เครื่องบินรถกระป๋องของงูดินรุ่นที่แปด
เครื่องบินรุ่นที่แปด เป็นแบบ pusher เพื่อให้สะดวกในการหาใบพัด และง่ายไม่ต้องเซตเฟือง อีกทั้งยังทนทานเวลาตก มอเตอร์และใบพัดจะไม่เสียหายเพราะติดตั้งไว้สูง จึงไม่จำเป็นต้องมีขาล้อ รูปแบบจำลองมาจาก Push E-cat ของนิตยสารออนไลน์ EzoneMag ทำด้วยโฟมอัดทั้งลำ ไม่ต้องใช้ไม้บัลซ่า ปีกใช้ของรุ่นที่เจ็ด ซึ่งมีความยาว 30 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว พื้นที่ปีก 180 ตารางนิ้ว น้ำหนักพร้อมบินตั้งเป้าหมายไว้ไม่ให้เกิน 120 กรัม



น้ำหนักลำตัวและปีกชั่งแล้วได้ 30 กรัม
การบังคับควบคุม คิดไว้สองแนวทาง คือแนวทางแรก ควบคุมมอเตอร์และหางเสือเหมือนรุ่นเดิม ๆ หรือ แนวทางที่สอง มอเตอร์ต่อตรงกับถ่านโดยผ่านสวิตช์ และควบคุมแพนหางระดับ และหางเสือ เหมือนเครื่องบินบังคับทั่วไป
แนวทางที่สองนี้มีความเป็นไปได้มาก เพราะไม่ต้องกังวลว่ามอเตอร์หรือใบพัดจะกระแทกพื้นหากเกิดผิดพลาดขึ้น
วงจรวิทยุนำมาจากรถกระป๋องเบนซ์ตราเพชร ซึ่งถอดมาจากเครื่องบินรุ่นที่ห้าซึ่งกลายเป็นซากไปแล้ว
ถ่านชาร์จใช้จากถ่านโทรศัพท์มือถือตกรุ่น จำนวน 4 ก้อน แรงดัน 4.8 โวลต์ 750 mAH หนัก 40 กรัม ต่อคร่อมด้วยคาปาซิเตอร์ 1 ตัว เพื่อเพิ่มกระแส
มอเตอร์ ใช้มอเตอร์ติดรถกระป๋องดูก่อน หากแรงไม่พอ จะใช้มอเตอร์โมที่กินไฟประมาณ 2 ถึง 4 แอมป์ หรือมอเตอร์ Hyperdash2
21 กรกฎาคม 2545
ngoodinja@hotmail.comเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่แปด ประกอบเสร็จพร้อมบิน

พลังขับเคลื่อนใช้มอเตอร์ Hyperdash 2 ของทามิยา (ตอนแรกทดลองใช้มอเตอร์ติดรถกระป๋องปรากฏว่าแรงขับดันไม่พอ)
ใบพัดสามแฉกของศึกษาภัณฑ์
มอเตอร์จิ๋วบังคับหางเสือ ใช้มอเตอร์ที่ถอดออกมาจากเครื่องเล่น CD เป็นมอเตอร์ที่ขับเคลื่อนหัวอ่านเลเซอร์ น้ำหนักประมาณ 10 กรัม ฝังอยู่ภายในลำตัวโดยยื่นแกนออกมาติดกับคานไม้บัลซ่าแล้วโยงเส้นด้ายสองข้างไปดึงหางเสือ


การวางอุปกรณ์ภายในลำตัว ต้องติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ จากด้านใต้ลำตัว เนื่องจากลำตัวมีความสูง นอกจากมอเตอร์แล้ว อุปกรณ์อื่น ๆ พยายามติดตั้งด้านล่างของลำตัวเพื่อให้จุดศูนย์ถ่วงดี
เริ่มจากถ่านชาร์จ 4 ก้อน 750mAH อยู่ด้านหัวสุด ต่อมาเป็นสวิตช์ปิดเปิด วงจรภาครับ รีเลย์ มอเตอร์ใบพัดอยู่บนลำตัวใต้ชายหลังปีก และมอเตอร์จิ๋ว
สัดส่วน

