เฮลิคอปเตอร์ Walkera No.35 ของงูดิน

ผมเล่นเฮลิคอปเตอร์ Walkera 4ch มาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2548 ตอนนี้ก็ร่วม 8 เดือนแล้วครับ บินมากว่า 800 ไฟลต์ (ดูรายละเอียดใน
http://www.emodeler.net/~ngoodin/walkera/walkera.htm) ก็เลยอยากจะเล่นลำใหญ่ 6 ch ดูบ้าง เอาไว้บิน outdoor สู้ลมและฝึกบิน 3Dสำหรับรุ่นที่ผมเห็นว่าคุ้มค่าที่สุดขณะนี้ คือรุ่นที่ 35 ครับ เป็น เฮลิคอปเตอร์ 6 ch ใช้มอเตอร์ 380 ขับหางด้วยเฟือง เป็นแบบที่ก๊อปปี้เฮลิคอปเตอร์รุ่น Z400 ซึ่งมีชื่อเสียงมาก ตอนออกใหม่ ๆ เฮลิคอปเตอร์ Walkera No.35 นี้ ลำละ เจ็ดพันกว่าบาท ตอนนี้เหลือแค่ 5,000-5,500 บาท ซึ่งจะได้ครบชุดวิทยุพร้อมบิน ใส่แค่ถ่าน AA 8 ก้อนสำหรับรีโมทเท่านั้นเอง เหตุที่ราคาตกลงมาก็เนื่องจากปัญหาเรื่องเฟืองหางในระยะแรก ๆ ประกอบกับมีเฮลิคอปเตอร์รุ่นใหม่ที่ใช้ขับหางด้วยสายพาน คือรุ่น 36 เข้ามาตีตลาด ทำให้ความนิยมรุ่น 35 ลดน้อยลงครับ
ที่ผมเห็นว่าขณะนี้รุ่น 35 ถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคาที่สุด เพราะเหตุผลดังนี้ครับ


คิดได้ดังนี้ ผมก็ตัดสินใจทุบกระปุกเอาแบงค์พันมาหกใบ แล้วไปสะพานเหล็กเมื่อวันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม 2548 ครับ เดินถามราคามันทุกร้าน พบว่าร้านที่ขายแพงที่สุด ลำละ 5,500 บาท ร้านที่ถูกที่สุดลำละ 4,800 บาท ผมจึงเลือกซื้อร้านที่ถูกที่สุดครับ
สังเกตจากลำที่ซื้อมา เป็น Dragonfly ไม่ใช่ยี่ห้อ Walkera ซึ่งเกจิด้าน Walkera บางคนบอกว่าที่บริษัท Walkera ติดยี่ห้อ Dragonfly ก็เพื่อขายในแถบยุโรป อุปกรณ์วิทยุและตัวลำจะดีกว่าที่ติดยี่ห้อ Walkera จะจริงเท็จอย่างไรผมก็ไม่ทราบ ต้องซื้อมาลองกันดู
อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง ประกอบด้วยตัวลำประกอบเสร็จพร้อมวงจรภาครับ ถ่านชาร์จแพค 10 ก้อน รีโมท ที่ชาร์จถ่านขนาด 15 โวลต์ 400mA เหล็ก 6 เหลี่ยมสำหรับไขน็อตตัวลำ และคู่มือภาษาอังกฤษซึ่งเขียนได้ห่วยมาก ๆ อีก 3 เล่มบาง ๆ เกี่ยวกับตัวลำ 1 เล่ม วิทยุ 1 เล่ม และ ไจโร อีก 1 เล่ม
รุ่นที่ผมซื้อเป็นรุ่นเฟืองหางเหล็กทั้งชุดครับ ส่วนเฟืองรูปมงกุฎที่ต่อกับเฟืองมอเตอร์ก็เป็นเหล็กเหมือนกัน ซึ่งมีข้อเสียครับ คือจะทำให้เฟืองขับทองเหลืองของมอเตอร์หักเสียหายได้ถ้าเกิดการกระแทก ทำให้ต้องเปลี่ยนมอเตอร์ทั้งตัวทีเดียวเพราะเฟืองทองเหลืองไม่มีแยกขายครับ แต่จะติดมากับมอเตอร์เลย
ผมแกะกล่องมา จัดการชาร์จถ่านและหาถ่านมาใส่รีโมท เพื่อเตรียมเซตอับ พอจับรีโมทมาก็พบข้อบกพร่องทันที คือสติ๊กโยกด้านขวานั้นพอโยกแล้วก็ค้าง ไม่เด้งกลับตรงกลางครับ ผมลองเขย่ารีโมทดูได้ยินเสียงก๊อก ๆ แก๊ก ๆ ข้างใน แสดงว่าสปริงหลุด จึงจัดการเอาไขควงไขเปิดฝาหลังรีโมทออกมา ใช้วิชาที่พอมีติดตัวอยู่บ้าง จัดการใส่สปริงเข้าไปให้เรียบร้อย ใช้การได้ดี
ต่อไปก็ถึงกระบวนการเซตอับตัวลำเฮลิคอปเตอร์และฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของรีโมท ซึ่งการเซตตัวลำนั้นผมอาศัยแนวทางของคุณเมือง สมาชิก 117 ที่ลงไว้ในกระทู้ของสนามมีนบุรีเป็นหลักครับ แต่ก็มีดัดแปลงบ้างตามสไตล์ของงูดินครับ สำหรับการเซตรีโมทและภาครับนั้น ถือตามแนวทางของเวปต่างประเทศที่ค้นเจอรวบรวมได้ครับ
การเซตอับตัวลำเฮลิคอปเตอร์ Walkera No.35
เริ่มจากเอาไขควงหรือเหล็ก 6 เหลี่ยมไล่ขันสกรูทุกตัวให้แน่นหนา เพราะเท่าที่สังเกตจะมีสกรูบางตัวหลวม เช่น สกรูยึดแขนเซอร์โว สกรูยึดมอเตอร์ เป็นต้น จากนั้นจึงเริ่มการเซตอับดังนี้



ตามภาพเป็นตำแหน่งไจโรที่ติดตั้งมาก่อนเซตอับครับ


ส่วนแขนเซอร์โวที่ต่อเส้นลวดไปควบคุมหางนั้น เดิมผมจัดให้ตั้งฉากเช่นกัน แต่พบว่าเวลาบินจะมีปัญหาแขนเซอร์โวดึงขึ้นน้อยกว่าดันลง ทำให้เวลาเลี้ยวซ้ายก็เลี้ยวมากเกินไปจนแทบหมุน แต่เวลาเลี้ยวขวากลับเลี้ยวไม่ค่อยไป ดังนั้น จึงต้องเซตให้แขนเซอร์โวตัวนี้ เอนไปด้านหาง ประมาณ 45 องศา ครับ ซึ่งการเซตแบบนี้จะต้องตัดปลายลวดที่ต่อกับแขนเซอร์โวออกไปประมาณ 1 เซนติเมตร เพราะลวดที่ให้มายาวเกินไปหน่อยครับ เพื่อความสะดวกผมจึงติดตั้ง stopper หรือตัว servo arm lock เพื่อให้ขยับระยะลวดได้สะดวกและแน่นอนกว่าการใช้ปลายลวดแบบ Z bent ที่ติดมาแต่แรก


สำหรับเซอร์โวสองตัวที่ควบคุมโรเตอร์หลักนั้น พบว่าไม่จำเป็นต้องเซตใหม่เพราะตั้งระยะมาพอใช้ได้อยู่แล้วคือ เมื่อมองจากด้านข้างและด้านหน้า Swash plate อยู่ในแนวขนานดีอยู่แล้ว และการเซตลวดคันชักเซอร์โวสองตัวนี้ค่อนข้างยากเพราะสั้นและที่แคบมาก เอาไว้ค่อยเซตละเอียดตอนปรับทริมที่รีโมทวิทยุขณะทดลองบิน ส่วนเซอร์โวควบคุม pitch ก็เซตไว้ดีแล้วคืออยู่ในแนวตั้งฉากและขนานกับพื้นเช่นกัน

การเซตอับรีโมทวิทยุ Walkera no.35
มาทำความรู้จักกับรีโมทของ Walkera no.35 กันหน่อยครับ

ด้านหน้ามีสติ๊กสองด้าน สติ๊กด้านซ้ายเป็นคันเร่งและควบคุมหาง โยกขึ้นเร่งเครื่อง โยกลงเบาเครื่อง โยกซ้ายขวาเป็นการควบคุมใบพัดหางส่งผลให้หัวเฮลิคอปเตอร์หันไปทางซ้ายทางขวา สติ๊กด้านขวาเป็นตัวควบคุม swash plate ของใบพัดใหญ่ หรือที่เรียกว่า cyclic โยกซ้ายขวาคือเอียงซ้ายเอียงขวา โยกหน้าหลัง คือเอียงหน้าหรือเดินหน้า เอียงหลังหรือถอยหลังนั่นเองครับ
สวิตช์โยกเหนือรีโมท ด้านซ้าย เขียนว่า gear คือเป็นช่องควบคุมการพับล้อ ซึ่งเราไม่ได้ใช้งานครับ ส่วนสวิตช์ด้านขวา เขียนว่า N และ 1 ปกติจะต้องอยู่ที่ N คือ Normal หรือบินแบบปกติ ใช้บินลอยตัว หรือบินเดินทางตามปกติ ส่วนถ้าโยกลงมาตำแหน่ง 1 หมายถึงบินแบบ 3D ครับ หากโยกสวิตช์ลงมาตำแหน่งนี้ จะทำให้มอเตอร์หมุนใบพัดหลักด้วยความเร็วสูงสุดตลอดเวลา จะส่งผลถึงการควบคุมสติ๊กด้านซ้ายทำให้ไม่ได้ทำหน้าที่เร่งเครื่องเบาเครื่องอีกต่อไป แต่จะเป็นการปรับมุมบิด หรือ pitch ของใบพัดหลักอย่างเดียว คือถ้าลดสติ๊กลงต่ำกว่าตำแหน่งตรงกลางหรือลงต่ำสุด มุมบิดจะเป็นลบ ใช้สำหรับลงจอดหรือบินหงายท้องครับ แต่ถ้าโยกสติ๊กขึ้นเกินตำแหน่งตรงกลางไปจนถึงบนสุด มุมบิดจะเป็นบวก ใช้ในการลอยตัวขึ้นครับ ดังนั้น ก่อนเริ่มเล่น ต้องแน่ใจว่าสวิตช์ตัวนี้อยู่ในตำแหน่ง N เสมอครับ ไม่งั้นอาจเกิดอันตรายจากการที่ใบพัดหลักหมุนด้วยความเร็วสูงสุดในทันทีครับ
ปุ่มหมุนเล็ก ๆ อีกสองปุ่มเหนือสติ๊กที่เขียนว่า PLT และ PZT ทำหน้าที่ควบคุมเซอร์โวที่ยก pitch หรือมุมบิดของใบพัดหลักนั่นเอง โดย PLT ควบคุมช่วงเหวี่ยงของแขนเซอร์โวให้มากน้อยตามต้องการ ถ้าเซตเป็นบวกมากเท่าไร แขนเซอร์โวก็ขยับเป็นมุมกว้างขึ้นเท่านั้น ส่งผลให้ pitch หรือมุมบิดของใบพัดขยับเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่วนปุ่ม PZT คือการปรับทริมของเซอร์โวที่ยก pitch ให้อยู่ตำแหน่งตามต้องการ ซึ่งปกติเซอร์โวที่ยก pitch นี้จะทำงานสัมพันธ์กับคันเร่งคือสติ๊กด้านซ้าย โดยถ้าสวิตช์โยกมุมบนขวาอยู่ในตำแหน่ง N เมื่อโยกสติ๊กคันเร่งขึ้น มอเตอร์จะหมุนโบพัดเร่งขึ้นเรื่อย ๆ พอถึงจุดที่สติ๊กคันเร่งอยู่ตรงกลางจนกระทั่งเร่งไปถึงบนสุด เซอร์โวยก pitch จึงค่อย ๆ ขยับยกมุมบิดใบพัดขึ้นตามสติ๊กคันเร่งไปเรื่อย ๆ ทำให้เฮลิคอปเตอร์ลอยสูงขึ้นตามระยะของคันเร่งนั่นเอง แต่การควบคุม PZT จะเป็นการควบคุมการเคลื่อนไหวที่เซอร์โวโดยตรง เป็นการปรับละเอียดแยกส่วนจากสติ๊กคันเร่งครับ
ปกติเมื่อเราปรับเซตใบพัดหลักและ Paddles ให้อยู่ในแนวขนานแต่แรกแล้ว ปุ่ม PLT และ PZT ก็ไม่ต้องไปปรับแต่งอะไรมันครับ ให้มันอยู่ในตำแหน่งตรงกลางถูกต้องแล้ว สามารถบินขึ้นได้ตามปกติ
อ้อ ปุ่ม PLT และ PZT นี้จะใช้งานได้ก็ต่อเมื่อเราเลื่อน DIP สวิตช์หมายเลข 8 ด้านหลังรีโมทไปที่ตำแหน่ง OFF คือ UNLOCK เสียก่อน ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถปรับปุ่มทั้งสองนี้ได้ครับ

