เฮลิคอปเตอร์ไฟฟ้า Walkera 4 แชนแนล

ช่วงหลังนี้ เฮลิคอปเตอร์ไฟฟ้าราคาถูกลงมากครับ มีของจากจีนแดงเข้ามาราคาไม่แพง โดยเฉพาะยี่ห้อ walkera ซึ่งมีหลายแบบ ทั้งแบบ 2 แชนแนล ราคา 3000-4000 บาท 4 แชนแนล ราคา 4000-5500 บาท และ 6 แชนแนล ราคา 7000-8000 บาท ขึ้นอยู่กับสถานที่ซื้อและช่วงเวลาว่ามีของมากหรือน้อย
เท่าที่ผมศึกษาข้อมูลจากในเนต และลองไปดูของจริงตามที่ต่าง ๆ เปรียบเทียบราคาแล้ว เห็นว่า walkera รุ่น 4 แชนแนล มีความทนทาน เล่นไม่ยากจนเกินไป และประสิทธิภาพสมราคาที่สุด ผมจึงตั้งใจจะซื้อมาลองเล่นดู พอดีไปเดินซื้อของแถวตลาดพระรูปที่รังสิตคลองสอง มีร้านขายอุปกรณ์รถ เรือ ไฟฟ้า บังคับวิทยุ เห็นมี walkera 4 แชนแนล คลื่น 72.81 วางขายอยู่ 1 กล่อง ก็เลยลองไปถามราคาดู คนขายบอกราคา 4500 บาท ซึ่งเป็นราคามาตรฐานที่ขายทั่วไป แต่ผมก็พยายามพูดคุยต่อราคาในที่สุดลงตัวที่ 4000 บาท ถ้วน นับว่าถูกมาก ก็เลยซื้อมาลองเล่นดูครับ

ลักษณะของเครื่อง walkera ที่ผมซื้อ เป็นแบบ 4 แชนแนล fixed pitch คือไม่สามารถปรับมุมบิดของใบพัดหลักได้ หากจะเพิ่มแรงยกก็ต้องเร่งเครื่องเบาเครื่องเอา ส่วนใบพัดหางใช้มอเตอร์ตัวเล็กทดเฟืองขับใบพัดซึ่งเป็นแบบ fixed pitch เช่นกัน ถ้าต้องการจะหันหัวเครื่องไปทางซ้ายขวา มอเตอร์ใบพัดหางก็จะเร่งและเบาตามที่เราโยกสติ๊กซ้ายขวา ส่วนการบังคับเอียงลำตัว ไปทางข้างหน้าข้างหลัง จะมีเซอร์โวบังคับแกนใบพัดหลักให้โยกเอียงไปข้างหน้าข้างหลัง ทำให้เครื่องเดินหน้าถอยหลังได้ และถ้าต้องการเอียงลำตัวไปทางซ้ายทางขวา ก็จะมีเซอร์โวอีกตัวหนึ่งบังคับแกนใบพัดหลักไปทางซ้ายทางขวาเช่นกัน รวมแล้วเป็น 4 แชนแนล คือ เร่งเครื่องเบาเครื่องเพื่อบินสูงขึ้นหรือต่ำลง เอียงซ้ายเอียงขวา หันซ้ายหันขวา และเดินหน้าถอยหลัง
สำหรับวิทยุบังคับที่แถมมาด้วย ภาคส่งรูปร่างคล้าย ๆ ss4 แต่เล็กกว่า มีไฟ led แสดงสถานะของแบตเตอรี่ เป็นแถบเรียงลำดับสีแดงเหลืองเขียว ถ้าแถบขึ้นเต็มเป็นสีเขียวแสดงว่าไฟเต็ม ถ้าลดลงเป็นสีเหลือง ไฟปานกลาง ถ้าเป็นสีแดงขีดต่ำสุด ไฟอ่อน สตี๊กมีสองข้าง สติ๊กข้างซ้ายเร่งเครื่องเบาเครื่อง และหันซ้ายขวา สตี๊กข้างขวาเดินหน้าถอยหลังและเอียงซ้ายขวา นอกจากนี้ยังมีสวิตช์โยกอีกสองตัวอยู่มุมบนซึ่งไม่มีผลในการบังคับ ด้านหลังมีจุดต่อสาย trainer เอาไว้ต่อเล่นแผ่นโปรแกรมฝึกบิน trueflight ที่แถมมาในกล่องด้วย พร้อมสายต่อ

วิทยุภาครับ เป็นแบบหน่วยเดียวมีทั้งภาครับ mixer รวมทั้ง speed control และมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีมากครับ กล่าวคือ
ในชุดจะมีอแดปเตอร์ขนาด 12 โวลต์ 300ma มาสำหรับเสียบชาร์จถ่านด้วย ซึ่งขั้วเสียบใช้ได้ทั้งถ่านชาร์จในตัวเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งใช้ถ่าน NiMH 650mAH 7 ก้อน ใช้เวลาชาร์จ 2 ชั่วโมง เล่นได้นาน 5-10 นาที และถ่านของรีโมท ซึ่งใช้แบบ AA 8 ก้อน ถ้าจะชาร์จถ่านของรีโมท ต้องถอดขั้วเสียบถอดลังถ่านออกมาชาร์จ หรือจะใช้เสียบชาร์จที่แจ๊คตัวเมียด้านหลังรีโมทเลยก็ได้ แต่ขั้วเสียบจะเป็นคนละแบบกับขั้วอแดปเตอร์ที่แถมมาให้
สำหรับมอเตอร์ขับใบพัดหลักเป็นมอเตอร์ขนาด 370 ตัวไม่ใหญ่ เซอร์โวเป็นไมโครเซอร์โวตัวเล็ก 2 ตัว สำหรับเซอร์โวรู้สึกว่าคุณภาพไม่ค่อยดีนัก มีตัวหนึ่งส่งเสียงกรอกแกรกเกือบตลอดเวลา เป็นเพราะการออกแบบและประกอบไม่ดี ทำให้เฟืองในเซอร์โวขบกันไม่สนิท มีเพื่อน ๆ ในเวปหลายคนเปลี่ยนเซอร์โวเป็นของ hitec hs-55 จะใช้การได้ดีขึ้น ทั้งกินไฟน้อยลงด้วย

โครงสร้างลำตัวเป็นแท่งคาร์บอนไฟเบอร์และพลาสติกสีดำ ชิ้นส่วนทุกชิ้นเป็นแบบเสียบล็อกสามารถถอดออกได้หรือแยกส่วนออกได้เมื่อกระแทกพื้น เป็นระบบ knock down ทำให้ไม่เกิดความเสียหายเวลาเครื่องตกและยังถอดเปลี่ยนอะไหล่ได้ง่าย ที่ต้องระวังให้ดีคือตรงแกนโรเตอร์จะมีแท่งลวดเล็กจิ๋ว สีเงินเสียบเอาไว้ เล่นไปนาน ๆ มักจะหลุดหลวมยื่นออกมา ถ้าไม่ดูให้ดีอาจหลุดหายไปได้
การเตรียมพร้อมก่อนเริ่มบิน
มีเพื่อนบางคนแนะนำว่า เพื่อให้บินได้ง่ายขึ้น ควรเปลี่ยนช่องที่เสียบแกนบังคับใบพัดหลัก จากเดิมเสียบอยู่ที่รูด้านปลายสุดของแขนเซอร์โว ย้ายมาเสียบที่รูบริเวณกลางแขนเซอร์โวแทน เพื่อมิให้โรเตอร์ใบพัดเอียงมากเกินไป
สำหรับการเซต CG ปกติจะใช้วิธีการเลื่อนถ่านชาร์จที่จัดวางไว้เหนือขาสกีไปข้างหน้าข้างหลัง โดยใช้มือจับที่ด้านบนตรงแกนโรเตอร์ใบพัดหลัก แล้วยกเฮลิคอปเตอร์ให้ลอยขึ้น เลื่อนถ่านจนลำตัวขนานกับพื้น ซึ่งปกติจะต้องเลื่อนถ่านไปด้านหน้าจนสุดขาสกี จึงจะได้ CG พอดี

จากนั้นก็ตรวจสอบใบพัดหลัก ต้องกางใบพัดออกจนเป็นแนวเส้นตรงเดียวกัน ตรงนี้สำคัญมากครับ เพราะหากกางออกมาไม่ตรง จะทำให้ใบพัดแกว่งเครื่องจะสั่นเป็นเจ้าเข้า เมื่อกางใบพัดออกตรงดีแล้วก็ใช้ไขควงหัวแฉกขันสกรูที่ยึดใบพัดให้แน่น
ต่อไปก็ตรวจสอบ paddle คือใบพัดเล็กที่อยู่บนโรเตอร์เดียวกับใบพัดหลัก paddle นี้เปรียบเหมือน แอร์ล่อนของเครื่องบิน ช่วยในการเอียงตัว ให้ดูว่า paddle ทั้งสองข้างอยู่ในแนวเดียวกัน คือขนานกับพื้นราบและไม่บิดไปคนละทาง
ถัดไปก็เปิดรีโมท เสียบถ่านชาร์จเข้ากับภาครับของเฮลิคอปเตอร์ โยกสติ๊กคันเร่งลงต่ำสุดจะได้ยินเสียงเซอร์โวขยับเล็กน้อย ลองโยกสติ๊กด้านขวาดูเพื่อตรวจสอบว่าเซอร์โวทั้งสองตัวทำงานได้ดี คือจะดึงโรเตอร์และ paddle ให้ขยับขึ้นลงได้
ค่อย ๆ โยกสติ๊กคันเร่งด้านซ้ายขึ้นช้า ๆ ใบพัดหลักจะหมุน พร้อม ๆ กับใบพัดหาง ลองโยกสติ๊กซ้ายไปทางซ้ายและขวา เฮลิคอปเตอร์จะหันหน้าไปมาตามสติ๊กที่โยก

เมื่อทดสอบพร้อมแล้วก็ลองบินเลยครับ ผมเองก็ไม่เคยบินเฮลิคอปเตอร์มาก่อน ตามคู่มือเขาว่าให้ค่อย ๆ เร่งเครื่องจนเครื่องเฮลิคอปเตอร์ลอยเรี่ย ๆ ไถลไปกับพื้น ปกติแล้วจะไถลไปทางซ้ายเนื่องจากแรงบิดของใบพัด ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ค้างสติ๊กคันเร่งไว้แค่นั้น แล้วฝึกโยกสติ๊กบังคับให้เฮลิคอปเตอร์ เดิน ไถลไปตามที่เราต้องการ พอคล่องแล้วก็เร่งเครื่องจนเฮลิคอปเตอร์ลอยขึ้นไม่เกิน 1 เมตร แล้วฝึกบังคับจนคล่องอีก สุดท้ายก็เร่งเครื่องจนเฮลิคอปเตอร์ลอยขึ้นไปประมาณ 3 เมตร แล้วฝึกบังคับจนกว่าจะคล่อง
นั่นก็เป็นวิธีฝึกตามคู่มือที่ให้มากับเครื่องนะครับ สำหรับผมเหรอครับ แค่บังคับให้เฮลิคอปเตอร์ เดิน ยังไม่คล่องเลย แต่ด้วยความใจร้อน ก็บังคับสูงขึ้นมั่ง เป็นเหตุให้ชนตู้ชนเตียง ชนโน่นชนนี่ หรือหล่นตุ๊บหลายตุ๊บ แต่ก็ยังไม่เกิดความเสียหายอะไรนอกจากข้อต่อขาสกีด้านหน้าขวาแตก ก็เพียงแต่เอาด้ายพันแล้วเอากาวช้างหยอด ก็แข็งแรงดีเหมือนเดิม
ขอให้สนุกครับ
17 มีนาคม 2548
การปรับแต่ง Walkera ของงูดิน
เฮลิคอปเตอร์ walkera แม้จะราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับเฮลิคอปเตอร์ไฟฟ้ายี่ห้ออื่น ๆ แต่คุณภาพของอุปกรณ์บางอย่างก็ด้อยลงไปด้วย เมื่อใช้ไปสักพักก็จะเสื่อมสภาพและต้องดัดแปลงปรับปรุงเพื่อให้บินได้ดียิ่งขึ้น สำหรับ Walkera ของผมนั้นหลังจากซื้อมาและทดลองบินเล่นประมาณ 2 สัปดาห์ ประมาณ 20 เที่ยวบิน ก็ต้องมีการซ่อมแซมส่วนที่เสียหายเพราะบินชนโน่นชนนี่ หรือเปลี่ยนอุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพให้บินได้ดีเหมือนเดิมหรือดียิ่งกว่าเดิม ซึ่งผมได้ปรับปรุงส่วนต่าง ๆ ดังนี้
1.เซอร์โวทั้งสองตัว คืออุปกรณ์ที่เสียหายเสื่อมสภาพเป็นอันดับแรกครับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นคือ เฟืองรูด เริ่มแรกจะส่งเสียงกรอกแกรก ก่อน จากนั้น ก็หมุนฟรีจนใช้การไม่ได้ สาเหตุมีสองประการ คือคุณภาพของเซอร์โวต่ำกว่ามาตรฐานประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งคือ เมื่อเริ่มเล่นใหม่ ๆ ผู้เล่นทำเครื่องตกบ่อยมาก ของผมนั้นตกเกือบทุกไฟลต์ บางครั้งก็ตีลังกาเอาโรเตอร์กระแทกพื้น ซึ่งส่งผลถึงก้านเซอร์โวและเฟืองโดยตรง การที่เครื่องตกบ่อย ๆ ทำให้เซอร์โวอายุสั้นลงกว่าปกติอย่างมาก บินไปได้ประมาณ 10 เที่ยวบิน ก็ต้องเปลี่ยน สังเกตจากเซอร์โวจะมีเสียงรบกวนมากขึ้นเรื่อย ๆ และจะร้อน หากมีอาการดังว่าก็เปลี่ยนได้เลย เซอร์โวที่ขนาดพอดีที่จะเปลี่ยนได้คือ hitec hs-55 แต่ของผมใช้ของ Art-tech ตัวเล็กสุด ราคา 350-500 บาท ขนาดจะเล็กกว่าน้ำหนักเบากว่าเซอร์โวที่ติดมากับเครื่อง แต่ก็มีแรงดึงเพียงพอสามารถใช้ได้ ราคาถูก น้ำหนักเบาทำให้บินได้ดีขึ้นกว่าเดิมด้วย บังคับให้ลอยตัวได้นิ่งกว่าเดิม

2.ส่วนต่อไปที่ผมต้องซ่อมแซม คือขาสกีทั้งสองข้าง จากการบินตกกระแทกพื้นโดยเอาขาสกีลงบ่อย ๆ ทำให้ข้อต่อขาสกีด้านหน้าแตกทั้งสองข้าง เดิมผมใช้กาวช้างติดให้เหมือนเดิมแล้วเอาด้ายพันไว้แต่ก็ไม่คงทน พอตกอีกก็แตกอีก ติดกาวเสียหลายรอบ ในที่สุดก็จัดการใหม่ โดยติดกาวช้างแล้วเคลือบด้วยกาวอีป๊อกซี่ จากนั้นก็เอาแหวนยางที่รองเซอร์โวมาทำเป็นปลอกหุ้มอีกชั้นหนึ่งเพื่อเสริมความแข็งแรงตรงรอยต่อ คราวนี้แข็งแรงแน่นหนาไม่มีแตกอีกเลย หรืออาจจะใช้ท่อหดหุ้มตรงรอยต่อก็น่าจะแข็งแรงพอ ๆ กันครับ