กางปีก 30 นิ้ว ปีกกว้าง 6 นิ้ว ribs 2 อัน มุมยกปลายปีกถัดเข้ามาจากปลายปีกด้านละ 7 นิ้ว ยกปีกสูงข้างละ 3 นิ้ว
ความยาวลำตัว 22 นิ้ว กว้าง 1 นิ้วคงที่ตลอดหัวจรดหาง
ความสูงด้านหัว 1.5 นิ้ว ความยาวจากหัวถึงชายหน้าปีก 4 นิ้ว ความสูงจากด้านล่างลำตัวถึงชายหน้าปีก 4.3 นิ้ว ความยาวจากชายหน้าปีกถึงชายหลังปีก 6 นิ้ว ความสูงจากด้านล่างลำตัวถึงชายหลังปีก 4 นิ้ว ความยาวจากชายหลังปีกถึงปลายหาง 12 นิ้ว ความสูงของลำตัวช่วงหางตั้งแต่ชายหลังปีกถึงปลายหาง 1 นิ้ว คงที่ตลอด
แพนหางดิ่ง สูง 6 นิ้ว กว้าง 2.5 นิ้ว หางเสือ สูง 6 นิ้ว กว้าง 1.5 นิ้ว
แพนหางระดับยาว 13 นิ้ว กว้าง 4.5 นิ้ว

จุด CG อยู่บริเวณ 40 เปอร์เซ็นต์ จากชายหน้าปีก
น้ำหนักพร้อมบิน 140 กรัม (เกินกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้)
การควบคุม
ควบคุมมอเตอร์ และหางเสือ
ผลการบิน
เดิมใช้มอเตอร์ติดรถกระป๋อง ปรากฏว่ากำลังไม่พอ บินไม่ขึ้น จึงเปลี่ยนมาใช้ Hyperdash2 เจ้าเก่า กับถ่าน 4 ก้อน บินได้ดีมาก และมีเสถียรภาพมากกว่าเครื่องบินรุ่นที่เจ็ดมาก เนื่องจากขยายแพนหางระดับให้มีพื้นที่มากขึ้น และยืดความยาวลำตัวช่วงหางออกไปอีก 2 นิ้ว
เครื่องรุ่นนี้มีลำตัวใหญ่และสูงกว่ารุ่นก่อน ๆ ทำให้มีแรงต้านอากาศมาก นอกจากนี้ใบพัดขับดันซึ่งเป็นแบบสามใบ เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5 นิ้ว ต่อตรงกับมอเตอร์ไม่มีเฟือง แม้จะหมุนด้วยรอบสูงมากแต่ยังให้แรงขับดันน้อยกว่าใบพัดใหญ่ ๆ จึงบินไปได้ช้า ๆ แม้จะใช้ปีกของรุ่นที่เจ็ด แต่ความเร็วกลับช้ากว่ารุ่นที่ห้าเสียอีก รูปแบบการบินออกไปทางเครื่องร่อนเสียมากกว่า จึงบินได้ง่ายมาก