พูดถึง DIP สวิตช์แล้ว ก็พลิกมาดูกันเสียเลยครับ มีทั้งหมด 10 ตัว แต่เท่าที่ศึกษาผมทราบการทำงานแค่ 9 ตัว ดังนี้ครับ
หมายเลข 1 ถึงหมายเลข 4 เป็นสวิตช์ควบคุมการกลับทิศทางหรือ Reverse ของช่องสัญญาณที่ควบคุม Elevator, Aileron, Throttle, Rudder ตามช่องสัญญาณภาครับที่ 1-4 ตามลำดับ ปกติเซตไว้ที่ OFF
หมายเลข 5 เขียนว่า HELI/ACRO คือการปรับให้รีโมทนี้ใช้บังคับเฮลิคอปเตอร์ (HELI) หรือเครื่องบินทั่วไป (ACRO) เท่าที่ทดสอบดูพบว่าตัวอักษรข้อความพิมพ์สลับที่กันครับ ความจริงต้องเป็น ACRO/HELI คือถ้าเซตไว้ที่ OFF คือ ACRO จะไม่มีการ Mix สัญญาณระหว่าง Throttle หรือช่องที่ 3 กับ Rudder หรือช่องที่ 4 แต่ถ้าเซตไว้ที่ ON คือ HELI จะมีการ Mix สัญญาณระหว่างทั้งสองช่องดังกล่าว การ Mix นี้จะช่วยให้เวลาเราเร่งเครื่อง เซอร์โวในช่องสัญญาณของ Rudder จะช่วยดึงมุมบิดของใบพัดหางให้ต้านแรงบิดของใบพัดหลักให้โดยอัตโนมัติตามระยะของคันเร่งที่เร่งขึ้นไปครับ ระบบการ Mix นี้จำเป็นสำหรับเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ไจโรแบบธรรมดาที่เรียกว่า Yaw rate Gyro เช่นพวก GWS PG03 เป็นต้น เพื่อช่วยให้ไจโรทำงานได้ดีขึ้น แต่ถ้าเป็นไจโรแบบคอมพิวเตอร์หรือ Heading hold ที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการบังคับทิศทางโดยสามารถล็อกตำแหน่งของเฮลิคอปเตอร์ได้อย่างแม่นยำแบบไจโรของ Walkera no.35 หรือ Futaba GY240 การ Mix สัญญาณก็ไม่มีความจำเป็น และไม่ควรใช้ด้วยครับ เพราะจะทำให้การควบคุมหางยากลำบากที่เรียกว่าหางมันแข็งเกินไป สั่งให้เลี้ยวแล้วก็ไม่ยอมเลี้ยวตาม ชอบเด้งกลับไปที่เก่าอยู่เรื่อย สวิตช์ตัวนี้ปกติควรเซตไว้ที่ OFF ครับ หมายถึง ACRO คือไม่ต้องมีการ Mix สัญญาณนั่นเอง
หมายเลข 6 เขียนว่า TAIL C ผมไม่ทราบว่าใช้ทำอะไร
หมายเลข 7 เขียนว่า CCPM/NORM ก็พิมพ์ข้อความสลับที่กันอีกแล้วครับ ความจริงต้องเป็น NORM/CCPM คือถ้าอยู่ในตำแหน่ง OFF หรือ NORM การควบคุมสัญญาณช่องที่ 1 กับช่องที่ 2 คือ ELEVATOR กับ AILERON และเซอร์โวที่ยก pitch จะแยกส่วนกัน ใช้กับเฮลิคอปเตอร์ทั่วไป รวมทั้ง Walkera No.35 นี้ด้วย แต่ถ้าอยู่ในตำแหน่ง ON ใช้กับเฮลิคอปเตอร์ที่มี Swash Plate แบบ CCPM คือใช้เซอร์โว 3 ตัวช่วยกันยก Swash Plate และยก pitch แบบเฮลิคอปเตอร์ JR VoyagerE หรือ LOGO10 เป็นต้น สวิตช์ตัวนี้ปกติจะเซตไว้ที่ OFF ครับ การที่ DIP สวิตช์ตัวนี้พิมพ์ข้อความสลับกันทำให้เกจิหลายคนมึนมามากต่อมากแล้วครับ ว่าทำไม ฮ ถึงบินวอกแวกไม่นิ่งซักที
หมายเลข 8 เขียนว่า UNLOCK/LOCK ใช้สำหรับ LOCK หรือ ปลด LOCK การทำงานของปุ่ม PLT และ PZT ปกติควรอยู่ในตำแหน่ง ON คือ LOCK ครับ เว้นแต่ถ้าต้องการปรับปุ่ม PLT หรือ PZT จึงค่อยเลื่อนมาตำแหน่ง OFF คือ UNLOCK
หมายเลข 9 เขียนว่า PIT คือสวิตช์ควบคุมการกลับทิศทางหรือ Reverseของ เซอร์โวที่ใช้ยก pitch ที่ต่อกับช่องสัญญาณในภาครับช่องที่ 6 ปกติจะเซตไว้ที่ ON ครับ
หมายเลข 10 เขียนว่า GEAR คือสวิตช์ควบคุมการกลับทิศทางหรือ Reverseของเซอร์โวที่ใช้พับล้อ ซึ่งเราไม่ได้ใช้ครับ ปกติอยู่ในตำแหน่ง OFF
สรุปแล้วสำหรับการเริ่มต้นเซตอับรีโมท ควรเซต DIP สวิตช์ทุกตัวไว้ที่ OFF ยกเว้นหมายเลข 8 และหมายเลข 9 ให้เซตไว้ที่ ON ครับ
การเซตอับภาครับและการแก้ LOCK
ภาครับของ Walkera no.35 เป็นภาครับ 6 แชนแนล ซึ่งมีพิเศษตรงที่มีสปีดคอนโทรลและ BEC คือตัวแปลงไฟจ่ายเข้าภาครับและเซอร์โวรวมอยู่ด้วยกัน ซึ่งมีข้อดีคือไม่ต้องซื้อสปีดคอนโทรลแยกติดตั้งต่างหาก แต่มีข้อเสียคือการที่สปีดคอนโทรลรวมอยู่ในภาครับ ทำให้อุณหภูมิของภาครับสูงเกินไปจนเกิดอาการ LOCK ดังที่ได้กล่าวตอนต้น จึงต้องจัดการระบายความร้อนให้ดี ๆ
การต่อช่องสัญญาณภาครับ
ช่องที่ 1 และ 2
ต่อกับเซอร์โว 2 ตัวที่ควบคุม Swash plate ควบคุมด้วยสติ๊กด้านขวาของรีโมทช่องที่ 3 ไม่ใช้ เพราะภาครับรุ่นนี้มีสปีดคอนโทรลในตัวอยู่แล้ว ปกติช่องนี้ใช้ต่อกับสปีดคอนโทรลภายนอก สำหรับควบคุมมอเตอร์หลัก ควบคุมด้วยสติ๊กด้านซ้าย
ช่องที่ 4 ต่อกับไจโร แล้วมีสายสัญญาณจากไจโร ไปเข้าเซอร์โวควบคุมใบพัดหางอีกทีหนึ่ง ควบคุมด้วยสติ๊กด้านซ้าย
ช่องที่ 5 ไม่ใช้ (เข้าใจว่าเป็นช่องต่อกับ เซอร์โว gear คือพับล้อ)
ช่องที่ 6 ต่อกับเซอร์โวที่ควบคุมการยก pitch หรือมุมบิดใบพัดหลัก ควบคุมด้วยสติ๊กด้านซ้าย และ/หรือ ปุ่ม PLT กับ PZT
ตอนแรกผมทดลองบินดูก่อนโดยไม่ไปแตะต้องภาครับ เผื่อว่าถ้าลำนี้ไม่มีอาการ LOCK ก็ไม่จำเป็นต้องแก้ไขอะไร แต่ผมคิดผิดครับ พอเริ่มบินลอยตัวได้ประมาณ 3 นาที ก็เกิดอาการ LOCK ไม่สามารถควบคุมเฮลิคอปเตอร์ได้ และบินหงายหลังเอาหางไปกระแทกประตูเข้าโครมใหญ่ ผลก็คือ แกนใบพัดหางคด เฟืองเหล็กรูปมงกุฎถูกดันไปขัดกระแทกกับเฟืองขับทองเหลืองของมอเตอร์ ทำให้เฟืองมอเตอร์บิ่นเสียหาย หลังจากซ่อมแซมแล้วจึงต้องมาเซตอับภาครับและแก้ LOCK ครับ

วงจรภาครับของ Walkera No.35 ติดตั้งอยู่ที่ส่วนหัวของตัวลำซึ่งอยู่ภายใน Canopy ทำให้การระบายความร้อนทำได้ไม่ดี ยิ่งไปกว่านั้น การติดตั้งภาครับยังติดตั้งแบบคว่ำเอา IC Regulator และ FET ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีความร้อนสูงมากลงไปอยู่ด้านใต้แผงวงจรซึ่งมีกล่องพลาสติกหุ้ม ทำให้ความร้อนเกิดการสะสม แม้จะมีการเจาะช่องระบายความร้อนที่ด้านใต้กล่องแล้วแต่ก็ยังไม่เพียงพอครับ
ผมจัดการเซตอับภาครับใหม่ โดยแกะกล่องหุ้มด้านล่างออกแล้วติดภาครับใหม่โดยหงายด้านล่างขึ้นแทน แล้วหันภาครับติดในแนวขวาง เพื่อให้ความร้อนระบายขึ้นด้านบนได้สะดวก ยิ่งกว่านั้นผมยังเอาแผ่นระบายความร้อนขนาดค่อนข้างใหญ่มาแปะด้วยกาวตราช้าง (ถ้าจะให้ดีกว่านี้ควรใช้กาวซิลิโคนซึ่งกระจายความร้อนได้ดีกว่า) ติดเข้ากับ IC Regulator และ FET ซึ่งทำให้การระบายความร้อนทำได้ดีเยี่ยม แผ่นระบายความร้อนแค่อุ่นนิด ๆ เท่านั้นเอง ต่างจากการไม่ติดแผ่นระบายความร้อนซึ่ง IC จะร้อนจนแตะไม่ได้ทีเดียว จากการทดลองเล่นต่อเนื่องด้วยถ่านลิเธียม 1800mA นาน 15 นาทีจนถ่านหมด พบว่าไม่มีการ LOCK อีกเลย

สำหรับ Canopy ของ Walkera No.35 ผมว่าออกแบบมาเล็กเกินไป ใส่ไม่ค่อยได้ และก้านที่ยึด canopy ก็เป็นแค่แท่งพลาสติกสั้น ๆ เกี่ยวไม่ค่อยอยู่ ยิ่งเวลาใส่ถ่านเข้าไปด้วยยิ่งแน่นเกินไปและดูไม่สวย ผมก็เลยใช้เทปกาวสองหน้าติดที่ข้างกล่องวงจรภาครับ แล้วค่อยครอบ Canopy แปะเข้าไป ห้อยถ่านชาร์จไว้ใต้ฐานสกีแบบ Walkera 4ch แทน ดูลงตัวดีกว่าครับ