4.ความเสียหายต่อไป คือใบพัดหางครับ มีอยู่ครั้งหนึ่งเครื่องตกหางฟาดพื้นใบพัดหักเป็นสองท่อน ผมซ่อมแซมโดยใช้กาวตราช้างติดเอาดื้อ ๆ ครับ และขลิบปลายใบพัดออกข้างละ ครึ่งเซนติเมตร ทำให้ใบพัดเล็กลงจึงปลอดภัยจากการกระแทกมากขึ้น และยังคงบินได้ดีครับ สำหรับใบพัดนี้ ถ้าซื้อใหม่ใบละ 100-250 บาท ทีเดียวครับ แพงจัด

5.อันดับสุดท้ายคือมอเตอร์หางครับ มอเตอร์หางนี้เป็นแบบ N30 หลังจากบินได้ 20 ไฟลต์ มอเตอร์หางก็เป็นอันเสียหายไหม้ไป เป็นเพราะมอเตอร์หางทำงานหนักมากครับ สังเกตดูแค่บินไปได้สักนาที จับมอเตอร์ดูจะร้อนจัดมากแทบจับไม่ได้ ทำให้อายุการใช้งานสั้นลง เดิมผมคิดว่าเป็นเพราะบรัชหมดเท่านั้น ก็เลยเปลี่ยนเอาท้ายมอเตอร์ N20 มาใส่แทน แต่ก็ใช้ได้แป๊บเดียวมอเตอร์ก็ไหม้ คือขดลวดร้อนจัดจนเสียหาย ก่อนที่มอเตอร์จะเสียนั้น มันมีอาการบอกครับ คือมีอาการร้อนจัด เร่งไม่ขึ้น เร่งบ้างเบาบ้างเอาแน่ไม่ได้ ทำให้หางแกว่งไป ๆ มา ๆ บังคับยาก ใช้ไปสักพักมอเตอร์ก็จะหยุดหมุนใช้การไม่ได้อีก สำหรับมอเตอร์หางนี้แพงมากครับ ตัวละ 200-280 บาท ความจริงราคาที่สมเหตุสมผลควรอยู่ที่ 60-90 บาท เพราะมอเตอร์ N20 ก็มีราคาแค่ 30-60 บาทเท่านั้น แต่ผมยังหามอเตอร์อื่นทดแทนไม่ได้ ก็เลยต้องกัดฟันซื้อมาเปลี่ยน สำหรับมอเตอร์หางนี้เป็นสาเหตุสำคัญของสัญญาณรบกวนวิทยุครับ สังเกตจากเวลาเร่งเครื่อง แขนเซอร์โวทั้งสองตัวจะขยับไปขยับมา ยิ่งเร่งเครื่องขึ้นมากเซอร์โวก็จะขยับมากทำให้เครื่องตกได้ง่าย ๆ โดยจะมีอาการบินเอียงม้วนไปทางขวาเวลาเร่งเครื่อง และไม่สามารถควบคุมได้ สาเหตุมาจากคาปาซิเตอร์ที่ติดกับขั้วมอเตอร์หางมีแค่ตัวเดียว คือคร่อมขั้วบวกลบแล้วโยงขาจะขั้วลบลงตัวถังมอเตอร์ ซึ่งไม่เพียงพอจะป้องกันสัญญาณรบกวนจากประกายไฟที่เกิดจากบรัชของมอเตอร์ได้ ทางแก้ที่ได้ผลคือเพิ่มคาปาซิเตอร์ เบอร์ 104 อีกตัวหนึ่งต่อระหว่างขั้วบวกกับตัวถังมอเตอร์ หรือจะให้ดี ติดคาปาซิเตอร์สามตัวแบบที่ติดกับมอเตอร์ใบพัดหลัก จะป้องกันสัญญาณรบกวนได้ทั้งหมดครับ

ขอให้สนุกครับ
30 มีนาคม 2548
ทดลองปรับปรุงมอเตอร์หางแบบขับตรง (Direct Drive tail motor)
เฮลิคอปเตอร์ Walkera 4 แชนแนล มีปัญหาประจำตัวคือเรื่องของมอเตอร์หาง ซึ่งใช้แบบ N30 เพราะการออกแบบไม่ค่อยดี มอเตอร์ทำงานเกินกำลังอยู่ตลอดเวลาจนร้อนจัด มีอายุการใช้งานสั้น และราคาแพงเกินเหตุ นอกจากนี้ใบพัดหางซึ่งมีขนาดใหญ่ก็เปราะและหักง่ายเวลากระแทกพื้น ราคาก็แพงเกินเหตุเช่นกัน ผมศึกษาข้อมูลในเวปต่างประเทศ เขาใช้วิธีการปรับปรุงเป็นมอเตอร์แบบขับตรงกับใบพัด 3x2 นิ้ว และถ้าจะให้ดีควรออกแบบให้ลมเป่าออกด้านหลังใบพัดเหมือนกับมอเตอร์ใบพัดของเครื่องบินเพื่อให้ไประบายความร้อนมอเตอร์ไปในตัว

ตามภาพเป็นการเซตมอเตอร์ขับตรงแบบเป่าออกด้านหน้ามอเตอร์ แบบนี้จะระบายความร้อนได้ไม่ค่อยดี แต่จะไม่มีปัญหาใบพัดหลุด เพราะใบพัดจะถูกแรงลมดันให้ติดกับแกนมอเตอร์ตลอดเวลา
การใช้มอเตอร์แบบขับตรงนอกจากมอเตอร์จะมีอายุการใช้งานยาวนานแล้ว ใบพัดที่ขนาดเล็กลงทำให้แข็งแรงไม่หักง่าย การเซตระบบก็ง่ายเพราะไม่ต้องใช้เฟืองทดหรือตลับลูกปืนอีกต่อไป อุปกรณ์ก็สามารถหาได้ง่ายราคาถูกกว่าเพราะใช้มอเตอร์และใบพัดของเครื่องบินไฟฟ้าขนาดเล็กได้ การบังคับควบคุมหางจะแม่นยำ ตอบสนองรวดเร็ว และนิ่มนวลกว่าเดิม เพราะใบพัดขนาดเล็กมีรอบทำงานสูงจึงมีความสั่นสะเทือนน้อยกว่าใบพัดใหญ่ทดเฟือง

ตามภาพเป็นการเซตระบบมอเตอร์ขับตรงแบบเป่าออกด้านหลังมอเตอร์ และติดครีบระบายความร้อนด้วย ทำให้การระบายความร้อนมีประสิทธิภาพมาก แต่ถ้ายึดใบพัดไม่แน่นจะหลุดออกได้ง่ายเพราะใบพัดจะหมุนดึงตัวเองออกจากแกนมอเตอร์อยู่ตลอดเวลา
ข้อเสียก็มีคือการใช้มอเตอร์ขับตรงทำให้ต้องใช้มอเตอร์ใหญ่กว่าเดิม ทำให้มีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น กินไฟมากขึ้น และการใช้ใบพัดเป่าลมออกด้านหลังไปหามอเตอร์นั้น หากใบพัดยึดกับแกนมอเตอร์ได้ไม่แน่นหนาพอใบพัดจะหลุดกระเด็นออกมาได้ง่าย ๆ และจากรอบใบพัดที่สูงมากอาจเกิดอันตรายหากไปโดนใครเข้า และเมื่อใบพัดหางหลุด เฮลิคอปเตอร์ก็จะหมุนคว้างหล่นตุ๊บ พังได้ง่าย ๆ
เมื่อเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียแล้ว ผมก็เห็นว่าข้อดีมีมากกว่าข้อเสีย โดยเฉพาะเรื่องความประหยัด ความทนทาน ราคาสมเหตุสมผล การเซตระบบที่เรียบง่าย และการบังคับที่ดีกว่าเดิม จึงทดลองหาอุปกรณ์มาทำดูครับ
ในต่างประเทศแนะนำให้ใช้มอเตอร์ขับตรงของ GWS IPS-A ที่ใช้กับชุด ducted fan หรือชุดเครื่องบิน indoor แต่ราคาก็แพงพอควรทั้งในเมืองนอกและเมืองไทย (ชุดละเกือบพัน) ผมก็เลยหามอเตอร์อื่นที่เป็นมอเตอร์ตลาด ลักษณะคล้ายคลึงกัน ประสิทธิภาพอาจด้อยกว่า GWS บ้างแต่ถ้าเทียบราคาแล้วก็น่าจะ OK
นั่นคือมอเตอร์แบบหลอด รูปร่างเหมือน IPS-A เป๊ะ เป็นมอเตอร์ที่ใช้กับเครื่องบิน Cygnet ของตราเพชร ขับใบพัดแบบ pusher หลังปีก นั่นเองครับ มอเตอร์ตัวนี้สามารถขับตรงใบพัดได้ถึงขนาด 4x2 เท่ากับใบพัดฟอลคอน รับแรงดันไฟได้ 6 โวลต์ ขนาดเล็กพอที่จะใส่เข้าไปในเบ้ารับมอเตอร์ N30 ของ Walkera ได้(เกือบ)พอดี และให้แรงขับสูงพอที่จะกันหางได้ทุกรอบแรงบิด ส่วนใบพัดก็ใช้ใบพัดของ Cygnet เช่นกัน แต่ต้องตัดใบให้สั้นลงเหลือเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว เพื่อไม่ให้มอเตอร์ทำงานหนักจนเกินไป เพราะแรงดันไฟที่ใช้กับ Walkera สูงถึง 8.4 โวลต์
พอวิเคราะห์ได้ดังนี้ ผมก็สั่งซื้อมอเตอร์และใบพัดจาก binthai.com มาทดลองทันทีครับ มอเตอร์ Cygnet ตัวละ 100 บาท ใบพัด 30 บาท สำหรับการลงทุน

เมื่อได้ของมาแล้ว ก็ถึงการดัดแปลงติดตั้งครับ
เริ่มแรก ถอดอุปกรณ์ใบพัดและมอเตอร์หางออกทั้งหมด บัดกรีสายไฟที่ต่อกับมอเตอร์ออก ถอดเฟือง ใบพัด ลูกปืนและแกนใบพัด ถอดมอเตอร์ออกให้เหลือแต่แท่นรับมอเตอร์หางที่ติดอยู่กับก้านหาง (Tail Boom)
แท่นรับมอเตอร์หางนี้ เดิมถูกออกแบบให้แกนมอเตอร์โผล่ไปด้านขวาของลำตัว เราจึงต้องบิด ก้านหางให้หมุนกลับไปอีกด้านหนึ่ง 180 องศา เพื่อว่าเมื่อติดตั้งมอเตอร์ขับตรงแล้ว แกนมอเตอร์จะต้องหันไปด้านซ้ายของลำตัว และใบพัดที่ติดกับแกนมอเตอร์ก็จะอยู่ด้านซ้ายของลำตัวเช่นกัน
เมื่อบิดกลับด้านมาแล้ว จะเห็นว่า tail skid หรือขารับส่วนหางจะกลับหัวมาตั้งอยู่ด้านบน และครีบหรือ fin ที่ติดกับขารับส่วนหางก็จะตั้งขึ้นเหมือนหางเครื่องบิน
จัดการถอด tail skid และครีบออกเสีย เพราะไม่งั้นจะดูประหลาด แล้วผมเอาครีบมาติดในแนวนอนด้านใต้ tail boom แทน ส่วน tail skid เดิม หาที่ติดไม่ได้แล้วจึงทำ tail skid ใหม่ โดยใช้แกนล้อรถกระป๋องมาเสียบเข้ากับเฟืองรถกระป๋องพลาสติกเล็ก ๆ ที่มีขนาดพอจะยัดเข้าไปในช่องที่ใส่ลูกปืนได้แน่นพอดี แล้วงอแกนเป็นมุมฉาก เพื่อทำเป็น tail skid
คราวนี้มาถึงมอเตอร์ เอามอเตอร์ Cygnet มาใส่เข้าไปในแท่นรับมอเตอร์หาง ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากันสามารถใส่กันได้แต่ไม่พอดีนักเพราะแท่นรับมอเตอร์ด้านที่ติดกับ tail boom มันมีขอบตัดตรงสั้น ๆ อยู่ด้วย แต่ก็พอจะยัดเข้าไปได้ จัดการเอาสกรูยึดมอเตอร์กับแท่นรับให้เรียบร้อย จะเห็นว่ารูยึดสกรูตรงกับมอเตอร์ N30 พอดีเชียว
เอาใบพัด Cygnet มาตัดให้เหลือ 3 นิ้ว แล้วเสียบเข้ากับแกนมอเตอร์ ให้ด้านเว้าของใบพัดหันเข้าหามอเตอร์ เพื่อเวลามอเตอร์หมุนทวนเข็มนาฬิกา(เมื่อหันหน้าเข้าหามอเตอร์) จะมีลมเป่าออกด้านหลังใบพัด ผ่านระบายความร้อนให้มอเตอร์ และเป่าต่อไปที่ด้านขวาของลำตัวเฮลิคอปเตอร์
บัดกรีสายไฟเข้าที่ขั้วมอเตอร์ แล้วลองเร่งเครื่องดูว่าลมเป่าออกตามทิศทางที่เราต้องการหรือไม่ ถ้าผิดทิศทางก็สลับขั้วสายไฟเสียให้ถูกต้อง ผมต่อ คาปาซิเตอร์คร่อมขั้วมอเตอร์เพื่อกันสัญญาณรบกวนเสียด้วย
ก่อนทดลองบิน ผมต้องเลื่อนถ่านไปข้างหน้าอีกสัก ครึ่งนิ้ว เพื่อชดเชยน้ำหนักหางที่เพิ่มขึ้น CG จะได้พอดี เอาไปทดลองบิน จะได้ยินเสียงมอเตอร์หางปั่นใบพัดเป่าเสียงดัง หวือ หวือ ได้ความรู้สึกมันไปอีกแบบ และการตอบสนองของหางฉับไวขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดทีเดียว
ข้อควรระวังสำหรับการดัดแปลงมอเตอร์ขับตรงคือ
ตอนเสียบใบพัดเข้ากับแกนมอเตอร์ ต้องเสียบให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะถ้าใบพัดหางหลุดระหว่างบินละก็ เสียหายหนักทีเดียว ของผมลองเสียบดูครั้งแรก แล้วทดลองบินบนเตียงก่อนครับ ปรากฏว่าเสียบไม่แน่นพอใบพัดหลุดเครื่องหมุนตกลงบนเตียงจึงไม่เสียหายอะไร
การเสียบใบพัดให้แน่น ผมมีเทคนิคมาแนะนำ คือ ให้นำเศษพลาสติกเล็ก ๆ หรือเศษด้ายเส้นสั้น ๆ ใส่เข้าไปในรูใบพัดเล็กน้อยเพื่อให้เกิดความฝืด เอากาวตราช้างไล้แกนมอเตอร์อีกหน่อย แล้วอัดใบพัดเข้าไปกับแกนมอเตอร์จนแน่น จะไม่หลุดออกง่าย ๆ ครับ อย่าลืมว่าให้ทดลองบินบนเตียงจนชัวร์ว่าใบพัดไม่หลุดแน่แล้ว จึงออกบินจริง ๆ ครับ
มอเตอร์ขับตรงบินดีแต่มอเตอร์ cygnet เปราะไปหน่อย
หลังจากทดลองบินมอเตอร์ cygnet ขับตรง แม้จะตัดใบพัดเหลือแค่ 3 นิ้ว แต่มอเตอร์ก็มีความร้อนสูงมากครับ แสดงว่ามอเตอร์ประสิทธิภาพต่ำเกินไป และในที่สุดมอเตอร์ก็ไหม้หลังจากบินได้ประมาณ 10 ไฟลต์ ผมลองเปลี่ยนมอเตอร์ตัวใหม่ แล้วใส่ครีบระบายความร้อน โดยเอากระป๋องกาแฟเบอร์ดี้มาตัดเป็นแผ่นหุ้มมอเตอร์ รัดด้วยสายรัดสายไฟ แล้วปาดเป็นแถบเล็ก ๆ กางออกเป็นครีบระบายความร้อน ปรากฏว่าใช้ได้ดีครับ ความร้อนไม่สูงมากนัก สังเกตจากรอบมอเตอร์จะไม่ตกเวลาเล่นไปได้สักสองนาที เพราะปกติเมื่อใช้มอเตอร์เดิม ๆ หรือมอเตอร์ cygnet ที่ไม่ได้ติดครีบระบายความร้อน เวลาเล่นไปสักพักพอมอเตอร์ร้อน รอบใบพัดหางก็จะตก แต่อย่างไรก็ดี แม้จะติดครีบระบายความร้อนแล้วก็ตาม แต่พอเล่นไปได้อีก 10 ไฟลต์ มอเตอร์ก็ไหม้ไปอีก แสดงว่าการออกแบบมอเตอร์ cygnet คงทำได้ไม่ดีพอ คือไม่อึดเท่าที่ควร
ก็สรุปได้ในขณะนี้ว่า มอเตอร์ Cygnet สามารถนำมาใช้ขับตรงได้ และราคาถูกกว่ามอเตอร์ walkera แต่อายุการใช้งานก็ยังสั้นอยู่นั่นเอง ซึ่งผมยังไม่พอใจ คงต้องหามอเตอร์อื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่านี้ หรือวิธีการที่ดีกว่านี้ มาทดลองต่อไปครับ
ทดลองใช้มอเตอร์ N20 แทนมอเตอร์ N30
มอเตอร์หาง walkera ตามสเปค จะใช้มอเตอร์ N30 ซึ่งมีลักษณะตัวถังเหมือนมอเตอร์จิ๋ว N20 แต่ยาวกว่าเล็กน้อย เข้าใจว่าเพื่อให้แรงบิดและรอบสูงขึ้น แต่มอเตอร์ N30 ขณะนี้ยังมีราคาแพงเกินไป เพราะของมีน้อย ตัวละตั้ง 160-280 บาท ดูไม่สมเหตุสมผลเสียเลย ในขณะที่มอเตอร์ N20 ตัวละแค่ 30 บาท ผมจึงเกิดความสงสัยว่าสามารถนำมอเตอร์ N20 มาใช้แทนได้หรือไม่
เดิมผมคิดว่ามอเตอร์ N20 ตัวเล็กกว่า อาจมีแรงบิดและรอบใบพัดไม่พอที่จะกันใบพัดหางให้เพียงพอกับแรงบิดของใบพัดหลักได้ แต่จากการค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เนต พบว่า เฮลิคอปเตอร์ไฟฟ้าที่มีขนาดเดียวกับ Walkera คือ GWS Dragonfly หรือ Ikarus Piccolo ก็ใช้มอเตอร์ขนาด N20 เป็นมอเตอร์หาง ดังนั้น มอเตอร์ N20 จึงน่าจะใช้ได้ และมีข้อดีคือน้ำหนักเบากว่า ราคาถูกมาก และหาได้ง่ายทั้งที่สะพานเหล็กและบ้านหม้อ