เครื่องบินรุ่นนี้ไม่มีล้อเวลาลงจอดต้องหาสนามหญ้าลงจอด หรือไม่ก็บังคับให้บินเข้าหาตัวแล้วใช้มือรับ ซึ่งสามารถทำได้ง่ายมากและไม่มีอันตรายอะไร เพราะใบพัดอยู่ข้างหลัง
แต่ถ้าพูดถึงความคล่องแคล่ว อัตราเร็วในการไต่ระดับ เทียบรุ่นที่เจ็ดไม่ได้เลย ทั้งที่รุ่นที่เจ็ดใช้ถ่านเพียง 3 ก้อนเท่านั้น
สรุปข้อดีของรุ่นที่แปด คือ บินง่าย บินช้า ใบพัดหาง่าย ไม่ต้องปวดหัวกับการทำใบพัด ทำเฟือง และเซตรอบเฟือง รูปร่างสวยงาม ทำด้วยโฟมอัดทั้งลำจึงราคาถูกมาก (โฟมอัด 1 แผ่น ทำได้ สองลำ) การติดตั้งอุปกรณ์ภายในลำตัวทำยากกว่ารุ่นอื่น ๆ เพราะลำตัวมีความสูงและแคบ แต่ถ้าขยายลำตัวให้หนากว่านี้ก็จะเกิดแรงต้านอากาศมากขึ้นอีก ใบพัดอยู่ด้านหลังทำให้ปลอดภัยมาก และเป็นแบบ push คือผลักอากาศออกไปด้านหลัง จึงหลุดยากเพราะอากาศจะดันให้ใบพัดติดกับแกนมอเตอร์ตลอดเวลา เครื่องบินลักษณะนี้จึงเหมาะมากแก่ผู้ที่เริ่มเล่น แม้ว่าส่วนลำตัวจะซับซ้อนกว่ารุ่นอื่น ๆ เพราะต้องทำแท่นรับมอเตอร์ภายในลำตัวด้วย แต่เพื่อน ๆ ที่สนใจคงสามารถทำได้ไม่ยากนัก
ถ้ามีเวลาผมจะถ่ายรูปขณะบิน และถอดแบบแปลนคร่าว ๆ ให้ด้วยครับ
22 กรกฎาคม 2545
ngoodinja@hotmail.comทดลองเปลี่ยนใช้มอเตอร์รุ่นต่าง ๆ
จากการทดลองบินเครื่องบินรุ่นที่แปดประมาณสิบกว่าไฟลต์ พบว่า การใช้มอเตอร์ขับใบพัดโดยตรงนั้น กินแรงมอเตอร์มากกว่าการใช้เฟืองทดมาก ทำให้มอเตอร์ทำงานหนัก ประกอบกับลักษณะการติดตั้งมอเตอร์ภายในลำตัวทำให้การระบายอากาศไม่ดี เมื่อบินไปได้เพียงประมาณ 5 นาที ลองจับมอเตอร์ดูพบว่ามีความร้อนสูงมาก จึงสร้างช่องดูดอากาศติดเข้าที่ด้านข้างลำตัวทั้งสองข้าง เป็น scoop ดักลมเข้าไปเป่าระบายความร้อนเหมือนรถติดเทอร์โบทั้งหลายแต่ก็ช่วยอะไรได้ไม่มากนัก