เทียบขนาดกับ Walkera 4ch


ผลการทดลองบิน Walkera no.35
เมื่อเซตอับทุกอย่างเรียบร้อย ก็ต้องลองบินดูแล้วปรับละเอียดอีกที โดยเปิดสวิตช์รีโมท เสียบถ่านชาร์จ จะได้ยินเสียงเซอร์โวขยับทันที ไฟที่ไจโรกะพริบ รอสัก 3 วินาที ไจโรเริ่มทำงาน จะได้ยินเสียงเซอร์โวขยับอีกครั้ง และไฟที่ไจโรติดค้าง แสดงว่าพร้อมจะบินได้แล้ว จากนั้นให้สังเกตดูว่า Swash plate อยู่ในแนวขนานกับพื้นหรือไม่ โดยเล็งดูจากด้านหน้าและด้านข้าง ถ้ายังไม่ขนานให้ค่อย ๆ ปรับทริมของสติ๊กขวาที่รีโมทจน Swash Plate อยู่ในแนวขนาน จากนั้นผมค่อย ๆ เร่งมอเตอร์ขึ้นจนคันเร่งไปถึงตำแหน่งกลาง ๆ ใบพัดหมุนแรงวี้ดดีมาก พอเร่งขึ้นไปอีกประมาณ 3 ใน 4 เซอร์โวยก pitch เริ่มขยับ ใบพัดมีการกินลมมากขึ้นจนดังหวือ ๆ และ Walkera no.35 ของผมก็ค่อย ๆ ลอยตัวขึ้นช้า ๆ อย่างมั่นคงครับ แต่สังเกตดูหางมันจะสั่นไปสั่นมาทางซ้ายทางขวา เรียกว่าอาการ Tail Hunting แสดงว่าความไวของไจโรตั้งไว้มากเกินไป ผมก็เอาเครื่องลงก่อน แล้วใช้ไขควงเล็ก ๆ ปรับที่ไจโรช่องตรงกลางที่เขียนว่า sensitivity โดยหมุนทวนเข็มนาฬิกาไปเล็กน้อย ค่อย ๆ ปรับดังนี้ จนกระทั่งหางไม่สั่นอีกต่อไป ส่วนช่องปรับด้านขวาสุดที่เขียนว่า Extent ใช้ปรับระยะเหวี่ยงของแขนเซอร์โวควบคุมหาง ปกติตั้งไว้ที่สามในสี่ ก็ใช้ควบคุมหางได้คล่องดี แต่ถ้ามือใหม่ควรตั้งไว้ที่ครึ่งหนึ่ง หางจะได้ไม่ไวเกินไป ถ้า ฮ นิ่งแล้วแต่ถ้าเวลาลอยตัวมีอาการค่อย ๆ หมุนไปทางซ้ายหรือขวา ก็ให้ปรับทริมหางใต้สติ๊กซ้ายของรีโมทจน ฮ นิ่งทุกทิศทาง เป็นอันเสร็จพิธี
จากการทดลองบินมาได้ประมาณ 30 ไฟลต์ พบว่า Walkera no.35 นี้มีความคล่องแคล่วมากครับ สามารถบิน outdoor ได้อย่างมั่นคงไม่กลัวลม ไปได้ตามใจสั่ง โฉบซ้ายโฉบขวาได้อย่างสวยงาม ส่วนการบินลอยตัวหรือ Hovering ก็นิ่งดีมาก ไจโรควบคุมได้สมกับเป็น Heading hold จริง ๆ สำหรับปัญหาเดิม ๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับ Walkera No.35 ในตอนออกมาใหม่ ๆ เช่นปัญหาเฟืองหางรูด ปัญหาเซอร์โวสั่น ปัญหา link หลวม หรือปัญหาไจโรไม่มีคุณภาพ ก็ไม่พบว่ามีปัญหาอีกต่อไป คงเหลือแต่ปัญหาการ Lock ของภาครับซึ่งก็แก้ไขไม่ยากเลยดังที่ได้แสดงไว้แล้วสำหรับผมถือว่าประสิทธิภาพการบินคุ้มค่ามาก สำหรับเงินค่าตัว 4,800 บาท เท่านั้น เทียบกับ Walkera 4ch ที่ผมซื้อมาในราคา 4,000 บาท เมื่อเดือนมีนาคม ยิ่งเห็นได้ว่าสุดคุ้มจริง ๆ ครับ นี่ขนาดเล่นแบบปกติ ไม่ได้ผาดโผนแบบ 3D (เพราะฝีมือยังไม่ถึงขั้น) นะเนี่ย เอาไว้ว่าง ๆ จะอัด VIDEO มาให้ดูครับ
เกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับผู้เล่น Walkera no.35
ขอให้สนุกครับ
ngoodinja@hotmail.com5 พฤศจิกายน 2548
การปรับ Track ใบพัดหลัก
ขณะทำการบิน หากเห็นใบพัดหลักไม่เป็นแนวเดียวกัน โดยเห็นใบซ้อนกันเป็นสองชั้น คืออาการที่เรียกว่า Track แตก เนื่องจากใบพัดแต่ละใบกินลมไม่เท่ากัน ส่งผลให้แรงยกลดลง เกิดอาการสั่น บินได้ไม่สูง และกินไฟมาก ต้องปรับ Track ให้ตรงกันเสียก่อน โดยเล็งดูว่าใบด้านใดสูงกว่า ก็ให้ปรับที่ link ที่โคนใบด้านนั้นให้มีมุมบิดลดลงมา หรือไม่ก็ปรับที่ใบด้านที่ต่ำกว่า ให้ปรับที่ Link โคนใบด้านนั้นให้มีมุมบิดเพิ่มขึ้น แล้วลองบินดู ค่อย ๆ ปรับจน Track เป็นแนวเดียวกัน เรียกว่า Track คม จะทำให้บินได้มีประสิทธิภาพเต็มที่ครับ
การ Balance ใบพัดหลัก
ใบพัดหลักที่ติด ฮ มาส่วนใหญ่ จะมีน้ำหนักเท่ากันทั้งสองใบ เพราะทางโรงงานได้คัดเลือกมาแล้วก่อนติดตั้ง แต่หากซื้อใบพัดสำรองมาจากสะพานเหล็ก จะเห็นได้ว่าใบพัดมักจะน้ำหนักไม่เท่ากัน เมื่อใส่กับ ฮ แล้วจะเกิดการแกว่งอย่างมากจนไม่สามารถบินขึ้นได้ เรียกว่าใบไม่ Balance กันครับ เราต้องมาทำให้น้ำหนักใบเท่ากันก่อน
คุณเมือง สมาชิก 117 เคยแนะนำให้ถอดใบออกมาแล้วเอาสกรูเสียบใบทั้งสองข้างเข้าด้วยกันแล้วไปวางไว้ระหว่างแก้วน้ำ ดูว่าใบด้านใดเบากว่าก็เอาสก๊อตเทปแปะให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจนเท่ากันทั้งสองด้าน ซึ่งวิธีดังกล่าวสามารถ Balance ใบพัดได้เป็นอย่างดีครับ
ผมมีอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งไม่จำเป็นต้องถอดใบพัดออกมา Balance ข้างนอก คือใช้วิธี จับ ฮ ทิ่มหัวลงให้เป็นแนวดิ่ง แล้วจัดใบพัดทั้งสองใบให้อยู่ในแนวขนานกัน หากใบด้านใดหนักกว่าใบพัดก็จะหมุนเอาใบด้านที่หนักกว่าชี้ลงด้านล่างครับ เราก็จัดการถ่วงใบที่ตั้งขึ้นด้านบน แล้วลองดูใหม่หลาย ๆ ครั้งจนกระทั่งใบพัดอยู่ในแนวขนานกันโดยไม่มีใบด้านใดหมุนลงด้านล่างอีก วิธีนี้อาจจะถ่วงน้ำหนักได้ไม่ละเอียดเท่ากับวิธีของคุณเมือง แต่ก็ใช้ได้ครับสำหรับคนขี้เกียจถอดใบพัดแบบผม
ลดขนาดแผ่นระบายความร้อน ย้ายภาครับมารับลมด้านล่างเพื่อการระบายความร้อนที่ดีขึ้น

จากการที่ Walkera no.35 มีปัญหาการ Lock ของภาครับเพราะความร้อน และผมแก้ไขโดยติดแผ่นระบายความร้อนขนาดใหญ่แล้วหงายภาครับขึ้น ทำให้สามารถแก้ไขการ lock ได้ แต่ก็ทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น และใส่ Canopy ลำบาก เพราะจะติดแผ่นระบายความร้อน ผมจึงจัดการตัดแผ่นระบายความร้อนให้เล็กลงจนขนาดพอดีกับภาครับ แล้วย้ายภาครับลงมาติดตั้งด้านใต้หัวของ ฮ ซึ่งเดิมเป็นช่องเสียบถ่านแทน เพราะผมติดตั้งถ่านไว้ใต้ฐานสกีอยู่แล้ว ทั้งนี้เพื่อให้สามารถใส่ canopy ได้ง่าย และเพื่อการระบายความร้อนที่ดีขึ้น ผมจึงเจาะช่องใต้ canopy เพื่อให้ลมที่หมุนขึ้นมาจากการลอยตัวและการบินเดินทางสามารถเป่าวงจรภาครับและแผงระบายความร้อนได้เต็มที่

จาการทำเช่นนี้ทำให้การระบายความร้อนดีกว่าเดิม น้ำหนักลดลงกว่าเดิม และผลพลอยได้คือจุด CG ต่ำลงทำให้ทรงตัวดีขึ้นครับ ซึ่งจากการทดลองบินต่อเนื่องจนถ่านหมดแพคประมาณ 5 นาที พบว่าแผ่นระบายความร้อนแทบจะไม่ร้อนเลยครับ
ใช้มอเตอร์ Fully 380 แทนมอเตอร์ Walkera
Walkera no.35 ใช้มอเตอร์ RK-400SD ซึ่งเท่าที่ผมใช้มาพบว่ามอเตอร์ที่ติด ฮ มานั้น แรงดี แต่ก็มีความร้อนสูง และอายุการใช้งานบรัชสั้นมาก บินได้ประมาณ 35-40 ไฟลต์ บรัชก็หมดแล้ว ต้องเปลี่ยนบรัชใหม่ และจากการที่ความร้อนสูง หากบินต่อเนื่องนานเกิน 5 นาที มอเตอร์จะไหม้ โดยสังเกตได้ว่าถ้าบินเสร็จแล้วได้กลิ่นไหม้จากมอเตอร์ละก็ แสดงว่ามอเตอร์เตรียม say goodbye แล้วครับ หากเล่นต่อไป จะเห็นว่ามอเตอร์แรงตกลงไปเรื่อย ๆ บินได้แป๊บเดียวก็หมดแรง ทั้งที่ถ่านชาร์จมาเต็ม และจะกินไฟมหาศาล เล่นเสร็จถ่านจะร้อนจี๋ทีเดียว
สรุปว่า มอเตอร์ RK-400SD แรงดีแต่อายุสั้นและเปราะคือพังง่าย ยิ่งถ้าเป็นมอเตอร์อะไหล่ที่ซื้อจากสะพานเหล็กคุณภาพแต่ละตัวก็ไม่แน่ไม่นอน บางตัวผมเล่นได้แค่ 10 ไฟลต์ บรัชยังเหลือเยอะแต่มอเตอร์ไหม้ไปซะแล้ว ราคามอเตอร์ตัวนี้ก็ตั้ง 250 บาท แพงกว่ามอเตอร์ 380 ทั่วไปเสียอีก

ผมจึงทดลองใช้มอเตอร์ 380 ของ Fully มาติดตั้งดูครับว่าจะดีหรือไม่ดีกว่ามอเตอร์ RK-400SD อย่างไร
ปัญหาของการใช้มอเตอร์อื่น ก็คือเรื่องเฟืองทองเหลืองที่ใช้ขับใบพัดหลักและใบพัดหางครับ เฟืองทองเหลืองตัวนี้มีลักษณะพิเศษคือจะยาวกว่าเฟืองทองเหลืองทั่วไปและไม่มีแยกขายจากมอเตอร์ คงเป็นเทคนิคการค้าของ Walkera ที่ต้องการให้ใช้มอเตอร์ของเขาเท่านั้น ผมจึงลองหาวิธีถอดเฟืองทองเหลืองออกจากมอเตอร์ของ Walkera ที่เสียแล้ว โดยทำหลายวิธี ทั้งเผาไฟ ทั้งแช่แข็ง ก็ยังไม่สามารถถอดเฟืองออกมาโดยไม่เสียหายได้
ผมเปลี่ยนวิธีใหม่โดยใช้เฟืองขับของมอเตอร์รถกระป๋องขนาด 10 ฟัน ทำด้วยไนล่อน สองตัวมาเสียบต่อกันเข้ากับมอเตอร์ โดยต้องคว้านรูเฟืองเล็กน้อยเพราะแกนมอเตอร์ Fully 380 ใหญ่กว่าแกนมอเตอร์รถกระป๋อง แล้วจัดระยะความสูงด้านล่างเฟืองให้เท่ากับเฟืองทองเหลืองที่ติดกับมอเตอร์เดิม ส่วนความสูงด้านบนสามารถปล่อยให้ยาวเลยขึ้นมาจากแกนมอเตอร์ได้ เพราะเฟืองรถกระป๋องสองตัวต่อกันจะยาวกว่าเฟืองทองเหลืองเล็กน้อยครับ
ผลการทดลองประทับใจอย่างมากครับ
จากการบินด้วยมอเตอร์ Fully 380 กับเฟืองรถกระป๋อง พบว่ามอเตอร์ Fully แรงดีมากพอ ๆ กับ RK-400SD สามารถบินได้โดยไม่เห็นความแตกต่างด้านพลกำลังครับ มิหนำซ้ำยังมีข้อดีมาก ๆ อีกหลายข้อ คือสามารถเล่นได้นานขึ้นกว่าใช้มอเตอร์เดิม คือเล่นได้ประมาณ 6 นาที และพอเล่นเสร็จเอามือจับมอเตอร์ดูพบว่าความร้อนน้อยกว่ามอเตอร์เดิม แสดงว่ามอเตอร์ Fully มีประสิทธิภาพดีกว่า คือแรงดีแต่กินไฟน้อยกว่าครับ ส่วนการใช้เฟืองรถกระป๋องซึ่งเป็นไนล่อนทำให้การถ่ายทอดกำลังจากมอเตอร์ไปสู่เฟืองใบพัดหลักและใบพัดหางมีความนิ่มนวล ทั้งเสียงก็เงียบลงกว่าเดิม ครับ
อย่างไรก็ดี การใช้เฟืองรถกระป๋องอาจทำให้เฟืองมีอายุการใช้งานสั้นกว่าเฟืองทองเหลือง และหากเล่นต่อเนื่องนาน ๆ จนมอเตอร์ร้อนจัด ความร้อนอาจส่งผ่านไปที่เฟืองทำให้ละลายได้ แต่เท่าที่เล่นมาประมาณ 5 ไฟลต์ ยังไม่พบปัญหานี้ครับ
ข้อดีของการใช้มอเตอร์ Fully 380
ข้อจำกัดในเรื่องเฟือง
คือปัญหาเรื่องเฟืองทองเหลือง หากเพื่อน ๆ สามารถถอดเฟืองทองเหลืองหรือหาเฟืองทองเหลืองมาใส่ได้ก็จะดี แต่ก็สามารถใช้เฟืองรถกระป๋องขนาด 10 ฟันมาใส่ได้ซึ่งต้องดูเรื่องอายุการใช้งานกันต่อไป
ขอให้สนุกครับ
ngoodinja@hotmail.com12 พฤศจิกายน 2548
ย้ายไจโรมาไว้ส่วนหัว
จากการที่ผมย้ายภาครับมาไว้ที่ช่องใส่ถ่าน ทำให้ส่วนหัวของ ฮ ที่ใช้เป็นฐานวางภาครับเดิมว่างอยู่ ผมก็เลยย้ายไจโรที่เคยเกาะอยู่ที่บูมหางท้ายโรเตอร์มาวางไว้ที่ส่วนหัวของ ฮ แทนที่ภาครับเดิมแบบเดียวกับการวางไจโรของ ฮ น้ำมันครับ