เปรียบเทียบขนาด มอเตอร์ N20 , N30 และ cygnet
หลังจากมอเตอร์ N30 ตัวที่สามของผมไหม้ไปเรียบร้อย หลังจากการบินประมาณไฟลต์ที่ 60 ผมก็คิดว่าจะไม่ซื้อมอเตอร์หาง N30 ของ walkera อีก ผมจึงเอามอเตอร์ N20 ที่มีเก็บไว้ 2 ตัวมาต่อแทน โดยติดตั้งเข้าไปแทนมอเตอร์ N30 ได้เลย ไม่ต้องมีการดัดแปลงใด ๆ นอกจากการขลิบปลายใบพัดหางออกข้างละประมาณครึ่งเซนติเมตร เพื่อป้องกันใบพัดกระแทกพื้นและเป็นการลดภาระของมอเตอร์หางไปในตัว

เนื่องจากแกนมอเตอร์ N20 ยาวกว่าแกนมอเตอร์ N30 เล็กน้อย ผมจึงเอาลูกปืนรถกระป๋องอีกอันหนึ่งรองไว้ใต้เฟืองตามเพื่อให้เฟืองขบกันได้พอดี ส่วนแกนใบพัดหางของเดิมสั้นไปนิดหน่อย ผมจึงเอาแท่งคาร์บอนจาก flybar ที่หัก มาทำแกนแทน แล้วใช้เฟืองรถกระป๋องเสียบหัวท้ายกันใบพัดหลุด
ผลปรากฏว่ามอเตอร์ N20 สามารถใช้แทนมอเตอร์ N30 ได้เป็นอย่างดีครับ แรงบิดและรอบใบพัดไม่แตกต่างจาก N30 เลย สามารถกันหางได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ผมยังพบว่าสัญญาณรบกวนที่มาจากมอเตอร์ N20 มีน้อยกว่ามอเตอร์ N30 มากครับ ผมติดคาปาซิเตอร์เพียงตัวเดียวคร่อมขั้วมอเตอร์ ก็สามารถป้องกันสัญญาณรบกวนได้หมด ต่างจากมอเตอร์ N30 ซึ่งต้องติดคาปาซิเตอร์ถึง 3 ตัว มิฉะนั้น เซอร์โวจะมีอาการสะดุ้งเวลาเร่งเครื่องเบาเครื่อง แสดงว่ามอเตอร์ N20 น่าจะมีประสิทธิภาพสูงกว่า

น่าเสียดายที่มอเตอร์ N20 ที่ผมมีเป็นรุ่นที่ไม่ใช่แปรงถ่าน แต่เป็นแปรงโลหะ อายุการใช้งานอาจจะสั้น ขณะนี้ผมเล่นมาได้ประมาณ 5 ไฟลต์ ก็คงต้องลองกันต่อไปว่าจะอยู่ได้ถึงกี่ไฟลต์ จากนั้นผมจะทดลองเอามอเตอร์ N20 รุ่นที่ใช้แปรงถ่านมาติดตั้งแล้วจะนำเสนอการทดลองให้เพื่อน ๆ ทราบกันต่อไปครับ
ขอให้สนุกครับ
7 เมษายน 2548
สรุปว่ามอเตอร์ N20 ใช้แทนมอเตอร์ N30 ได้อย่างดี
หลังจากลองใช้มอเตอร์ N20 บรัชโลหะ เป็นมอเตอร์หางแทน N30 บินได้ 20 กว่าไฟลต์แล้ว สามารถใช้การได้อย่างดีครับ แถมยังมีอายุการใช้งานนานกว่ามอเตอร์ N30 เสียอีก เพราะปกติมอเตอร์ N30 ที่ผมใช้มาแล้ว 3 ตัว จะมีอายุการใช้งานไม่เกิน 20 ไฟลต์สักตัว โดยเฉพาะตัวที่สองซึ่งผมซื้อจากสะพานเหล็กตัวละตั้ง 220 บาท ใช้งานได้แค่ 10 ไฟลต์ ก็เสื่อมสภาพหมดกำลัง แม้จะยังหมุนได้ แต่รอบไม่สูงพอจะกันหางได้เวลาเร่งเครื่องสูงเกิน 1 เมตร จะมีอาการหมุนคว้างไปทางซ้าย ส่วนมอเตอร์ตัวที่สาม ซื้อจาก binthai.com ราคา 160 บาท เล่นได้ประมาณ 20 ไฟลต์ก็ชอร์ตจนสายไฟที่ต่อกับขั้วมอเตอร์ขาด แสดงว่ามอเตอร์ N30 ไม่ว่าจะซื้อจากที่ใดก็อายุการใช้งานพอกัน แต่พอเปลี่ยนเป็นมอเตอร์ N20 กลับใช้การได้ดีกว่า น้ำหนักเบากว่า หาง่ายกว่า อายุการใช้งานนานกว่า กินไฟน้อยกว่า และราคาถูกกว่ามากมาก จึงสรุปฟันธงได้เลยว่า มอเตอร์ N20 ดีกว่าทุกกรณีครับ
ปัญหาของมอเตอร์หางยังไม่หมด
แม้จะหามอเตอร์ที่เหมาะสมได้แล้ว แต่ปัญหายังไม่หมดครับ นั่นคือปัญหารอบตกเวลามอเตอร์ร้อน ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ N30 หรือ N20 เวลาบินเล่นได้สักสองนาที มอเตอร์จะมีความร้อนสูงทำให้รอบตกเพราะแม่เหล็กถาวรในมอเตอร์จะเสื่อมสภาพลงเพราะความร้อน อาการที่เกิดขึ้นคือเมื่อตอนเริ่มเล่นเราปรับทริมมอเตอร์หางให้กันหางได้ตรงดีแล้ว แต่พอเล่นไปได้สักพักประมาณนาทีที่ 2 ทริมหางจะเลื่อน ต้องปรับทริมใหม่ให้กันไปทางขวามากกว่าเดิม และพอเล่นไปอีกสักพักประมาณ นาทีที่ 3-4 ทริมหางจะเลื่อนอีก ต้องปรับทริมไปทางขวาเพิ่มอีก ยิ่งพอเล่นจนถ่านอ่อนลงเรื่อย ๆ มอเตอร์หางก็ยิ่งแรงน้อยลงไปอีกจนในที่สุดก็จะแรงไม่พอที่จะกันหางได้ แต่พอทิ้งไว้สักพักจนมอเตอร์เย็นแล้วเล่นใหม่ ก็ต้องปรับทริมหางไปที่จุดแรกใหม่เหมือนเดิม
ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะตัวของ walkera หรอกครับ มันเป็นปัญหาโลกแตกของเฮลิคอปเตอร์ไฟฟ้าแบบเดียวกันทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็น Piccolo หรือ GWS Dragonfly เท่าที่ผมค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เนต สาเหตุที่มอเตอร์หางร้อนจัดมาจากตัว ESC หรือ Speed control ของมอเตอร์หาง ที่ onboard อยู่กับภาครับสปีดมิกเซอร์ ครับ
ESC onboard ของมอเตอร์หาง จะใช้ความถี่ประมาณ 1-3kHZ ซึ่งต่ำเกินไปสำหรับมอเตอร์เล็ก ๆ จิ๋ว ๆ แบบมอเตอร์หาง เพราะค่า inductance ของขดลวดในมอเตอร์ตัวเล็ก ๆ มีค่าน้อยมาก ทำให้ไม่เพียงพอจะกรองกระแสไฟให้เป็น DC ได้ดีเหมือนกับมอเตอร์ตัวใหญ่อย่างมอเตอร์ใบพัดหลัก ทำให้มอเตอร์หางรับภาระกระแสสูงเกินไป และทำงานหนักตลอดเวลา จึงเกิดความร้อนสูง
ในต่างประเทศเขาใช้วิธีต่อ ESC แยกต่างหากสำหรับมอเตอร์หางโดยเฉพาะ ซึ่ง ESC นี้ออกแบบพิเศษให้มีความถี่สูงถึง 66-133 kHZ ครับ แล้วแทปสัญญาณแยกออกมาจากภาครับสปีดมิกเซอร์ เห็นฝรั่งเขาว่า พอเปลี่ยน ESC ความถี่สูงเท่านั้น มอเตอร์หางที่เคยร้อนจัด ก็เหลือแค่อุ่น ๆ เท่านั้น สามารถกันหางได้ทุกรอบความเร็วทีเดียว นอกจากวิธีนี้แล้ว ยังไม่เห็นทางแก้ปัญหาอย่างอื่น สำหรับในเมืองไทย ขณะนี้คงยังไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ เพราะไม่รู้จะไปหา ESC ความถี่สูงมาจากไหน คงต้องรอคุณ TD ผลิตขึ้นมาให้โดยเฉพาะกระมังครับ อิ อิ
ตอนนี้ คงต้องแก้ปัญหาแบบชั่วคราวไปก่อน โดยหาแผ่นระบายความร้อนมาติดให้มอเตอร์หางร้อนช้าลงไปหน่อย หรือฝรั่งบางคนแนะนำให้แกะตูดมอเตอร์หางออกมา แล้วเอาน้ำยาจำพวก Sonax หยอดเข้าไปที่ขั้วคอมมิวเตเตอร์และบรัชประมาณ หยดสองหยด เพื่อให้การส่งผ่านกระแสไฟฟ้าทำได้ดีขึ้น วิธีการติดแผ่นระบายความร้อนผมลองแล้ว ได้ผลดีพอสมควร โดยเฉพาะเมื่อเล่นนอกบ้านตอนเช้า ๆ อากาศเย็น ส่วนการหยอด Sonax ตามวิธีที่สองยังไม่เคยลองครับ และผมว่าค่อนข้างเสี่ยง เพราะถ้าแกะตูดมอเตอร์ไม่ดี บรัชอาจโก่งงอทำให้กระแสไฟฟ้าไหลไม่สะดวกเข้าไปใหญ่ ทำให้มอเตอร์ร้อนมากกว่าเดิมอีก
ขอให้สนุกครับ
10 เมษายน 2548
ทดลองใช้ถ่าน ลิเธียมโพลิเมอร์
จากการที่เล่น walkera มาร่วม 200 ไฟลต์ แล้ว โดยใช้ถ่าน NiMh 750 mA 7 ก้อน มา 3 แพค เสื่อมไปแล้ว 2 แพค เหลือใช้งานได้ดีอยู่แพคเดียว ผมก็เลยอยากจะลองเล่นถ่านลิเธียมโพลิเมอร์ หรือ Li-po ดูบ้าง เห็นเขาว่าแรงดีจัง ก่อนหน้านี้ผมเคยทดลองถ่าน ลิเธียมอิออน หรือ Li-ion แบบที่ใช้กับโทรศัพท์มือถือ โดยใช้ ขนาด 3.6 โวลต์ 800mA 3 ก้อน ต่ออนุกรมกัน ปรากฏว่าบินขึ้นดีมากแต่ขึ้นได้ประมาณ 1 นาที ถ่านก็จ่ายกระแสไม่พอบินขึ้นไม่ไหว ได้แต่ลอยเรี่ย ๆพื้น ปกติถ่าน Li-ion จะจ่ายกระแสได้ประมาณ 1-2C แต่ถ้าเป็นถ่าน Li-po จะได้ประมาณ 5-15 C ทีเดียว ผมก็เลยลองสั่งซื้อถ่าน Li-po จาก Binthai มาทดลองใช้ครับ