จากการติดตั้งมอเตอร์ โดยไม่มีเฟืองทดรอบ ทำให้สามารถถอดสลับเปลี่ยนมอเตอร์และใบพัดได้ง่ายมาก จึงลองเอามอเตอร์โมสองสามตัวที่เก็บไว้มาเปลี่ยนแทน Hyperdash2 เพื่อดูว่าจะมีกำลังต่างกันอย่างไร

จากภาพ มอเตอร์สีดำ คือมอเตอร์ขนาด idle current 2 amp ให้กำลังขับน้อยกว่า hyperdash2 เล็กน้อย พอใช้บินได้ กินกระแสไม่มากนัก
มอเตอร์ตัวเล็กทางซ้าย เป็นมอเตอร์ทำเลียนแบบ plasma dash ของทามิยา ราคา 100 บาท คนขายบอกว่าแรงกว่าของแท้ จึงลองซื้อมา ปรากฏว่า เรี่ยวแรงก็น้อย แทบจะบินไม่ขึ้น ความร้อนก็สูง กินกระแสมหาศาล บินเสร็จถ่านร้อนจี๋ แถมน้ำหนักมากอีกต่างหาก สรุปว่า ไม่ได้เรื่อง
มอเตอร์ตัวใหญ่ คือมอเตอร์ติดรถใหญ่ (รถกระป๋องขนาด 1/16) ราคา 90 บาท เป็นมอเตอร์ขนาด 260 แรงขับสูงมากพอ ๆ กับ hyperdash2 น้ำหนักมากกว่านิดหน่อย แต่ที่แย่มาก ๆ ก็คือ brush ไม่ทนเอาเสียเลย ทดลองบินเพียง 5 นาที brush ซึ่งทำด้วยโลหะเป็นฟันส้อม ก็หลอมละลายเสียแล้ว แต่รู้สึกว่าจะมีอะไหล่ เป็น carbon brush ให้เปลี่ยนได้ ชุดละ 30 บาท
สรุปแล้วยังหามอเตอร์โมที่สู้ hyperdash2 ตัวเก่าไม่ได้สักตัว ขนาดสึกหรอไปเยอะแล้วนะเนี่ย
ขอให้สนุกครับ
22 กรกฎาคม 2545
ngoodinja@hotmail.comปรับเปลี่ยนเป็นมอเตอร์ติดเฟือง และใบพัด 5 นิ้ว
ผมยังไม่พอใจในสมรรถนะของมอเตอร์ขับใบพัดโดยตรง เพราะกินแรงมอเตอร์มาก ในขณะที่ให้แรงขับดันน้อย ประสิทธิภาพต่ำ ทำให้มอเตอร์ร้อนเร็ว ประกอบกับคุณจ้อนและคุณ eModeler เคยแนะนำว่าในมอเตอร์เล็ก ๆ ควรใช้เฟืองขับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ผมจึงนำมอเตอร์โมขนาด 2 แอมป์ที่ใช้กับเครื่องบินรุ่นที่หนึ่ง มาติดเฟืองทดขนาด 38 ต่อ 8 แล้วทำใบพัดขนาด 5 นิ้วด้วยไม้บัลซ่า ซึ่งเป็นใบพัดใหญ่ที่สุดที่ใช้ได้โดยไม่ติดลำตัวท่อนหาง

ปรากฏว่า ได้แรงขับดันสูงกว่าเดิมมากมาย กินไฟน้อยลง ทำให้มอเตอร์ไม่ร้อน และเล่นได้นานขึ้นอีก อัตราการไต่ระดับดีมาก เทียบแล้วดีกว่าใช้มอเตอร์ขับใบพัดตรงอย่างมาก

มอเตอร์ เฟือง และใบพัดไม้บัลซ่าขนาด 5 นิ้ว สังเกตว่าปลายใบยาวไปเกือบโดนลำตัวทีเดียว แต่ช่วยให้เครื่องรุ่นที่แปดบินได้อย่างมีพลัง ไต่ระดับได้สูง และประหยัดไฟมาก
ขอให้สนุกครับ
25 กรกฎาคม 2545
ngoodinja@hotmail.comภาพเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่แปดขณะบิน
ถ่ายตอนเช้าตรู่ วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม 2545 เวลา 6.15 นาฬิกา ที่สวนในหมู่บ้าน เครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่แปด ติดมอเตอร์โมขนาด 2 แอมป์ เฟืองทดรอบ ถ่าน 4 ก้อน และใบพัดไม้บัลซ่า ขนาด 5x4 นิ้ว

เหินบินรับอากาศยามเช้า

บินในแนวระดับ

หาที่ร่อนลงบนหญ้านุ่ม ๆ
เครื่องบินรุ่นที่แปดนี้ มีความคงทนมาก จากการทดสอบการบินขณะนี้ประมาณ 30 ไฟลต์ มีทั้งชนต้นไม้จัง ๆ ปีกไปเฉี่ยวยอดไม้ ทำให้หัวปักลงดินดังปึ้กกก หัวก็เลยย่นนิดหน่อย ดึง ๆ แล้วก็บินต่อได้ทันที ใบพัดไม้บัลซ่าไม่เคยหัก ไม่ว่าจะตกแรงขนาดไหน เรียกว่าชนแหลกได้ทุกอย่างครับ

สองศรีพี่น้อง เครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่เจ็ด และเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่แปด