การทำแบบนี้ทำให้ไจโรมีความมั่นคงขึ้นเพราะมีฐานที่กว้างและแน่นหนากว่าการนำไปเกาะที่บูมหาง นอกจากนี้ยังมีผลพลอยได้คือ ทำให้เกิดความสวยงาม บูมหางดูเรียบตรงไม่มีก้อนไจโรมาเกะกะ สายไจโรและเซอร์โวที่เคยรุงรังโยงไปทางหางก็สามารถนำเก็บซ่อนไว้ในลำตัวได้อย่างเรียบร้อย และผมยังถอดฐานวางไจโรเดิมออกจากบูมหาง และลอกสติ๊กเกอร์ที่แปะที่ fin หางทั้งหมดออก ทำให้น้ำหนักลดลงไปได้อีกด้วย

การถอดไจโรไปไว้ใน canopy ส่วนหัว ทำให้รูปลักษณ์โดยรวมดูปราดเปรียวขึ้นมากครับ
การเปลี่ยนที่วางไจโร สามารถกระทำได้เลยโดยไม่ต้องปรับเซตไจโรใหม่แต่อย่างใด เพราะเป็นไจโรระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไจโรสามารถปรับตัวเองโดยอัตโนมัติไม่ว่าจะวางหมุนไปทางด้านใด (เว้นแต่จะกลับหัวไจโรลงด้านล่างซึ่งอาจต้องปรับสวิตช์ reverse ที่ไจโรเพื่อให้กันหางได้ถูกทิศทาง)

หากมองจากด้านขวาของลำตัวจะเห็นว่าผมวางไจโรให้ช่องปรับต่าง ๆ อยู่ด้านขวาแล้วสายไฟอยู่ด้านหน้า ด้านใต้ไจโรคือกล่องวงจรภาครับนั่นเองครับ สายไฟทั้งหมดสามารถซ่อนไว้ใน canopy ได้ เว้นแต่สายไฟที่โยงไปยังมอเตอร์ นอกจากนี้ทำให้ CG ของ ฮ ดีขึ้นกว่าเดิมเพราะส่วนหัวหนักขึ้น ทำให้ไม่ต้องเลื่อนแบตเตอรี่มาไว้ด้านหน้ามากเกินไป เป็นการแก้ปัญหาหัวเบา ซึ่งเป็นลักษณะประจำตัวของ Walkera no.35 ที่มีน้ำหนักมอเตอร์ห้อยท้ายได้อีกด้วย
อายุการใช้งานเฟืองรถกระป๋องกับมอเตอร์ Fully 380
จากการทดลองใช้มอเตอร์ Fully 380 กับเฟืองรถกระป๋องขนาด 10 ฟัน 2 ตัวซ้อนกัน พบว่า เฟืองตัวล่างซึ่งใช้ขับเฟืองตัวใหญ่ของใบพัดหลักแทบไม่มีการสึกหรอครับ บินมาได้ประมาณ 35 ไฟลต์ ยังสามารถใช้งานได้อีกนาน ส่วนเฟืองตัวบนที่ใช้ขับเฟืองรูปมงกุฎของใบพัดหาง พบว่ามีการสึกหรอเร็วกว่า โดยมีอายุการใช้งานประมาณ 20-25 ไฟลต์ เฟืองก็รูด ผมเพียงแต่งัดเฟืองตัวบนออก แล้วสลับกลับเอาเฟืองด้านที่เลยแกนมอเตอร์ขึ้นมาซึ่งยังไม่สึกหรอ เสียบลงไปใหม่ก็ใช้ได้อีก ซึ่งก็น่าจะได้อีกประมาณ 20-25 ไฟลต์ เท่ากัน จึงสรุปได้เลยว่าใช้เฟืองรถกระป๋องแทนเฟืองทองเหลืองได้เลยครับ หาง่ายราคาถูก อายุการใช้งาน OK เลย

สำหรับมอเตอร์ Fully 380 สามารถใช้งานได้ถึง 35 ไฟลต์แล้ว โดยไม่มีอาการมอเตอร์ร้อนจัดหรือไหม้แต่อย่างใด ส่วนการสึกหรอของคาร์บอนบรัช ตอนนี้ก็สึกหรอไปได้ประมาณครึ่งหนึ่งแล้วครับ คาดว่าอายุการใช้งานบรัชรวมแล้วน่าจะประมาณ 70 ไฟลต์ ซึ่งทนทานกว่าบรัชของมอเตอร์ RK-400SD ที่มีอายุการใช้งานประมาณ 35-40 ไฟลต์
ในการใช้งานมอเตอร์ Fully 380 ผมถอดวงแหวนเหล็ก Flux Ring ที่หุ้มมอเตอร์ออกซึ่งพบว่าแม้จะถอด Flux Ring ออกไปก็ไม่ทำให้แรงมอเตอร์ลดลงแต่ประการใด แต่กลับมีข้อดีคือน้ำหนักลดลงอีกและการระบายความร้อนมอเตอร์ดีขึ้นกว่าเดิมครับ สำหรับผู้ที่ใช้มอเตอร์ของ Walkera จะเห็นว่ามี Flux Ring และสติ๊กเกอร์สีทองเขียนว่า Walkera High performance motor ติดอยู่ ผมแนะนำให้ถอดออกครับ มอเตอร์จะได้ไม่ร้อนจัดจนเกินไป เพราะสติ๊กเกอร์และ Flux Ring จะเป็นตัวปิดกั้นความร้อนที่จะระบายออกจากผิวของเปลือกมอเตอร์ครับ
อายุการใช้งานเฟืองหางเหล็กและเฟืองรูปมงกุฎ
เฟืองหางเหล็กรูปดอกจอกที่ใช้ขับใบพัดหาง ที่ผมเล่นมามีอายุการใช้งานประมาณ 60 ไฟลต์ ก็รูดครับ ซึ่งจะรูดพอ ๆ กันทั้งสองตัว ต้องเปลี่ยนพร้อมกันครับ อย่างไรก็ดี เพื่อการทดลองผมจึงเปลี่ยนเป็นเฟืองไนล่อนสีขาวเพื่อดูว่าอายุการใช้งานจะแตกต่างกันอย่างไร ในขณะที่ราคาซื้อมาใกล้เคียงกันคือชุดละ 160-180 บาท

ส่วนเฟืองรูปมงกุฎที่เป็นพลาสติกทนความร้อนสีเหลืองขุ่น ก็มีอายุการใช้งานน้อยกว่าเฟืองเหล็กนิดหน่อย คือประมาณ 45-50 ไฟลต์ ผมเปลี่ยนเป็นเฟืองไนล่อนสีขาวเช่นเดียวกันเพื่อดูอายุการใช้งาน อย่างไรก็ดี เนื่องจากปัจจุบันผมใช้เฟืองไนล่อนของรถกระป๋องแทนเฟืองทองเหลืองที่แกนมอเตอร์ด้วย เชื่อว่า จะทำให้อายุการใช้งานเฟืองรูปมงกุฎยืนยาวกว่าปกติที่เคยขบกับเฟืองทองเหลืองอย่างแน่นอนครับ
การตั้งใบพัดหางให้หลวมเพื่อยืดอายุการใช้งานเฟืองหาง
ใบพัดหางของ Walkera no.35 เป็นใบแยกสองใบ ยึดกับแกนใบพัดด้วยสกรูหัวแฉก หากขันสกรูแน่นเกินไปจนใบพัดไม่สามารถขยับได้ เวลาลงจอดไม่ดีแล้วใบพัดหางฟันพื้นหรือเกี่ยวกับหญ้าสูง ๆ จะส่งแรงกระแทกไปยังเฟืองรูปดอกจอกและเฟืองรูปมงกุฎ และจะไปขืนกับแรงบิดของมอเตอร์ทำให้เฟืองทั้งหมดสึกหรออย่างรวดเร็ว หรือถ้ารุนแรงอาจจะรูดเสียหายทันทีเลยครับ
ในเวปต่างประเทศแนะนำให้คลายสกรูที่ยึดใบพัดหางให้หลวมออกมาพอที่ใบพัดหางจะขยับขึ้นลงได้คล่อง ๆ เพื่อว่าเวลาใบพัดหางฟันพื้นหรือหญ้าจะได้อ่อนตัวไม่ส่งแรงกระแทกไปยังเฟือง ซึ่งจะช่วยป้องกันเฟืองเสียหายได้ครับ ผมทดลองแล้วได้ผลดีมากจึงมาบอกต่อ

ขันสกรูให้ใบพัดหลวมจนพับลงมาได้อย่างนี้ครับ เวลาบินก็ไม่ต้องกลัวเพราะแรงเหวี่ยงจะทำให้ใบพัดหางตั้งตรงใช้งานได้ไม่มีปัญหาครับ
อย่างไรก็ดี เมื่อขันสกรูตั้งใบพัดหางได้ตามต้องการแล้ว ควรหยอดกาวช้างแต้มที่หัวและท้ายสกรูสักหน่อยเพื่อป้องกันสกรูคลายออกจนหลุดเวลาบิน อาจเกิดโศกนาถกรรมใบพัดหางหลุดกระเด็นใส่ผู้ชม และ ฮ หมุนตกเสียหายครับ
แถมท้ายด้วยภาพการ hover Walkera no.35 นิดหน่อยครับ

take off

climbing

hovering

short forward flight

landing
ขอให้สนุกครับ
ngoodinja@hotmail.com17 พฤศจิกายน 2548
เชิญชม Video การบิน Walkera no.35 ของงูดินครับ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน 2548 ผมเอา Walkera no.35 ไปบินในสวนของหมู่บ้าน ที่แคบไปหน่อย แต่ก็ถ่าย Video มาให้เพื่อนๆ ได้ลองชมดูกันครับ
Video ชุดแรกบินด้วยถ่าน Nimh 650mA
http://www.emodeler.net/~ngoodin/walkera35/35fly1.wmvVideo ชุดที่สองบินด้วยถ่าน Lipo 1800mA ครับ
http://www.emodeler.net/~ngoodin/walkera35/35fly2.wmvขอให้สนุกครับ
ngoodinja@hotmail.com21 พฤศจิกายน 2548
ทดลองใช้ Futaba Skysport4 กับ Walkera35
ผมบินเจ้า Walkera no.35 มาได้เกือบสองเดือน รวมแล้ว 120 ไฟลต์ กับวิทยุเดิม ๆ ของ Walkera ซึ่งฝีมือระดับผมนี้ แค่บินเดินทาง กับ nose in ได้เท่านั้น ยังไม่ถึงระดับ 3D ดังนี้ สวิตช์ 3D ผมไม่เคยใช้เลย มิหนำซ้ำบางครั้งมือไปโยกถูกสวิตช์ 3D รอบมอเตอร์ก็เร่งแรงสุด ทำเอาตกอกตกใจไม่น้อย ก็เลยคิดว่าน่าจะลองบังคับแบบ 4ch ดู จะเหมาะกับผมมากกว่า นอกจากนี้ ยังอยากจะทดลองแยกสปีดภายนอกว่า
ใช้ได้ดีเพียงใด กับผมมีวงจรภาครับของ GWS รุ่น R4-P ที่ใช้กับเครื่องบิน slow fly ภาครับนี้มีขนาดเล็กจิ๋วเท่าปลายนิ้วชี้เท่านั้นเองครับ คงจะลดน้ำหนักลงได้อีกไม่น้อย น่าจะบินได้คล่องและนานมากขึ้นไปอีกเพราะภาครับนี้กินไฟน้อยมาก ระยะรับส่งประมาณ 300 เมตร ซึ่งมากเกินพอสำหรับเล่น ฮ ขนาดนี้ ส่วนรีโมทภาคส่ง ผมก็มีเจ้า Futaba Skysport4 ที่ใช้กับเครื่องบินไฟฟ้าอยู่แล้ว หากปรับให้เจ้า Walkera no.35 สามารถใช้รีโมทร่วมกันได้ ก็จะเล่นได้สะดวกมากขึ้น ไม่ต้องหิ้วรีโมทไปหลาย ๆ ตัวผมก็เลยจัดการถอดวงจรภาครับและสปีดของ Walkera no.35 ออก เก็บไว้ก่อน เผื่อไว้ใช้อีกเมื่อฝีมือพัฒนาถึงขั้น 3D

