพราะเยินมากแล้ว และดัดแปลงกลับเป็นรุ่นที่ห้าแบบ ไมเนอร์แชนจ์ คือตรงขารับปีก แทนที่จะใช้แท่งไม้บัลซ่า ก็ใช้โฟมอัดประกอบเป็นกล่องขึ้นรับปีกแทน ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้จากเครื่องบินรถกระป๋องของคุณจ้อน ผู้กรุณาติดต่อให้ใช้พื้นที่ server ของ emodeler.net นั่นเอง ทำให้มีพื้นที่ติดวงจรและถ่านมากขึ้น น้ำหนักก็เบาดีด้วย

สำหรับมอเตอร์ผมเอามอเตอร์ของเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่หนึ่งมาใช้ เป็นมอเตอร์โม กินกระแส idle 2 แอมป์ ต่อกับเฟืองทดขนาด 4:1 ใบพัดเอามาจากเครื่องบินรุ่นที่สี่ ซึ่งเป็นใบพัดเครื่องบินพลังหนังยาง ยี่ห้อ ultra light เส้นผ่าศูนย์กลาง 7 นิ้ว ถ่านชาร์จมือถือตกรุ่น 3 ก้อน ติดคาปาซิเตอร์ 1 ตัว

ส่วนการบังคับแพนหางเสือนั้น เนื่องจากมอเตอร์จิ๋วของผมมีแค่ตัวเดียว ตอนนี้ใช้ติดในเครื่องบินรุ่นที่เจ็ดอยู่ ก็เลยใช้มอเตอร์รถกระป๋องนั่นแหละ คือขนาด 130 หรือ 140 น้ำหนักประมาณ 15 กรัม มาติดแทนมอเตอร์จิ๋วเลย ซึ่งทำให้น้ำหนักรวมของเครื่องบินลำนี้สูงขึ้นเป็น 150 กรัม
จากการทดสอบปรากฏว่าถ่านชาร์จ 3 ก้อนให้พลังงานพอบินได้ แม้จะไม่คล่องแคล่วนักเพราะน้ำหนักมาก
และได้เวลาประมาณ 6 นาที
ต่อมาผมก็เลยเพิ่มถ่านชาร์จเป็น 4 ก้อน น้ำหนักพร้อมบินเพิ่มขึ้นเป็น 160 กรัม แต่ปรากฏว่าบินได้ปร๋อ ไต่ระดับได้รวดเร็วมากเพราะแรงดันไฟที่ป้อนให้มอเตอร์สูงขึ้น ระยะเวลาบินบนอากาศได้ประมาณ 6 นาที
ก็พอจะสรุปได้แล้วครับว่า ถ่านชาร์จจากมือถือตกรุ่นนี้ ราคาถูก ประสิทธิภาพสูงจริง ๆ ถ้าเครื่องบินหนักไม่เกิน 130 กรัมแบบรุ่นที่เจ็ด ใช้ 3 ก้อน ถ้าหนัก 160 กรัม แบบรุ่นที่ห้า (ที่หนักเพราะใส่มอเตอร์ธรรมดาแทนมอเตอร์จิ๋ว) ใช้ 4 ก้อน

ผมคิดว่า ถ้าใช้ถ่านชาร์จมือถือตกรุ่นนี้ 6 ก้อน น่าจะพาเครื่องบินกระป๋องลำใหญ่น้ำหนักประมาณ 300 ถึง 400 กรัม ขึ้นได้ไม่ยากครับ

สำหรับถ่าน GP 270mAH ชุดเก่าซึ่งรับใช้มาตั้งแต่รุ่นที่หนึ่งนั้น ผมก็เอามาใส่แทนถ่านเครื่องส่งของเครื่องบินรุ่นที่เจ็ด เพื่อเพิ่มกำลังส่งครับ
การพัฒนาเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่แปด
ผมเห็นคุณจ้อน upgrade ตัวเองจากนักเล่นเครื่องบินกระป๋องไปเล่นเครื่องบินไฟฟ้าวิทยุบังคับ โดยใช้แปลน Push E-cat จากนิตยสารออนไลน์ EzoneMag ก็เลยเกิดไอเดียว่าจะทำเครื่องบินกระป๋องแบบที่ให้มอเตอร์ใบพัดเป่าลมไปข้างหลัง และไม่ใช้เฟืองทดรอบ ดูว่าจะบินได้แบบ Push E-cat หรือไม่ ซึ่งหากสำเร็จจะเป็นประโยชน์แก่เพื่อน ๆ ที่สนใจจะสร้าง คือไม่ต้องทำเฟืองทดให้ยุ่งยาก และใบพัดก็ใช้ใบพัดเป่าออกแบบสามใบของศึกษาภัณฑ์ ราคา 3.50 บาท มาใช้ได้ ล้อก็ไม่ต้องมี เวลาเครื่องตก ก็ไม่พังง่าย ๆ เพราะมอเตอร์และใบพัดไม่กระแทกพื้น สร้างก็ง่าย ทำด้วยโฟมทั้งลำ ราคาถูก อุ๊ย ดีไปหมดเลย