ถ่าน Li-po ที่เหมาะกับ Walkera 4 ch มากที่สุด คือแบบ 2 cells 7.4 โวลต์ ครับ มีเพื่อนบางท่านใช้ถึง 3 cells 11.1 โวลต์ แล้วว่าแรงดี แต่เล่นได้ไม่นาน Fet ในแผงวงจรภาครับก็ไหม้ เพราะแรงดันสูงเกินจะทนทาน บางทีก็ไอซีเรกกูเลตในภาครับเสียหาย ผมจึงเห็นว่าใช้แค่ 2 cells ก็เพียงพอครับ แต่ให้เลือกที่ความจุสูงพอควรเพื่อจะได้จ่ายกระแสได้เพียงพอ แต่ในขณะเดียวกันน้ำหนักต้องไม่มากเกินไปด้วย
ผมเห็นว่า ถ่าน Li-po ของ Art-tech 1800mA 7.4 โวลต์ เป็นขนาดที่เหมาะสมที่สุดที่จะใช้กับ Walkera 4 ch ครับ เพราะน้ำหนักประมาณ 80 กรัม พอ ๆ กับถ่าน Ni-Mh ที่ใช้อยู่ ความจะก็สูงเพียงพอที่จะจ่ายกระแสขนาด 3-5 แอมป์ ต่อเนื่องได้อย่างสบาย ๆ จ่ายกระแสให้มอเตอร์ทั้งสองได้เหลือเฟือครับ
การชาร์จถ่าน Li-po จะต้องใช้เครื่องชาร์จแบบพิเศษต่างจากการชาร์จ NiCd หรือ NiMh คือต้องมีคุณสมบัติการชาร์จแบบ cc/cv ลักษณะเดียวกับการชาร์จถ่าน Li-ion คือช่วงแรกจ่ายกระแสคงที่ไม่เกิน 1C เมื่อแรงดันต่อก้อนขึ้นสูงถึง 4.2 โวลต์ ก็ให้จ่ายแบบแรงดันคงที่โดยควบคุมแรงดันต่อก้อนไม่ให้เกิน 4.2 โวลต์ หากเครื่องชาร์จใดไม่มีคุณสมบัติดังนี้ ผลคือถ่านจะพังทันที นอกจากนี้ยังอาจเกิดความร้อนสูงจนติดไฟลุกไหม้ได้ อันตรายพอสมควรทีเดียว แต่ยังน้อยกว่าถ่าน Li-ion ซึ่งถ้าชาร์จผิดวิธีละก็ มันจะระเบิดได้ทีเดียวครับ
เรื่องเครื่องชาร์จผมไม่มีปัญหาอะไรครับ เพราะเคยสร้างเครื่องชาร์จราคาประหยัด(ไม่ถึง 50 บาท) จากไอซี LM317 เอาไว้แล้วตอนทดลองเรื่องถ่าน Li-ion จึงสามารถนำมาชาร์จถ่าน Li-po ที่ซื้อมาได้ทันที
ดูรายละเอียดได้ใน
http://www.emodeler.net/~ngoodin/l1/l1.htm
ใช้เวลาชาร์จประมาณ 3 ชั่วโมงครับ
การใช้งานถ่าน Li-po 1800mA นี้ ได้ผลดีมากครับ แรงกว่าถ่าน NiMh 7 ก้อนที่ใช้อยู่มากเลยครับ แถมเล่นได้นานมาก ๆ แต่ด้วยความที่กลัวว่ามอเตอร์จะร้อนเกินไปถ้าเล่นต่อเนื่อง ผมก็เลยเล่นครั้งละไม่เกิน 5 นาที พัก 5 นาที สลับกัน ดังนี้ ชาร์จเพียงครั้งเดียวก็เล่นได้ถึง ครึ่งชั่วโมง จุใจทีเดียวครับ และจับถ่านดูไม่ร้อนสักนิดเลยครับ แสดงว่าการจ่ายกระแสต่อเนื่องขนาดนี้ ถ่านสามารถรับได้สบาย ๆ
ข้อควรระวังอีกอย่างในการใช้ถ่าน Li-po ก็คือ อย่าเล่นเพลินจนถ่านอ่อนมากเกินไปนะครับ เพราะถ้าแรงดันต่อก้อนน้อยกว่า 3 โวลต์ ถ่านอาจจะเสียหายได้ครับ เล่นจนพอรู้สึกว่าถ่านเริ่มอ่อน ก็ควรเอาไปชาร์จใหม่ได้แล้วครับ แต่ถ้าเผลอเล่นจนถ่านอ่อนจนต่ำกว่า 3 โวลต์ต่อก้อน (6 โวลต์สำหรับ 2 ก้อน) เวลาชาร์จจะชาร์จตามปกติไม่ได้ครับ ต้องชาร์จแบบ trickle คือจ่ายกระแสขนาด 1/10C แบบที่ใช้ในการชาร์จถ่าน Ni-cd ไปเรื่อย ๆ จนกว่าแรงดันต่อก้อนจะสูงกว่า 3 โวลต์ จากนั้นจึงชาร์จแบบ cc/cv ตามปกติต่อไปได้ครับ
ถ่าน Li-po นอกจากราคาจะแพงกว่าถ่านชนิดอื่น ๆ จะเห็นได้ว่าการใช้งานก็ยุ่งยากกว่าด้วย จึงต้องระมัดระวังครับ ไม่งั้นถ่านราคาแพงอาจใช้ได้ไม่คุ้มค่าถ้าใช้งานไม่ถูกวิธีครับ
ส่งท้ายด้วยวีดีโอการบิน Walkera 4ch ของงูดิน ในห้องรับแขกครับ
http://www.emodeler.net/~ngoodin/walkera/walkerafly.wmv
ใช้มอเตอร์ฟอลคอนคู่ แทนมอเตอร์หลัก 370SD

ตอนนี้มอเตอร์หลักตัวที่สองของผมก็มีอันถึงกาลกิริยา คือพัง ไปอีกแล้ว เมื่อเล่นไปได้ประมาณ 200 ไฟลต์ ซึ่งเป็นอายุการใช้งานปกติของมอเตอร์หลักที่จะมีอายุยืนยาวตัวละประมาณ 100 ไฟลต์
มอเตอร์หลักของ Walkera คือ mabuchi 370 SD ราคาตัวละ 280-300 บาท นับว่าแพงเกินเหตุเอาการอยู่ เพราะมอเตอร์ 380 PH ที่ใช้กับเครื่องบินตัวใหญ่กว่านี้ด้วยซ้ำ ราคาแค่ตัวละ 150-180 บาท เท่านั้น ความจริงผมว่าสามารถนำเอามอเตอร์ 380PH มาใช้แทนได้เลย ซึ่งผมมีอยู่หลายตัว แต่ติดขัดเรื่องหาเฟืองขนาดเหมาะสมมาใส่ไม่ได้ และเอาเฟืองจากมอเตอร์ 370SD มาใส่ก็ไม่ได้เพราะแกนมอเตอร์ขนาดไม่เท่ากัน
ก่อนหน้านี้ผมเคยทดลองใช้มอเตอร์ฟอลคอนคู่ ขับใบพัดเดี่ยวมาใช้แทนมอเตอร์ 380ทดเฟือง ซึ่งก็ใช้งานได้เป็นอย่างดี ดูรายละเอียดใน
http://www.emodeler.net/~ngoodin/e3/e3.htm
ผมก็มาคิดว่าสามารถนำมอเตอร์ฟอลคอนคู่มาใช้แทนมอเตอร์ 370SD น่าจะได้ผลเช่นเดียวกัน และมอเตอร์ฟอลคอนมีขายทั่วไปในท้องตลาด ราคาไม่แพง แค่ตัวละ 80 บาท สองตัว 160 บาท ยังถูกกว่ามอเตอร์ 370SD ครึ่งต่อครึ่ง แถมยังสามารถเลือกเฟืองทดได้หลายแบบตามความต้องการ โดยเอาเฟืองรถกระป๋องมาใช้ สามารถใช้เฟือง 8 ,9, 10, หรือ 11 ฟัน มาใส่แทน โดยถ้าใช้เฟืองฟันมาก ก็จะแรงดี บินนอกบ้านสู้ลมดี แต่เปลืองไฟ ฟันน้อย ก็ประหยัดไฟ เหมาะแก่การบินสบายภายในบ้าน

ผมจึงจัดการเอามอเตอร์ฟอลคอนตัวแรกมาติดตั้งลงไปแทนมอเตอร์ 370SD ที่พังไป โดยต้องหาสกรูและแหวนตัวใหม่ที่เล็กลงกว่าเดิมในการขันยึดมอเตอร์กับตัวถัง เพราะรูยึดหน้ามอเตอร์เล็กกว่าเดิม แล้วผมก็เอาเฟืองรถกระป๋อง เป็นเฟืองขับขนาด 11 ฟัน เท่ากับเฟืองทองเหลืองของมอเตอร์ 370SD มาใส่ก่อนเพื่อทดลองว่า มอเตอร์ฟอลคอนตัวเดียวจะบินขึ้นหรือไม่
จากการทดลองปรากฏว่าแม้จะใช้มอเตอร์ฟอลคอนเพียงตัวเดียวก็สามารถบินขึ้นได้สบายครับ แต่ขึ้นได้ประมาณ 2 นาที พอมอเตอร์ร้อนจัดก็ค่อย ๆ อ่อนแรงลงมาบินเรี่ยพื้น ผมลองจับมอเตอร์ดูร้อนจี๋ทีเดียว แสดงว่ามอเตอร์แบกภาระเกินกำลัง แต่จากการที่มอเตอร์ฟอลคอนตัวเดียวก็ยังสามารถพา walkera ขึ้นได้ ทำให้ผมเกิดความมั่นใจในการใช้มอเตอร์คู่ครับ

ผมเอามอเตอร์ฟอลคอนตัวที่สองมาใส่เฟืองขับ 11 ฟัน เท่ากัน แล้วเอากาวตราช้างแปะมอเตอร์ตัวที่สองเข้ากับตัวแรกโดยไม่ลืมกะระยะให้เฟืองขับขบกับเฟืองตามให้สนิทพอดี จากนั้นก็เอาแผ่นระบายความร้อนทรานซิสเตอร์แผ่นใหญ่เต็มพื้นที่พอดี มาแปะด้วยกาวตราช้างเช่นกัน ไว้อีกด้านหนึ่งของมอเตอร์เพื่อช่วยระบายความร้อน เวลาใส่ canopy แล้วดูเท่ดีอีกตะหาก

การต่อสายไฟมอเตอร์ทั้งสองตัว ผมต่อแบบขนานกัน เพื่อให้ได้พลังงานเต็มที่ครับ
เมื่อนำไปบินปรากฏว่าไม่ผิดหวังเลยครับ มอเตอร์ฟอลคอนคู่สามารถพาเจ้า Walkera บินได้อย่างสบาย การเร่งเครื่องเบาเครื่องออกจะนุ่มนวลดีด้วยครับ ไม่กระโชกโฮกฮากเหมือนมอเตอร์ 370SD
เมื่อเล่นไปได้ 5 นาที ผมก็เอาเครื่องลงจับดูที่มอเตอร์ก็แค่อุ่นค่อนไปทางร้อน ไม่ได้ร้อนจัดจนลวกมือพองแบบมอเตอร์ 370SD คงเป็นเพราะแผ่นระบายความร้อนขนาดใหญ่มีส่วนช่วยไว้ได้มากครับ
ผมยังรู้สึกว่าการใช้เฟืองขับ 11 ฟัน ยังค่อนข้างกินแรงมอเตอร์มากไปนิด ผมลองเปลี่ยนเป็นเฟือง 8 ฟัน ปรากฏว่ารอบใบพัดไม่พอ ฮ ลอยสูงจากพื้นแค่ 2 ฟุต ผมว่าเฟืองขับที่เหมาะสมน่าจะเป็น 10 ฟัน ครับ แต่เฟือง 10 ฟันของผมยังไม่มี เอาไว้ว่าง ๆ ต้องไปซื้อมาลอง ตอนนี้เล่น 11 ฟันไปก่อน
ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง (อีกแล้ว) สำหรับการใช้มอเตอร์ทดแทนมอเตอร์หลัก 370SD ที่ผู้ขายโก่งราคากันจนเกินเหตุ
แผ่นระบายความร้อนและไดโอดลดไฟเข้ามอเตอร์หาง เพื่อยืดอายุการใช้งาน
มอเตอร์หาง ไม่ว่าจะเป็น N30 หรือ N20 เวลาใช้งานจะมีความร้อนสูงมากและรอบจะตก ควรติดแผ่นระบายความร้อนเสมอครับ เดิมผมใช้กระป๋องกาแฟเบอร์ดี้มาตัดแล้วพับเป็นครีบระบายความร้อนแบบคนยาก ตอนนี้เปลี่ยนมาใช้แผ่นอลูมิเนียมระบายความร้อนทรานซิสเตอร์มาติดแทน ซื้อที่ร้านอมร หรือร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป แผ่น ละ 2 บาทเท่านั้น เลือกเอาที่มีขนาดความสูงพอที่จะเสียบเข้าไปในช่องระหว่างมอเตอร์กับแกนเพลาของใบพัดหางได้แน่นพอดี ครับ

การระบายความร้อนมีประสิทธิภาพดีขึ้นอีกมากเลยครับ นอกจากนี้เพื่อยืดอายุการใช้งานมอเตอร์หางออกไปอีก ผมก็ใช้ไดโอดซิลิคอนเบอร์ 1n4001 มาต่อระหว่างเข้าที่ขั้วบวกกับสายไฟบวก เพื่อลดไฟที่จะจ่ายเข้ามอเตอร์ลง ซึ่งไดโอดจะลดไฟลงได้ 0.6 โวลต์ ทำให้มอเตอร์หางไม่ต้องรับแรงดันสูงเกินไป ซึ่งการต่อไดโอดนี้ ก็ยังมีไฟเพียงพอที่จะจ่ายให้มอเตอร์หางแรงพอที่จะกันหางได้ไม่เปลี่ยนไปจากเดิมครับ
การต่อไดโอดนั้น ต้องต่อให้ถูกขั้วครับ คือขาที่เป็นขั้วคาโถด เป็นด้านที่มีแถบสีขาวคาด ต้องต่อเข้ากับขั้วบวกของมอเตอร์ ส่วนอีกด้านหนึ่งคือขา แอโนด ต่อเข้ากับสายไฟสีแดงที่เข้ามอเตอร์หางครับ
ช่วงนี้รอผลการทดสอบมอเตอร์หางแบบ heavy duty ของคุณ Nutto อยู่ ถ้าสำเร็จจะลองซื้อมาใช้มั่ง
ตัดใบ บิน Outdoor
ฮ Walkera สามารถบินเล่นในบ้าน ในห้องนอน ได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าจะบิน Outdoor หรือนอกบ้านละก็ จะบินได้ก็ต่อเมื่อลมสงบนิ่งจริง ๆ ขนาดใบไม้ไม่กระดิกเท่านั้น ถ้ามีลมแม้เพียงน้อยเดียว โชยมาอ่อน ๆ ก็ตาม โศกนาถกรรมย่อมเกิดขึ้นทันที
ทั้งนี้เพราะ ฮ Walkera ออกแบบมาสำหรับบิน Indoor เท่านั้น คือรอบใบพัดต่ำ ความกว้างใบพัดมาก แคมเบอร์มาก พิตช์สูง เพื่อให้สามารถมีแรงยกลอยตัวได้ดีมาก แต่เมื่อออกไปบิน Outdoor จากการที่แรงยกตัวสูง เมื่อมีลมมาเพียงนิดเดียว จึงปลิว หอบพาเจ้า Walkera ของเราลอยสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเสียการทรงตัวดิ่งลงมากระแทกพื้นอย่างแรง ถ้าบาดเจ็บเล็กน้อยก็แค่ขาสกีหัก บาดเจ็บสาหัส ก็ใบพัดหักโรเตอร์คด หางกระจาย นอกจากนี้ เวลาบินไปข้างหน้าเร็ว ๆ หรือที่เรียกว่า FFF (Fast Forward Flight) แรงลมที่ปะทะด้านหน้าจะดันให้ใบพัดซึ่งมีแคมเบอร์มาก ต้านลมจนแหงนหน้าใบพัดขึ้น เสมือนเราดึง ฮ ให้ถอยหลัง ถ้าแก้ไม่ทัน ฮ จะหงายหลังผึ่งกระแทกพื้น บาดเจ็บอีก
สำหรับคนที่ โฮเวอร์ในบ้านจนคล่องแล้ว หมุนไปหมุนมาก็แล้ว ชักอยากจะออกไปเล่นข้างนอก ผมก็เช่นกันครับ แต่การจะออกนอกบ้านนั้นต้องมีการเตรียมพร้อมดัดแปลงใบพัดหลักกันก่อน