สำหรับอุปกรณ์ที่ผมใช้ในการลงแบบ 4ch มีดังนี้ครับ
แนวทางในการลงวงจร 4 ch ผมใช้แนวทางจากกระทู้ของคุณเมือง สมาชิก 117 แห่งสนามมีนบุรี ในเวปบอร์ดของสนามมีนบุรีครับ
มาลงมือกันเลย
เริ่มแรกผมทดลองต่อวงจรภาครับของ GWS กับ ESC ของคุณ TD เสียก่อน แล้วเสียบเซอร์โวทดลองโยกสติ๊กซ้ายขวาหน้าหลังหลาย ๆ ครั้ง จากนั้นใช้มือจับที่ไอซี regulator LM-2940t-5 พบว่ามีความร้อนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ยังสามารถจ่ายกระแสได้อย่างเพียงพอ แสดงว่า ESC ของ TD ใช้งานกับ ฮ ได้ครับ แต่ต้องมีการโม โดยติดตั้งแผงระบายความร้อน เช่นเดียวกับการแก้ Lock ของ Walkera ผมจึงเอาแผ่นระบายความร้อนมาติดเข้าที่ด้านหลังไอซี regulator ก่อนที่จะติดตั้งใช้งานจริงกับ Walkera no.35 หรือหากอยากจะให้จ่ายกระแสได้มากกว่านี้เพื่อความชัวร์ ก็อาจจะซื้อไอซี LM2940t-5 มาต่อขนานเข้ากับตัวเดิม จะทำให้จ่ายกระแสได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 แอมป์ หรือ 3 ตัว ก็เป็น 3 แอมป์ ตามต้องการ
ผมติดตั้ง ESC เข้าที่ด้านข้างลำตัวด้านขวา นอก canopy เพื่อให้แรงลมจากใบพัดเป่าระบายความร้อนให้ไอซีได้อย่างเพียงพอ

จากภาพจะเห็นมอเตอร์ Fully ซึ่งผมใช้แทนมอเตอร์ของ Walkera ครับ ใช้งานได้ดีกว่า ทนทานกว่า ร้อนน้อยกว่า ราคาถูกกว่า และเวลาต่อสายยังไม่จำเป็นต้องติด คาปาซิเตอร์คร่อมขามอเตอร์ด้วย เพราะมอเตอร์ Fully จะมีคาปาซิเตอร์ติดตั้งอยู่ภายในมอเตอร์อยู่แล้วครับ
สำหรับวงจรภาครับ ซึ่งมีขนาดเล็กน้ำหนักเบามาก ผมติดไว้ใต้ไจโรที่ส่วนหัวของ ฮ ครับ

การใช้ภาครับ ของ GWS รุ่นนี้ ทำให้น้ำหนัก Walkera no.35 ของผมลดลงไปเกือบ 20 กรัมทีเดียวครับ
สำหรับรีโมท Futaba Skysport 4 ของผมนี้ เป็นรุ่นที่แปลงสติ๊กภายในมาครับ ดังนั้นจึงต้องเซตช่องภาครับดังนี้
ช่อง 1 Aileron เอียงซ้ายขวา
ช่อง 2 Throttle เร่งเบามอเตอร์ และยก pitch
ช่อง 3 Elevator เดินหน้าถอยหลัง
ช่อง 4 Gyro และเซอร์โวหาง หันซ้ายขวา
ในการต่อสายไปยังเซอร์โวที่ใช้ยก pitch ใบพัด จะต่อช่องเดียวกับช่องที่ต่อไปยัง ESC คือช่องที่ 2 ซึ่งต้องใช้สาย Y-connector แต่ผมไม่มีสาย Y ก็เลยตัดสายเซอร์โวที่ยก pitch ทั้งสามเส้น แล้วมาบัดกรีขนานกับสายสัญญาณที่เข้าสู่ ESC โดยตรงเลยแล้วหุ้มด้วยท่อหดอีกทีหนึ่ง เดิมเซอร์โวที่ใช้ยก pitch ผมใช้ hitec hs-55 แต่ปรากฎว่าเซอร์โว hitec นี้มีทิศทางการหมุนตรงข้ามกับเซอร์โวของ walkera หรือของ E-sky ทำให้เวลาเร่งเพื่อยก pitch กลับเป็นการลด pitch ลงแทนที่จะยกขึ้น ผมจึงเปลี่ยนกลับมาใช้เซอร์โวของ walkera ตามเดิม ส่วนเซอร์โว hitec ก็เอาไปใช้ที่ช่อง 1 คือ เอียงซ้ายขวาแทน และต้องเลื่อนสวิตช์ reverse เซอร์โวตัวนี้ที่รีโมทด้วย ส่วนเซอร์โวตัวอื่นที่เหลือผมใช้ของ E-sky ซึ่งจะมีความยาวมากกว่าเซอร์โวของ Walkera เล็กน้อย จึงต้องเฉือนช่องวางเซอร์โวให้ยาวขึ้นด้วยครับ
การปรับตั้งแขนเซอร์โวที่ยก pitch ผมลดคันเร่งลงจนสุด แล้วปรับแขนเซอร์โวลงต่ำสุดให้ pitch เป็นลบ แล้วลองเลื่อนคันเร่งขึ้นตรงกลางจะเห็นแขนเซอร์โวขยับขึ้นมาตรงกลาง และพอเร่งคันเร่งจนสูงสุด แขนเซอร์โวจะยกขึ้นสูงสุดเช่นกัน ลองปรับให้พอดีอย่าให้แขนเซอร์โวยันเวลาลดลงสุดหรือเร่งขึ้นสุด ไม่งั้นเซอร์โวจะเสียได้ครับ เวลาปรับแต่งอย่าลืมถอดสายมอเตอร์ออกด้วย ไม่งั้นอาจเกิดอุบัติเหตุใบพัดฟันมือได้

หลังจากปรับแต่งภาคพื้นดินเสร็จแล้ว ก็ต้องไปทดลองบินจริงดูครับ ว่าปรับ pitch มากหรือน้อยเกินไปหรือเปล่า เหมาะกับการเร่งคันเร่งและรอบใบพัดหรือเปล่า ปกติเวลาเร่งเครื่องถึงประมาณสามในสี่ของคันเร่งสูงสุด ฮ จะต้องยกตัวขึ้นได้ประมาณ ระดับสายตาครับ ถ้ายังไม่ยกตัวหรือยกตัวน้อยกว่านี้ แสดงว่า pitch น้อยเกินไป ถ้ายกตัวมากกว่านี้แสดงว่า pitch มากเกินไปซึ่งจะเปลืองไฟและทำให้มอเตอร์อายุสั้นเพราะใบพัดกินแรงมอเตอร์มากเกินไป

เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ Walkera no.35 กับ วิทยุ Futaba Skysport4
จากการทดลองบินลอยตัว และบินเดินทาง พบว่า การใช้วิทยุ Futaba ทำให้การบังคับควบคุมดีกว่าเดิมอย่างมากมายเลยครับ รู้สึกว่าสามารถควบคุม Walkera no.35 ได้ละเอียดกว่าใช้วิทยุเดิมของ Walkera การปรับ trim ก็สามารถทำได้ละเอียดกว่าเดิม สามารถ trim ให้เครื่องลอยตัวอยู่นิ่ง ๆ แล้วปล่อยมือได้เลยครับ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเปลี่ยนเซอร์โวเป็นของ E-sky และ Hitec ทำให้ควบคุมได้ดีขึ้น และจากการที่น้ำหนักลดลงกว่าเดิมประมาณ 20 กรัม ทำให้การบังคับควบคุมคล่องแคล่วขึ้นมาก หันซ้ายหันขวาได้เนียน บินเดินทางได้รวดเร็วแน่นอนมากครับ การควบคุมหางก็ราบรื่นกว่าเดิม สามารถบินหมุนรอบตัว Pirouette ได้อย่างนิ่มนวล ไม่เหมือนตอนใช้วิทยุ walkera ซึ่งการคุมหางออกจะกระโชกโฮกฮาก คือโยกน้อยก็ไม่ค่อยไป โยกมากไปนิดก็หมุนติ้ว
สำหรับ สปีดคอนโทรล ของ TD พบว่าให้ความแรงไม่ต่ำกว่าสปีดเดิมของ Walkera ครับ ถ้าอยากให้แรงกว่านี้ ก็สามารถโมได้โดยซื้อ FET เบอร์ IRL3302 ตัวละ 35 บาท มาต่อขาขนานกับ FET เดิม ครับ ยิ่งต่อหลายตัว ก็ยิ่งแรงขึ้นครับ หรือไม่ก็เปลี่ยนเป็น FET เบอร์ IRL2203N ตัวละ 70 บาท ซึ่งมีค่า RDs(on) เพียง 0.007 โอห์ม เลยก็ได้ รับรองแรงสะใจในราคาไม่แพงครับ ส่วน BEC ขนาด 1 แอมป์ นั้น ไม่มีปัญหาในการใช้งานแต่อย่างใดครับ ขอให้จัดการระบายความร้อนให้เพียงพอเท่านั้นเอง
เมื่อผมใช้กับถ่าน Lipo 11.1 v. 1800mA ของ Arttech พบว่าสามารถบินได้นานขึ้นกว่าการใช้วิทยุของ walkera อีกหน่อยครับ เพราะน้ำหนักลดลงกว่าเดิม ภาครับ และเซอร์โวที่กินไฟน้อยกว่าเดิม และ BEC แบบ low dropout ที่มีวงจรจัดการกระแสไฟได้มีประสิทธิภาพขึ้น การบินก็สนุกขึ้นกว่าเดิมจากความคล่องแคล่วและความแน่นอนในการบังคับด้วยรีโมทที่มีมาตรฐานอย่าง Futaba
ก็เป็นข้อมูลสำหรับเพื่อน ๆ ที่มีวิทยุอยู่แล้วอยากจะซื้อลำตัวเปล่าของ Walkera มาเล่นครับ สำหรับผมคิดว่าการเซตแบบนี้เหมาะสมและเพียงพอแล้วในขณะนี้ เอาไว้ฝีมือแก่กล้าขึ้นอีกหน่อย อาจจะเปลี่ยนเป็นมอเตอร์ Brushless แล้วกลับมาใช้วิทยุ walkera เพื่อบิน 3D บ้าง ขอเวลาฝึกอีกซักปีเถอะน่า
ขอให้สนุกครับ
12 ธันวาคม 2548
ngoodinja@hotmail.comเซอร์โว E-sky บางตัว ส่งคลื่นรบกวนวิทยุอย่างรุนแรง
เซอร์โวในดวงใจของผมขณะนี้ คือ เซอร์โว E-sky ครับ ราคาตัวละแค่ 200-250 บาท เท่านั้น น้ำหนัก 8 กรัม สัดส่วนเท่ากับ hitec hs-55 แถมยังใช้อะไหล่เฟืองภายในร่วมกันได้ กินไฟน้อย ความทนทานก็ OK เลยครับ ผมซื้อมาใช้เป็นสิบตัวแล้ว ใส่ใน Walkera 4ch ก็บินได้ดี ใส่เครื่องบินไฟฟ้าก็แจ๋ว ล่าสุดผมเอามาใส่ใน Walkera 35 ก็ใช้ได้ดี มาตลอด แต่มาระยะหลัง รู้สึกว่าบางตัวคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน โดยส่งคลื่นรบกวนวิทยุอย่างรุนแรงมากครับ ผมเคยเปลี่ยนเซอร์โวคุมหาง Walkera 35โดยใช้ E-sky ที่ซื้อมาใหม่ ปรากฏว่าพอไจโรเริ่มทำงาน ก็มีสัญญาณรบกวนทำให้มอเตอร์ใบพัดติด ๆ ดับ ๆ ขึ้นมาเองแถมเซอร์โวอีกสองตัวที่บังคับสวอชเพลท ก็โยกไปโยกมาเหมือนผีเข้า เดิมผมคิดว่ารีซีฟ หรือไจโรมีปัญหาแน่แล้ว แต่พอลองถอดสายเซอร์โวออก อาการก็เป็นปกติเหมือนเดิม เพื่อความแน่ใจผมจึงเปลี่ยนเซอร์โวกลับไปใช้ของ Walkera เหมือนเดิม ก็ไม่ปรากฏอาการกวนอีก แสดงว่าเป็นเพราะเซอร์โว E-sky ที่เปลี่ยนใหม่แน่นอน ความจริงเรื่องเซอร์โว E-sky ส่งคลื่นรบกวนนี้มีเพื่อน ๆ บางท่านเคยตั้งกระทู้ไว้ที่เวปของสนามมีนบุรีเหมือนกัน โดยเขาบอกว่าเอาไปใส่ใน Walkera 4ch แล้วมีปัญหาเซอร์โวโยกไปโยกมาเอง เดิมผมเข้าใจว่าเป็นสัญญาณรบกวนจากมอเตอร์หลักหรือมอเตอร์หาง แต่เมื่อมาเจอเข้ากับตัวเองจึงสรุปว่าเซอร์โว E-sky บางตัวมีปัญหาจริง ๆครับ
อาการกันหางไม่อยู่เพราะเฟืองหางดอกจอกรูดที่รูกลางเฟือง
Walkera 35 รุ่นใหม่ ๆ มีเฟืองดอกจอกหางและเฟืองรูปมงกุฎที่แข็งแรงมากครับ ไม่ว่าจะเป็นไนล่อนหรือเหล็ก ก็มีอายุการใช้งานยืนยาวเกิน 50 ไฟลต์ ขึ้นไป ปกติถ้าเฟืองหางหมดอายุ อาการที่พบกันบ่อยคือฟันเฟืองสึกหรอมากจนเกิดอาการเฟืองรูด คือฟันเฟืองไม่ขบกัน ทำให้กันหางไม่อยู่ มีอาการ ฮ หมุนวนไปทางซ้าย ซึ่งตอนแรกจะเกิดอาการเวลาบินสูง ๆ หรือเร่งเครื่องแรง ๆ เพราะเวลาลอยตัวต่ำ ๆ แรงบิดที่ทำกับเฟืองมีน้อย จึงยังขบกันดีอยู่ แต่พอเร่งเครื่องแรงบิดมามากขึ้น ฟันเฟืองไม่สามารถต้านทานแรงบิดได้ จึงเกิดเฟืองรูด ซึ่งเราจะได้ยินเสียงเฟืองกัดกันเป็นเสียงแหลมสูงทีเดียว ถ้าเกิดอาการนี้แสดงว่าได้เวลาเปลี่ยนเฟืองแล้ว
แต่ยังมีอาการเฟืองรูดอีกอย่างหนึ่งที่สังเกตได้ค่อนข้างยาก และทำเอาผมปวดหัวไปวันหนึ่งเต็ม ๆ ครับ คือการเฟืองรูดที่รูกลางเฟือง ปกติรูตรงกลางเฟืองดอกจอกที่หางจะเป็นรูปหกเหลี่ยมเพื่อให้สอดเข้ากับแกนใบพัดหางรูปหกเหลี่ยมได้ แกนรูปหกเหลี่ยมนี้จะเป็นตัวส่งผ่านแรงบิดจากเฟืองรูปดอกจอกไปยังใบพัดหาง เวลาใช้ไปนาน ๆ รูตรงกลางเฟืองก็จะรูดเป็นรูปวงกลม ทำให้เกิดการหมุนฟรีระหว่างแกนใบพัดหางกับเฟืองรูปดอกจอก อาการจะเหมือนกับอาการเฟืองรูด คือพอเร่งเครื่องจน ฮ เริ่มลอยสูงขึ้น ฮ จะหมุนไปทางซ้าย ไม่สามารถกันหางได้ แต่จะไม่ได้ยินเสียงเฟืองกัดกัน ถ้าตรวจสอบที่ฟันเฟืองก็จะไม่มีทางทราบเพราะฟันเฟืองก็ยังคงสมบูรณ์ดีอยู่ ผมหาสาเหตุอยู่นาน เดิมคิดว่า ไจโร เสียซะแล้ว แต่พอลองเอามือหมุนใบพัดหางก็พบว่าแกนใบพัดหมุนฟรีจากเฟืองรูปดอกจอก เมื่อเปลี่ยนเฟืองรูปดอกจอกใหม่ก็ใช้ได้เหมือนเดิมครับ
ย้ายรีซีฟไปข้างลำตัวเพื่อให้สามารถใส่ถ่าน Lipo Arttech 1800mA ใน canopy ได้
การใส่ถ่านของ Walkera35 ปกติผมจะห้อยไว้กลางฐานสกีใต้ส่วนหัวโดยใช้หนังสติ๊กรัดไว้ เพราะเห็นว่าส่วนหัวที่สวม canopy มีขนาดเล็กเกินไป และผมย้ายไจโรมาไว้ที่ส่วนหัวและห้อยรีซีฟไว้ด้านใต้ ทำให้ไม่มีที่พอใส่ถ่าน แต่พอมาเปลี่ยนเป็นรีซีฟขนาดจิ๋วของ GWS R4-P ซึ่งมีน้ำหนักเบามากสามารถโยกย้ายไปติดที่อื่นได้สะดวก ผมก็เลยลองย้ายรีซีฟไปติดด้วยเทปสองหน้าด้านข้างขวาของลำตัว ฮ เหนือเซอร์โวยก pitch ทำให้มีที่ว่างสามารถใส่ถ่าน Lipo Arttech 1800mA ได้พอดี ทั้งน้ำหนักก็ Balance ได้ CG พอดีอีกด้วยครับ