ใบพัดที่ใช้กับเครื่องบินกระป๋องรุ่นที่เจ็ดขณะนี้คือใบพัดไม้บัลซ่าขนาด 7x4 นิ้ว บินได้ดีสุดยอด แถมบินได้นานอีกต่างหาก
ขอให้สนุกครับ
29 กรกฎาคม 2545
ngoodinja@hotmail.comการติดตั้งมอเตอร์และใบพัดแบบผลักออกด้านหลัง (pusher)
การติดตั้งมอเตอร์ของรุ่นที่แปดซึ่งติดอยู่ภายในลำตัวใต้ชายหลังปีกนั้น ติดตั้งอยู่บนฐานโฟมซึ่งรองรับอยู่ภายในลำตัว ให้มอเตอร์มีมุมเงยขึ้นเล็กน้อย โดยใช้ชิ้นไม้บัลซ่าเล็ก ๆ หนา 1 มิลลิเมตร ติดกาวรองใต้ด้านหน้ามอเตอร์ และใช้เทปกาวสองหน้าติดใต้มอเตอร์แล้วแปะลงบนฐานโฟมอีกทีหนึ่ง ส่วนด้านบนของมอเตอร์ก็ใช้สก๊อตเทปคาดมอเตอร์ให้กดติดกับลำตัว

การขับใบพัดแบบ pusher จะต้องสลับขั้วมอเตอร์ให้ตรงกันข้ามกับการต่อมอเตอร์แบบใบพัดอยูด้านหน้า เพื่อให้มอเตอร์หมุนสลับทิศทาง ส่วนใบพัดที่ใช้นั้น ผมใช้ใบพัดแบบเดียวกับที่ใช้ปกติ เพียงสลับด้านใบพัดที่ติดกับแกนมอเตอร์โดยเอาด้านบนใบพัดติดกับแกนมอเตอร์ ทำให้ด้านใต้ใบพัดหันออกไปทางหางเครื่องบิน
แปลนเครื่องบินรถกระป๋องของงูดินรุ่นที่แปด
ผมลองเขียนแปลนคร่าว ๆ ให้เพื่อน ๆ ที่สนใจอาจทดลองสร้างดูนะครับ มีเฉพาะแปลนลำตัว และหาง ส่วนปีกนั้น คือปีกของรุ่นที่เจ็ดแบบความยาวปีก 30 นิ้ว ครับ

สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากลองสร้างก็วัดขนาดโฟมตามแบบแปลนได้เลยครับ
ขอให้สนุกครับ
31 กรกฎาคม 2545
ngoodinja@hotmail.comภาพถ่ายการบินของเครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่เจ็ดและรุ่นที่แปด เพิ่มเติม
เช้าวันที่ 3 สิงหาคม 2545 เวลา 7 นาฬิกา ผมนัดตากล้องคนเดิมไปถ่ายภาพเครื่องบินรุ่นที่เจ็ดและรุ่นที่แปดเพิ่มเติมครับ ได้รูปดี ๆ มาเยอะเหมือนกัน