ด้วยการตัดใบพัดให้มีความกว้างลดลงครับ
เทคนิคนี้ผมได้มาจากเวปต่างประเทศเกี่ยวกับ ฮ Picolo ซึ่งเป็นต้นแบบของ Walkera 4ch ครับ ใช้มีดคัตเตอร์ค่อย ๆ กรีดตัดริมด้านหลังของใบพัดที่เรียกว่า Trailing edge ออกบางส่วนครับ โดยในส่วนปลายวัดจากขอบด้านหลังใบพัดเข้ามา 2 มิลลิเมตร ส่วนโคนวัดจากขอบด้านหลังเข้ามา 5 มิลลิเมตร ใช้ไม้บรรทัดทาบ แล้วกรีดออกซ้ำ ๆ กันหลาย ๆ ทีจนขาดออกจากกัน ทำเหมือน ๆ กันทั้งสองใบ แล้วเอากระดาษทรายขัดลบคมเล็กน้อย ดูให้ใบทั้งสองสมดุลเท่ากันพอดีนะครับ จะได้ใบพัดที่มีความกว้างลดลง เป็นการลดแคมเบอร์ของใบพัด นอกจากนี้ยังทำให้แรงต้านลมลดลง น้ำหนักเบาลง รอบใบพัดจะสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ
หลังจากตัดใบพัดแล้ว ผมพาเจ้า Walkera ออกไปบินข้างนอกบริเวณถนนในหมูบ้าน แม้ลมจะค่อนข้างแรงจนกิ่งไม้โบก แต่ผมก็สามารถควบคุมเจ้า Walkera ให้บินเดินทางจากขวาไปซ้าย หมุนตัวกลับ ซ้ายไปขวา หมุนรอบตัว บินเป็นเลข 8 นอน บินเป็นวงรี (ยังบินให้กลมไม่ได้ อิ อิ) บิน FFF ได้สบายโดยที่ไม่มีอาการหน้าแหงนเลยครับ สามารถควบคุมได้ดีมาก ๆ ผิดจากเมื่อก่อนตัดใบพัดที่เจอลมนิดเดียว ก็แกว่งไป ๆ มา ๆ แล้วหล่น นับว่าคุ้มมากสำหรับการทดลอง (เสี่ยง) ครั้งนี้ครับ
คำเตือน
การตัดใบพัด ทำให้การ โฮเวอร์ ยากกว่าเดิมนิดหน่อยครับ การโฮเวอร์จะนิ่งน้อยกว่าเก่า โรเตอร์จะไวกว่าเดิม ไม่เหมาะกับมือใหม่ครับ
ควรซื้อใบพัดสำรองไว้ก่อนตัดใบพัดครับ เผื่อผิดพลาดตัดมากเกินไป เดี๋ยวบินไม่ขึ้น จะได้เอาใบพัดสำรองมาใส่เล่นแก้เซ็งได้
ขอให้สนุกครับ
ngoodinja@hotmail.com12 มิถุนายน 2548
ใส่มอเตอร์ 380 ให้ Walkera 4 ch
จากคราวที่แล้ว ผมใส่มอเตอร์ฟอลคอนคู่ให้ walkera แทนมอเตอร์ 370 SD ซึ่งก็ใช้งานได้เป็นอย่างดีครับ ตอนนี้บินได้ 30 ไฟลต์แล้ว ยังไม่มีทีท่าว่าจะพัง คราวนี้ผมอยากทดลองว่าสามารถใส่มอเตอร์ 380 ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ามอเตอร์ 370 SD ได้หรือไม่ ซึ่งการใช้มอเตอร์ 380 ทดแทนมอเตอร์ 370 SD นั้น มีข้อดีคือ ราคาถูกกว่ากันมาก เพราะมอเตอร์ 380 เดี๋ยวนี้ราคาตัวละ 100 บาท เท่านั้นเอง ถูกกว่ากันสามเท่า แถมยังมีขายทั่วไปหาซื้อได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีความคงทนมากกว่าเพราะใช้แปรงถ่านขนาดใหญ่ แรงบิดสูงกว่าจึงเกิดความร้อนน้อยกว่า การเซตระบบด้วยมอเตอร์ตัวเดียวทำได้ง่ายกว่ามอเตอร์คู่ แต่มีข้อเสียคือกินไฟมากกว่า เพราะใช้ขดลวดขนาดใหญ่กว่า และความเร็วรอบสูงสุดจะน้อยกว่ามอเตอร์ 370 SD ครับ

มอเตอร์ 380 ที่ผมนำมาทดลองใช้ เป็นมอเตอร์แบบเดียวกับที่ติดมากับเครื่องบินจีนรุ่น Firebird400 ครับ กินกระแสขณะไม่มีโหลด 0.5 A ซึ่งดูแล้วน่าจะสเปคเดียวกับมอเตอร์มาบูชิ 380 SH ครับ น้ำหนัก 71 กรัม หนักกว่ามอเตอร์ 370 SD ถึง 20 กรัม ค่า constant 2305 rpm/V ซึ่งเป็นค่าที่เหมาะสมสำหรับการบินแบบไม่จี๊ดจ๊าด
เมื่อเปรียบเทียบสเปคของมอเตอร์ 370SD กับมอเตอร์ 380SH และมอเตอร์ฟอลคอนคู่ขนาน จะได้ดังนี้ครับ
|
No load current |
Constant(rpm/V) |
น้ำหนัก (กรัม) |
ความต้านทาน(โอห์ม) |
|
|
มอเตอร์ 370SD |
0.34 |
2384 |
51 |
0.818 |
|
มอเตอร์ 380SH |
0.5A |
2305 |
71 |
0.341 |
|
มอเตอร์ฟอลคอนคู่ขนาน |
0.4A |
3535 |
62 |
0.200 |
มอเตอร์ 380 ของผมนี้มีอายุการใช้งาน 2 ปี แล้วครับ เดิมใส่อยู่ในเครื่องบิน E3 ขับตรงใบพัด 6 นิ้ว ตอนหลังผมถอดออกแล้วใส่มอเตอร์ 400 ทดเฟืองเข้าไปแทน ก็เลยเอามอเตอร์ตัวนี้มาทดลองดู
เริ่มแรกก็ลองวัดดูก่อนว่าสามารถใส่มอเตอร์เข้าไปในแท่นยึดมอเตอร์เดิม ๆ ได้หรือไม่ ปรากฏว่ารูน็อตตรงกัน แต่รูบุชตรงแกนมอเตอร์ของเดิมมีขนาดเล็กเกินไป จึงต้องคว้านรูออกให้ใหญ่ขึ้น ผมใช้หัวแร้งแช่ร้อน ๆ ค่อย ๆ คว้านออก ระวังอย่าให้ปลายหัวแร้งไปถูกเฟืองตัวใหญ่เข้านะครับ แล้วตกแต่งด้วยมีดให้ขอบเรียบเสมอกัน จากนั้นใส่มอเตอร์เข้าไป สังเกตว่ามอเตอร์จะมีความกว้างและความสูงมากกว่ามอเตอร์ 370SD ถ้าใช้เซอร์โวที่ติดมากับ Walkera ซึ่งเป็นเซอร์โวตัวค่อนข้างใหญ่ อาจจะทำให้แขนเซอร์โวตัวที่บังคับเดินหน้าถอยหลังมายันกับตัวถังมอเตอร์ จึงต้องเปลี่ยนเซอร์โวให้เป็นตัวเล็กสุด โดยของผมเปลี่ยนเป็นเซอร์โว ตัวสีฟ้า น้ำหนัก 4 กรัม ราคา 550 บาท มาใช้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วครับ

จากภาพจะเห็นว่าเมื่อเปลี่ยนเซอร์โวตัวเล็ก ความสูงของเซอร์โวจะน้อยลง ทำให้ก้านชักเซอร์โวเอนเฉียงหลบความสูงของมอเตอร์ 380 ได้พอดี แต่ถ้าไม่เปลี่ยนเซอร์โว อาจต้องเปลี่ยนแขนคันชักแล้วทำการดัดงอเพื่อหลบตัวถังมอเตอร์
สำหรับเฟืองขับที่จะเอามาใช้ ผมใช้เฟืองขับของรถกระป๋องนั่นแหละครับ แม้รูจะเล็กกว่าแกนมอเตอร์ 380 แต่เมื่อค่อย ๆ ตอกอัดเข้าไปก็สามารถใช้กันได้ ต้องเลือกเฟืองตัวสีขาวเท่านั้น เพราะมีส่วนผสมของไนลอน มีความยืดหยุ่นสูงเวลาตอกลงไปจะได้ไม่แตก ถ้าใช้เฟืองที่เป็นสี ๆ มีความแข็งกระด้าง อาจแตกได้ครับ
เดิมผมใช้เฟืองขนาด 11 ฟัน เท่ากับของเดิมที่ติดมากับมอเตอร์ 370 SD เพื่อลองดูว่าผลเป็นอย่างไร
ปรากฏว่าบินขึ้นได้ครับ แต่สูงแค่เรี่ย ๆ พื้น ไม่เกิน 1 ฟุต ผมเอามือจับมอเตอร์ดู ไม่มีความร้อนเลย แสดงว่า มอเตอร์ 380 นี้มีแรงบิดดีมาก แต่รอบน้อยกว่ามอเตอร์ 370SD และมอเตอร์ฟอลคอน จึงต้องลดอัตราทดเฟืองลง เพื่อเพิ่มรอบให้สูงขึ้น โดยเพิ่มจำนวนฟันของเฟืองขับ ผมมีเฟืองไว้ทดลองอีก 2 ตัว คือ 12 ฟัน และ 14 ฟัน จึงตัดสินใจเลือกเฟือง 14 ฟัน ไปเลยครับ

เมื่อเปลี่ยนเฟืองเป็นแบบ 14 ฟัน แล้วทดลองบินดู คราวนี้บินได้สูงเป็นปกติครับ และจากการที่น้ำหนักมอเตอร์เพิ่มมากขึ้น ทำให้บินได้นิ่งกว่าเดิมขึ้นมากเลยครับ ลักษณะการบินเหมือนขับรถยุโรปคันใหญ่ ๆ แรงบิดดี บินเดินทางได้นิ่มนวลมากครับ บินได้ 5 นาทีเอาลงมาจับมอเตอร์ดู แค่อุ่น ๆ เท่านั้นเอง อย่างนี้ทำให้สามารถบินได้นานเท่าที่ต้องการ โดยไม่ต้องติดแผ่นระบายความร้อนครับ เชื่อได้ว่าอายุการใช้งานของมอเตอร์หลักแบบ 380 นี้ จะนานหลายร้อยไฟลต์ทีเดียวครับ

เมื่อใส่ canopy ความสูงของมอเตอร์ 380 จะยันกับหัวของ canopy พอดี
มอเตอร์ 380 ที่นำมาใช้นี้ มีข้อเสียเหมือนกันครับ คือกินไฟสูงกว่ามอเตอร์ 370SD ซึ่งเป็นเพราะมอเตอร์ตัวใหญ่กว่า ประกอบกับน้ำหนักเพิ่มขึ้น จึงต้องใช้กระแสไฟมากขึ้นกว่าเดิมในการยกตัวให้ลอยขึ้นครับ จากการใช้กับถ่าน NiMH 7 ก้อน ชุดเดิมที่ติดมากับ ฮ จะบินได้แป๊บเดียวประมาณ 3 นาที ถ่านก็จะอ่อนแรงครับ แต่ถ้าใช้กับถ่านเป็น Li-Po ขนาด 1800 mA จะไม่มีปัญหาครับ
ตอนนี้ผมมีทางเลือกมอเตอร์ราคาถูกมาใช้แทน 370SD ได้ เพิ่มขึ้นอีกแล้วครับ ทั้งมอเตอร์ฟอลคอนและมอเตอร์ 380 ผมมีตุนไว้หลายตัว คงไม่ต้องเสียเงินซื้อมอเตอร์หลักไปอีกนานแสนนาน
ขอให้สนุกครับ
ngoodinja@hotmail.com20 มิถุนายน 2548
10 วิธีการยืดอายุมอเตอร์หาง Walkera 4ch
ผมทดลองและรวบรวมวิธีการยืดอายุมอเตอร์หาง ซึ่งปกติแล้วจะมีอายุประมาณ 20-25 ไฟลต์ ก็ต้องเปลี่ยนใหม่ ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์หางของแท้ หรือมอเตอร์ N20 แต่ถ้าทำตามวิธีการเหล่านี้ได้ครบทุกวิธี จะทำให้อายุการใช้งานมอเตอร์หางยืนยาวออกไปเป็น 35-40 ไฟลต์ทีเดียวครับ
ถ้าทำได้ครบทั้งสิบวิธีนี้ รับรองว่าจะประหยัดค่ามอเตอร์หางไปได้อีกมากครับ
ขอให้สนุกครับ
ngoodinja@hotmail.com6 กรกฎาคม 2548
เครื่องชาร์จถ่านลิเธียมสำหรับ Walkera
ผมใช้ถ่าน Li-po 2 cells 1800mA สำหรับใส่ใน ฮ walkera ทำให้บินได้นานมาก แรงดีสะใจ นอกจากนี้ผมยังเอาถ่านลิเธียมอิออน ของมือถือ ก้อนละ 80 บาท จำนวน 4 ก้อน มาต่อแบบ 2s2p คือขนานกัน 2 ก้อน และอนุกรมกัน 2 ก้อน ได้แรงดัน 8.4 โวลต์ 1600mA ใส่ในรีโมทภาคส่งด้วยครับ แม้จะแรงดันไม่ถึง 12 โวลต์ แต่ก็ใช้งานได้ โดยไฟบอกแรงดันที่รีโมทขึ้นสีเหลืองถึงเขียวอ่อน ๆ ลองเอามาบังคับดูก็ยังได้ระยะไกลไม่ต่ำกว่า 100 เมตร ทำให้ใช้รีโมทได้นานมากแถมน้ำหนักเบากว่าใช้ถ่าน AA 8 ก้อน อีกด้วย

ดังนั้นผมจึงสร้างเครื่องชาร์จลิเธียมขึ้นอีกชุดหนึ่ง โดยใช้วงจรแบบง่ายที่สุดคือใช้ IC regulator เบอร์ LM317T แล้วทำขั้วมาต่อกับอแดปเตอร์ชาร์จไฟของ Walkera อีกทีหนึ่ง ทำให้ได้เครื่องชาร์จขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวกมาก

การประกอบผมทำแบบง่าย ๆ เลยครับ ขั้นแรกก็ติดตั้งแผ่นระบายความร้อนเข้าที่ตัวไอซี แล้วก็เอาอุปกรณ์มาต่อขาบัดกรีกันตรง ๆ หุ้มด้วยท่อหด แล้วต่อขั้วออกสองด้าน ด้านหนึ่งไว้เสียบกับขั้วต่ออแดปเตอร์ อีกด้านหนึ่งทำขั้วเสียบเพื่อชาร์จถ่าน