การติดตั้งอุปกรณ์ด้านขวา ตรงมอเตอร์จะเป็น สปีดTD ถัดมาคือรีซีฟ และหน้าสุดคือไจโร

ทางด้านซ้ายจะโล่งเห็นแต่เซอร์โว กับไจโร จะเห็นว่าช่องใต้ไจโร สามารถใส่ถ่าน Arttech 1800mA ได้พอดี
ผมใช้เทปผ้าสีชมพูที่หุ้มสันปกหนังสือมาหุ้มถ่านไว้ เพื่อให้เกิดความฝืดสามารถใส่ถ่านเข้าไปใต้ลำตัวได้แน่นโดยไม่ต้องรัดหนังสติ๊กช่วย

การติดตั้งแบบนี้เวลาสวม canopy ลงไปจะเห็นว่าสามารถหุ้มอุปกรณ์รวมทั้งถ่านได้ทั้งหมด และยังไม่มีก้อนไจโรที่หางให้เกะกะลูกตาด้วย
ชาร์จถ่าน Lipo ด้วยกระแส 2c
ถ่าน Lipo มีน้ำหนักเบา จ่ายกระแสได้ดี ความจุสูง ปัจจุบันราคาพอรับได้ แต่มีข้อจำกัดในการชาร์จและการใช้งาน เช่น ต้องชาร์จที่กระแสไม่เกิน 0.8c แรงดันต่อก้อนไม่เกิน 4.2 โวลต์ เป็นต้น ซึ่งถ่าน Lipo ในยุคแรก ๆ ต้องยึดถืออย่างเคร่งครัด ไม่งั้นถ่านจะพัง คือบวมขึ้นมาให้เห็นทันทีเลยเชียว
จากข้อจำกัดการชาร์จไม่เกิน 0.8c ทำให้ระยะเวลาในการชาร์จถ่าน Lipo นานกว่าถ่าน Nicd และ NiMh มาก เพราะถ่าน Nicd สามารถชาร์จได้สูงถึง 3c ในขณะที่ NiMh ได้ถึง 1.5-2c ปกติถ้าชาร์จถ่าน Lipo ต้องใช้เวลาประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง ในขณะที่ถ่าน Nicd ใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง
ถ่าน Lipo ในอดีต จ่ายกระแสได้แค่ 3-6c แต่ปัจจุบันสามารถจ่ายกระแสได้ 8c ขึ้นไปทั้งนั้น บางยี่ห้อได้ถึง 15c ซึ่งโดยหลักของถ่านชาร์จทั่วไป ยิ่งสามารถจ่ายกระแสได้มากเท่าไร ก็ยิ่งมีความสามารถรองรับการชาร์จได้มากขึ้นเท่านั้น
ถ่าน Lipo ที่ผมใช้อยู่เป็นประจำคือยี่ห้อ Arttech 1800mA สามารถจ่ายกระแสได้ 8c มีน้ำหนักเบา และราคาถูกมากเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นในความจุเท่ากัน ปกติเดิมผมจะตั้งกระแสชาร์จไว้ประมาณ 600mA ชาร์จอยู่ครึ่งวันกว่าจะได้เล่น ตอนหลังชักเบื่อจะรอก็เลยตั้งกระแสให้สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ
ปัจจุบันผมตั้งกระแสชาร์จไว้ที่ 3.4 แอมป์ ครับ ใช้เวลาชาร์จประมาณ 20 นาที ถ่านค่อนข้างอุ่นไม่ถึงกับร้อนและสามารถใช้การได้ดี
ข้อควรระวังอย่างยิ่งสำหรับการชาร์จด้วยกระแสสูงมาก ๆ ก็คือ ต้องคอยดูแลถ่านในขณะชาร์จตลอดเวลาครับ อย่าชาร์จทิ้งไว้เป็นอันขาด ต้องคอยจับดู ถ้าถ่านร้อนจัดต้องรีบถอดออกทันทีไม่งั้นไฟไหม้หรือระเบิดได้ครับ อันตรายมาก
ขอให้สนุกครับ
15 มกราคม 2549
ngoodinja@hotmail.comติดตั้งมอเตอร์หางให้ Walkera no.35

ระบบหางของเฮลิคอปเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้มีด้วยกัน 3 ระบบ คือ ระบบเฟือง ระบบสายพาน และระบบมอเตอร์หาง
ระบบเฟืองมีข้อดีคือน้ำหนักเบา ส่งกำลังได้เต็มที่ การสูญเสียน้อย จึงตอบสนองการบังคับได้เร็ว ประหยัดพลังงาน แต่มีข้อเสียคือ จัดระยะเฟืองให้พอดียาก มีอุปกรณ์หลายตัว และหากวัสดุที่ใช้รับแรงบิดได้ไม่พอ เฟืองก็จะรูดง่าย
ระบบสายพานมีข้อดีคือ ความทนทานสูง นิ่มนวล แต่มีข้อเสียคือ ราคาแพง และสิ้นเปลืองพลังงานมาก
ระบบมอเตอร์มีข้อดีคือ นิ่มนวล ประหยัดพลังงาน เซตระบบง่ายมาก ราคาถูก ทนทาน แต่มีข้อเสียคือ ดูไม่สมจริง น้ำหนักมาก และการตอบสนองช้ากว่าสองระบบแรกเพราะใช้ใบพัดแบบ fixed pitch และหากใช้มอเตอร์ไม่เหมาะสมก็จะสิ้นเปลืองมอเตอร์หางมาก
ปกติแล้วระบบเฟืองและระบบสายพานจะใช้กับเฮลิคอปเตอร์ที่ลำขนาดปานกลางถึงใหญ่ เพราะสะดวกในการเซตระบบและต้องใช้มอเตอร์ที่มีกำลังสูงมาก เช่น มอเตอร์ Brushless กับใช้ถ่านความจุสูง ส่วนระบบมอเตอร์หางมักใช้กับเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็กถึงปานกลางเพราะเซตระบบง่ายกว่า
สำหรับเฮลิคอปเตอร์ Walkera no.35 นี้ สามารถเซตระบบได้ทั้งสามแบบครับ แล้วแต่ความต้องการของผู้เล่นว่าต้องการประสิทธิภาพในด้านใด และมีงบประมาณเท่าใด
สำหรับผมเอง ซึ่งฝีมือการบังคับยังแค่ระดับเริ่มต้น บินตกบ่อย ๆ ตกทีไร ระบบหางซึ่งเป็นเฟืองก็ต้องเสียหายแทบทุกที อย่างน้อยก็แกนใบพัดคด หรือใบพัดหลุดขาดกระเด็นไป ต้องซื้ออะไหล่มาตุนไว้เสมอ ซึ่งราคาก็ไม่ใช่ถูก แต่ละชุดอย่างต่ำก็ 150 บาท ซึ่งผมต้องเตรียมอะไหล่สำหรับหางไว้หลายชุด เช่น ชุดเฟือง ชุดแกนใบพัด ชุดใบพัด ชุดแกนเฟืองในหาง รวมราคาก็ 500-700 บาท สำหรับอะไหล่หาง ซึ่งผมคิดว่าระบบสายพานก็คงเสียค่าอะไหล่พอ ๆ กันถ้าเครื่องตกแล้วหางเสียหาย

ผมจึงคิดว่าน่าจะลองใช้มอเตอร์หางสำหรับ Walkera no.35 ของงูดินครับ
ความจริงระบบมอเตอร์หางของ ฮ ระดับนี้ ก็มี Walkera no.40 อยู่ซึ่งใช้ระบบหางเป็นมอเตอร์ทดเฟืองเหมือนกับ Walkera 4ch แต่เนื่องจากมอเตอร์ที่ใช้คือแบบ N30 นั้น เล็กเกินไปครับ อายุการใช้งานมอเตอร์จึงสั้นมาก เล่นแค่ 10-20 ไฟลต์ มอเตอร์หางพังแล้ว ในที่สุดก็ไม่มีใครนิยมเล่น
ผมจึงลองศึกษาจากเวปต่างประเทศดูว่า เขาดัดแปลงมอเตอร์หางสำหรับ Walkera no.35 หรือ Zap, Zoom 400 กันอย่างไรบ้าง ได้ข้อมูลน่าสนใจครับ คือเรื่องความเร็วรอบใบพัดมอเตอร์
ปกติมอเตอร์หลัก ซึ่งใช้เฟืองขับโรเตอร์ขนาด 132 ฟัน ต่อ 10 ฟัน เมื่อหมุนด้วยความเร็วรอบสูงสุดจะทำให้ใบพัดหลักหมุนด้วยความเร็วประมาณ 2000-2200 รอบต่อนาที และชุดเฟืองหางจะส่งกำลังไปยังใบพัดหางให้หมุนด้วยความเร็วสูงสุดไม่เกิน 6000-8000 รอบต่อนาที โดยให้แรงขับ (Thrust) สูงสุด 2.8 ออนซ์ หรือประมาณ 80 กรัม ที่เส้นรอบวงใบพัด 5 นิ้ว และ Pitch ใบพัดเมื่อบิดสูงสุดที่ 4 นิ้ว เพื่อแก้แรงบิดของใบพัดหลัก
ในต่างประเทศใช้ข้อมูลนี้พันมอเตอร์ cd-rom เป็นมอเตอร์หางครับ เพราะมอเตอร์ cd-rom มีน้ำหนักเบา และสามารถพันเองให้ได้รอบและแรงบิดตามต้องการได้
ผมยังไม่คิดจะใช้ cd-rom เป็นมอเตอร์หางตอนนี้ครับ แต่เห็นว่า thrust ขนาด 80 กรัม ที่เป็นสเปคที่มอเตอร์หางต้องการนั้น มันสามารถใช้มอเตอร์ฟอลคอน ขับใบพัดฟอลคอนขับตรง ได้ thrust ขนาด ดังกล่าวได้สบาย ๆ และในเมืองไทยมอเตอร์ฟอลคอนหาได้ง่ายมาก ราคาถูกแค่ตัวละ 80 บาท ผมจึงเตรียมอุปกรณ์ในการดัดแปลงดังนี้ครับ
แค่นี้เองครับสำหรับการดัดแปลง ราคารวมกันไม่เกิน 500 บาท