เครื่องบินรุ่นที่เจ็ด ปีก 30 นิ้ว บินอยู่ใกล้คลองรังสิต คลองสี่

เครื่องบินรถกระป๋องรุ่นที่เจ็ด คราวนี้ติดปีกสปอร์ต 24 นิ้ว ครับ

บินสูงขึ้นเรื่อย ๆ


บินผ่านแสงเงินแสงทองยามอรุณรุ่ง จะเห็นว่าพื้นยังเฉอะแฉะ เพราะเมื่อคืนฝนตกหนัก

รุ่นที่เจ็ดปีก 24 นิ้ว นี้ บินได้คล่องแคล่วมาก

บินได้สูงสุดประมาณเนี้ยแหละครับ เทียบได้กับตึกสักห้าชั้น ใช้เวลาบินประมาณ 6 นาที

มาดูรุ่นที่แปดมั่ง รูปนี้บินระดับสายตาของตากล้องพอดี

บินได้ไม่ค่อยดีเท่าไรวันนี้ หัวเบาไปหน่อย จอดก่อนดีกว่า
ขอให้สนุกครับ
3 สิงหาคม 2545
ngoodinja@hotmail.comอวสานของเครื่องบินรุ่นที่แปด
เครื่องบินรุ่นที่แปดนี้มีจุดจบที่แหวกแนวกว่ารุ่นอื่น ๆ ครับ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2545 เวลา 11 นาฬิกา ครับ ผมนำเครื่องรุ่นที่แปดออกไปบินเพราะเห็นว่าวันนี้ท้องฟ้าครึ้ม ๆ แดดไม่ร้อน มีลมพัดค่อนข้างแรง แต่ผมมั่นใจในฝีมือการบังคับเครื่องบินกระป๋องของตนเอง และเห็นว่ารุ่นที่แปดนี้บังคับง่ายอยู่แล้ว และว่าจะถ่ายรูปเพิ่มอีก ก็เลยนัดตากล้องไปถ่ายรูปด้วยครับ

พอบินเข้าจริง ๆ ปรากฏว่าลมแรงมากครับ พอบินขึ้นไปได้สูงหน่อย ก็มีลมบนหอบเครื่องไปไกลแต่ยังพอควบคุมได้ ผมพยายามบังคับเครื่องกลับมาหาตัว แต่ในที่สุดก็สู้แรงลมไม่ไหว ลมพาเครื่องบินไปทางคลองรังสิต และเครื่องบินก็ลดระดับลงเรื่อย ๆ เพราะใบพัดสะดุด เป็นระยะเนื่องจากเริ่มพ้นรัศมีวิทยุ

ผลเหรอครับ ตกน้ำป๋อมแป๋ม กลายเป็นเครื่องบินน้ำไปแล้ว แต่ไม่จมนะครับ ลอยเท้งเต้งอยู่กลางคลอง ต้องขอให้ชาวบ้านแถวนั้นว่ายน้ำไปเอามาให้น่ะครับ

นี่ละครับ เครื่องบินน้ำของแท้ ตอนเอาขึ้นมานั้นมอเตอร์ใบพัดหมุนได้เองอีกตะหากโดยไม่ต้องกดรีโมท สงสัยวงจรภาครับจะเจ๊งซะแล้ว

ถ่านและวงจรเปียกน้ำทั้งหมด เอาไปตากแห้งแล้วมาลองใช้ปรากฏว่าวงจรยังใช้ได้ แต่ระยะบังคับเหลือสั้นมาก ต้องจ่อรีโมทกับสายอากาศภาครับถึงจะบังคับได้ ลองจูนคอยล์ใหม่แล้วก็ไม่ได้ผล หวั่นใจว่าต้องซื้อใหม่แล้ว คิดอีกทีอาจเป็นเพราะมีความชื้นหลงเหลืออยู่ จึงลองเอาสเปรย์ไล่ความชื้นยี่ห้อ โซแนกซ์ ฉีดจนทั่วแผง แล้วเอาผ้าเช็ดออก ลองกดรีโมทดูใหม่ อะฮ้า ระยะบังคับได้ไกลเหมือนเดิมแล้ว โล่งใจยังใช้ต่อได้
สำหรับตัวถังเครื่องบินรุ่นที่แปด และปีก เอาไปตากแห้งแล้วติดสก๊อตเทปใหม่ ก็ใช้ได้เหมือนเดิม นี่คือข้อดีของการสร้างด้วยโฟมทั้งลำครับ ตกน้ำไม่ไหล (แต่ถ้าโดนไฟละก็ไหม้เป็นจุล) แต่ผมจะไม่เอาวงจรใส่กลับไปหรอกครับ คิดว่าจะเอาเครื่องรุ่นที่แปดขึ้นคานไว้ก่อน เพราะตอนนี้มีโปรเจ็คจะทำรุ่นที่เก้า ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ P-40 ของอเมริกาสมัยสงครามโลกครั้งที่สองครับ อยากจะลองดูว่า เครื่องบินกระป๋องจะทำเป็นแบบกึ่งสเกลเครื่องบินรบปีกล่างจะบินได้ไหม ดูภาพตัวอย่างของรุ่นที่เก้าได้เลยครับ สำหรับวิธีการสร้างผมแยกเป็นบทความต่างหากครับ

ขอให้สนุกครับ
4 สิงหาคม 2545
ngoodinja@hotmail.com