จากภาพจะเห็นว่าเป็นเครื่องชาร์จลิเธียมที่ขนาดจิ๋วมาก ราคาอุปกรณ์ทั้งหมดไม่เกิน 50 บาทครับ
ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นกับขนาดอแดปเตอร์ที่ใช้ ปกติถ้าใช้อแดปเตอร์ของ walkera ขนาด 300mA จะชาร์จถ่านขนาด 1800mA เต็มภายใน 3-5 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้อแดปเตอร์ขนาดใหญ่ขึ้น เช่น 1000mA ก็จะชาร์จเต็มภายใน 1-2 ชั่วโมงครับ

เมื่อต่อวงจรแล้ว ต้องปรับแต่งก่อนครับ โดยต่ออแดปเตอร์เข้ากับวงจร เอามิเตอร์วัดไฟขาออก แล้วปรับ VR500โอห์ม จนกว่าแรงดันขาออกจะได้ 8.4 โวลต์พอดี จากนั้นสามารถใช้งานได้ทันทีครับ
ข้อควรระวังคือ วงจรชาร์จขนาดจิ๋วนี้ ไม่มีวงจรป้องกันกระแสไฟเกิน กระแสไฟจะถูกจำกัดด้วยขนาดของอแดปเตอร์ที่ใช้เท่านั้น จึงไม่สามารถใช้ไฟชาร์จจากแบตเตอรี่รถยนต์ได้ และการเลือกอแดปเตอร์ที่จะใช้ชาร์จก็ไม่ควรให้ขนาดใหญ่เกินกว่าความจุของถ่านที่จะชาร์จ (คือไม่เกิน 1c) เช่น หากชาร์จถ่านขนาด 1800mA ก็ไม่ควรใช้อแดปเตอร์ที่จ่ายกระแสเกิน 1800mA ครับ
คำเตือน
ถ่านลิเธียมอิออน และถ่านลิเธียมโพลิเมอร์ ถ้าชาร์จไม่ถูกวิธี อาจจะเกิดระเบิดหรือไฟไหม้เป็นอันตรายมาก ก่อนสร้างเครื่องชาร์จและใช้งาน ควรศึกษาให้ถ่องแท้ก่อน และห้ามเด็กสร้างเล่นเองเด็ดขาด การชาร์จและการเก็บรักษาถ่านต้องอยู่ในที่ปลอดภัย เช่น ใส่ถ่านไว้ในแจกันดินเผาหรือกล่องเซรามิค เพื่อป้องกันเพลิงไหม้ครับ
การปรับ Track ใบพัดหลักของ Walkera
เพื่อน ๆ เคยสังเกตใบพัดหลักของ Walkera เวลาหมุนหรือไม่ครับ ถ้ามองจากด้านข้างเวลาใบพัดหมุนนั้น แนวระนาบของใบพัดหลักทั้งสองใบต้องหมุนในแนวเดียวกัน ถ้ามองจากด้านข้างแล้วจะเห็นเป็นใบพัดใบเดียว แต่ถ้ามองแล้วเห็นเป็นใบพัดสองใบซ้อนเหลื่อมกันอยู่ สูงอันหนึ่ง ต่ำอันหนึ่ง แสดงว่า track หรือแนวของใบพัดทั้งสองใบไม่ตรงกัน เรียกว่า track แตก ซึ่งจะมีผลให้แรงยกของใบพัดหลักลดลงจากเดิม การยกตัวไม่มีประสิทธิภาพ
Track แตกนี้มีสาเหตุมาจากมุมบิดของใบพัดไม่เท่ากัน ทำให้ใบพัดด้านหนึ่งกินลมมากกว่าอีกด้านหนึ่ง เวลาใบพัดหมุนทำให้มีแรงยกใบด้านนั้นสูงขึ้นมากกว่าอีกด้านหนึ่ง จึงมองเห็นใบพัดซ้อนกันเป็นสองชั้น

ถ้าเพื่อน ๆ สังเกตใบพัดหลักด้านหนึ่งจะเห็นมีแถบสีขาวคาดอยู่ปลายใบ ส่วนอีกด้านหนึ่งไม่มีแถบ แถบสีขาวนี้เป็นจุดสำหรับสังเกตเพื่อปรับ Track ให้ตรงกันครับ เช่น เวลาใบพัดหมุนถ้ามองจากด้านข้างเห็นใบที่มีแถบขาว อยู่ต่ำกว่าใบที่ไม่มีแถบ แสดงว่าใบที่มีแถบขาว มีมุมบิดน้อยกว่าใบที่ไม่มีแถบ จึงต้องปรับเพิ่มมุมบิดของใบที่มีแถบให้มากขึ้น และลดมุมบิดของใบที่ไม่มีแถบให้น้อยลง
วิธีเพิ่มมุมบิดทำได้ง่าย ๆครับ มือซ้ายจับที่โคนใบพัด มือขวาจับที่ปลายใบพัด จากนั้นก็บิดใบพัดตามยาวเหมือนเราบิดผ้าเป็นเกลียว โดยให้ขอบด้านหน้าใบพัดหรือ Leading edge แหงนขึ้น
ส่วนการลดมุมบิดก็จับลักษณะเดียวกัน แต่บิดกลับด้านกัน คือให้ขอบด้านหน้าใบพัดกดต่ำลงแทน
ทดลองบินดูอีกทีแล้วปรับจนกว่า Track จะตรงกันครับ
ขอให้สนุกครับ
ngoodinja@hotmail.com10 กรกฎาคม 2548
การใช้รีโมท Walkera กับโปรแกรม FMS
เพื่อน ๆ คงรู้จักโปรแกรม FMS ซึ่งเป็นโปรแกรมฝึกบังคับเครื่องบินที่สามารถรับสัญญาณจากรีโมทวิทยุบังคับได้ โดยผ่านสายต่อ เช่นเดียวกับโปรแกรมฝึกบินเฮลิคอปเตอร์ True Flight ที่แถมมากับ Walkera 4 ch ของเรา
เนื่องจากโปรแกรม True Flight เป็นโปรแกรมเก่ามากแล้ว รูปกราฟฟิกก็ไม่สวย เครื่องบินก็มีไม่กี่แบบ สู้โปรแกรม FMS ยอดนิยมไม่ได้ แต่เราไม่สามารถเอารีโมทของ Walkera มาใช้กับโปรแกรม FMS โดยตรงได้ครับ ต้องใช้โปรแกรมพิเศษอีกตัวหนึ่งมาเป็นตัวช่วย
นั่นคือต้องใช้โปรแกรม ppjoy มาสร้าง virtual joystick เพื่อให้รับสัญญาณจากรีโมท Walkera แล้วจึงส่งผ่านไปยังโปรแกรม FMS ครับ
โปรแกรม ppjoy ค่อนข้างจะหา download ยากพอสมควร บางทีก็ link เสีย พอดีเข้าไปคุยในเวปของสนามมีนบุรี คุณ MAX ได้แนะนำ link จนผมไปโหลดมาติดตั้งได้แล้ว เพื่อความสะดวกก็เลย upload โปรแกรม ppjoy เข้ามาในเวปนี้ด้วย เผื่อเพื่อน ๆ สนใจ
http://www.emodeler.net/~ngoodin/walkera/PPjoySetup.zip
เมื่อโหลดมาแล้ว ก็ทำการติดตั้งครับ จะได้กลุ่มโปรแกรมสำหรับจอยสติ๊กอยู่ กลุ่มหนึ่ง เรียกว่า parallel port joystick ซึ่งประกอบด้วยโปรแกรม 5 ตัว แต่ที่เราต้องการใช้มีเพียง 2 ตัวครับ
คือ Configure Joystick กับ PpjoyCom
เริ่มแรก เข้าไปที่ Configure Joystick ก่อน ใช้คำสั่ง Add แล้วไปที่ช่อง parallel port ให้เลือก Virtual Joysticks จากนั้นก็ปิดโปรแกรมโดยไม่ต้องเซตค่าใด ๆ
จากนั้นเปิดโปรแกรม PpjoyCom เลือกช่อง Joystick device เป็น virtual joystick และเลือก com1หรือ com2 ตามสายต่อพอร์ตที่เราเสียบเข้ารีโมท
สุดท้ายที่ช่อง serial protocol เลือก Zen Hua 5 byte protocol
จากนั้นย่อขนาดหน้าต่างลงโดยไม่ต้องปิดโปรแกรม เพราะเราต้อง run โปรแกรมนี้ตลอดเวลาที่เราต้องการใช้รีโมทของ walkera อ้อ อย่าลืมเปิดสวิตช์ที่รีโมทด้วยนะครับ
จากนั้นก็เข้าไปในโปรแกรม FMS เลือกเมนู Controls >analog control>joystick interface>mapping/calibration เพื่อปรับรีโมทให้ใช้กับ FMS ได้ถูกต้อง
ในการปรับเลือกแชนแนล ให้เลือกตามนี้ครับ
|
6 |
Inv |
exp |
|
4 |
Exp |
|
|
5 |
Inv |
exp |
|
3 |
inv |
|
|
6 |
Inv |
Exp |
|
4 |
Exp |
|
|
5 |
Inv |
exp |
|
3 |
inv |
การเซตค่านี้จะทำให้เล่นได้ทั้งเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ และการควบคุมนิ่มนวลดีครับ
จากนั้นก็ทำการ calibrate stick ที่รีโมทให้เรียบร้อย แล้วก็เล่นได้เลยครับ
หมายเหตุ
ในส่วนการเซตแชนแนลของวิทยุ walkera แต่ละรุ่นอาจแตกต่างกัน เพราะผลิตมาหลากหลายมากครับ บางรุ่นอาจเซตเป็น 4,2,3,1 จึงต้องทดลองโยกสติ๊กดูแต่ละ แชนแนล แล้วเซตให้ถูกต้องครับ ขอให้ดูกระทู้นี้ประกอบครับ http://www.mea117.com/board/download_thread.php?site=mea&bn=mea_heli&thread=1121314281&jonix=
ขอให้สนุกครับ
ngoodinja@hotmail.com13 กรกฎาคม 2548
Spec ของมอเตอร์ N20 และ N30
มีเพื่อน ๆ อยากทราบรายละเอียดของมอเตอร์ N20 และ N30 ผมก็เลยรวบรวมมาให้ดูเป็นข้อเปรียบเทียบครับ
|
มอเตอร์ |
แรงดันที่ใช้(V) |
ค่า rpm/v |
กระแส Noload (A) |
|
N20 |
1.5-6 |
2920 |
0.14 |
|
N30 |
3-8 |
2102 |
0.12 |
การแก้ปัญหาขาสกีหักแบบถาวร
การเล่น Walkera จะมีปัญหาที่เพื่อน ๆ ทุกคนต้องเจอ คือ ขาสกีหัก โดยส่วนใหญ่จะหักบริเวณข้อต่อระหว่างขาสกี กับฐานสกี การแก้ปัญหาโดยทั่วไปคือเอากาวช้างติดแล้วเอาท่อหดหุ้มหรือไม่ก็หุ้มกระดาษทิชชูแล้วเอากาวช้างไล้ให้ชุ่ม ซึ่งก็แก้ปัญหาไปได้บางส่วนแต่ถ้าเครื่องตกหนัก ๆ ก็หักอีกเหมือนเดิม
ผมไปเจอวิธีการหนึ่งจากอินเตอร์เนต นำมาลองทำแล้วได้ผลดี ขาสกีมีความแข็งแรงกว่าเดิมอย่างมาก ตกเท่าไรก็ไม่หัก วิธีการคือให้ใช้สว่านดอกเล็ก ๆ หรือไขควงแหลม ๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 มิลลิเมตรเท่ากับแกนขาสกี เจาะลงไปในฐานสกีให้ทะลุไปข้างใต้ฐานสกีเลยครับ แล้วค่อยเอาขาสกีเสียบลงไปให้สุด จากนั้นค่อยหยอดกาวช้างลงไป การเสียบล็อกลักษณะนี้ทำให้ขาสกีมีความแข็งแรงมากไม่มีการหักอีกต่อไป แต่มีข้อเสียเล็กน้อย คือทำให้ความสูงของขาสกีลดลงไปประมาณ 1 เซนติเมตร ซึ่งก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพื่อน ๆ ลองทำดูนะครับ ได้ผลดีมาก

ขอให้สนุกครับ
ngoodinja@hotmail.com28 กรกฎาคม 2548
เชิญชม Video การบินของ Walkera 4ch ของงูดิน ประกอบเพลงครับ
ผมบิน Walkera 4ch แบบ outdoor ที่ถนนหน้าบ้าน มีลมนิด ๆ และที่แคบไปหน่อย แต่ก็บินได้สนุกครับ ก็เลยถ่าย Video มาทำเป็น Music Video ซะเลย เพื่อน ๆ ที่สนใจชมได้ที่
http://www.emodeler.net/~ngoodin/walkera/walkeradance3.wmvขอให้สนุกครับ
ngoodinja@hotmail.com24 สิงหาคม 2548
ทดลองใช้มอเตอร์ CN12-RXC เป็นมอเตอร์หาง
จากการที่ผมอยากได้มอเตอร์หางแบบทนทานอย่างน้อยก็ให้พอ ๆ กับมอเตอร์หลัก คือ ควรมีความทนทานประมาณ 100 ไฟลต์ เพื่อจะได้ไม่ต้องคอยถอดใส่เปลี่ยนมอเตอร์หางบ่อย ๆ เพราะปกติแล้วผมบินเจ้า Walkera ตัวนี้วันละประมาณ 5 ไฟลต์ ต้องเปลี่ยนมอเตอร์หางเฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 ตัว แม้จะซื้อมอเตอร์ N20 ตุนไว้เยอะ แต่ก็เบื่อที่ต้องคอยถอดเข้าถอดออกเหมือนกันครับ ผมก็เลยลงทุนสั่งซื้อมอเตอร์ GWS CN12-RXC ซึ่งเป็นมอเตอร์หางแบบขับตรงของ GWS Dragonfly รุ่นใหม่ จาก
www.hobbythai.com ราคาตัวละ 290 บาท มาทดลองดูซิว่าจะทนทานขนาดไหนตอนแรกผมต่อมอเตอร์หางแบบขับตรงก่อนครับ คือใช้ใบพัด auldey ขนาด 4x2 นิ้ว ที่ใช้กับเครื่องบิน Cygnet มาเสียบเข้ากับแกนมอเตอร์โดยตรง เหมือนกับที่เคยทดลองกับมอเตอร์ Cygnet ในช่วงแรก ๆ ปรากฏว่าใช้ได้ครับ แรงบิดดี กันหางได้ดี เสียงเร้าใจมาก ดังหวือ ๆ แต่ว่าความร้อนของมอเตอร์ขึ้นสูงอย่างรวดเร็วมากครับ บินได้แค่สองนาทีมอเตอร์ก็ร้อนจัดจนรูใบพัดหลอมละลายเพราะความร้อนของแกนมอเตอร์ ทำให้ใบพัดหลวมหลุดกระเด็นออกมาทีเดียว ผมลองต่อไดโอด 1 ตัว เพื่อลดไฟเข้ามอเตอร์หวังว่ามอเตอร์จะร้อนน้อยลงแต่ก็ไม่ได้ผลครับ บินไปได้ 2 นาที ก็ความร้อนสูงจนยิงใบพัดหางกระเด็นออกมาทุกครั้ง
ความจริงการต่อใบพัดกับมอเตอร์ขับตรงนี้ ต้องใช้ตัวอแดปเตอร์ใบพัดขนาดเล็กทำด้วยโลหะมาต่อซึ่งจะมีสกรูตัวหนอนขันล็อกให้ติดกับแกนมอเตอร์ได้แน่นหนา แต่ในเมืองไทยผมไม่รู้จะหาซื้อได้ที่ไหน
สรุปว่าการต่อมอเตอร์ CN12-RXC แบบขับตรงกับใบพัด auldey ไม่สำเร็จ ครับ เพราะมอเตอร์ร้อนจัดเกินไป
ผมจึงลองอีกวิธีหนึ่ง คือทดเฟืองมอเตอร์กับใบพัดเดิม ๆ ของ Walkera ครับ การทดเฟืองก็มีปัญหาอีก เนื่องจากแกนมอเตอร์มีขนาด 1.5 mm ซึ่งใหญ่กว่าแกนมอเตอร์ N20 จึงไม่สามารถใช้เฟืองขับมอเตอร์หางมาใส่โดยตรงได้ ผมจึงเอาเฟืองรถกระป๋องขนาด 8 ฟันมาใส่แทน แต่ก็มีปัญหาว่าเฟืองขับรถกระป๋องมีรูขนาด 2 mm ซึ่งกว้างกว่าแกนมอเตอร์ไปเสียอีก จึงแก้ปัญหาโดยเอาท่อหดหุ้มแกนมอเตอร์เสียก่อน จากนั้นเอากาวยางไล้ให้มีความฝืดแล้วอัดเฟืองรถกระป๋องลงไป ก็มีความแน่นหนาดีครับ