ลำตัวเครื่อง push E-cat ฉบับกระป๋อง พร้อมแพนหางระดับ แพนหางดิ่งและหางเสือ

ด้านใต้ลำตัว ยังไม่ปิดใต้ท้อง เพราะต้องใส่อุปกรณ์วิทยุเสียก่อน คงต้องซื้อรถกระป๋องเพิ่มอีกคันหนึ่งกระมัง

สำหรับลำตัวรุ่นที่แปดนี้ ผมออกแบบให้ใช้กับปีกของรุ่นที่เจ็ดได้ จะได้ไม่ต้องทำปีกอีก
ส่วนลำตัวยกรับปีกสูงมาก เพราะต้องเผื่อไว้สำหรับวงหมุนใบพัดที่ต้องเป่าออกด้านหลังปีก จะได้ไม่ตีกับลำตัวท่อนหาง แพนหางระดับติดไว้ด้านบนลำตัว ต่างจากรุ่นอื่น ๆ ที่ติดไว้ใต้ลำตัว เพราะรุ่นนี้ไม่มีล้อ เวลาร่อนลงแพนหางระดับจะได้ไม่ไถไปกับพื้น
สำหรับแหล่งพลังงาน เนื่องจากรุ่นนี้ลำใหญ่พอ ๆ กับรุ่นที่ห้า และใช้ใบพัดขับตรงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางค่อนข้างเล็ก จึงคิดว่าจะใช้ถ่านชาร์จมือถือตกรุ่น จำนวน 4 ก้อน ก็น่าจะเพียงพอ ส่วนมอเตอร์ตอนแรกจะใช้มอเตอร์ติดรถกระป๋องมาลองก่อน เผื่อว่าถ้าบินขึ้นได้ดี จะได้แนะนำให้เพื่อน ๆ สร้างรุ่นนี้เพื่อความประหยัด ถ้ามอเตอร์ติดรถแรงไม่พอ คงต้องใช้มอเตอร์โม หรือมอเตอร์ Hyperdash2 ซึ่งบินขึ้นแหงอยู่แล้ว
ขอให้สนุกครับ
20 กรกฎาคม 2545
อวสานของเครื่องบินรุ่นที่ห้า ไมเนอร์แชนจ์
เช้านี้วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2545 ผมตื่นแต่เช้ามืด และนัดตากล้องจะไปถ่ายภาพเครื่องบินรุ่นที่ห้าและรุ่นที่เจ็ดที่ใช้ถ่านชาร์จมือถือตกรุ่น ที่สนามหน้าหมู่บ้าน
ผมบินเครื่องรุ่นที่เจ็ดให้ถ่ายภาพจนถ่านหมด แต่ดูแล้วท่าทางภาพที่ได้จะไม่ได้เรื่องเพราะตากล้องสับสนกับปุ่มต่าง ๆ บนกล้อง พอจะคัดเลือกมาโชว์ได้แค่สองภาพ ส่วนภาพที่เหลือสั่นไหวไปหมด

รุ่นที่เจ็ดเหินฟ้า

บินระดับต่ำ (ถ่านจะหมด แหะ แหะ)
พอถ่ายรุ่นที่เจ็ดเสร็จก็เอาเครื่องรุ่นที่ห้า ไมเนอร์แชนจ์ มาบินบ้าง คราวนี้ฝีมือตากล้องดีขึ้นหน่อย ผมก็พยายามบินให้เข้าใกล้ตากล้องมากที่สุดเพื่อให้ถ่ายภาพเห็นชัด ๆ

บินวนผ่านตากล้องรอบแรก

บินเข้าหาตากล้อง รอบที่สอง
และเมื่อผมบังคับเครื่องรุ่นที่ห้าบินเข้าหาตากล้องในรอบที่สามนั้น เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เป็นความผิดพลาดของผมเองที่บังคับเครื่องเข้าใกล้ตากล้องมากเกินไปจนพุ่งเข้าชนตากล้องอย่างจัง ผลเป็นยังไงหรือครับ
ตากล้องร้อง แว้กกก ดีที่กล้องไม่หลุดจากมือ และตากล้องไม่ได้รับบาดเจ็บอันใด ส่วนเครื่องรุ่นที่ห้านั้น พอชนตากล้องแล้วก็หัวปักลงพื้น ลำตัวหักกลางเลย


ลำตัวหักอย่างนี้ สุดที่จะเยียวยา
เป็นอันว่าเครื่องบินรุ่นที่ห้า ไมเนอร์แชนจ์ ก็กลายเป็นตำนานเหมือนรุ่นอื่น ๆ ที่ผ่านมา ดีแล้วครับ ผมจะได้ถอดวิทยุจากรุ่นที่ห้าไปใช้กับรุ่นที่แปดที่กำลังสร้างได้ โดยไม่ต้องซื้อรถกระป๋องใหม่อีกชุดหนึ่ง
ขอให้สนุกครับ
21 กรกฎาคม 2545