มาเริ่มทำกันเลย
ขั้นแรก จัดการถอดหางออกมา ถอดใบพัดหางและอุปกรณ์เฟืองหางทั้งหมดออกจากบูมหางให้เหลือแต่บูมเปล่าครับ อ้อ ถอดเซอร์โวและก้านเหล็กที่ใช้ดึงหางออกด้วยเพราะไม่ต้องใช้แล้ว

ขั้นที่สอง ต่อ สปีด TD p-180 โดยเอาสายที่ใช้ต่อแบตเตอรี่นั้นมาต่อขนานกับสายแบตเตอรี่ที่ต่อไปยังสปีด TD ตัวใหญ่ที่ใช้ขับใบพัดหลัก เพื่อให้ไฟจากแบตเตอรี่ไปเลี้ยงมอเตอร์หางโดยผ่านสปีด TD p-180 ด้วย
ขั้นที่สาม เอามอเตอร์ฟอลคอนและใบพัดติดเข้าที่ปลายบูมหาง ของผมใช้วิธีเอามอเตอร์วางบนแท่นที่เคยใช้วางไจโร แล้วเอาหนังสติ๊กรัดไว้ให้แน่น แล้วต่อสายจากสปีด TD-p180 ไปยังมอเตอร์ฟอลคอน ซึ่งต้องใช้สายไฟยาวหน่อยเพราะต้องเดินตามความยาวบูมหาง ถ้าจะให้สวยงามก็ควรสอดซ่อนสายไฟเข้าไปในบูมหางเลย แต่ผมขี้เกียจทำ ก็เลยเดินสายไว้ด้านนอก

ขั้นที่สี่ เสียบสายสัญญาณของสปีด TD p-180 ไปยังไจโร ส่วนสายสัญญาณของไจโรที่เสียบกับรีซีฟที่ช่อง 4 ซึ่งปกติจะมี 3 สายนั้น ให้ถอดสายกลางที่เป็นสายไฟบวกออก ตรงนี้เป็นเทคนิคนิดหน่อยครับ คือปกติในสปีดคอนโทรลของ TD จะมีวงจร BEC อยู่ในตัวเพื่อแปลงไฟจากแบตเตอรี่ให้เหลือ 5 โวลต์ เพื่อจ่ายให้รีซีฟ เซอร์โว ไจโร ฯลฯ แต่ BEC ของ TD จะจ่ายกระแสได้เพียง 1 แอมป์ ซึ่งแม้จะเพียงพอแต่ก็เป็นภาระแก่ไอซีที่เป็น BEC มาก ทำให้ความร้อนสูง จนต้องติดแผ่นระบายความร้อน แต่ในเมื่อเราต่อสปีด TD p-180 เข้าไปอีกตัวหนึ่ง ซึ่งภายในก็มีไอซี BEC อีกตัวเช่นกัน จึงสามารถใช้ BEC ของสปีด TD p-180 ให้เป็นประโยชน์ โดยแบ่งกันจ่ายไฟ กล่าวคือ ให้สปีด TD p-180 ช่วยจ่ายไฟให้แก่ตัวมันเองและไจโรด้วย ส่วนสปีด TD ที่ใช้ขับใบพัดหลักก็ลดภาระลงเหลือจ่ายไฟให้แก่รีซีฟ และเซอร์โว เท่านั้น (เดิมต้องจ่ายไฟให้ไจโรและเซอร์โวดึงหางด้วยโดยผ่านสายไฟบวกเส้นกลาง) ทำให้ไม่โหลดมากเกินไป ซึ่งผมทดลองแล้ว ปรากฏว่า ไอซี BEC เบอร์ LM 2940t ที่เคยร้อนจัดจนต้องโมโดยติดแผ่นระบายความร้อนนั้น ไม่ร้อนเลยครับ แค่อุ่น ๆ จึงสามารถถอดแผ่นระบายความร้อนออกได้เลยทำให้น้ำหนักเบาลงอีกหน่อย
น้ำหนักพร้อมบิน ชั่งได้ 550 กรัม ครับ

ต่ออุปกรณ์เสร็จแล้ว จะเห็นว่าง่ายดายมากใช่ไหมครับ ต่อไปเป็นการเซตอับ
ขั้นแรก เปิดรีโมท แล้วเสียบสายแบตเตอรี่ จะเห็นว่ารีซีฟและไจโรเริ่มทำงานโดยมีไฟกะพริบสีแดงที่ไจโรสักสองสามวินาทีแล้วจะติดค้างไว้ แสดงว่าการต่อสายถูกต้อง
ขั้นที่สอง ปรับทริม rudder ที่รีโมทไปทางซ้ายจนสุด แล้วโยกสติ๊ก rudder ไปทางซ้ายสุดเช่นกัน เพื่อกระตุ้นให้ ESC p-180 ทำงาน จนได้ยินเสียง บี๊บ เมื่อปล่อยสติ๊กกลับมาตรงกลางจะเห็นว่ามอเตอร์หางเริ่มทำงานแล้ว แต่ถ้าทำเช่นนี้แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น ให้ลองปรับทริมไปขวาสุดแล้วโยกสติ๊กไปขวาสุดแทน ถ้ามอเตอร์หางทำงานในกรณีนี้แสดงว่าต้องเลื่อนสวิตช์ reverse ของช่องที่ 4 เสียก่อน

จากนั้นก็ทดลองบินได้เลยครับ จะสังเกตว่า หางจะหนักกว่าเดิมเพราะมีมอเตอร์ถ่วงอยู่ จึงควรปรับ CG โดยเลื่อนถ่านไปด้านหน้าให้มากขึ้น ของผมต้องเลื่อนไปประมาณ 2-3 นิ้ว จึงจะพอดี
เมื่อทดลองบินอาจต้องปรับ gain ไจโร เพิ่มอีก เพราะการควบคุมด้วยมอเตอร์หางนั้นจะตอบสนองช้ากว่าระบบเฟืองหาง จึงต้องเพิ่ม gain ไจโร เพื่อชดเชยครับ ของผมต้องตั้งไว้ที่ 90 เปอร์เซ็นต์ (เดิม 75 เปอร์เซ็นต์)
ข้อควรระวัง ตอนที่ลงจอด แม้จะลดคันเร่งใบพัดหลักจนหยุดหมุนแล้ว แต่มอเตอร์หางจะหมุนด้วยความเร็วสูงอยู่ตลอดครับ เพราะไจโรยังคงทำงานตลอดเวลา จนกว่าเราจะถอดสายแบตเตอรี่ ตรงนี้จึงเป็นข้อควรระวังครับ แม้จะลงจอดแล้วแต่อย่าผลีผลามเข้าไป เพราะอาจถูกใบพัดหางฟันนิ้วได้ ต้องรีบไปถอดสายแบตเตอรี่เสียก่อน หรือถ้าจะให้สะดวกก็ควรติดตั้งสวิตช์ปิดเปิดไว้ด้วย
การที่ไจโรและมอเตอร์หางทำงานอยู่ตลอดเวลานี้ เป็นประโยชน์ในการทำ Auto-Rotation ครับ คือ เมื่อปิดมอเตอร์หลักเพื่อทำ Auto-Rotation เรายังสามารถกันหางเพื่อควบคุมการร่อนลงตามต้องการได้ ต่างจากระบบเฟืองที่เมื่อมอเตอร์หลักหยุดทำงานแล้ว ใบพัดหางก็หยุดทำงานด้วย ทำให้ไม่สามารถควบคุมหางเวลาทำ Auto-Rotation ได้ครับ
ผลการทดลองบินมาได้ประมาณ 20 ไฟลต์ ได้ผลที่น่าพอใจอย่างมากดังนี้ครับ

สรุปว่าการบิน Walkera no.35 ด้วยมอเตอร์หางฟอลคอนขับตรงนั้น บินได้สนุกสนานมันมากจริง ๆ ครับ เพราะมอเตอร์หลักให้กำลังแรงสูงเพิ่มขึ้นเหลือเฟือ ไม่ต้องง้อบรัชเลซ ใบพัดหางก็ปั่นรอบสูงดังหวือ ๆ เหมือนเฮลิคอปเตอร์ติดเทอร์โบ แรงดีไม่มีตก หลังจากเล่นเสร็จมอเตอร์ก็ไม่ร้อนมาก สปีดก็ไม่ร้อน จึงมั่นใจว่าจะใช้ได้อีกนานมากแน่ๆ ผมเคยบินพลาดท่าตกจากความสูงประมาณ 2 เมตร ลงสู่พื้นถนน จนขาสกีทั้งสองข้างหักกระเด็น แต่ระบบหางก็ไม่เสียหายเลยจากโครงสร้างที่เรียบง่ายและแข็งแรงของมอเตอร์หางเชื่อว่าจะไม่เกิดความเสียหายแน่นอน หรืออย่างมากก็ใบพัดหัก ซื้อมาเปลี่ยนได้ง่าย ๆ ราคาแค่ 30 บาท นอกจากนี้ การบินขึ้นและลงจอดบนสนามหญ้าก็ไม่ต้องพะวงว่าจะเกิดความเสียหายแก่ใบพัดหางหรือเฟืองหางอีกต่อไป เล่นได้สบายใจเฉิบทุกสภาวการณ์ครับ
แง แง อย่างงี้อะไหล่ชุดเฟืองหางที่ซื้อมาสำรองไว้คงไม่มีโอกาสได้ใช้อีกแล้ว
ชม Video การบิน Walkera35 ของงูดิน ระบบมอเตอร์หางได้เลยครับ
http://www.emodeler.net/~ngoodin/walkera35/tailmotor.wmv
ขอให้สนุกครับ
20 มกราคม 2549
ngoodinja@hotmail.comแก้ปัญหาขาสกีหักอย่างถาวร
Walkera 35 มีปัญหาเรื่องขาสกีหักง่ายเช่นเดียวกับ Walkera4ch เป็นเพราะการออกแบบไม่ดี แทนที่ตรงข้อต่อที่หุ้มฐานสกีจะหล่อพลาสติกให้หนาเป็นพิเศษเพื่อให้สามารถส่งแรงกระแทกกระจายไปยังขาสกีได้ดี แต่กลับตรงกันข้าม คือพลาสติกส่วนนี้จะบางกว่าขาสกีมาก เมื่อลงจอดแรง ๆ จะมีแรงกระแทกจากฐานสกีมาสู่ข้อต่อส่วนนี้อย่างเต็มที่จึงหักได้ง่าย ๆ

วิธีแก้ไขคือดัดแปลงให้แรงกระแทกจากการลงจอดถ่ายทอดไปสู่ขาสกีโดยตรง ในขณะที่ฐานสกีมีหน้าที่เพียงประคองลำตัวเวลาลงจอดเท่านั้น ไม่ต้องรับแรงกระแทกจากการลงจอด ทำได้โดยการหักข้อต่อทั้งสี่ด้านออกหมด เหลือแต่ขาสกีเปล่า ๆ แล้วใช้สว่านเจาะตรงปลายขาสกีเพื่อใส่สกรูขันยึดติดกับฐานสกี โดยในการยึดนั้น ให้ปลายขาสกีโผล่พ้นฐานสกีลงมาเล็กน้อย เมื่อลงจอดแรงกระแทกจะเข้าสู่ปลายขาสกีทั้งสี่ด้านซึ่งมีความหนาเพียงพอจะรับแรงกระแทกได้โดยไม่หักอีกต่อไปครับ
ขอให้สนุกครับ
22 มกราคม 2549
ngoodinja@hotmail.comสร้าง Foam Canopy ให้ Walkera 35