มอเตอร์ CN12-RXC สามารถใส่เข้าในช่องมอเตอร์เดิมได้ทันที ดูลงตัวมากครับ
ผลการใช้งานปรากฏว่าสามารถกันหางได้ดีเหมือนมอเตอร์ N20 ครับ ความร้อนของมอเตอร์ก็เพียงแค่อุ่น ๆ ไม่ร้อนมากครับ ไม่ต้องติดแผ่นระบายความร้อนเลย สามารถบินต่อเนื่องได้ยาวนานตามต้องการโดยไม่มีอาการรอบตกเพราะความร้อน เมื่อเป็นเช่นนี้คาดว่าอายุการใช้งานย่อมยืนยาวกว่ามอเตอร์ N20 แน่นอนครับ ตอนนี้ผมบินได้ประมาณ 30 ไฟลต์แล้วครับ

มอเตอร์ CN12-RXC สามารถใช้ทดเฟืองได้โดยไม่จำเป็นต้องติดแผ่นระบายความร้อน
ข้อเสียก็มีเหมือนกันคือมอเตอร์ตัวนี้มีขนาดใหญ่กว่ามอเตอร์ N20, N30 และมีน้ำหนักมากกว่า ทำให้ต้องเลื่อนแบตเตอรี่ไปทางหัวเครื่องมากขึ้นอีก น้ำหนักโดยรวมของ Walkera มีมากกว่าเดิม และกินไฟมากกว่าเดิมครับ เฉพาะไฟเข้ามอเตอร์หางก็ประมาณ 1.5-2 แอมป์ ครับ ในขณะที่มอเตอร์หาง N20 กินไฟแค่ไม่เกิน 1 แอมป์เท่านั้น

น้ำหนักหางที่มากขึ้นทำให้ต้องเลื่อนถ่านลิเธียมไปจนสุดใต้ภาครับ โดยผมใช้แผ่นโฟมรองแล้วเอาหนังยางรัดอีกที
ก็คงต้องเลือกระหว่างความทนทานไม่ต้องคอยเปลี่ยนมอเตอร์หางกันบ่อย ๆ กับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น การกินไฟมากขึ้นทำให้ระยะเวลาบินลดลง มิหนำซ้ำราคามอเตอร์หางที่แพงกว่ามอเตอร์หลักเสียอีก
ในความเห็นของผม ถ้ามันสามารถบินได้ถึง 100 ไฟลต์ โดยไม่ต้องเปลี่ยนมอเตอร์หางอีก ก็ถือว่าคุ้มค่าการลงทุนครับ
ขอให้สนุกครับ
ngoodinja@hotmail.com6 กันยายน 2548
มอเตอร์ CN12-RXC ทดเฟือง ใช้งานได้แค่ 50 ไฟลต์ก็อ่อนแรงครับ
จากการทดลองหามอเตอร์หางที่เหมาะสม ใช้ CN12-RXC ทดเฟือง ก็ยังไม่ได้ผลสำเร็จตามที่ตั้งใจครับ บินได้แค่ 50 ไฟลต์ ก็อ่อนแรง ไม่สามารถกันหางได้ ช่วงที่ใกล้หมดอายุสังเกตได้ว่ามอเตอร์เริ่มมีความร้อนสูงขึ้น และมีเสียงดังภายในมอเตอร์เวลาหมุน เข้าใจว่าบรัชคงจะกลับบ้านเก่าแน่นอนครับ สรุปว่าเมื่อเทียบราคากับอายุการใช้งานแล้ว ยังไม่คุ้มครับ สู้มอเตอร์ N20 ไม่ได้
คงต้องเสาะหามอเตอร์ตัวอื่น ๆ มาลองกันต่อไปครับ ที่ผมเล็ง ๆ อยู่ก็คือมอเตอร์ 130 หรือมอเตอร์รถกระป๋อง เช่น hyperdash2 หรือ revtune อะไรทำนองนั้น ราคาร้อยกว่าบาท แต่เป็นมอเตอร์ขนาด 3 โวลต์ กินกระแสประมาณ 1-2.5 แอมป์ คงต้องหาทางลดแรงดันไฟเข้ามอเตอร์ก่อน และน้ำหนักจะมากกว่ามอเตอร์ CN12-RXC เสียอีก
ขอให้สนุกครับ
ngoodinja@hotmail.com13 กันยายน 2548
บินมา 600 ไฟลต์ เป็นเวลา 6 เดือน ทำอะไรไปบ้าง
เปลี่ยนเซอร์โวไป 7 ตัว
เปลี่ยนมอเตอร์หางไป 30 กว่าตัว ทั้ง N20-N30-CN12
เปลี่ยนมอเตอร์หลัก RK-370SD ไป 3 ตัว ตอนนี้ใช้มอเตอร์ RS-380SH แทน
เปลี่ยนถ่าน NimH 700mAไป 3 แพค
เปลี่ยนถ่าน Li-po 1800mA ไป 2 แพค
เปลี่ยนใบพัดหางไป 3 ชุด
เปลี่ยนเฟืองหางไป 2 ชุด
เปลี่ยน flybar จากแท่งคาร์บอนเป็นลวดซี่ล้อจักรยาน
เปลี่ยนขาสกีจากแท่งคาร์บอนเป็นลวดซี่ล้อจักรยาน
ตัดชุดยึดถ่านออก เปลี่ยนเป็น ยางยืด
ใบพัดหลักใช้ของเดิม แต่ตัดใบให้แคบลง เพื่อการบินที่มันยิ่งขึ้น
บูมหาง ใช้ของเดิม เคยตัดให้สั้นลงเพื่อทดลองใช้มอเตอร์หางฟอลคอน แล้วเอามาต่อกันใหม่
canopy ของเดิม แตกบ้างร้าวบ้าง ใช้กาวและเทปยึดติดกันใหม่
วิทยุและวงจรภาครับ ของเดิม ๆ ยังใช้ได้ดี แต่ถอดขั้วต่อต่าง ๆ ออก บัดกรีต่อสายตรงกับมอเตอร์เพื่อลดน้ำหนัก
ขอให้สนุกครับ
ngoodinja@hotmail.com15 กันยายน 2548
ว่าด้วยเรื่องมอเตอร์หาง
มอเตอร์ N20 ตอนนี้ที่สะพานเหล็กขาดตลาดครับ ขณะนี้ผมก็เลยต้องซื้อมอเตอร์หางN30รุ่น heavy duty มาใช้แทน ราคาตัวละ 120 บาท พร้อมเฟืองและคาปาซิเตอร์ มอเตอร์ heavy duty จะใช้แปรงเหล็กมีซี่แปรงข้างละ 6 ซี่ ขนาดของแปรงจะใหญ่กว่าแปรงเหล็กของ N20 ซึ่งมีแปรงข้างละ 3 ซี่
การใช้งานมอเตอร์หาง N20 เท่าที่เคยใช้ มีอายุการใช้งานนานพอ ๆ กับมอเตอร์หาง N30 ของแท้ที่ใช้แปรงคาร์บอน คือประมาณ 25 ไฟลต์ ส่วนมอเตอร์หาง N30 แบบ Heavy duty จะมีอายุการใช้งานประมาณ 45 ไฟลต์ และมีแรงบิดสูงกว่ามอเตอร์ N20 จึงถือว่าคุ้มค่าสำหรับราคาขนาดนี้เมื่อเทียบกับมอเตอร์ N20 ซึ่งมีราคาประมาณ 50-60 บาท
การใช้งานมอเตอร์ N20 ก็ใช้แทนมอเตอร์เดิมได้ปกติครับ และมีข้อดีที่น้ำหนักเบากว่าและราคาถูกกว่า แต่ต้องแน่ใจว่าเป็นมอเตอร์ N20 ที่ใช้กับเครื่องบินจีนลำเล็ก ๆ นะครับ เพราะตัวถังมอเตอร์ N20 เหมือนกันแต่ความแรงจะต่างกัน เช่น มอเตอร์ N20 ของ binthai.com เปลือกสีทองที่ตัวละ 30 บาท ไม่สามารถนำมาใช้แทนมอเตอร์หางได้ เพราะแรงไม่พอครับ หรือมอเตอร์จิ๋วที่ใช้ทำเครื่องบินกระป๋องแม้จะรูปร่างเหมือน N20 ก็ใช้ไม่ได้ครับ
มอเตอร์ N30 แบบ heavy duty ก็เช่นกัน บางร้านบอกว่าเป็น heavy duty แต่พอนำมาใช้จริงอายุการใช้งานแค่ 20 ไฟลต์ แกะมาดูปรากฏว่าเป็นแปรงเหล็ก แค่ 3 ซี่ เหมือน N20 ดังนั้นจึงต้องเลือกร้านที่ซื้อด้วยครับ อย่าซื้อจับฉ่าย จะเสียเงินเปล่า ซึ่งเรื่องนี้จะโทษว่าคนขายหลอกลวงก็ไม่ถนัด เพราะคนขายคงไม่รู้ลึกซึ้งเท่าคนเล่นจริง เพียงแต่รับของมาแล้วก็ขายต่อ ๆ กันไป การซื้อของในเมืองไทยยังต้องใช้หลัก ผู้ซื้อต้องระวัง และผู้ขายจำสินค้าของตนไม่ได้เมื่อได้ขายไปแล้ว อยู่เสมอครับ
ทดลองใช้ถ่าน NiCd AA 7 ก้อน
ถ่านที่ใช้กับ Walkera 4ch ที่ติดมากับเครื่อง เป็นแบบ NiMH 600mAH ขนาด AAA ซึ่งมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา บินได้นานประมาณ 5 นาที ราคาแพคละ 280 บาท ซึ่งนับว่าไม่แพง แต่มีข้อเสียคืออายุการใช้งานสั้น เพราะต้องจ่ายกระแสเกินกว่าขนาดของถ่าน สังเกตได้จากหลังจากเล่นเสร็จ ถ่านจะร้อนมากจนจับแทบไม่ได้ เล่นได้ประมาณ 30-40 ไฟลต์ ก็เสื่อมสภาพไม่มีแรง ส่วนถ่าน LiPO 1800 mA น้ำหนักเบา แรงดีมาก อายุการใช้งานประมาณ 300 ไฟลต์ แต่มีราคาแพงเป็น 3 เท่า ของถ่าน NiMH
ผมเคยไปร้านคุณจุ่นที่สะพานเหล็ก เห็นคุณจุ่นบอกว่าเคยใช้ถ่าน Nicd ขนาด AA 7 ก้อน มาลองใส่ใน walkera 4ch ก็บินขึ้นได้ แม้น้ำหนักจะมากกว่าเดิม และบินได้นิ่งกว่าเดิมเพราะ disk loading สูงขึ้น ผมได้ฟังตอนแรกก็ไม่ค่อยจะเชื่อ เพราะถ่านขนาด AA 7 ก้อน นั้น น้ำหนักประมาณ 100 กรัมทีเดียว
นอกจากนี้ Walkera 4ch ของผมได้เปลี่ยนมอเตอร์เป็น มาบูชิ RS-380SH มานานแล้ว (ตั้งแต่เปลี่ยนมาบินได้ 400 ไฟลต์ แล้ว ไม่เคยต้องเปลี่ยนมอเตอร์หลักอีกเลย) ซึ่งจะกินไฟมากกว่ามอเตอร์เดิม ยิ่งไม่แน่ใจว่าจะบินขึ้น
ผมจึงทดลองดู ใช้ถ่าน Sanyo 700mAH ขนาด AA จำนวน 7 ก้อน ที่ใช้กับเครื่องบินไฟฟ้าของผม มาลองใช้กับ Walkera ดูบ้าง หากบินขึ้นก็จะได้เป็นทางเลือกแหล่งพลังงานราคาถูกคุณภาพสูงอีกทางหนึ่ง นอกเหนือจากการใช้ถ่าน LiPO ครับ

การใช้ถ่าน NiCd มีข้อดีหลายข้อครับ ข้อแรกคือ จ่ายกระแสไฟได้แรงสูงอย่างต่อเนื่องจนหยดสุดท้าย ไม่เหมือนถ่าน NiMH ที่จ่ายกระแสแบบเรื่อย ๆ เฉี่อย ๆ และมักจะแผ่วปลาย ข้อสองคือมีความทนทานสูงที่สุดไม่เสื่อมง่าย ๆ อายุการใช้งานถึง 1000 รอบการชาร์จ ข้อสามคือราคาถูกที่สุดในบรรดาถ่านชาร์จครับ ราคาถ่าน Sanyo ขนาด AA ตกก้อนละ 30-40 บาท รวมแพคละ 210-280 บาท เท่านั้น ในขณะที่ถ้าเป็น Sanyo NiMHขนาด AAA ตกก้อนละ 50-60 บาท หรือแพคละ 350-420 บาททีเดียว ข้อสุดท้ายที่ผมชอบมากคือ สามารถชาร์จเร็วได้ ถึง 3-4C หรือ 3-4 เท่าของความจุ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลารอการชาร์จจนหมดอารมณ์ ขณะที่ถ่าน NiMH หรือถ่าน LiPO ถูกจำกัดให้ชาร์จได้ไม่เกิน 1C หรือไม่เกินความจุของมันเอง ข้อดีนี้เห็นได้ดังเช่น ถ้าผมใช้ถ่าน NiCd 700mA ผมสามารถชาร์จด้วยกระแสขนาด 2.1-2.8 แอมป์ โดยใช้เวลาเพียง 15-20 นาที ก็สามารถนำมาเล่นได้อีก ในขณะที่ถ้าเป็นถ่าน NiMH หรือ LiPo ขนาด 700mA ต้องชาร์จด้วยกระแสไม่เกิน 700mA ใช้เวลาถึง 1 ชั่วโมงกว่าจะได้เล่นอีกครั้ง เพราะหากชาร์จด้วยกระแสเกินกว่านี้ ถ่านพังครับ โดยเฉพาะถ่าน LiPo จะบวมปูดให้เห็นเลย เปราะมาก
ส่วนข้อเสียของถ่าน NiCd ที่เห็น ๆ คือน้ำหนักมากจนรู้สึกได้ทีเดียวครับ อีกข้อหนึ่งคือมี memory effect สูง ต้อง discharge บ่อย ๆ และต้องชาร์จแบบช้าด้วยกระแส 1/10 C หรือ 10 เปอร์เซ็นต์ของความจุ สักประมาณ เดือนละครั้ง เพื่อป้องกัน memory effect และให้ถ่านในแพค balance กัน วิธีนี้เรียกว่าการทำ conditioning ครับ

จากการทดลองใช้ถ่าน Nicd ขนาด AA 7 ก้อน ปรากฏว่าสามารถใช้การได้เป็นอย่างดีครับ น้ำหนัก Walkera เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20 กรัม ทำให้การบินนิ่งกว่าเดิม และออกจะอุ้ยอ้าย ไม่หวือหวาร่อนไปร่อนมาคล่องเหมือนใช้ถ่าน LiPo ถ้าจะเปรียบกับรถก็คงเหมือนรถบรรทุกละครับ จะฮอปขึ้นลงก็ไปแบบช้า ๆ แต่หนักแน่น ข้อควรระวังก็คือเวลา Landing ต้องลงแบบนิ่มนวลทนุถนอมหน่อย เพราะน้ำหนักมากกว่าเดิม ถ้าลงไม่นิ่มพออาจเกิดกระแทกเสียงดังน่าตกใจหรืออาจถึงกับทำให้ขาสกีหักได้ครับ
ลองชม Video การบินของ Walkera ที่ใช้ถ่าน Nicd ขนาด AA ได้ที่นี่ครับ
http://www.emodeler.net/~ngoodin/walkera/walkeraaa.wmv
ขอให้สนุกครับ
7 ตุลาคม 2548
ปรับปรุงมอเตอร์หางเป็นระบบใบพัดหางเป่าระบายความร้อน
ผมเห็นมีเพื่อน ๆ หลายท่านใช้เทคนิคสลับใบพัดหางเพื่อให้เป่าระบายความร้อนมอเตอร์หางแล้ว เห็นว่าน่าจะได้ผลดี เพราะดัดแปลงไม่ยาก และสามารถลดน้ำหนักโดยถอดแผ่นระบายความร้อนออกได้ ผมก็เลยลองทำมั่งครับ

วิธีทำก็ง่าย ๆ ครับ ดูจากภาพจะเห็นว่าผมกลับด้านแกนหางให้หัวจุกไปอยู่ด้านซ้าย แล้วสอดใบพัดเข้าไป ติดใบพัดเข้ากับแกนหางด้วยกาวตราช้างแล้วหุ้มด้วยกระดาษทิชชูชุบกาวเพื่อให้แน่นหนา ส่วนปลายแกนหางก็สอดเข้าไปแล้วทากาวตราช้างติดกับเฟืองหาง วิธีนี้ทำให้เฟืองและใบพัดยึดติดตายตัวกับแกนหาง ไม่สามารถถอดออกได้อีก เมื่อมอเตอร์หางหมุนก็จะหมุนเฟืองและใบพัดให้เป่าลมมาผ่านระบายความร้อนมอเตอร์หางไปในตัวครับ ผมทดลองแล้วได้ผลดี ระหว่างบินมอเตอร์หางแรงดีไม่มีตก แต่เวลาลงจอดแล้วจะมีความร้อนสะสมที่ตัวมอเตอร์เพราะไม่มีลมจากใบพัดเป่าให้เหมือนตอนบิน ก็ต้องใช้ปากเป่าเอาตามเคยครับ
ใช้มอเตอร์ เฮลิคอปเตอร์ 2 แชนแนล (แมลงปอ) แทนมอเตอร์หลัก walkera
ปัญหาเรื่องมอเตอร์หลักของ walkera ไม่ค่อยทน แถมยังแพงตัวละ 220 บาท จนผมต้องหาทางดัดแปลงเอามอเตอร์ฟอลคอน หรือมอเตอร์ 380 มาใช้แทนบ้าง ตอนนี้มีมอเตอร์อีกตัวหนึ่งที่ใช้แทนมอเตอร์ walkera 4ch ได้ดีมาก ๆ คือมอเตอร์ของ เฮลิคอปเตอร์ 2 แชนแนล ที่หัวเป็นแมลงปอ สามารถซื้อมอเตอร์ของเจ้าตัวนี้มาใช้แทนมอเตอร์หลัก walkera 4ch ได้ทันทีครับ ซื้อที่สะพานเหล็กสนนราคาก็แค่ตัวละ 90 บาทเท่านั้น ประหยัดไฟกว่า เล่นได้นานกว่า และทนทานกว่ามอเตอร์ Walkera เสียอีกครับ ผมก็เลยซื้อมาตุนไว้ซะ 5 ตัว คงเล่นได้อีกเป็นปี

จากภาพจะเห็นมอเตอร์ของ ฮ แมลงปอครับ ใส่กันได้พอดี มอเตอร์แบบที่ผมซื้อนี้ไม่มีเฟืองมาให้ ก็เลยเอาเฟืองรถกระป๋องขนาด 10 ฟัน มาใส่ได้ครับ บินนิ่มนวลดี
ลดน้ำหนัก ลดน้ำหนัก และลดน้ำหนัก
อย่างที่เคยกล่าวว่า ฮ ขนาดจิ๋ว ๆ แบบนี้ น้ำหนักสำคัญมาก ยิ่งน้ำหนักเบาเท่าไร ก็บินได้ดี บินได้นาน และประหยัดไฟมากเท่านั้น
ผมจึงพยายามลดน้ำหนักลงอีกหลายอย่าง คือ ถอดคอนเนคเตอร์ต่าง ๆ ออกแล้วใช้การบัดกรีสายไฟต่าง ๆ แทน ถอดกล่องภาครับออก เหลือแต่แผ่นวงจรภาครับ และล่าสุดคือตัดสายอากาศเดิมออกแล้วใช้ลวดทองแดงอาบน้ำยาที่รื้อออกมาจากมอเตอร์เก่า ๆ มาต่อแทนสายอากาศเดิม และถอดขาที่ใช้ใส่ถ่านออก เปลี่ยนเป็นหนังสติ๊กเอาไว้รัดถ่านเข้าที่ขาสกีแทน ทำให้น้ำหนักลดลงอีกมากเลยครับ บินได้คล่องตัวมาก แต่อย่าไปบินที่ลมแรง ๆ นะครับ

แผ่นวงจรภาครับ เปลือยเอาไว้แล้วใช้สก๊อตเทปหุ้มแทนครับ และจะเห็นหนังสติ๊ก 3 เส้นคล้องอยู่ตรงขาสกี เอาไว้รัดถ่านชาร์จครับ คอนเนคเตอร์ต่าง ๆ ถอดออกหมด

สายอากาศเป็นลวดอาบน้ำยา บางเบาเหมือนปุยนุ่นทีเดียว แถมยังดูไม่เกะกะลูกตาด้วย
ขอให้สนุกครับ
6 เมษายน 2549
video การบิน Walkera4ch ลดน้ำหนักในสภาพลมปานกลาง
การที่ผมลดน้ำหนัก Walkera4ch ด้วยวิธีการต่าง ๆ ทำให้สามารถควบคุมได้คล่องตัวและนิ่มนวลกว่าเดิมมากครับ จากน้ำหนักที่เบาลงจึงเสมือนว่ามอเตอร์มีแรงสูงขึ้น แม้ว่าจะใช้มอเตอร์แมลงปอ และใช้ใบพัดหลักเดิม ๆ ไม่ได้ตัดใบ ก็สามารถบินสู้ลมขนาดปานกลางได้เป็นอย่างดีครับ
สเปคมีดังนี้ครับ
ตัวลำ ฮ Walkera4ch สภาพเดิมไม่มีการดัดแปลง
มอเตอร์หลัก ฮ แมลงปอ
มอเตอร์หางสภาพเดิม ติดheatsink ไม่ได้กลับใบ ใส่ไดโอด 1 ตัว คาปาซิเตอร์ 1 ตัว
ถ่าน Lipo 3e-model 1800mAH 10c 7.2V.
ลดน้ำหนักโดยวิธีการตามหัวข้อที่ผ่านมา
จะเห็นว่า แม้ ฮ สภาพเดิมๆ แต่ก็สามารถบิน outdoor สู้ลมได้พอสมควร เพียงแค่ลดน้ำหนักเท่านั้นครับ
ดู video ได้ที่นี่ครับ
http://www.emodeler.net/~ngoodin/walkera/wal4lt.WMV
ขอให้สนุกครับ
20 พฤษภาคม 2549
ใช้มอเตอร์ฟอลคอน เป็นมอเตอร์หางขับตรงใบพัด 3 นิ้ว

ผมทดลองมอเตอร์หางมาก็มากมายหลายแบบ หวังจะได้มอเตอร์ราคาถูก ทนทานใช้แทนมอเตอร์เดิม ๆ ซึ่งอายุการใช้งานสั้น แม้ระยะหลังจะมีมอเตอร์หางรุ่นใหม่ที่อายุการใช้งานยาวนานกว่าเดิม และสัญญาณรบกวนน้อยกว่าเดิมมาก แต่ก็ได้ประมาณไม่เกิน 50 ไฟลต์ ก็ต้องเปลี่ยน ซึ่งราคาก็ตั้ง 100-120 บาท แพงแบบไม่สมเหตุสมผล ผมจึงพยายามทดลองหามอเตอร์หางอยู่ตลอดเวลา
มอเตอร์ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความแรง และทนทานมาก คือมอเตอร์ฟอลคอน เมื่อต่อใบพัดฟอลคอนขนาด 4x2 นิ้ว ขับตรง จะกินกระแสสูงสุดประมาณ 3-3.5 แอมป์ ให้แรงขับประมาณ 60-80 กรัม ซึ่งเพียงพอเหลือเฟือที่จะนำมาใช้เป็นมอเตอร์หาง ซึ่งผมก็ได้ทดลองเอามอเตอร์ฟอลคอนไปทำมอเตอร์หางของ Walkera 35 แล้วก็ได้ผลดีมาก อายุการใช้งานยาวนานเกิน 200 ไฟลต์ ราคาก็แค่ตัวละ 80-90 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้ผมก็เคยเอามอเตอร์ฟอลคอนมาใส่แทนมอเตอร์หางของ Walkera 4ch มาก่อน แต่ไม่ได้ผลดี เพราะในตอนนั้น ผมใช้มอเตอร์หลักคือ mabuchi 380sh แกนฟลายบาร์ และขาสกี เป็นลวดซี่ล้อจักรยาน ซึ่งน้ำหนักรวมก็มากพอควรอยู่แล้ว เมื่อนำมอเตอร์ฟอลคอนมาใส่แทนมอเตอร์หางอีก ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอีกมาก อาการบินจึงอุ้ยอ้ายและกินไฟมหาศาล ถ่านลิโพมีความร้อนสูง ผมจึงไม่ได้นำลงเผยแพร่ครับ
มาช่วงหลังนี้ ผมเน้นการลดน้ำหนักเพื่อให้สมรรถนะการบินดีขึ้น ซึ่งได้ผลดีเป็นอย่างมาก ทำให้สามารถใช้มอเตอร์ของ ฮ 2 แชนแนล ราคาถูกน้ำหนักเบา แทนมอเตอร์เดิมของ walkera ได้ และเปลี่ยนแกนทุกอย่างเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ โดยผมซื้อมาเป็นแท่งยาวประมาณ 1 เมตร แล้วมาตัดเอา ส่วนบูมหางผมก็เปลี่ยนเป็นท่อคาร์บอนไฟเบอร์เช่นกัน ตัวลำ ฮ ไม่มีการแต่งเติมให้น้ำหนักเพิ่ม มีแต่พยายามตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกเพื่อลดน้ำหนัก ดังนั้น ผมจึงทดลองนำเอามอเตอร์ฟอลคอนมาติดตั้งอีกครั้งหนึ่ง ใช้แทนมอเตอร์หางตัวสุดท้ายซึ่งหมดอายุพอดี (และขี้เกียจสั่งซื้อใหม่)

การนำมอเตอร์ฟอลคอนมาติดตั้งนี้ ต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
การติดตั้งจึงต้องจัดการเรื่อง cg ให้ดี โดยเลื่อนถ่านลิโพขนาด 1800ma ไปจุดสุดหัว canopy แล้วยึดด้วยหนังสติ๊กและสก๊อตเทปให้แน่น ในขณะที่การติดตั้งมอเตอร์ฟอลคอนบนบูมหาง ผมใช้ปืนยิงกาวและรัดด้วยหนังสติ๊กอีกทีหนึ่ง ผมติดตั้งแบบใบพัดเป่าลมออก ซึ่งแม้จะระบายความร้อนมอเตอร์ได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็ปลอดภัยจากการยิงใบพัดหางระหว่างเล่น เพราะมอเตอร์หมุนด้วยความเร็วสูง หากใบพัดหางยิงออกมาเข้าตา ก็อาจตาบอดได้ ปลอดภัยไว้ก่อน

มอเตอร์ฟอลคอนที่ผมติดตั้ง ต้องติดเข้ามาในแกนหางประมาณ 1-2 นิ้ว เพราะถ้าติดที่ปลายหางพอดี หางจะยังหนักอยู่มาก แม้จะเลื่อนถ่านจนสุด canopy แล้ว จึงต้องเลื่อนมอเตอร์เข้ามาในแกนหางเพื่อให้ได้ cg แต่การเลื่อนมอเตอร์เข้าในแกนหางทำให้มีผลเท่ากับหางสั้นลงนั่นเอง การบังคับควบคุมจึงค่อนข้างไวกว่าเดิมพอสมควร

เพื่อให้มอเตอร์ฟอลคอนกินไฟน้อยลง ผมจึงตัดใบพัดให้เหลือ 3 นิ้ว ซึ่งก็เป็นขนาดเดียวกับที่ผมใช้ในมอเตอร์หางของ Walkera 35 ซึ่งเพียงพอกันหางได้เป็นอย่างดี
ผลการทดลองบินได้ผลเป็นอย่างดีครับ มอเตอร์ฟอลคอนปั่นใบพัด 3 นิ้ว เสียงดังหวี่ ๆ ๆ เหมือนเสียงยุงเวลามาตอมหูเราไม่มีผิดเลย ให้ความรู้สึกแปลก ๆ ดี แต่ก็สามารถบังคับควบคุมได้ดี แม้ ฮ จะมีอาการไวกว่าเดิมบ้างเล็กน้อยเพราะหางสั้นลง แต่ก็ไม่ได้เกิดความเครียด สามารถบังคับ nose in ได้สบาย ๆ เหมือนเคย จากการบินต่อเนื่องประมาณ 8 นาที พบว่า FET ของเดิม ๆ ในวงจรภาครับ สามารถรับมือได้สบาย ไม่มีอาการร้อนจัดหรือไหม้ อย่างไรก็ดี หลังเล่นเสร็จพบว่ามอเตอร์ฟอลคอนมีความร้อนพอสมควร แต่ไม่ถึงกับร้อนจัดจนจับไม่ได้เหมือนมอเตอร์หางของเดิม ส่วนมอเตอร์หลักมีความร้อนเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเพราะต้องทำงานหนักขึ้นจากการที่ต้องแบกน้ำหนักมอเตอร์หางมากขึ้น
การใช้มอเตอร์ฟอลคอนเป็นมอเตอร์หาง ทำให้กินไฟจากแบตเตอรี่โดยรวมมากขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดครับ สำหรับแบตลิโพ 3emodel 1800mA หากใช้มอเตอร์หางเดิมจะเล่นได้ ประมาณ 20 25 นาที โดยเล่นแล้วพักทุก ๆ 5 นาที แต่พอเปลี่ยนเป็นมอเตอร์หางฟอลคอนจะเล่นได้ประมาณ 15 นาที ครับ
ดูวิดีโอการบินได้ที่นี่ครับ
http://www.emodeler.net/~ngoodin/walkera/tail4.wmv
ขอให้สนุกครับ
29 มิถุนายน 2549