ผมบินเจ้า Walkera no.35 ที่ดัดแปลงเป็นมอเตอร์หางมาร่วม 100 ไฟลต์แล้วครับ พบว่าระบบมอเตอร์หางมีความน่าเชื่อถือและมีความทนทานสูงมากครับ ตั้งแต่เปลี่ยนเป็นมอเตอร์หางก็ไม่มีปัญหาเรื่องระบบหางเสียหายอีกเลย แม้ว่าจะบินตกอย่างรุนแรง หรือบินไปฟาดกับกำแพงจนใบพัดหักกระเด็น หางก็ไม่เสียหายเลย ยิ่งกว่านั้นยังมีผลพลอยได้ที่เป็นประโยชน์มากคือมอเตอร์หลักมีกำลังแรงสูง และทนทานกว่าเดิมมาก ตอนนี้ยังเหลือบรัชอีกตั้ง 1 ใน 3 เชื่อว่ามอเตอร์หลักน่าจะมีอายุยืนยาวประมาณ 150-200 ไฟลต์ อย่างสบาย ๆ
ความเสียหายครั้งล่าสุดของ Walkera no.35 ของงูดิน ก็คือ ระหว่างที่ฝึกทำท่าหมุนรอบตัวหรือ Pirouette อย่างเร็ว ปรากฏว่า canopy หรือห้องนักบินเกิดหลุดลอยขึ้นมาถูกใบพัดใหญ่ฟันจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ ไม่สามารถซ่อมแซมได้อีกต่อไป ผมเช็คราคาดูแล้ว canopy ราคาแพงถึง 280 บาท นับว่ามหาโหดเกินไปสำหรับพลาสติกบางๆ แบบเดียวกับถ้วยน้ำที่ใช้แล้วทิ้ง ผมจึงตัดสินใจทำ canopy ด้วยแผ่นโฟมอัดครับ
การทำก็ง่ายมาก อาศัยประสบการณ์จากการทำเครื่องบินกระป๋องด้วยโฟมมาอย่างโชกโชน จัดการเอาโฟมอัดขนาด 5 มิลลิเมตร มาวาดแบบให้ขนาดพอ ๆ กับ canopy ของเดิม เนื่องจากเป็นการทดลองทำ ผมจึงใช้แบบง่าย ๆ โดยทำเป็นรูปกล่องสี่เหลี่ยมก่อน ไม่มีส่วนโค้งส่วนเว้าเท่าไรนัก ให้ดูพอรู้ว่าเป็น canopy ก็พอ โดยตอนขึ้นรูปทีแรกต้องมีโฟมส่วนที่เป็นกงกลางลำตัวข้างในสักสองสามแห่งก่อน เมื่อประกอบเป็นรูปร่างแล้วค่อยเอามีดคัตเตอร์ตัดเลาะกงภายในออกให้หมด เหลือเป็นรูปกล่องกลวง เพื่อจะได้สวมเข้าไปที่ลำตัว Walkera no.35 ได้

จากนั้นก็เอากระดาษทรายขัดลบขอบให้มีความโค้งมน แล้วติด OPP เทป เป็นกระจกห้องนักบิน คาดสติ๊กเกอร์ตกแต่งเสียหน่อย แค่นี้ก็ได้ canopy ทำด้วยโฟม ฝีมือเราเอง จะเอาให้สวยแค่ไหนก็ได้แล้วแต่จินตนาการและฝีมือครับ
ข้อดีของ canopy ที่ทำด้วยโฟมก็คือ น้ำหนักเบากว่า canopy ถ้วยพลาสติกของเดิมมากครับ ขนาดผมทำค่อนข้างใหญ่กว่าของเดิม แต่น้ำหนักกลับเบากว่าเดิมเกือบครึ่งหนึ่ง ทำให้บินได้คล่องแคล่วมากกว่าเดิมอีกครับ

อ้อ แล้วตอนนี้ผมทดลองเปลี่ยนใบพัดหลักเป็นใบพัดไม้ของ x-400 ยี่ห้อ trim ราคาตั้ง 700 บาท แต่ก็ไม่ผิดหวังกับผลการบินครับ บินได้นิ่งนิ่มนวลกว่าใบพัดโฟมของเดิม และยังประหยัดไฟกว่าเดิมอีกด้วย เพราะใบพัดไม้จะมีน้ำหนักมากกว่าโฟม เวลาหมุนรอบสูงจะมีแรงเหวี่ยงช่วยลดภาระแก่มอเตอร์ทำให้ไม่เปลืองไฟครับ และการใช้มอเตอร์หางทำให้ไม่จำเป็นต้องยึดหางให้แน่นหนาแบบระบบเฟืองที่ต้องยึดหางให้แน่นที่สุดป้องกันเฟืองเคลื่อน ผมจึงถอดขาค้ำบูมหางออกด้วยเพราะไม่ชอบดูเกะกะ ทำให้น้ำหนักเบาลงอีก
ขอให้สนุกครับ
ngoodinja@hotmail.com12 กุมภาพันธ์ 2549
ติดตั้งมอเตอร์บรัชเลซ ให้ Walkera 35 ของงูดิน
ผมเล่น Walkera 35 โดยใช้มอเตอร์ 380 มาร่วม 6 เดือน สามารถใช้การได้เป็นอย่างดีเลยครับ ยิ่งเปลี่ยนมาใช้มอเตอร์หาง ทำให้ลืมปัญหาเรื่องใบพัดหางไปเลย พอดีช่วงนี้เริ่มมีเงินเก็บพอจะซื้อมอเตอร์บรัชเลซกับสปีดบรัชเลซมาลองเล่นมั่ง ก็เลยสั่งซื้อสปีดของคุณ TD BL35L มาใช้ครับ สั่งซื้อจาก www.binthai.com ราคาก็พันกว่าบาท ส่วนมอเตอร์บรัชเลซผมใช้ของ Walkera 180L ราคา 1,200 บาท ซื้อจากสะพานเหล็ก รวมแล้วลงทุนไปสองพันกลาง ๆ อืมมม แพงพอสมควรเมื่อเทียบกับการใช้มอเตอร์ 380 และสปีด TD 15A ซึ่งรวมแล้วแค่หกร้อยกว่าบาท
สปีด TD BL35L ใช้ FET แบบ N-ch ตัวใหญ่จำนวน 6 ตัว ซึ่งมีข้อดีคือมีความทนทาน หาง่าย ซ่อมง่าย ครับ และข้อดีอีกอย่างที่ผมชอบมากคือระบบโปรแกรมของสปีดคุณ TD ทำได้อย่างละเอียดหลากหลายใช้กับมอเตอร์ได้ทุกแบบ คันเร่งก็นิ่มนวลมากไม่มีกระตุกกระชาก สามารถโปรแกรมให้บัซเซอร์ส่งเสียงเตือนเวลาที่แบตลิโพอ่อนโดยที่สปีดไม่ตัดจึงใช้กับเฮลิคอปเตอร์ได้โดยตรง ที่สำคัญเป็นผลิตผล R&D ของคนไทย ผมจึงเลือกสปีดคุณ TD แม้ว่าจะแพงกว่าสปีดของต่างประเทศ เช่น TowerPro ประมาณ 200 กว่าบาท แต่คุณภาพและการรับประกันเชื่อถือได้ครับ

เนื่องจากสปีดมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ผมจึงติดตั้งแนบไว้ใต้ลำตัวโดยใช้ลวดมัดเอาไว้ครับ ตอนแรกเกรงว่าจะมีปัญหาเรื่องการระบายความร้อน แต่เท่าที่ใช้ดูประมาณ 20 ไฟลต์ ก็พบว่าสปีดแค่อุ่น ๆ ไม่มีปัญหา overheat แต่อย่างใด

สำหรับมอเตอร์บรัชเลซ ของ Walkera ตัวนี้มีเฟืองทองเหลืองติดมาด้วย แต่เมื่อผมลองติดตั้งดูแทนมอเตอร์ 380 เดิม พบว่าเฟืองสูงเกินไปประมาณ 1 มิลลิเมตร ทำให้ขบกับเฟืองตามได้ไม่พอดี ผมจึงใช้แหวนรองที่รูน็อตที่ยึดมอเตอร์กับลำตัวเพื่อให้มอเตอร์ลดต่ำลงนิดหนึ่งจึงสามารถติดตั้งได้พอดี ส่วนสวิตช์และบัซเซอร์ผมก็มัดรวมไว้ตรงขาสกีด้านหลัง
ในการตั้งโปรแกรมสปีดของคุณ TD ผมตั้งค่าดังนี้ครับ โดยค่าที่มีดอกจันคือค่าที่ผมเปลี่ยนแปลง ส่วนที่เหลือเป็นค่าเริ่มต้น (default) ของสปีดอยู่แล้ว
Timing Start up เป็น Low(1)*
LVC เป็น Low Voltage Warning (1)
Timing Advance เป็น 4(1)*
Batt. Type เป็น Lipo(2)
Brake เป็น on(2)
Stick Mode เป็น ธรรมดา(2)
ความจริงสปีดคุณ TD สามารถนำมาใช้กับมอเตอร์ Walkera ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องตั้งโปรแกรมใหม่ แต่ผมรู้สึกว่าตอน start มอเตอร์มันกระชากมากพอสมควร จึงตั้ง Timing Start up เป็น Low ทำให้ start ได้นิ่มนวลขึ้น (ของเดิมเป็น Hi) ส่วน Timing Advance นั้น ผมตั้งค่าเป็น 4 ซึ่งต่ำสุด เพราะต้องการให้ประหยัดไฟที่สุดครับ (ของเดิมเป็น 11)
ในการต่อสายมอเตอร์ 3 สาย กับสปีด ผมใช้บัดกรีต่อกันโดยตรงแล้วเอาท่อหดหุ้มไว้ครับ

จากการใช้งานพบว่าสปีด TD BL35L สามารถใช้งานได้อย่างดีมากครับ เร่งขึ้นลงได้นิ่มนวล จ่ายกระแสได้แรงต่อเนื่อง ไม่มีการตัดกลางอากาศเลยครับ เพียงแต่หากเล่นเพลินจนแบตอ่อน ก็จะส่งเสียงร้องเตือนดังมาก ทำให้เอาเครื่องลงได้ก่อนที่แบตจะเกิดการ overdischarge หลังจากเล่นเสร็จลองจับที่สปีดดูก็แค่อุ่น ๆ แสดงว่าออกแบบมาให้จ่ายกระแสได้อย่างเพียงพอและระบายความร้อนได้อย่างดีครับ

สำหรับมอเตอร์บรัชเลสของ Walkera มีความแรงกว่ามอเตอร์ 380 ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ สามารถปั่นรอบใบพัดได้จัดขึ้นเห็น ๆ และแรงบิดก็มหาศาลมากครับ แรงดีต่อเนื่องโดยตลอด แต่จากการเล่นประมาณ 5 นาที พบว่ามอเตอร์มีความร้อนสูงมากครับ ร้อนจัดจนจับไม่ได้ ผมจึงไม่กล้าเล่นนานกว่านั้น ต้องเล่นแล้วพักทุก ๆ 5 นาที แล้วเอาพัดลมเป่าให้มอเตอร์เย็นลงเสียก่อน หากเล่นต่อเนื่องนาน ๆ มอเตอร์คงอายุสั้นแน่นอนครับ ดังนั้นสำหรับมอเตอร์ตัวนี้จำเป็นต้องติดแผ่นระบายความร้อนอย่างแน่นอน แต่ผมยังไม่ได้ซื้อมาติดครับ เอาไว้พอติดแผ่นระบายความร้อนแล้วจะรายงานผลให้เพื่อนๆ ทราบต่อไปครับ
ขอให้สนุกครับ
ngoodinja@hotmail.com9 เมษายน 2549
ติด Heatsink ให้มอเตอร์ walkera 180L
ผมซื้อ heatsink ของ Walkera 180L มาจากสะพานเหล็กครับ ทำจากอลูมิเนียมชุบอโนไดซ์สีบานเย็น สีเดียวกับมอเตอร์ ราคา 80 บาท เวลาใส่ก็ต้องง้างออกพอสมควรถึงจะเสียบมอเตอร์เข้าไปได้ ลักษณะเป็นวงแหวนทรงกระบอก มีครีบระบายความร้อนเล็ก ๆ อยู่รอบ ๆ ซึ่งผมว่าครีบมันเล็กไปหน่อย น่าจะทำให้ใหญ่กว่านี้จะได้ระบายความร้อนได้ดีขึ้น เมื่อใส่ heatsink แล้วก็พบว่าการระบายความร้อนดีขึ้นนิดหน่อย มอเตอร์ยังคงมีความร้อนสูงอยู่ แต่ก็ไม่ถึงกับร้อนจัดจนจับไม่ได้ ผมทดลองเล่นบินต่อเนื่อง 10 นาที ก็พบว่ามอเตอร์ยังทนได้ ไม่มีอาการผิดปกติ ไม่มีกลิ่นเหม็นไหม้ ฯลฯ ก็ถือว่าใช้ได้ครับ แต่จะดีแค่ไหน ต้องใช้เวลาดูกันยาว ๆ ต่อไป

ขอให้สนุกครับ
ngoodinja@hotmail.com24 เมษายน 2549
ทดลองเล่น Walkera 35 แบบ fixed pitch
ผมลองเล่น Walkera 35 แบบ fixedpitch คือล็อคพิทช์ใบพัดหลักให้ตายตัวเหมือน walkera4ch โดยถอดสายเซอร์โวยกพิทช์ออก ปรับพิทช์ที่ link โคนใบพัดให้เหมาะสม แล้วบินเดินทางในสภาพลมแรงก็บินสู้ลมได้ดี ส่วนหางก็ใช้มอเตอร์ฟอลคอนใบพัดต่อตรง มอเตอร์หลักใช้ walkera BL180L กับวิทยุ futaba ss4 สามารถบินได้สนุก การบังคับง่ายเหมือน walkera4ch
ก็เลยถ่าย video มาให้เพื่อน ๆ ลองดูกันครับ
ขอให้สนุกครับ
ngoodinja@hotmail.com7 พฤษภาคม 2549